ต่างประเทศ

"คิม จองอึน" เดินทางมาเจอ "ทรัมป์" ที่เวียดนามด้วยรถไฟ

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 21 ก.พ. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวอย่างน้อย 2 คนซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมงานด้านโจลิสติกส์และความปลอดภัย ว่าหลายฝ่ายในเวียดนามกำลังเร่งเตรียมอำนวยความสะดวกให้กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือและคณะ ในการเดินทางมายังเวียดนาม "ด้วยการคมนาคมทางบก" ที่จะเริ่มด้วยการโดยสารขบวนรถไฟ แตกต่างจากการประชุมครั้งแรกกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือและคณะเดินทางด้วยเครื่องบิน   ทั้งนี้ หากต้องการให้ถึงกรุงฮานอยตามกำหนดคือภายในวันที่ 25 ก.พ. นี้ ผู้นำเกาหลีเหนือและคณะต้องออกเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันครึ่งจากกรุงเปียงยาง ผ่านจีนทั้งประเทศ และขบวนรถไฟจะสิ้นสุดที่จุดผ่านแดนในเมืองด่งดาง ในจังหวัดหลั่งเซิน ทางเหนือสุดของประเทศ ต่อจากนั้นนายคิม จอง-อึนและคณะจะเดินทางด้วยรถยนต์อีกเป็นระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตรมายังกรุงฮานอย   ขณะที่สถานที่จัดการประชุมระหว่างผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. นี้ มีรายงานว่าอาจเป็นทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอาณานิคม หรือโรงแรมเมโทรโพล หรือโรงแรมเมเลีย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล โดยกระแสคาดเดาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีผู้พบเห็นนายคิม ชาง-ซอน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลเกาหลีเหนือ เดินทางไปสำรวจสถานที่ทั้งสามแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตใจกลางกรุงฮานอย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา   นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า นายคิม จอง-อึน เปลี่ยนทีมงานผู้ติดตามในการเยือนเวียดนามครั้งนี้ "แทบทั้งหมด" เมื่อเทียบกับคณะผู้ติดตามในการประชุมที่สิงคโปร์ โดยตำแหน่งที่น่าจับตาคือนายคิม ฮยอก-ชอล ทูตพิเศษด้านกิจการสหรัฐของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งเป็นอดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงมาดริด จะทำหน้าที่แทนนางโช ซอน-ฮี รมช.กระทรวงการต่างประเทศผู้มากประสบการณ์ โดยนายคิม ฮยอก-ชอล มีอายุอยู่ประมาณ 40 ปีเท่านั้น และหลายฝ่ายมองว่าท่านผู้นำต้องการให้ภารกิจนี้คือบททดสอบ "ความซื่อสัตย์" ของนายคิม ฮยอก-ชอล   ที่มา เดลินิวส์   ที่มา เดลินิวส์

อ่านเพิ่มเติม