ต่างประเทศ

หัวเว่ยท้าสหรัฐฯโชว์หลักฐานเป็นภัยความมั่นคง

  "หัวเว่ย" ขอให้สหรัฐและพันธมิตร "แสดงหลักฐาน" ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย "มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง" ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นทายาทคนโตของเจ้าของบริษัทยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่แคนาดา   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่านายเคน หู ประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย แถลงเมื่อวันอังคาร ที่เมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย ว่าบริษัทกำลังเผชิญกับ "ความท้าทาย" ครั้งยิ่งใหญ่ในโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบโทรคมนาคม จากการที่บางฝ่ายพยายายามเชื่อมโยงอุดมการณ์กับภูมิศาสตร์การเมืองให้เป็น "เรื่องเดียวกัน" โดยเตือนว่าการกีดกันหัวเว่ยออกจากการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครือข่าย 5 จี ไม่ว่าจะในตลาดออสเตรเลียและอีกหลายประเทศบนโลก จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคซึ่งต้องจ่ายแพงขึ้น และจะกลายเป็นการชะลอความก้าวหน้าของนวัตกรรมด้านนี้ไปโดยปริยาย   ทั้งนี้ นอกจากออสเตรเลียแล้ว นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซึ่งล้วนเป็นพันธมิตรของสหรัฐ ระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยที่รองรับระบบ5จี ภายในหน่วยงานของรัฐ และไม่อนุญาตให้บริษัทมีส่วนร่วมในโครงการประมูลของรัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าว "ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง" ซึ่งสหรัฐเป็นประเทศแรกที่ "นำร่อง" ในเรื่องนี้ ซึ่งนายหูกล่าวว่านโยบายดังกล่าวของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐล้วนเป็นการดำเนินการโดยปราศจาก "หลักฐานเชิงประจักษ์" และนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2530 รัฐบาลปักกิ่งไม่เคยติดต่อมายังหัวเว่ยเพื่อขอเข้าถึงข้อมูลใด หากรัฐบาลวอชิงตันหรือประเทศใดซึ่งมีความวิตกกังวลในเรื่องนี้ "แล้วมีหลักฐาน" ขอให้นำออกมาแสดงเพื่อให้ทราบทั่วกัน นายหูกล่าวต่อไปด้วยว่า หัวเว่ยเป็นบริษัทที่มี "ประวัติสะอาด" มาตลอด ปัจจุบันหัวเว่ยยังคงมีสำนักงานและศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลอยู่ในหลายประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ อีกทั้งมีแผนลงทุนในส่วนนี้เพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 66,000 ล้านบาท ) ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ด้วย และยืนยันว่ามาตรการกดดันของตะวันตกไม่ส่งผลต่อยอดขายของหัวเว่ยที่แตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.3 ล้านล้านบาท ) แล้วในปีนี้ อนึ่ง การแถลงของนายหูซึ่งปกติแล้วแทบไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน เกิดขึ้นในช่วงที่แคนาดาควบคุมตัวน.ส. เมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชี ( ซีเอฟโอ ) ของหัวเว่ย ภายใต้เงื่อนไขของการประกันตัว ที่เมืองแวนคูเวอร์ หลังจับกุมเธอเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามมายจับของสหรัฐ ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านด้ยการตั้งบริษัทบังหน้าระหว่างปี 2552 ถึง 2557 โดยศาลมีกำหนดไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 6 ก.พ. ปีหน้า ว่าจะส่งตัวน.ส.เมิ่งให้แก่รัฐบาลวอชิงตันหรือไม่ แต่ในเวลาเดียวกันทางการจีนควบคุมตัวพลเมืองแคนาดาเอาไว้อย่างน้อย 2 คนด้วย อนึ่ง น.ส.เมิ่งเป็นบุตรคนโตนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ )

อ่านเพิ่มเติม