Get Adobe Flash player

“ในหลวง”รับสั่งทุกหน่วยแก้ปัญหาน้ำ เตรียมรับมือน้ำแล้งในอนาคต

Fri, 30 Jul 2010 19:12:31 +0000  
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป

วันนี้ (30 ก.ค.) นายเฉลิมเกรียติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(กปร) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยทรงมีพระราชประสงค์ให้ทุกหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งประเทศ ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อเตรียมวางแผนร่วมกันรับมือปัญหาน้ำที่จะขาดแคลนมากขึ้น โดยให้มุ่งเน้นการบริหารน้ำและบริหารแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้มีการจัดการที่ ร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขณะนี้น้ำสำรองของประเทศมีอย่างจำกัด หากทุกหน่วยงานไม่มองภาพรวมว่าจะประหยัดน้ำกันอย่างไรในอนาคตจะเกิดปัญหา หนักมากขึ้น ทั้งน้ำที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมองหาจุดที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งมากไป นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเรื่องการสร้างประตูกันลำน้ำเพื่อกักเก็บไว้ใช้ในพื้นที่ได้ ทั้งหน้าแล้งและระบายออกแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ปล่อยน้ำทิ้งออกทะเลหรือลงสู่แม่น้ำโขง โดยสูญเปล่า รวมทั้งการสร้างแหล่งน้ำชุมชน ฝายชะลอน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นและให้สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงว่ากระทรวงเกษตรฯเตรียมทำโครงการ หนึ่งแหล่งน้ำหนึ่งจังหวัด เพื่อให้การจัดหาแหล่งน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการของชุมชน ทั้งประเทศ โดยได้สั่งการให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดไปทำงานบูรณาการกับหน่วยงาน ของกระทรวงเกษตรทั้งหมดในแต่ละจังหวัดเพื่อร่วมกันจัดหาพื้นที่สร้างแหล่ง น้ำในแต่ละจังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรระดับจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดทำแผนเบื้องต้นในการปฏิบัติการตามโครงการดังกล่าว กลับมาที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงฯภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยจะมีคณะอนุกรรมการบูรณาการแผนฯที่มีนายจักรี สุจริตธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานพิจารณาเพื่อนำสู่คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบบริหาร จัดการน้ำเพื่อการเกษตร ที่มีปลัดกระทรวงเป็นประธาน พิจารณาเสนอเข้าที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงเพื่อประเมินผลความสำเร็จร่วมกัน เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ภายในงบประมาณปี 2554 นี้ โดยอย่างช้าต้นปี 2554 จะต้องมีการเริ่มโครงการได้ทันที

“โครงการนี้จะเป็นบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและกระตุ้นเศษรฐกิจในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยจะนำร่อง 2 เขต 9 จังหวัดที่มีความพร้อม ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี จันทรบุรี และตราด ซึ่งการจัดหาแหล่งน้ำในจังหวัดเหล่านี้อาจจะไม่ใหญ่มากแต่เน้นในเรื่องการ ขยายระบบการกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพและใช้น้ำได้เต็ม ศักยภาพ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าทุกหนึ่งเดือน เมื่อครบ 6 เดือนจะมีการประเมินผลของโครงการอีกครั้งว่าจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไร”นาย ธีระ กล่าว

รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าวต่อว่าขณะนี้ชาวนาสามารถเริ่มปลูกข้าวนาปีได้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่เพราะมีฝนตกลงอย่างต่อ เนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางมีฝนตกหนักมากว่าในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รวมทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศเริ่มมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นโดย เฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเข้ามาจากพายุโกเซิน อีก 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อดูจากการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศนานาชาติเชื่อว่า ปรากฎการลานีญา จะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม และฝนตกมากกว่าค่าปกติ ทำให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากและสามารถส่งน้ำสนับสนุนการทำ นาได้ในทุกพื้นที่

นายธีระ กล่าวอีกว่าทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯจะเตรียมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ฉบับที่ 11 โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งจากการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกษตรกรต้องการให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร โดยแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน การใช้ที่ดินทำกินอย่างต่อเนื่อง การคุ้มครองที่ดินเพื่อการเกษตร การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตร โดยการตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาขึ้นมาโดยเร็ว รวมทั้งการออกกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้สภาเกษตรกร สามารถทำหน้าที่ดูแลปกป้องเกษตรกรได้เต็มที่

Share

แสดงความคิดเห็น



:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: