Get Adobe Flash player

ครม.ถกเครียดปมบึ้มแก๊งอิหร่าน “บิ๊กอ๊อด” ขอ “เหลิม”ช่วยบูรณาการการข่าวเข้ม

กุมภาพันธ์ 22, 2012  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ครม.ถกปมระเบิดแก๊งอิหร่าน นายกฯ เน้นย้ำหามาตรการดูแลนักท่องเที่้ยว “เหลิม”ฟุ้งมาเลย์ร่วมมือไทยขุดอนุสัญญายุคอังกฤษหาช่องช่วยส่งคนร้ายให้ไทย ย้ำไทยต้องอยู่กลางระหว่างอิหร่าน-อิราเอล อย่าไปตกใจ “บิ๊กอ๊อด”ขอ”เหลิม”ช่วยบูรณาการงานข่าวเข้มทุกสัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมครม.สัญจร ที่จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดย่านสุขุมวิทโดยกลุ่มคนร้ายชาวอิหร่าน โดยนายกฯระบุในที่ประชุมว่าเรื่องการติดตามจับกุมคนร้ายในทางคดีก็ให้เป็นเรื่องของทางตำรวจไป แต่อยากให้เน้นการดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้ตำรวจมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งของบุคคล เพราะระเบิดเป็นชนิดขว้าง ส่วนคนร้ายที่หนีไปมาเลเซียและเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถขอตัวมาดำเนินคดีในไทยได้นั้น ความจริงไทยกับลมาเลเซียไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่อังกฤษเคยทำสนธิสัญากับไทยว่าเขาก็จะไปดูอนุสนธิสัญญาฯตรงนี้และจะช่วยเรา ไทยอยู่ตรงกลางระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเขาทะเลาะกันมานาน เพราะฉะนั้นเราอย่าไปยุ่ง ความจริงทั้งสองฝ่ายต้องขอบคุณรัฐบาลไทยที่ไม่ได้ไปกล่าวหาใครเลย และกรณีที่นายรามีน เมห์มาน ปาราสท์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่ากลุ่มสมาชิกขบวนการประชาชนมูจาฮิดีนอิหร่าน (MKO) รับจ้างอิสราเอลมาก่อเหตุระเบิดถล่มกทม.นั้น เราก็ไม่ควรไปยุ่ง ตนจึงบอกให้ตำรวจนิ่ง ตั้งใจทำงานไป อย่าตกใจ และได้ฝากให้ช่วยออกมาตรการเสริมทางด้านต่างประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วย

ด้านพล.อ.ยุทธศักดิ ศศิประภา รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้กล่าวว่า เราบูรณาการการข่าว 4-5 หน่วยงานถูกต้องแม่นยำ แต่อยากจะขอบูรณาการกันทุกสัปดาห์ และขอให้ร.ต.อ.เฉลิมไปช่วยดูแลด้านการข่าวให้ด้วย ส่วนนายกฯ ก็ได้กล่าวเน้นย้ำอีกครั้งว่าอยากจะเน้นการดูแลนักท่องเที่ยว เพราะตอนนี้เรามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และถ้าอยากจะให้เพิ่มขึ้นมาก ก็ต้องไปเน้นดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ เช่น จีน อินเดีย เกาหลี ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ตม.หรือ การท่าอากาศยานฯก็ต้องสามารถสื่อสารใช้ภาษาต่าง ๆ ได้มากกว่าภาษาอังกฤษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ FATF ระบุไทยสุ่มเสี่ยงที่จะถูกขึ้นบัญชีดำด้วยว่า เดี๋ยวนี้นักข่าวเก่ง ตนก็เลยต้องไปศึกษาก็พบว่าFATF ตั้งโดยกลุ่ม จี 7 เมื่อปี 1989 มีสำนักงานอยูที่กรุงปารีส มีสมาชิกอยู่ 36 ประเทศ แต่ไทยไม่ได้เป็นสมาชิกด้วย ดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องไปทำตามแบบของ FATF และเขาไม่มีหน้าที่แซงชั่นการหลบเลี่ยงภาษี ไม่มีอำนาจอะไรเลย เราไม่ได้เป็นสมาชิก FATF แต่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ และอียู ซึ่งปีพ.ศ. 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ได้ทำกฎหมายฟอกเงินได้ชัดเจนมาก รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการก่อการร้าย ซึ่งการก่อการร้ายของต่างประเทศกับของไทยต่างกัน กรณีก่อการร้ายต่างประเทศ เช่น การระเบิดสนามบิน แต่ของไทยแค่ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยก็ถูกกล่าวหาว่าก่อการร้ายแล้ว ดังนั้น ปปง.จะไปทำกฎหมายฟอกเงินแล้วจะไปกระทบต่อสถาบันการเงินไม่ได้ เราจะไปออกกฏหมายแรงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปทำตามFATF กฎหมายที่เรามีอยู่สามารถใช้ได้ เราอย่าไปตกใจ

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวกับครม.ว่า ความจริงคำเตือนของ FATF มันก็มีผลทางอ้อมกับบริษัทใหญ่ ๆ เหมือนกัน อย่างไรก็ตามในที่สุดครม.ก็ได้มอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม ไปหารือกับปปง.และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีในการจัดทำกฎหมายเพื่อที่จะปรับเกี่ยวกับการฟอกเงินและการก่อการร้ายแต่เน้นว่าอย่าให้เป็นกฎหมายแรง เพราะธุรกิจในประเทศจะตกใจ

แสดงความคิดเห็น



:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen:

ผลสลากกินแบ่งฯงวด 16 พ.ค.55