ปชป.สวนพท.เจ็บ รบ.กำลังแก้ปัญหา “รบ.ทักษิณ”แลก”พระวิหาร”เอื้อประโยชน์
Fri, 30 Jul 2010 14:47:54 +0000
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่(30ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าาที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีปราสาทพระวิหาร ว่าขอร่วมยินดีกับคนไทยทั้งประเทศในความสำเร็จที่รัฐบาล ได้คัดค้านการขออนุมัติแผนการบริหารจัดการ ทำให้ต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี พรรคประเมินเหตุผลที่สามารถบรรลุผลมี 3 ข้อ คือ 1. องค์กรยูเนสโกเห็นการแสดงออกของคนไทยทั้งประเทศ
ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการขอขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว ตลอดจนการเสนอแผนบริหารจัดการซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชาติไทย 2. ท่าทีของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แตกต่างจากรัฐบาลในอดีต ทำให้ยูเนสโกเข้าใจว่าเป็นความเข้าใจผิดที่คิดว่าเป็นความตกลงระหว่างสองประเทศ และ 3.ยูเนสโกเล็งเห็นผลการขึ้นทะเบียน อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับประเทศในภูมิภาคได้
ซึ่งการการขึ้นทะเบียนต้องไม่ละเมิดบูรณภาพของดินแดนภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผลจากการสืบเนื่องการชะลอแผน ทำให้ไทยมีเวลาอีก 1 ปี ในการสานต่อแล้วสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หาทางออกของปัญหานี้อยู่บนพื้นฐานศักดิ์และศรีของประเทศไทย ให้ปราสาทพระวิหารเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพอย่างแท้จริง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการที่สองประเทศต้องตกลงกัน ส่วนจะส่งผลกระทบต่อการขอขึ้นทะเบียนปี 2551
อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับทางกัมพูชาจะขอหารือกับไทยอย่างไร ส่วนความคืบหน้าการปักปันเขตแดนก็จะมีส่วนทำให้เกิดความาชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยออกมามาโจมตีว่า กรณีพระวิหารเป็นการกลบเกลื่อนเหตุการณ์เดือนพ.ค. นั้นไม่เป็นความจริง ขอยืนยันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ดำเนินการกรณีดังกล่าว ด้วยความสำนึกในการรักษาผืนแผ่นดินประเทศไทยตามที่รัฐบาลควรทำ เป็นการแก้ปัญหาและพฤติกรรมที่รัฐบาลในอดีตได้ทำไว้
โดยเอาผลประโยชน์ส่วนตัวแลกกับผลประโยชน์ส่วนรวม ที่คนไทยน่าจะช่วยกันรักษาและหวงแหนไว้ บางฝ่ายเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมรับเอ็มโอยูปี 43 ซึ่งเป็นการยอมรับแผนที่ตามคำตัดสินของศาลโลกในปี 2505 นั้นไม่เป็นความจริง
แต่เป็นการทำให้กัมพูชาต้องยอมรับว่าการดำเนินการปักปันเขตแดนต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการ่วมกันของสองประเทศ และต้องผ่านความเห็นชอบของสภาด้วย
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนักวิชาการมาแสดงความคิดเห็นอ้างถึงแผนที่ 1 : 2 แสนตร.กม. โดยระบุว่าเกิดขึ้นจากการยอมรับในสมัยรัฐบาลนายชวนนั้น ขอยืนยันว่าแผนนี้เกิดจากการทำแผนแม่บท และข้อกำหนดในการสำรวจเขตแดนร่วมระหว่างไทยและกัมพูชา หรือทีโออาร์ปี 2546 ในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ซึ่งข้อความทั้งหมดได้คัดลอกมาจาหบันทึกความเข้าใจ ระหว่างราชอาณาจักร 2543 ยกเว้นข้อ 1.1.3 ย่อหน้าเดียวที่รัฐบาลขณะนั้นได้ให้อ้างอิงถึงแผนที่ระวางต่างๆ ในการสำรวจ และยอมรับแผนที่ 1:2 แสน จีงอยากให้นักวิชาการได้ศึกษาถึงข้อนี้ด้วย




