ปฏิรูปการเมือง "ลงคลอง" เข็น "ตำรวจ" กู้หน้าปะผุ
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เวลา 08:10 น.

 

 

แม้จะข่มอารมณ์เกรี้ยวกราดไว้แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มิด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หัวฟัดหัวเหวี่ยงหลัง “อาจารย์ปื๊ด”บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ออกมาชำแหละช่องโหว่กระบวนการปฏิรูปของรัฐบาลที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ หนักไปทาง“เสียของ” มองว่าตลอดระยะเวลา 4 ปี ยังพายเรืออยู่ในอ่าง นั่งทำแผนกันอย่างเดียวไม่มีรูปธรรม ตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ลอกคราบเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เรื่อยมาถึงคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ที่รัฐบาลตีฆ้องร้องป่าวว่าจบที่ชุดนี้แน่!

 

แต่ไปๆ มาๆ ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เบ็ดเสร็จทำได้แค่วาง“พิมพ์เขียว” ส่วนเรื่องการปฏิบัติ โยนไปให้ส่วนราชการเป็นคนผลิต “อาจารย์ปื๊ด”เลยเปรียบเปรยไม่ต่างอะไรกับการให้ผู้รับเหมาตรวจงานตัวเอง สรุปแล้วงานปฏิรูปประเทศยังอยู่แค่ในกระดาษ

 

คนอื่นพูดยังแค่เสียงนกเสียงกา แต่นี่ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย อยู่กับ คสช.มาตั้งแต่ยังไม่มีแม่น้ำ 5 สายด้วยซ้ำ นั่งยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวกันหลังขดหลังแข็งกับแก๊งเนติบริกร ทั้งมีชัย ฤชุพันธุ์ วิษณุ เครืองาม ผสมผสานกับพรเพชร วิชิตชลชัย มีหรือเสียงจะไม่ดัง

 

เหตุนี้กระมัง “บิ๊กตู่” เลยออกแอ็กชั่นแรงๆ ในทำนองตบปาก ให้ระวังการพูดการจาที่ทำให้คนเข้าใจผิด! เพราะไม่ต่างอะไรกับการล่อเป้า เผาบ้านตัวเอง พลันสิ้นเสียงอดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 บรรดานักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ขาประจำ ก็ออกมาต่อยอด รุมขย้ำเหยื่ออันโอชะ 

 

แถมยังมีมือดีขุดแผลในใจในอดีตระหว่าง “บิ๊กตู่” กับ “อาจารย์ปื๊ด” กรณีทำแท้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ที่ฝ่ายร่างกฎหมายเหมือนโดนหักหลัง จนต้องหลุดวลี “เขาอยากอยู่ต่อ” มาเพื่อเป็นการระบายอีก

 

อย่างไรก็ตามว่ากันตามเนื้อผ้าสิ่งที่ “อาจารย์ปื๊ด”พูดมา มันก็ใกล้เคียงความจริง ในความรู้สึกของคนเรื่องปฏิรูปที่รัฐบาลชูธงจนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรที่ รู้สึกได้ว่าเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้ แต่ขณะเดียวกันสำหรับ “บิ๊กตู่” มันก็ดูไม่แฟร์สักเท่าไหร่ เพราะก็แก้ไขปัญหามาได้แล้วหลายเรื่อง แค่คนไม่คิดว่ามันเป็นการปฏิรูป!

 

ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา ถ้าให้ความยุติธรรม มันก็มีหลายเรื่องที่ “บิ๊กตู่” ปลดล็อก สะสางในปัญหาที่รัฐบาลปกติแก้ไขไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมาย เรื่อยไปถึงการอำนวยความสะดวกกับประชาชนในการติดต่อราชการ ป้องกันปัญหาใต้โต๊ะ หรือแม้กระทั่งล่าสุดเรื่องการไม่ต้องพกบัตรประชาชน หรือสำเนาเอกสารติดตัวไปให้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน

 

ในนิยาม “บิ๊กตู่” นี่คือการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่สั่งสมกันมาเป็นสิบๆ ปี แต่ในขณะที่ความรู้สึกคนมองว่า มันเป็นการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลสมควรจะทำ ไม่น่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ของการปฏิรูป 

 

ระยะหลังมานี้เหมือนว่า รัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาผลงานปฏิรูป “ฝืด” เพื่อกอบกู้ศรัทธา อย่างที่มีคนเปรียบเปรยว่า ปฏิรูปเรื่องเล็ก 10 เรื่องคนนับเป็น 1 เรื่อง แต่ถ้าทำเรื่องใหญ่แค่เรื่องเดียว ไม่ต่างอะไรกับทำ 10 เรื่อง เลยหันไปปัดฝุ่นปฏิรูปตำรวจที่ตัวเองไม่กล้าแตะ
ตั้ง “ซือแป๋มีชัย” นั่งแท่นเป็นประธานเอง แล้วจับเอากรรมการปฏิรูปชุดเก่าๆ ผนวกกับนักกฎหมายแก๊งเนติบริกรมานั่งรื้อแผนพิมพ์เขียวของคณะกรรมการชุด ต่างๆ ในอดีต นั่งชำแหละกันแบบประชุมแต่ละครั้งได้ข้อสรุป เร็วกว่าทุกชุดที่เคยมีมา เป็นสัญญาณให้เห็นว่า เอาจริง!

 

ไม่มัวนั่งเขียนแผน วาดฝันสุดท้ายจบแค่กระดาษ เคาะมาหลายอย่างทั้งการแต่งตั้ง การแยกงานต่างๆ ทั้งจราจร ที่จะถ่ายเทไปให้ท้องถิ่น หรือ ท่องเที่ยว ป่าไม้ ให้ไปอยู่กับกระทรวงที่ตรงสายมากกว่า เรียกว่า ลดขอบเขตงานให้เล็กลงเพื่อแก้ปัญหาขูดรีด

 

ขณะที่ “มีชัย” สวมบท “สิงห์ซุ่ม” ลงตรวจโรงพักแบบไม่ให้ใครทันตั้งตัว เดินหน้ากันสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะ “บิ๊กตู่” ก็เร่งแล้วเร่งอีก ตั้งใจใช้เรื่องนี้กอบกู้วิกฤติศรัทธา เพราะจะว่ากันตามเนื้อผ้า ถ้ารื้อระบบตำรวจใหม่ได้จริง คนยกมือท่วมหัวอนุโมทนาสาธุ เหตุด้วยว่า เป็นเรื่องที่อยากเห็นที่สุดในบรรดาการปฏิรูปทั้งหลาย

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะกล้าหักหาญน้ำใจวงการสีกากี เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าไล่บี้จนปิดช่องทางทำกินตำรวจจนหมด ที่อาจเกิดคลื่นใต้น้ำขึ้น ตามคิวที่ยังไม่กล้าแยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญ ชุด“มีชัย”แค่แตะในลักษณะว่า คุณต้องยอมเสียบ้างเท่านั้นเอง เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล!

 

ส่วนเรื่องปฏิรูปการเมือง วันนี้นอกจากปฏิรูปไม่ได้แล้ว “บิ๊กตู่” ยัง พาถอยหลังไปอีก หลังแปลงร่างเป็นเครื่องดูดฝุ่น ตระเวนดูดนักการเมืองเพื่อขยายฐานอำนาจเอาไว้รองก้นตัวเองในการเป็นนายกฯ เทอมสอง เป็นยุทธวิธีโบร่ำโบราณ ที่ใช้กันมาเป็นสิบๆ ปี แต่ คสช.ยัง ไปขุดกรุเอามาใช้ 

 

ปฏิรูปการเมืองคือ สิ่งที่เสียของไปแล้วบริบูรณ์!!