พร้อมรับแรงกระแทกหลังปลดล็อก
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2561 เวลา 08:35 น.

 

ปล่อยผีเต็มตัว

 

ปรากฏการณ์ใช้มาตรา44 ปลดล็อกคำสั่งคสช.ลอตใหญ่ 9 เรื่อง ทั้งการคืนอิสรภาพให้ฝ่ายการเมืองเคลื่อนไหวดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ การคืนสิทธิการชุมนุมเกิน 5 คน ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป พร้อมกับการปลดล็อกการทำธุรกรรมการเงินของนักการเมืองที่ติดแบล็กลิสต์

 

เคาะระฆังเริ่มฤดูกาลหาเสียง ได้เวลาเดินเคร่ืองขายฝันออกนโยบายมัดใจประชาชน

 

ต้อนรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 ธ.ค.2561 หลังครบกำหนด 90 วัน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

นักเลือกตั้งตีปีกเริงร่า หลุดการมัดตราสังข์มาเกือบ 5 ปี นับแต่การรัฐประหารเดือนพ.ค. 2557 

 

สิ่งที่เรียกร้องมานาน ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการ ได้เวลาขยับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างจริงๆจัง ทุกพรรคได้สิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีการเหลื่อมล้ำอีกต่อไป

 

ถนนทุกสายมุ่งสู่สนามเลือกตั้ง เหลือแค่รอการประกาศพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ม.ค.2562 ตามปฏิทินที่คสช.วางไว้

 

แนวโน้มการห้ำหั่น เปิดสงครามน้ำลายส่อเค้าดุเดือดขึ้นหลังจากนี้ 

 

อย่างที่เห็นช็อตการออกตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศชูธงร่วมกันแก้รัฐธรรม นูญฉบับถ่วงความเจริญ ต้อนรับการปลดล็อกทางการเมืองทันทีทันใด

 

โหมอารมณ์กองเชียร์ ส่งสัญญาณบู๊ทวงอำนาจคืน ในห้วงที่เรตติ้งของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กำลังติดลมบน 

 

นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำลังตีนโยาย 30 บาท ยุค “ทักษิณ” แตกกระเจิง

 

ตามปรากฏการณ์ที่ผู้มีรายได้น้อยทุกพื้นที่แห่ไปต่อคิวกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย แถวยาวเหยียดเพื่อรับเงินสวัสดิการ 500 บาท ที่รัฐบาลมอบให้เป็นของขวัญเอาไปจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลปีใหม่

ครองใจชาวบ้านที่กำลังอินชื่นชอบแคมเปญอัดฉีดเงินเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างจับต้องได้ในทันทีทันใด

 

หลายพื้นที่ส่งเสียงเชียร์ชัดเจน ประกาศจะลงคะแนนให้ “ลุงตู่”เป็นนายกฯต่ออีกสมัย เพื่อมาสานต่อโครงการยี่ห้อประชารัฐ

 

นั่นย่อมสร้างความหวั่นไหวให้นักการเมืองอาชีพที่ถูกแช่แข็งมานาน ไม่มีผลงานมาชวนเชื่อแก่ประชาชน 

 

กระทบฐานคะแนนนิยมเจ้าถิ่นดิ่งลงเรื่อยๆ ต้องไล่บลัฟหั่นเครดิต“บิ๊กตู่”ทุกทาง ที่ขณะนี้หลายพรรค รุมกินโต๊ะผู้้นำคสช. ถูกจับโยงยื่นใบสั่งให้กกต.เปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งไม่ให้มีชื่อและโลโก้พรรคบนบัตรเลือกตั้ง 

   

และมีแนวโน้มถูกกระหน่ำหนักขึ้นตามเสียงปี่กลองการเมืองที่รัวดังขึ้นเรื่อยๆ

  

ที่ต้องเจอรุกหนักแน่ๆคือการกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ตามลูกเขี้ยวจากหลายค่ายการเมืองที่รุกไล่ตลอดเวลา ไม่ให้ใช้ตำแหน่งนายกฯเอาเปรียบคู่แข่ง

  

ยิ่งหาก 4 รมต.ค่ายพลังประชารัฐนำร่องไขก็อกออกจากตำแหน่งเมื่อใด แรงกดดันย่อมพุ่งใส่“บิ๊กตู่”ให้โชว์สปิริตลาออกตามลูกทีมหนักหน่วงมากขึ้น

    

ไปๆมาๆอาจต้องปรับเกม ห้าม 4 รมต.ลุกจากเก้าอี้ตามกระแสข่าว ทางหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้งานเกิดความสะดุด อีกทางเพื่อปิดช่องไม่ให้  “ลุงตู่” เจอทุบหนักยิ่งขึ้น

   

เพราะหากวัดจากบรรทัดฐานที่ผ่านมา สมัยรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็ไม่เคยมีใครโชว์สปิริต ต่างนั่งรักษาการอยู่บนเก้าอี้ผู้นำจนถึงนาทีสุดท้าย 

   

ฝ่ายการเมืองจะตั้งท่าจ้องด่าก็ทำได้ไม่เต็มปากเต็มคำ อีกทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ในบทเฉพาะกาลระบุให้ ครม.อยู่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าจะมีครม.ใหม่

    

ทั้งในแง่ความชอบธรรมและกฎหมาย “ลุงตู่”ยังลอยตัวบนเก้าอี้ผู้นำต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องไขก็อกให้เสี่ยงเกิดแรงกระเพื่อมในช่วงหลังปลดล็อกการเมือง 

    

สถานการณ์ภาพรวม “ลุงตู่” พร้อมเผชิญแรงกระแทกทุกรูปแบบหลังจากนี้ ต่อให้ไม่ไขก็อกก็ไม่ส่งผลกระทบอะไร 

    

เพราะนาทีนี้ ภูมิต้านทาน “ลุงตู่” แข็งแกร่งแซงหน้าคู่แข่งไปหลายเท่าตัว