"เบิ้ล ปทุมราช" อัพเดทอาการป่วยดีขึ้นบำรุงตามหมอสั่ง
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2560 เวลา 10:13 น.

 

"เบิ้ล ปทุมราช" ทรุดนอนไม่พอปรับสภาพอากาศไม่ทันหลังกลับจากเล่นคอนเสิร์ตที่บาห์เรนถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลแอดมิด 1 วัน ออกไปรับงานต่ออ้วกใส่ต่อหน้าแฟนคลับที่มารอรับสนามบินครั้งแรก เผยอาการดีขึ้นบำรุงตัวเองด้วยการกินนมตามหมอสั่ง โต้รับโกยรับงานก่อนไปรับใช้ชาติ แจงความสัมพันธ์ "กระแต อาร์สยาม" แค่พี่น้องเป็นห่วงกันตามปกติ 

 

ทำเอาออกอาการน็อคซะแล้ว สำหรับนักร้องลูกทุ่งหนุ่มสุดฮอตแห่งค่ายอาร์สยาม "เบิ้ล ปทุมราช" ที่หลังเดินทางกลับจากไปร้องเพลงที่ประเทศบาห์เรน ก็มีอาการเวียนหัว วูบ อาเจียน ทานอาหารไม่ได้ จนต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการไป โดยแพทย์เจ้าของไข้ ได้ทำการเอกซเรย์ และตรวจภาวะการเต้นของหัวใจ พบว่าอัตราการเต้นของหัวใจ เร็วกว่าปกติ และดูอ่อนเพลีย แต่ไม่มีไข้ จึงได้ให้นักร้องหนุ่มนอนพัก ให้น้ำเกลือ ส่วนสาเหตุของอาการป่วยครั้งนี้เกิดจากอะไร หนุ่ม "เบิ้ล" มีคำตอบว่าเป็นคนนอนหลับยาก พักผ่อนไม่เพียง และไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศปรับเปลี่ยนสภาพอากาศไม่ทัน ทั้งที่ตนมีอาการเพลียนก่อนเดินทางแล้ว ทำให้กลับมาต้องแอดมิดทันทีทำให้งานที่รับไว้ในช่วงเย็นของค่ายที่ต้องไปร้องเพลงเปิดตัวซีรย์ต้องยกเลิกไปเพราะทางคุณหมอได้ให้น้ำเกลือและยานอนหลับให้ได้พักผ่อน ก็นอนโดนที่โรงพยาบาลวันเดียวและวันรุ่งขึ้นต้องออกไปรับงานด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่หายดี ทำให้เอาเจ้าตัวถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตนออกทนไม่ไหวหลังแฟนคลับไปรอต้อนรับที่สนามบิน บอกเป็นครั้งแรกที่มีอาการหนักหน่วงขนาดนี้ แต่ตอนนี้สุขภาพก็กลับมาเป็นปกติเพราะดูแลตัวเอง หาเวลาพักผ่อน สรรหาอาหารที่มีประโยชน์ และยาบำรุง รวมถึงดื่นนมเป็นประจำตามคำแนะนำคุณหมอ ยืนยันไม่ได้โหมรับงานเกินเหตุเพื่อจะรีบโกยรายได้ก่อนไปรับใช้ชาตินานถึง 2 ปีเต็มในปีหน้า พร้อมแจงความสัมพันธ์กับนักร้องสาวร่วมค่าย "กระแต อาร์สยาม" เป็นพี่น้องที่เป็นห่วงเป็นใยกันเหมือนเดิมไม่ได้เป็นแฟนกันตามที่มีข่าวลือแน่นอน 

 

 

"เบิ้ล ปทุมราช กลับมาป่วยจากคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ เราเหนื่อยก่อนที่จะไปต่างประเทศ ซึ่งเรานอนไม่สนิทเป็นคนที่นอนยากตื่นง่าย นอนตีสามสี่มาสะดุ้งตื่นหกโมงทุกเช้า พอเราฝืนจะหลับเราก็ร้อนตา มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สงสัยตัวเองไปต่างประเทศกลับมาครั้งนี้จะต้องแอดมิด สมพรปากด้วย พอเราไปถึงที่บาห์เรนเวลาแตกต่างจากประเทศไทย ช้ากว่า 5 ชม. เราไปถึงตีห้าของเมืองไทยเป็นเวลาเที่ยงคืนที่นั้น ปกติง่วงอยู่แล้ว ทำไมคิดไม่ถึงเวลานอน เราเลยไม่ได้นอน นอนก็เจ็ดโมง เราก็ไปนอนที่นั้นหลับไม่สนิทเหมือนเดิม พอไปขึ้นคอนเสิร์ตรู้สึกไม่ไหว จริงๆวันนั้นถ้าไม่สงสารแฟนคลับ ไม่เห็นเขามารอดูเรา จริงๆถ้าเป็นประเทศไทยเราจะบอกไม่ไหวผมขอ แต่ที่นู้นเห็นแววตาคนอีสานเขารอดูเราสิ่งไหนที่เราฝืนได้ก็นิดนึงอ่า จริงๆผมก็รักตัวเอง ก็ขึ้นไปสักพักนึง หามะนาวพยายามบิ้วให้ขึ้นเวทีได้ ด้วยสีหน้าอยากนอนเป็นลมทรุดให้ได้ วันนั้นเป็นคอนเสิร์ตเอาคนป่วยมาร้องเพลงให้ฟัง

 

วันนั้นกลับมาแอดมิดเลยเช็คหัวใจ เบิ้ลเลยถ่ายรูปส่งให้ผจก.ดู ผมเห็นข่าวตัวเองน่าตกใจมาก ที่จริงๆ ผมไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น ภาพมันคือใส่น้ำเกลือปกติ วันนัเนผมต้องไปทำงานที่หนุมานร้องเพลงประกอบซีรีส์ แต่หมอให้ยานอนหลับ ถ้าตื่นแล้วสบายรู้สึกตัวผมจะไปงานต่อ สรุปสลบถึงเย็นครับ ไปงานต่อไม่ได้ ไม่มีโอกาสเจอกับใครเลยวันนั้น สุดท้ายพลาดงานเลย ทีมงานเข้าใจ บอกไม่เป็นไรเบิ้ลรักษาสุขภาพร่างกายก่อน เบิ้ลอยากอยู่สองวันแอดมิด มีงานต่อที่รับไว้ ร้องเพลงเสร็จปุ๊ปอ้วก ไม่สามารถร้องเพลงได้เลย ซึ่งผมเองอยากถ่ายรูปด้วย แฟนเพลงไปรับผมอ้วกต่อหน้าแฟนเพลงเลยที่สุวรรณภูมิวันนั้นไม่รู้เรื่องแล้วอยากนอนกินยาพักผ่อน หมอบอกการนอนไม่อิ่ม 8 ชม. และเราไปเจอสภาพอากาศที่บาห์เรนด้วย ในการนอนไม่ตรงกัน ความร้อนอากาศ นอนไม่พอนอนไม่อิ่ม เบิ้ลไม่ใช่โหมรับงานหนักก่อนรับใช้ชาติ เราก็กินอาหารที่เป็นประโยชน์กินนมเยอะหลายกระป๋อง ผมว่าสบายรับกับปีที่แล้ว ค่าตัวสูงขึ้น มีวันพักมากขึ้น เงถือว่าได้กำไรชีวิตสิ่งที่เราลืมร่างกายเราไม่ไหว มันไม่น่ามีผลอะไรกับผม ไม่ถึงหนักเลย ไม่เคยเร่งหากอบโกยอะไร 

 

ก่อนเราก็สบายๆ ไม่ได้คิดอะไรหนัก พ่อแม่ก็ทำงานสุจริต ชาวนามีรายได้ ความสัมพันธ์พี่กระแตทักทายเหมือนปกติ ทุกคนเป็นห่วงผมหมดแหละแต่โฟกัสที่พั่กระแตเฉยๆ จริงๆไม่ได้เป็นแฟนกันครับ"