วิชัย ศรีวัฒนประภา ปิดตำนานเจ้าพ่อดิวตี้ฟรีแสนล้านเมืองไทย
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2561 เวลา 13:16 น.

 

ข่าวดังสนั่นโลก

 

อุบัติเหตุสุดช็อก “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเสียการทรงตัว หมุนคว้างตกที่บริเวณลานจอดรถ สนามคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ย ประเทศอังกฤษ ระเบิดไฟลุกไหม้ เสียชีวิตยกลำ 5 คน

 

ภายหลังเพิ่งบินขึ้นจากสนามคิงเพาเวอร์ฯ ที่เพิ่งเสร็จการแข่งขัน ระหว่างทีมเลสเตอร์ซิตี้ กับ เวสต์แฮม เพียง 1ชั่วโมง

 

ปิดตำนานชีวิต “เจ้าสัวคิงพาวเวอร์”เมืองไทย ที่มีมูลค่าธุรกิจนับแสนล้านบาท

 

“วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าพ่อดิวตี้ฟรี ธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีเมืองไทย “คิงเพาเวอร์”  หรือชื่อนามสกุลเดิมคือ “วิชัย รักศรีอักษร” ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลใหม่เป็น “ศรีวัฒนประภา”

 

ศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมศึกษาวูดลอว์น สหรัฐอเมริกา  ปริญญาตรีคณะศิลปะศาสตร์ ม.รามคำแหง และคณะบรหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป สหรัฐอเมริกา

 

มีคู่ชีวิตคือ นางเอมอร ศรีวัฒนประภา มีลูกชาย-ลูกสาว รวม 4 คน ทำธุรกิจต่างๆมามากมาย  แต่มาบุกเบิกทำธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีอย่างจริงๆจังๆในปี 2532 โดยเปิดร้านดิวตี้ฟรีแห่งแรกที่อาคารมหาทุนพลาซ่า ย่านเพลินจิต

 

 

ก่อนขยายกิจการดิวตี้ฟรีไปต่างแดนหลายประเทศอาทิ ประเทศกัมพูชา ฮ่องกง เกาหลี รวมทั้งสนามบินในประเทศหลายจังหวัด ได้แก่ สนามบินเชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่

 

โดยในปี 2549 ได้รับสัมปทานใหญ่ในการให้บริการร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิ ขยายความยิ่งใหญ่กลายเป็นเจ้าพ่อดิวตี้ฟรีเมืองไทย

 

ประสบความสำเร็จกลายเป็นอาณาจักรภายใต้ยี่ห้อ “คิงพาวเวอร์” มีมูลค่านับแสนล้านบาท เป็นมหาเศรษฐีอันดับ5 ประเทศไทย และติดทำเนียบเศรษฐีโลกของนิตยสารฟอร์บ อยู่ในชาร์ตผู้ร่ำรวยอันดับที่ 388 ของโลก มีทรัพย์สิน 162,500 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจโรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ใจกลางกรุงย่านซอยรางน้ำ โรงละครอักษรา ภัตตาคารรามายณะ ล่าสุดทุ่มงบลงทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วนของโครงการมหานคร ได้แก่ โรงแรมจุดชมวิว Observation Deck ร้านค้าปลีกบริเวณพื้นที่รีเทล 4 ชั้น อาคารรีเทลมหานครคิวบ์ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น คิง เพาเวอร์ มหานคร เพื่อต่อยอดธุรกิจโรงแรมดิวตี้ฟรีและการท่องเที่ยว

 

ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล เป็นแฟนบอลตัวยงของทีมสิงโตน้ำเงินคราม “เชลซี” เคยเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ป้ายโฆษณาข้างสนามให้ทีมสิงโตน้ำเงินคราม

 

ด้วยความที่อยากเห็นนักฟุตบอลไทยโกอินเตอร์ไปต่างแดน เลยเข้ามาเทคโอเว่อร์ สโมรสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ปี2553 ด้วยวงเงิน 40 ล้านปอนด์ พาทีมจากที่อยู่ลีกรอง ระดับแชมป์เปี้ยนชิพ ขึ้นชั้นมาเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2013-2014

 

สร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์สโมสร พาทีม “จิ้งจอกมหาภัย” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2015-2016 ชนิดหักปากกาเซียน ทั้งที่มีอัตราต่อรองการเป็นแชมป์อยู่ที่ 5,000 ต่อ 1 ก่อนเปิดฤดูกาล

 

กลายเป็นขวัญใจที่ชื่นชอบของนักเตะ และแฟนบอลเลสเตอร์ซิตี้ ด้วยความเป็นคนมีอัธยาศัยดี และใจกว้าง

 

ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของทีมโอเอช ลูเฟน ทีมในลีกรองของเบลเยียม ที่มี “เจ้าตอง”กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ไปค้าแข้งอยู่

 

นอกจากฟุตบอลแล้วยังชื่นชอบกีฬาโปโล ถึงขั้นควักเงิน 10 ล้านปอนด์หรือ 500 ล้านบาท ซื้อสนามโปโลกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปลี่ยนชื่อมาเป็น “คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโลก พาร์ค”

 

เคยได้ร่วมทีมกับราชวงศ์อังกฤษร่วมแข่งขันโปโลในรายการ "เดอะ คิง เพาเวอร์ รอยัล ชาริตี โปโล คัพ 2017" ถือเป็นสามัญชนเพียงไม่กี่รายที่ได้ร่วมเล่นโปโลกับราชวงศ์อังกฤษ โดยเคยร่วมเล่นโปโลกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายวิล เลียมและเจ้าชายแฮร์รี

 

 

และยังเป็นผู้บุกเบิกนำกีฬาขี่ม้าโปโลเข้ามาในเมืองไทย ได้ก่อตั้งสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยปี 2547 โดยเป็นนายกสมาคมฯ คนแรก

 

ไม่ใช่แค่วงการธุรกิจและกีฬา แต่ชื่อของ “เสี่ยวิชัย” ยังรู้จักกันดีในสนามพระเครื่อง เพราะเป็นนักสะสมพระเครื่องระดับแถวหน้าของประเทศ ว่ากันว่า พระเครื่องของเจ้าพ่อคิงพาวเวอร์ฯมีมูลค่าอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท โดยครอบครองพระเครื่องดังๆไว้มากมาย

 

พาอาณาจักร “คิงเพาเวอร์”เติบโต ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มีมูลค่าทางธุรกิจนับแสนล้านบาท ขณะที่สโมสรฟุตบอล “เลสเตอร์ ซิตี้” ก็ประสบความสำเร็จ ยืนระยะอยู่ในเวทีพรีเมียร์ลีกได้

 

แต่จู่ๆก็กลายเป็นข่าวช็อกโลก เมื่อเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวประสบอุบัติเหตุตกที่ลานจอดรถ ข้างสนามคิงเพาเวอร์ สเตดี้ยม ประเทศอังกฤษ  เป็นผลให้ “เจ้าสัววิชัย” ทีมงานและนักบินรวม 5 คน เสียชีวิตยกลำ

 

ปิดตำนานความยิ่งใหญ่เจ้าสัวเมืองไทย จารึกให้คนรุ่นหลังได้จดจำ