"นุ่น รมิดา" เครียด "คุณแม่" ป่วยติดเชื้อพาบินรักษาตัวรพ.จีน
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ.2561 เวลา 16:03 น.

 

“นุ่น รมิดา” เครียดมีช็อคตอนแรกหลังทราบ “คุณแม่” ป่วยติดเชื้อพาบินรักษาตัวที่รพ.จีน รับหายห่วงโล่งใจคุณหมอรักษาดีทำแม่อาการดีขึ้น ขอบคุณ “หลุยส์ สก๊อต” ที่ค่อยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง ยันแพลนวิวาห์ไม่สะดุดรอดูจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสม ฟุ้งถ้าได้แต่งจริงขอจัดแบบเรียบง่ายเพราะกลัวสิ้นเปลือง

 

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงกันเป็นแถวเมื่อมีข่าวว่า “นุ่น รมิดา” หวานใจของหนุ่ม “หลุยส์ สก๊อตต์” น่าจะมีอาการเครียด เพราะคนในครอบครัวป่วย และอยู่ในการรักษาตัว เนื่องจากมีการเช็คอินที่โรงพยาบาล ที่กว่างโจว และที่สำคัญ “หนุ่มหลุยส์” ยังลงภาพจับมือพร้อมแคปชั่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งดีทั้งร้ายก็จะอยู่เคียงข้างตลอด #อยากให้รู้ @noonrami" ซึ่งล่าสุดเจอตัว “สาวนุ่น” ทางทีมข่าวก็เลยไม่พลาดจ่อไมค์ถามถึงประเด็นดังกล่าว เจ้าตัวเปิดใจปัญหามรสุมชีวิตครอบครัวที่เจอให้ฟังว่า “คุณแม่” ของตัวเองป่วย ตอนแรกเครียดช็อคพอทราบเรื่องนี้ เพราะไม่เคยมีคนในครอบครัวป่วยแบบนี้มาก่อนสภาพจิตใจเลยตั้งหลักไม่ถูก พอตั้งสติก็สอบถามปรึกษาคุณหมอที่รักษาโรคนี้โดยตรงให้คำแนะนำพาส่งตัว “คุณแม่” ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประเทศจีน เพราะตนไม่อยากให้ตัว “คุณแม่” ได้รับสารเคมีหรือผ่าตัด ขอพึ่งกระบวนการเลเซอร์และให้ยาสมุนไพรแบบจีนทำการรักษา “คุณแม่” ตัวเอง โชคดีที่อาการแม่ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงอย่างที่กลัวแค่ติดเชื้อ แล้วตอนนี้อาการก็ดีขึ้น เขาทำการเลเซอร์ไป 3 ครั้งดีขึ้นเหลือทำอีกครั้งก็รอดูอาการแล้วสามารถกลับบ้านได้ ตอนนี้สภาพจิตใจตัวเองก็ดีขึ้นแล้ว ขอบคุณแฟน “หนุ่มสก็อต” ที่มาอยู่ดูแลตนและ “คุณแม่” ที่ป่วยเป็นเพื่อนค่อยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจตลอดเวลา จนทำให้ความดีของฝ่ายชายเอาชนะใจพ่อแม่ของตนไปได้เต็ม ส่วนเรื่องแต่งงานจะต้องพับโครงการไปก่อนไหมเพราะแม่ป่วย อันนี้ “สาวนุ่น” บอกถ้ายังคบกันไปตลอดรอดฟังถึงเวลาที่เหมาะสมก็คงต้องทำตามประเพณี แต่ถ้าจริงๆ ขอจัดแบบเรียบง่ายภายในครอบครัวเพราะอยากเซฟงบจะได้ไม่สิ้นเปลืองจ้า

 

“นุ่น รมิดา เผยคนในครอบครัวป่วย เรื่องรายละเอียดดีเทลนุ่นขอไม่พูดตรงนี้ดีกว่ามันก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของครอบครัว ณ ตอนนี้มันโอเคหมดแล้ว แต่ตอนนั้นยอมรับตรงๆ แย่เหมือนกันค่ะ นุ่นพยายามหาทางเลือกอื่นที่จะรักษาแต่ตอนนี้จริงจะกลับมาแล้ว ไม่ได้มีปัญหาค่อนข้างร้ายแรงแต่ต้องเข้าใจนุ่นนิดนึง นุ่นไม่เคยเจอคนในครอบครัวป่วยช่วงจังหวะที่เขาป่วยนุ่นทำงาน แล้วมันอยู่ช่วงที่ต้องรีเฟอร์ว่าจะเขาไปโรงพยาบาลไหน นุ่นไม่มีข้อมูลของการที่คนในครอบครัวเคยป่วย นุ่นพึ่งรู้จักรีเฟอร์ตอนแม่ป่วยเอารถไปรับโรงพยาบาลนี้ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่หนักสำหรับนุ่น แล้วมันก็ไม่ง่ายจะเอาเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ มันต้องเป็นหมอรับเคส มันก็ต้องดูว่ามีเตียงให้รึเปล่า มันเป็นเรื่องเครียดถามว่าตอนนั้นหลุยส์ลงไอจีมันเป็นสภาวะของนุ่นเองที่ฉันไม่อยากคุยกับใคร ช่วงนั้นมันประดังมีละครติดต่อเข้ามา ฉันจะรับหรือไม่รับ มันค่อนข้างเครียด มันไม่ใช่แม่ป่วยหนักขนาดนั้น ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามา กลัวเวลาจะไปดูแลแม่มันน้อย แต่ตอนนี้จัดสรรแฮปปี้มาก ไม่น่าเป็นห่วง

 

ตอนแรกช็อค มีความรู้สึกกดดันหมดเลย พยายามโทรหาโรงพยาบาลที่กทม. ฝากพี่ๆ หลายคนที่รู้จักหนูต้องทำยังไง เราไม่อยากใช้เส้นผลักดันให้แม่ฉันได้ห้องดีๆ ทุกคนบอกไปให้หาอาจารย์หมอสิ ไม่ใช่ไม่อยากนะ แล้วคนอื่นที่ป่วยหนักกว่าแม่เรา เราก็เอานะ รอดู เราได้อาจารย์หมอนะแต่เป็นที่ปรึกษาให้เรามากกว่า ถ้าเป็นในฟิวส์นี้หนูต้องทำไงต่อ ตอนนี้เจอพี่คนนึงว่ายังงี้ง่ายนุ่นไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาเลย แค่รักษาให้ถูกวิธีตรงจุด เลยตัดสินใจเอาแม่ไปที่นั้น แม่ไปอยู่ที่นั้นอาทิตย์เดียวเกือบปกติ ที่นั้นพยายามรักษาแบบแผนจีน นุ่นไม่อบากให้แม่โดนเคมีตลอดการรักษา อยากให้แม่ได้ยาสมุนไพรจีนควบคู่รักษากันไป นุ่นอยากบอกนะว่าแม่เป็นจุด แม่เขาดูทีวีด้วยกลัวกระทบจิตใจแม่ขนาดนอนป่วยด้วย ก็ไม่น่ากลัวอะไร นุ่นคุยกับหมอตลอดก็รักษากันไป คือตอนนี้แม่นุ่นสุขภาพดีขึ้นเยอะแล้ว ก็ยังรับงานละครไม่ได้ทิ้ง แจ้งทางผู้จัดละครว่าขอทำเรื่องให้แม่ก่อนให้ไปรักษา ตัวเราก็ไป หลุยส์ก็ไปอยู่ที่นู้นเตรียมทุกอย่างให้คุณพ่อที่ดูแลแม่อยู่ที่นั้น เตรียมทุกอย่างให้เวลาที่เราไม่อยู่ อย่างที่บอกรพ.ที่นั้นน่ารักมาก เขาเก่งเรื่องการรักษาเนื้องอกกับมะเร็ง นุ่นไม่ขอเจาะจงละกันเพราะเราได้อธิบายไปแล้ว มันกระทบจิตใจเราในฐานะคนในครอบครัวป่วย เรื่องงานเราก็แบ่งแยกออก เราก็เฮฮาไม่รู้จะเศร้าทำไม มันอยู่ในจุดที่ทุกอย่างดีหมด แม้ทั้งตัวแม่รู้ตัวเองว่าแม่ดีขึ้น เขาก็สู้ เขามีความรู้สึกไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้น โชคดีที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้อยู่ในจุดที่ทุกคนกลัว แค่มีภาวะเสี่ยงเฉยๆ

 

ตอนนี้ต้องรอดูคุณหมอค่ะ ว่าถ้าหมอบอกโอเคก็ได้กลับ แม่นุ่นไม่ได้เป็นร้ายแรงขนาดนั้นมันเลยกลายเป็นว่าต้องรอดูคุณหมอ จริงๆ นุ่นพูดแทนหมอไม่ได้ หมอบอกว่าแม่ร่างกายตอบสนองยาดี เมื่อวานนุ่นพึ่งออกจากคุณแม่ดูปกติมีร้องไห้นิดนึงลูกกลับบ้าน เบาใจขึ้นแล้ว แม่ไปรักษาตั้งแต่ 21 เดือนที่แล้ว ทุกอย่างดีขึ้น เรื่องค่าใช้จ่ายนุ่นโอเค จริงๆ แล้วพอๆ กับบ้านเรา ค่ารักษาแล้วแต่เคสแม่นุ่นยังไม่ถึงล้านเลย เอาตรงๆ แม่นุ่นติดเชื้อไป หนักไปในการดูแลบำรุง นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรน่ากลัว สบายๆ ค่ะแม่เราทั้งคน พี่หลุยส์อยู่ดูแลเราที่นั่นด้วย ไปถึงมือหมอก็ไม่น่าห่วงแล้ว รักษาไป 3 ครั้งโอเคแล้ว นุ่นไม่อยากให้แม่ผ่าตัด เลยไปทำที่นู้นดู เหลือรักษาครั้งสุดท้ายแล้ว ทำเลเซอร์ นุ่นว่าโชคดีที่ครอบครัวนุ่นไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้น ต้นเดือนจะไปรับกลับ

 

เรื่องงานแต่งต้องเบรคไปไหม เพราะแม่ป่วย นุ่นไม่คิดว่าจะแต่งอยู่แล้ว เป็นคนไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้ พี่คิดดูขนาดคนในครอบครัวเราป่วย เรารู้สึกว่าเงินพวกนั้น หนูยังมองเรื่องพวกนั้นมันเปลืองตังค์ คือชีวิตเราสำคัญกว่าการที่เราจะมานั่งจะจัดงาน เราอยู่ด้วยกันคบกันมานานมากแล้ว พอที่ทั้งสองครอบครัวมันสนิทใจกันหมด ยิ่งคนในครอบครัวนุ่นแม่ป่วย พ่อแม่จะเห็นน้ำใจของหลุยส์มาก เขาจะทิ้งลูกเรารึเปล่า เขาเจ้าชู้ไหม มันไม่มีแล้ว นุ่นมองว่าสิ่งนี้ คือพ่อแม่นุ่นรับหลุยส์ได้เต็มหัวอก ซึ้งน้ำใจที่หลุยส์ทำให้เต็มที่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแต่งไม่แต่ง พ่อแม่นุ่นเขาคิดว่าแล้วแต่ลูกละกัน ทุกวันนี้แม่คุยตลอด ขาห่วงการใช้เงินของเราตลอด นุ่นเลยมองว่างานแต่งงานมันสิ้นเปลือง คงทำเรียบง่ายที่สุด ใจเย็นๆ ค่ะ ถ้ายังอยู่กันต่อคงแต่งเพราะหนูอยากมีน้อง”