Get Adobe Flash player

พลิกประชานิยมสุดขั้วสู่รัฐสวัสดิการเต็มรูปแบบ“สาทิตย์”ชงแผนแห่งชาติส่งถึงมือ“มาร์ค”

Fri, 30 Jul 2010 16:47:22 +0000  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ตามมติครม.เพื่อพิจารณาการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ โดยจะนำข้อสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดเป็นนโยบาย ซึ่งคณะกรรมการได้จัดกลุ่มบุคคลที่จะให้สวัสดิการออกเป็น 10 กลุ่มประกอบด้วยเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้สัญชาติ คนพลัดถิ่น กลุ่มชุมชนเมือง คนจนเมือง คนเร่ร่อน กลุ่มแรงงานข้ามชาติ กลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มผู้ติดเชื้อHIVและผู้ป่วยเอดส์ อย่างไรก็ตามมาตรการช่วยเหลือที่มีข้อสรุปออกมาคือกรณีของเด็นที่ได้แบ่งออกมาอีก 10 กลุ่มย่อย โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนทั่วไป โดยเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงอยู่ 3 ประการที่สมควรต้องจัดสวัสดิการเข้าไปดูแลคือ1.เรื่องเซ็กส์ 2.ความรุนแรง 3.ความเสี่ยงเรื่องอบายมุข ซึ่งจะต้องจัดทำฐานข้อมูล ให้คำปรึกษาโดยมีคลินิคตั้งแต่ในโรงเรียน กลุ่มที่2 เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า เด็กพิการ เด็กไร้สัญชาติ กลุ่มที่3ชุดสตรีที่มีปัญหากลุ่มที่ ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม กลุ่มที่ถูกกระทำความรุนแรง กลุ่มครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มถูกละเมิดทางเพศ กลุ่มค้าประเวณี ก็จะเน้นการเข้าถึงบริการอนามัยเจริญพันธุ์ การจัดหลักสูตรในระบบการศึกษา

“ปัญหาที่ใหญ่มากคือการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีก็จะจัดสวัสดิการที่จำเป็นเพื่อให้ดูแลตัวเองและบุตรให้ได้รับการศึกษา บ้านพักและครอบครัวอุปถัมถ์ สำหรับกลุ่มที่จะโตมากคือกลุ่มผู้สูงอายุ ก็จะมีมตรการในการออม การจัดการกับทรัพย์สินผู้สูงอายุ การดูแลด้านสุขภาพ และจะต้องมีการทบทวนฐานข้อมูลและกฎหมายผู้สูงอายุกันใหม่ นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้เลื่อนการเกษียณอายุจาก 60ปีเป็น 65 ปี”

สำหรับกลุ่มคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และคนพลัดถิ่นที่มีความซับซ้อน โดยหลักคือต้องการให้รัฐเข้ามาดูแลเรื่องการบันทึกทะเบียนราษฎร์และมีสถานะที่ตกหล่น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีอยู่หลายแสนคน ส่วนกลุ่มคนจนเมืองและคนเร่ร่อนที่ชุมชนเมืองในกทม.มีอยู่เกือบ 2,000 ชุมชนและในต่างจังหวัดรวม 1,500 ชุมชนกลุ่มนี้จะมีกลุ่มคนจนเมืองรวมอยู่ด้วยก็จะพยายามปรับปรุงเรื่องที่อยู่อาศัยและพัฒนาในด้านมิติเศรษฐกิจและสังคม ในส่วนของคนเร่ร่อนก็จะพยายามหาที่อยู่อาศัยและอาจต้องจัดทำทะเบียนบุคคลเพื่อช่วยเหลือในรายกรณี

ทางด้านแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคนทั้งที่ผิดและถูกกฎหมาย ซึ่งถูกกฎหมายมีอยู่เพียงแสนกว่าคนนอกนั้นผิดกฎหมายหมดก็จะให้ดูแลทางด้านกฎหมาย จัดทำทะเบียน แต่ที่กังวลมากคือเรื่องการรักษาพยาบาล โรคระบาด ซึ่งมีข้อเสนอมาว่าให้จัดที่อยู่อาศัย โดยเข้าไปจัดระเบียบชุมชนในกระทรวงมหาดไทย ส่วนแรงงานนอกระบบที่อยู่ในประกันสังคมมี9.4ล้านคนและอยู่นอกประกันสังคมที่อยู่ในภาคเกษตร ภาคบริการ ก่อสร้าง โรงงานอีกประมาณ 24.1ล้านคน สำหรับกรณีกลุ่มคนภาคใต้ได้พูดถึงการเยียวยาและระบบดูแลเรื่องสุขภาพจิตเพราะปัจจุบันมีเด็กกำพร้าเกือบ 4,000 คนและหญิงหม้ายประมาณ 1,500 คนและเรื่องระบบการให้ความเป็นธรรมในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ์ อีกกลุ่มคือผู้ติดเชื้อHIVและผู้ป่วยเอดส์คาดมีอยู่ 1.1ล้านราย ส่วนผู้ป่วยเอดส์จากรายงานล่าสุดมีอยู่ 3.4 แสนรายซึ่งกังวลเรื่องมาตรการดูแลกลุ่มที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ติดเชื้อและป่วยที่ยังเข้าไปไม่ถึงอีกประมาณ 1หมื่นคน

“เราไม่ได้กังวลเรื่องการใช้งบประมาณเพื่อเข้าไปจัดการ เนื่องจากเรามีภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการจัดสวัสดิการต่างๆเพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐ นอกจากนั้นยังมีแหล่งเงินที่มาจากด้านอื่นเช่นแรงงานต่างด้าวก็มีการเก็บเงินเข้ากองทุน ซึ่งขณะนี้ถึงเวลาที่จะต้องปรับแนวคิดเรื่องสวัสดิการสังคมที่จะต้องดูแลกลุ่มคนที่ต้องดูแลให้ทั่วถึงจึงต้องมีหลายองค์กรหลายภาคส่วนเข้ามาดูแล”

Share

แสดงความคิดเห็น



:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: