รัฐบาลเอาคืนปชป. “นายกฯ” สั่งรื้อแหลกงบไทยเข้มแข็ง แก้เผ็ดยื่นตีความพ.ร.ก.
กุมภาพันธ์ 7, 2012
Filed under breakingnews, news report, topsecret
รัฐบาลเพื่อไทยเอาคืนปชป. แก้เผ็ดยื่นศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้าน-โอนหนี้กองทุนฟื้นฟู ฯ “ยิ่งลักษณ์”สั่งเองให้ทุกกระทรวงรื้อใหญ่งบไทยเข้มแข็งยุคมาร์คเข็นพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ซัดแหลกไม่เร่งด่วน มีกลิ่นทุจริต นำร่องโยกงบสธ. 3,456 ล้านบาท จัดทัพสู้ศึกแจงศาลรัฐธรรมนูญตีความ 2 พ.ร.ก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 7 ก.พ. ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรณีกระทรวงการคลัง ขอให้ครม.พิจารณาโครงการภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นการนำเสนอโครงการของบประมาณของกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ที่เป็นการใช้งบแบบผูกพันและการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการที่ตั้งอยู่ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พ.ศ. 2555 ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปรากฏว่าในการเสนอโครงการของกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา บูรณศิริ รมว.สาธารณสุข ได้เสนอครม.อนุมัติโครงกาเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Development policy Loan (DPL) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 3,456 ล้านบาท
ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนเห็นตรงกันว่า งบดังกล่าว ที่อยู่ในงบไทยเข้มแข็ง ที่จะนำไปจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับสถานพยาบาลระดับอำเภอและตำบล วงเงิน3,456 ล้านบาท ตามกรอบการกู้เงิน DPL ซึ่งที่ประชุมครม.เห็นสมควรให้โยกงบนี้ไปเป็นงบช่วยเหลือฟื้นฟู สถานพยาบาลจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบและความเสียหาย จากน้ำท่วมในจังหวัดที่น้ำท่วมก่อน ส่วนสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลในระดับอำเภอหรือทุติยภูมิ ค่อยรองบประมาณงวดต่อไป ทั้งนี้นายวิทยา ได้ถามความเห็นในที่ประชุม ครม.ว่าการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการลักษณะดังกล่าวจะเกิดปัญหาในข้อกฏหมายหรือไม่ เพราะกระบวนการของการจัดซื้อจัดจ้างโครงการทำมาเสร็จเกือบหมดแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็กล่าวในที่ประชุม ครม. ว่าไม่ใช่ รัฐบาลจะไม่ให้งบนี้ ตามที่ตั้งโครงการไว้ แต่ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะมีความจำเป็นมากกว่าเพื่อฟื้นฟูสถานพยาบาล จากนั้นนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.ชี้แจงว่าตราบใดที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการก็สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเห็นชอบในหลักการดังกล่าวแล้ว มีรายงานว่ารัฐมนตรีหลายคนได้หารือกันถึงเรื่องงบโครงการไทยเข้มแข็งที่ใช้งบดังกล่าวตามพ.รงก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริม สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 มาเปรียบเทียบกับกรณีรัฐบาลได้ออกพ.ร.ก. การเงิน 4 ฉบับ ของรัฐบาลที่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องให้วินิจฉัยการออกพ.ร.ก. 2 ฉบับเช่นพ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทเพื่อเตรียมการป้องกันน้ำท่วม มาเปรียบเทียบกัน โดยเปรียบเทียบการออกพ.ร.ก.สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเพื่อกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลก ต้องเตรียมการกู้เงินไว้เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะกระทบมาถึงไทย ทั้งๆ ที่ไทยจะได้รับผลกระทบยังไม่มีใครรู้ แล้วก็เอาเงินมาทำโครงการไทยเข้มแข็ง และจนถึงขณะนี้หลายโครงการก็ยังไม่ได้ทำ งบหลายโครงการก็ยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย เป็นการวิตกไปล่วงหน้าก่อน แล้วพอออกพ.ร.ก.มากู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่ถึงตอนนี้ยังมีเงินเหลือค้างอยู่ 8,800 ล้านบาท ยังใช้ไม่หมดแล้วบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนได้อย่างไร ผิดกับรัฐบาลที่ออกพ.ร.ก.เพื่อกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในการป้องกันน้ำท่วมปีนี้และปีต่อๆไปซึ่งเร่งด่วน กว่าเพราะน้ำท่วมเกิดขึ้นจริงจึงต้องเตรียมการไว้ไม่ให้น้ำท่วมอีกจะได้ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงมีเหตุผลมากกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้รัฐมนตรีบางส่วนคนระบุว่า หลายโครงการในไทยเข้มแข็งสมัยรัฐบาลที่แล้วก็มีปัญหามาก ไม่ได้มีความเร่งด่วนอะไร รัฐบาลจึงควรไปตรวจสอบดูโครงการต่างๆในรัฐบาลชุดที่แล้วที่ใช้เงินไทยเข้มแข็งว่าเหลืออยู่เท่าใด ใช้ทำอะไรไปบ้าง โครงการไหนควรยกเลิก โครงการไหนควรทำต่อ บางโครงการทำเสียใหญ่โตแต่ก็มีปัญหา แถมมีเรื่องปัญหาความไม่โปร่งใสจนต้องยกเลิกโครงการไปแล้วเช่นโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมจังหวัดภูเก็ต ที่ไม่โปร่งใส่ในการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อฝ่ายค้านกับส.ว.ยื่นคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญเราก็ต้องสู้กันในการชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนให้สังคมทราบ โดยชี้ให้เห็นว่าสมัยประชาธิปัตย์ออกพ.ร.ก. แล้วบอกเร่งด่วนแต่เงินก็ยังใช้ไม่หมดเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ย้ำด้วยว่าขอให้ทุกกระทรวง เช่นกระทรวงสาธารณสุขไปทบทวนดู โครงการไทยเข้มแข็งย้อนหลังดูด้วยว่าโครงการไหนมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน โครงการไหนแผนงานไม่ชัดเจน ไม่โปร่งใส ส่อทุจริต ก็ให้ทุกกระทรวงนำเสนอข้อมูลในการประชุมครม.ครั้งต่อไปเพื่อดูว่าจะพิจารณา ทบทวนได้อย่างไร นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ย้ำด้วยว่าการชี้แจงการออกพ.ร.ก.2ฉบับ รัฐบาลขอมอบหมายให้ ร.ต.อ เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการออกพ.ร.ก. หากมีการซักถามในสภาฯ ขณะที่การชี้แจงภาพรวมให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศที่เคยยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.สมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ นายวิทยา บูรณศิริ เป็นผู้รับผิดชอบชี้แจงทำความเข้าใจต่อสังคม ถึงการออกพ.ร.ก. ดังกล่าว








กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















