สุวิทย์ เมษินทรีย์ ทิ้งตำราสู่สนามการเมือง สร้างทางเลือกใหม่
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2561 เวลา 13:38 น.

 

อีกหนึ่งทีมงานของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกส่งลงสนามการเมือง


“สุวิทย์ เมษินทรีย์” รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามารับบทบาทเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 


ศิษย์เก่าลูกแม่รำเพย ร.ร.เทพศิรินทร์ จบปริญญาตรีด้านเภสัชกรรม ม.มหิดล แต่เปลี่ยนเส้นทางมาเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาด คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 


ศิษย์รัก“สมคิด จาตุศรีิพิทักษ์” ที่นำไปฝากเป็นลูกศิษย์ของ ศ.ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่เจ้าตัวจะประสบความสำเร็จ คว้าใบปริญญาเอกกลับมา  


รู้จักกันในดีในแวดวงนักวิชาการ มีผลงานเขียนหนังสือหลายเล่ม บอกเล่าถึงความเป็นไปของโลกในอนาคตอาทิ “โลกพลิกโฉม :ความมั่งคั่งในนิยามใหม่, “จุดเปลี่ยนประเทศไทย:เศรษฐกิจพอเพียงในกระแสโลกาภิวัฒน์,The Marketing of Nations:A Strategic Approach for Building the National Wealth”


มีโอกาสทำงานในภาคการศึกษา ได้เป็นผอ.Sasin Institute of Global Affairs ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังเป็นกรรมการบริษัทเอกชนหลายแห่งอาทิ บมจ.ไทยออยล์ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กรรมการธนาคารนครหลวงไทย


เข้ามาสัมผัสเส้นทางการเมืองครั้งแรกปี 2546 ได้รับแต่งต้ังเป็นที่ปรึกษานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีบทบาทในการขัับเคลื่อนโครงการ “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือโอทอป 


หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี2557 ถูกดึงตัวมาช่วยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) รับบทเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย


ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีรับใช้รัฐบาล “ลุงตู่”มา 3ปี ได้เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 3กระทรวง เริ่มจากรมช.พาณิชย์ เดือนส.ค.2558  เข้ามาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ราคาสินค้า เนื่องจากมีประสบการณ์งานด้านเศรษฐกิจ 


เดือนธ.ค.2559 โยกมาเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อมาคุมงานสำคัญคือ เลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง  คอยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างความปรองดอง


สถานะปัจจุบันนั่งแท่น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คอยขับเคลื่อนผลักดันนโยบายไทยแลนด์4.0 ให้สัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม 


ล่าสุดมีหัวโขนในเก้าอี้รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นอีกตำแหน่ง หลังตัดสินใจกระโจนเข้าสู่สนามการเมือง 


หวังใช้ประสบการณ์ภาคการเมืองและธุรกิจที่เพาะบ่มมายาวนาน สร้างทางเลือกใหม่ให้คนไทย