ครม.เคาะ จำนำ ข้าวนาปรัง 1 มี.ค.นี้ รับไม่อั้น-ทุกสายพันธุ์
กุมภาพันธ์ 22, 2012
Filed under breakingnews, มติ ครม.
ครม.เคาะ จำนำ ข้าวนาปรัง 1 มี.ค.นี้ รับไม่อั้น-ทุกสายพันธุ์
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ประจำปี 2555 ว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรสำหรับข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 คณะรัฐมนตรีจึงมติเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการเกษตร ทำการขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองให้แก่เกษตรกรที่ปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.54 และเก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 1 – 29 ก.พ.55 ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตข้าวนาปรังตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนด โดยให้องค์การสินค้า กระทรวงพาณิชย์ รับฝากข้าวเปลือก เเละออกใบประทวนให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.55 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โครงการจำนำข้าวของปี 2555 นี้ จะไม่จำกัดปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าโครงการ โดยจะรับจำนำผลผลิตทั้งหมดที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า ข้าวในปีนี้น่าจะมีทั้งหมด 11.11 ล้านตัน โดยข้าวทุกตัน รวมทั้งพันธุ์ข้าวปลูก และให้ข้าวสารคุณภาพต่ำจำนวน 18 พันธุ์ ที่ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555 ไม่ได้ให้เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้ อัตราสูงสุดที่ให้คืนตันละ 15,000 บาท แยกเป็นแต่ละประเภท ดังนี้ ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 14,800 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 14,600 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 15% ตันละ 14,200 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 13,800 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว ตันละ 16,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น ตันละ 15,000 บาท ทั้งนี้ ในการรับจำนำข้างเปลือกปทุมธานี 1 ให้ปรับเพิ่มลดตามจำนวนกรัมในอัตรากรัมละ 200 บาท ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่เดิม
นอกจากนี้ นายภักดีหาญส์ กล่าวด้วยว่า สำหรับวงเงินงบประมาณของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ประจำปี 2555 นั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากในครั้งนี้ได้มีการตัดเงื่อนไขในส่วนของปริมาณที่ได้จำกัดวงเงิน เกษตรกร รายละ 500,000 บาทออกไป เนื่องจากไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่จะรับจำนำข้าวไม่จำกัดจำนวน ซึ่งรายละเอียดจะต้องมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะไม่สอดคล้องกันในบางจุด








กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















