"หนูแหม่ม" ตื่นเต้นจนตัวชาพบ "แหม่ม คัทลียา" ครั้งแรกในรอบ 12 ปี
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2561 เวลา 08:35 น.

 

“หนูแหม่ม สุริวิภา” ตื่นเต้นมีตัวชาหลังได้เจอ “แหม่ม คัทลียา” ครั้งแรกในรอบ 12 ปี รับคุณแม่อีกฝ่ายเป็นกาวใจให้คืนดีกัน แจงไม่ได้ปรับความเข้าใจงดพูดถึงอดีตเพราะหวั่นกระทบจิตใจลูกๆของอีกฝ่ายเวลาเสพสื่อ ขอไม่เร่งรัดปล่อยเป็นธรรมชาติหลังแฟนๆลุ้นเชียร์ให้มีงานคู่กัน บอกยินดีรับหากผู้ใหญ่สนใจ แฮปปี้ติดต่อพูดคุยได้สนิทใจเหมือนเดิม

 

เป็นมิตรภาพที่ดีตัดกันไม่ขาดจริงๆเลย ถึงแม้อดีตจะต้องเจอกับมรสุมครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต จนทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกลายเป็นเกาเหลาชามใหญ่ แต่ท้ายที่สุดวันเวลาก็ช่วยเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้นได้อีกครั้ง


สำหรับสองพี่น้องคู่ซี้ "แหม่ม คัทลียา" และ "แหม่ม สุริวิภา" ที่กลับมากอดคอจับมือคืนดีประสานรอยร้าวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากหวนโคจรร่วมงานกันในรอบ 12 ปีทำเอาแฟนๆลุ้นว่าคู่นี้จะมีผลงานจ่อพิธีกรลงรายการคู่กันอีก ล่าสุดเจอตัว “หนูแหม่ม” เจ้าตัวก็ได้เปิดใจเรื่องนี้ให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้มีเจอกันครั้งแรกก่อนที่ร้านทำเล็บของตัวเอง โดยมี “คุณแม่” ของ “สาวแหม่มแคท” เป็นตัวกลางประสานให้ตนกลับมาพูดคุยกัน ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวพูดตามตรงตื่นเต้นออกการตัวชาไปทั้งตัว ด้านสามี “บ๊อบบี้” ก็ออกอาการดีใจซึ้งน้ำตาไหลแทน ที่เห็นเราทั้งคู่กอดคอกลับมาคืนดีกันและหลังจากนั้นก็ไปเจอ “แหม่มแคท” ที่มาร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการของตัวเองก็พูดคุยทักทายกันได้สนิทใจเหมือนเดิม โดยไม่คิดรื้อฟื้นเรื่องอดีตหรือปรับความเข้าใจกันขอก้าวข้ามผ่านเพราะหวั่นลูกๆของ “แหม่มแคท” เวลาเสพสื่อไปเจอข่าวก็จะผุดเรื่องนี้มาถามทำให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ส่วนที่แฟนๆลุ้นอยากให้มีงานคู่กันนั้น เจ้าตัวบอกยินดีรับหากผู้ใหญ่ทาบทาม แต่อยากเร่งรัดกันเพราะทุกวันนี้ต่างคนต่างใช้ชีวิตกันอย่างแฮปปี้พูดคุยถามสารทุกข์เป็นห่วงกันเหมือนเดิมจ้า

 

 

“หนูแหม่ม เผยเรื่องที่กลับมาคืนดีกับแหม่มแคท ลุ้นให้มีงานคู่ ก็ไม่ได้ปิดโอกาสนะค่ะ มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ หรือตอนไหน คงบอกไม่ได้ แต่ว่าถ้าถามโอกาสมีไหม ไม่ได้ปิด ก็น่าจะเป็นไปได้ จริงๆเราเจอกันก่อนหน้านั้น คุณแม่น้องแหม่มเป็นคนประสานให้เราเจอกัน วันนั้นตื่นเต้นกว่า แต่วันที่วัดอัดรายการก็ปกติ แค่รู้สึกไม่เจอกันตั้งนาน แค่ทักทายก่อนเหมือนเคยที่เราเคยเจอมา เจอกันครั้งแรกชาไปทั้งตัว เจอที่ร้านเล็บแม่พามา คุยเรื่องค้างคาใจไหม เหมือนมันข้ามชอตไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรที่เอากลับมาพูด จริงๆแล้วความรู้สึกลูกๆน้องแหม่มสำคัญที่สุด จริงๆทุกคนอยากถามว่าต้องเคลียร์ปรับไหม จริงๆพี่คิดว่าน้องๆโตขึ้นทุกวันอ่านหนังสือได้ น้องอาจจะเสพสื่อโดยพ่อแม่ไม่อยู่ ความรู้สึกของน้องกระทบกระเทือนด้วยสื่อโดยที่น้องไม่เข้าใจ มันกลายเป็นต้องมาเล่ากันใหม่ ก่อนที่จะเล่าให้น้องฟังเวลาจะเนินนานไป หนูแหม่มก็เลยมองว่าอะไรที่มองข้ามไปได้ก็ให้มันข้ามไป เพื่อที่จะได้มาต้องอธิบาย กลับกลายเป็นว่าปัญหาที่เคยเกิดต้องมาเล่าใหม่ทำให้มีปัญหาอีกรอย ทำให้คนรุ่นเล็กๆหลานๆเราเลยมองข้ามไปว่าอันไหนที่เราเคยข้ามไปแล้วไม่ควรมองย้อนกลับไปอีก มันโล่งตั้งแต่วันนั้นแล้ว จริงๆมันเป็นแค่อารมณ์นึงที่เรารับมือไม่ได้ ตัวหนูแหม่มวันนั้นรับมือไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์ เลยไม่รู้จะรับมือกับวันนั้นยังไง มันเลยกลายเป็นอารมณ์ที่ทุกคนเห็น แต่ถ้าวันนี้มันตลกผลึกขึ้นอีก เราอาจรับมือได้ดีกว่า หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างยุ่ง น้องเองต้องไปอังกฤษสลับไปมาที่ไทยเพราะลูกชายคนโตอยู่อังกฤษ มันเลยดูไลฟ์สไตล์คนข้างแตกต่างกัน หนูแหม่มออกกำลังกายตลอด ถ้าวันไหนน้องแอบเห็นอ้วนขึ้นน้องออกกำลังกายสิ กลายเป็นว่าชวนกันออกกำลังกาย พี่หนูแหม่มออกกำลังกายหนักน้องไม่ง่า กิจกรรมต่างกันเลยไม่ได้เจอ แต่ว่าเรื่องงานมีงานได้เจอกันบ้าง เราชอบลูกแหม่มด้วยแพ้ทางเด็ก ผู้ใหญ่ยังไม่มีทาบทาม เราสองคนไม่ปิดโอกาส ถ้ามันเหมาะสมทุกคนคิดว่า เป็นภาพที่ทุกคนเห็นว่าเป็นบวกมากกว่าลบมันน่าจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเรารู้สึกต่างคนต่างยุ่ง จะดันให้เกิดขึ้น คงไม่ใช่ภาพนั้น จริงๆเราก็ดีใจที่เห็นเราสองคนกลับมาเหมือนเหมือน ถ้าเกิดขอมห้เกิดเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าไปฟื้นค่ะ

 

ด้าน “บ๊อบบี้” เผยวันนั้นก็ดีใจ ที่ร้านเล็บ น้ำตาไหล ซึ้ง แค่กลับมาเฮฮารู้สึกดี โล่งใจครับ”