“บัวแก้ว” ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด
กุมภาพันธ์ 2, 2012 by pafrank
Filed under อาชญากรรม-ภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 02 ก.พ. 55 เวลา 13.40 น. นาย ชุมพร เรือนใจดีประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก เปิดเผยว่า นาย สุรพงษ์ โตวิจักชัยกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมคณะฯมีกำหนดลงพื้นที่อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ในวันที่ 3 – 4 ก.พ. 55 นี้ โดยมีกำหนดร่วมประชุมพบปะหารือร่วมกับทางหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตากรวมทั้งภาคเอกชนเกี่ยวกับเรื่องความคืบหน้าของการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด
และเดินทางตรวจดูพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทยพม่าและพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมย ใกล้บริเวณวัดห้วยมหาวงศ์ ตำบลมหาวันอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดการเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทยพม่าที่บ้านริมเมยหมู่ที่ 2 ตำบลท่าสายลวดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามไปยังจังหวัดเมียวดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า เพื่อพบปะหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดนกับเจ้าหน้าที่ทางการพม่าในจังหวัดเมียวดี และเยี่ยมชมพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเมียวดี
“สุรพงษ์” ยินดีรับฉายา “ปึ้ง เป้า เปะ” แจง ยึดความถูกต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ธันวาคม 27, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
“สุรพงษ์” ยินดีรับฉายา “ปึ้ง เป้า เปะ” แจง ยึดความถูกต้อง รอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ที่นิวเดลี 27 ธ.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีได้รับการตั้งฉายาโดยสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า ปึ้งเป้าเปะ ว่าเมื่อสื่อมวลชนให้ฉายามาคงต้องน้อมรับด้วยความยินดีและไม่มีปัญหา โดยถือว่าเป็นเกียรติที่ให้ฉายา ทั้งนี้สื่อมวลชนอาจจะมองมุมมองของสื่อ ตนเชื่อว่าตนได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพราะตนได้ยึดในความถูกต้อง โดยไม่ได้ทำอะไรที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ที่จะทำได้ สิ่งใดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตนได้ทำในสิ่งนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์และใช้เวลาสร้างความเข้าใจ สิ่งที่ตนทำหลายเรื่องได้มองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักบางเรื่องต้องช้เวลาในการทำความเข้าใจ
ทั้งนี้ยังมีหลายเรื่องที่ตนหนักใจ เช่น กรณีข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในศาลยุติธรรมระหว่งประเทศที่ต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นได้ในสังคมไทยโดยยังต้องการความเข้าใจจากคนไทยอย่างมีเหตุผลในเรื่องนี้
กต.เตือน หญิงไทย อาจถูกหลอกทำงานในมาเลเซีย อำพรางเป็นพนักงานนวด
ธันวาคม 7, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศ ขอแจ้งเตือนหญิงไทยที่จะไปทำงานในประเทศมาเลเซีย หลังจากระยะที่ผ่านมา มีรายงานว่า หญิงไทยถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายในมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการไปทำงานเป็นพนักงานนวดแผนโบราณ โดยใช้วิธีแต่งงานกับชาวมาเลเซียเพื่อเข้าประเทศ ก่อนจะนำวีซ่าคู่สมรสไปยื่นคำร้องกับหน่วยงานมาเลเซียเพื่อขอรับการผ่อนปรนให้ทำงานได้
นายธานีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางการมาเลเซียห้ามชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวมาเลเซียทำงานทุกประเภท แต่เพิ่งผ่อนปรนเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปัญหาอย่างมากให้กับหญิงไทย เพราะถูกนายหน้าหลอกให้ไปทำงานในลักษณะดังกล่าว โดยนายหน้าจะหักค่าใช้จ่าย ยึดหนังสือเดินทาง
หรืออาจถูกกดขี่ในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาระยะยาวเพราะหากต้องการหย่า ตามกฎหมายมาเลเซียจะต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายชาย ไม่เช่นนั้นก็ต้องว่าจ้างทนายความซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่มีคณะหญิงไทยประสบอุบัติเหตุที่มาเลเซียทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เมื่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์เข้าไปตรวจสอบ พบว่าหญิงไทยหลายคนในกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาเลเซียด้วยวีซ่าลักษณะดังกล่าว สถานทูตจึงได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือหญิงไทยหลายคนให้เดินทางกลับประเทศ และส่งศพผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิด
นายธานีกล่าวด้วยว่า หากมีหญิงไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในมาเลเซียอยู่แล้วและต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งกับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในมาเลเซียได้ทันที และขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนเดินทางไป เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกไปทำงานในมาเลเซีย
กต.ชงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษไทย-จีน รับคิว “ปู” เยือนจีน
ตุลาคม 17, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, topsecret
สหรัฐฯเตือนพลเมืองทั่วโลกระวังอัลกออิดะห์ล้างแค้น
ตุลาคม 2, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการสหรัฐประกาศเตือนชาวอเมริกันให้ระวังการล้างแค้นตอบโต้ ภายหลังการโจมตีทางอากาศในเยเมนทำให้แกนนำคนสำคัญของอัลกออิดะห์เสียชีวิต 2 คน
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองชาวอเมริกันทั่วโลก ภายหลังจากที่สหรัฐยืนยันว่านายอันวาร์ อัล-ออว์ลากี ชาวอเมริกันเชื้อสายเยเมน ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย ถูกสังหารแล้ว จึงขอเตือนให้ชาวอเมริกันทั่วโลกระวังการล้างแค้น
ด้านกระทรวงกลาโหมเยเมนแถลงว่า นายออว์ลากีถูกสังหารเมื่อเช้าวันศุกร์ ขณะที่การโจมตีทางอากาศบนที่มั่นของกลุ่มอัลกออิดะห์ในเยเมน ทำให้นายซามีร์ ข่าน ชาวอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้จัดทำนิตยสารอัลกออิดะห์ฉบับภาษาอังกฤษ เสียชีวิตด้วย
แถลงการณ์ของทางการสหรัฐระบุว่า นายออว์ลากีมีผู้สนับสนุนอยู่ในสหรัฐ นครนิวยอร์ก และที่อื่น ๆ จึงเกรงว่าอาจมีผู้คิดแก้แค้นให้การเสียชีวิตของแกนนำคนดังกล่า
“กษิต” จี้ กต.ประสานกัมพูชา เร่งขอตัว “ทักษิณ”
“กษิต” จวก “ฮุนเซ็น” เป็นเพื่อนรัก “แม้ว” ก็ไม่เกี่ยวหากทำอะไรกระทบประโยชน์ชาติ โต้แทน “สุเทพ” ไม่มีเจรจาลับ แฉ “ฮุนเซ็น” ผูกใจเจ็บ รบ.มาร์คขวางเรื่องไม่ถูกหลายเรื่อง บี้ ปู-รบ. ไปเขมรเจอ “แม้ว” ต้องแจ้งอสส. ตามจับตัว เตือนสร้างสัมพันธ์พิเศษผู้ร้ายหนีคดีย่ำยีหัวใจและเกียรติภูมิคนไทย แนะ โทรเลขแจ้งเขมรไม่ถึง 15 นาที ดำเนินการได้เลย
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางไปกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เอกอัครราชทูตประจำกรุงพนมเปญ และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตซึ่งมีฝ่ายทหารด้วยได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว คงทำได้ 2 อย่าง คือย้ำให้ทางกัมพูชาได้รับทราบถึงสถานะของพ.ต.ท.ทักษิณ และขอความร่วมมือในหลักปฏิบัติของมิตรประเทศที่ดีและเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาว่าจะให้ความร่วมมือหรือไม่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตจะต้องรายงานกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดที่เป็นเจ้าของในการแจ้งที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดออกจดหมายอย่างเป็นทางการส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อส่งไปยังกัมพูชาเพื่อขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
นายกษิต กล่าวว่า สมเด็จฮุนเซน ควรให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย การจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับผู้หนีคดี เหมือนเป็นการไม่เคารพศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของไทยและกระบวนการยุติธรรมของไทย ดังนั้นการทำอะไรที่ย่ำยีหัวใจคนไทยอย่างโจ่งแจ้งโดยรัฐบาลใดก็ตาม ถือเป็นการสร้างความแตกแยก ทำลายความสัมพันธ์โดยใช่เหตุ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปต้อนรับบุคคลที่กระบวนการยุติธรรมของไทยต้องการตัว อยากจะคบหาสมาคมกับรัฐบาลไทยก็ว่าไปตามเนื้อผ้า แต่ไม่ต้องดำเนินการสองทางกับรัฐบาลและบุคคลที่กระบวนการยุติธรรมของไทยต้องอยู่อยู่ เพราะจะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน จะมองแค่ความรู้สึกของบางส่วนไม่ได้ ต้องดูศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของคนไทยทั้ง 65 ล้านคนด้วย
นายกษิต กล่าวต่อว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันต่อสภาฯถึงการไม่ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณก็ขอให้พูดจริงทำจริง และต้องสั่งให้คนในรัฐบาลปฏิบัติให้ถูก ซึ่งในการเดินทางไปกัมพูชาต้องว่ากันตามเนื้อผ้า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเอาบุคคลที่หนีไปอยู่ต่างประเทศกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย รัฐบาลจะไปคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีควมาผิดไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นไทยจะมีกระบวนการยุติธรรมและศาลได้อย่างไร ซึ่งหากรัฐบาลไม่ได้เน้นการถือว่าไม่ถูกต้อง ยืนยันว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยไปตามล้างตามเช็ดพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทุกอย่างจะทำตามหน้าที่ โดยจะมีการโทรเลขแจ้งข้อความไป ซึ่งใช้เวลาประสานไม่ถึง 15 นาที เมื่อถามกรณีสมเด็จฮุนเซ็น นายกฯกัมพูชาระบุนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯได้เข้าเจรจาลับที่บ้านพักส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซ็น นายกษิตกล่าวว่า ไม่มีคำว่าเจรจาลับ ตามหลักปฏิบัติการพูด จะมีการเจรจาอย่างเป็นทางการกับไม่เป็นทางการ บางครั้งต้องไปจับเข่าคุยกันภายในก่อนจึงเข้าสู่การเจรจาบนโต๊ะอย่างเป็นทางการตามพิธีการ ซึ่งการเจรจาทั้งหมดเป็นประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว ซึ่งในช่วงนั้นเมื่อเจรจาแล้วนายสุเทพก็กลับมารายงานให้น่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ โดยการทำหน้าที่ของนายสุเทพก็เป็นไปตามมติครม.ที่ตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในเรื่องผลประโยชน์และพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
เมื่อถามว่า สมเด็จฮุนเซ็นระบุว่านายสุเทพต้องการยกตัวเองขึ้นเจรจาเทียบชั้นสมเด็จฮุนเซ็น นายกษิตกล่าวว่า ไม่จริง สมเด็จฮุนเซ็นจะพูดอะไรก็ได้ เพราะสมเด็จฮุนเซ็นมีความรู้สึกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือตนทำตัวเป็นปฏิปักษ์ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะแง่ความช่วยเหลือและการลงทุนต่างๆไทยก็ดำเนินการให้กับกัมพูชาหลายเรื่อง เราเป็นประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเปิดใจเท่านั้นเอง ในการปะทะก็แค่เฉพาะจุด สมเด็จฮุนเซ็นอยากจะทะเลาะกับเราที่อาเซียนเราก็ไป ยูเนสโกเราก็ไป ยูเอ็น ศาลโลกเราก็ไป เพราะเราใช้การเจรจาเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้เป็นเพราะเรามาเป็นรัฐบาลในช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้แถลงการณ์ร่วมเป็นโมฆะและสมเด็จฮุนเซ็นได้ตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษา จึงเป็นปฏิกิริยาต่อการกระทำของสมเด็จฮุนเซ็นเอง จะมาโยนภาระความผิดให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ดังนั้นแม้เราจะแพ้เลือกตั้งไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่รัฐบาลนี้ก็ต้องปกป้องประโยชน์ประเทศ ทำเป็นกรอบเสนอต่อรัฐสภาเห็นชอบ โดยต้องยึดว่าเกาะกูดเป็นของไทย
“ทั้งนี้แม้สมเด็จฮุนเซ็นจะบอกว่ากับพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพื่อนรักกัน แล้วจะมาพัวพันกันเรื่องประโยชน์ของชาติ ก็ถือเป็นความผิดของสมเด็จฮุนเซ็น ซึ่งมันคงรับไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ต้องค้าน ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งยอมไม่ได้เด็ดขาด ให้ผลประโยชน์ส่วนตัว ส่วนครอบครัว ส่วนพรรคการเมืองมาพัวพันประโยชน์ชาติ ผมก็หวังว่ารัฐบาล 15 ล้านเสียง จะทำเพื่อเสียงของคนไทยทั้งหมด 65 ล้านคน”นายกษิตกล่าว
กต. ปูทาง “สุรพงษ์” เยือนซาอุฯ ฟื้นสัมพันธ์ 2 ประเทศ
กันยายน 5, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews
กต. ปูทาง “สุรพงษ์” เยือนซาอุฯ ฟื้นสัมพันธ์ 2 ประเทศ
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทยกับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ รมว.ต่างประเทศ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองประเทศต่างสูญเสียโอกาสไปมาก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา อูปทูตของซาอุดิอาระเบีย ที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายสุรพงษ์ โดยนายสุรพงษ์ได้ย้ำในเรื่องฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และหวังที่จะได้เดินทางไปเยือนซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการโดยเร็วนี้
“กษิต” แถลงพอใจคำตัดสินศาลโลก ถือเป็นมาตรการปลอดทหารชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.25 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากกรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ ถึงกรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้มีมติเสียงส่วนใหญ่ให้มีคำสั่งเป็นมาตราการชั่วคราว โดยให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกมาจากบริเวณปราสาทพระวิหาร บริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ชุมชนที่มีชาวกัมพูชาอาศัยต้องออกไปจากพื้นที่เหล่านี้ด้วยเช่นกัน โดยระบุให้เป็นเขตปลอดทหาร และให้ฝ่ายกัมพูชาเข้าออกปราสาทเพื่อส่งกำลังบำรุง อาทิ น้ำ อาหารให้กับพนักงานของกัมพูชาที่ทำหน้าที่ดูแลปราสาท รวมถึงให้ยูเนสโก หรือองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องช่วยยืนยันว่า พนักงานดังกล่าวของกัมพูชาจะต้องไม่ใช่ทหารที่แฝงตัวเข้ามา อีกทั้งฝ่ายไทยจะต้องเจรจากับกัมพูชาในกรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ที่จะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดเขตปลอดทหารดังกล่าวต่อไป โดยทหารจะต้องกำหนดจุดร่วมกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ได้ขอบเขตที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากมีการกำหนดพิกัดไว้ในคำสั่งศาลโลกครั้งนี้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องหารือกับกรมแผนที่ทหาร โดยจากการประเมินมีขนาดพื้นที่ราว 3×7 ตร.กม.
นอกจากนี้ ต้องอำนวยความสะดวกให้คณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซียให้เข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ปลอดทหารดังกล่าวด้วย และต้องให้ประชาชนสามารถขึ้นไปท่องเที่ยวในปราสาทดังกล่าวได้ด้วย ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องแจ้งผลการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลกให้ทราบด้วยเป็นระยะๆ
นายกษิต กล่าวว่า ส่วนเรื่องการตีความพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ศาลโลกยังคงอำนาจในการพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป โดยตนได้รายงานผลคำตัดสินต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงแจ้งต่อนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้แจ้งต่อฝ่ายทหารได้ทราบ นอกจากนี้ตนได้หารือกับนางจิตริยา ปิ่นทอง รองปลัดกระทรวงเพื่อแจ้งต่อนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่จะพบกับกันในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีการหารือถึงการส่งคณะผู้สังเกตการณ์ของอินโดนีเซียเข้ามายังพื้นที่เขตปลอดทหาร
“ถ้าถามว่าพอใจหรือไม่ เรื่องนี้เป็นท่าทีของไทยมาโดยตลอดที่ฝ่ายกัมพูชาต้องถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร วัดแก้วสิงขาคีรี ชุมชนฯ ซึ่งในแง่นี้ เรามีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ส่วนการจะต้องเจรจากับฝ่ายกัมพูชาก็เป็นไปตามที่เราต้องการตลอดเวลา และเป็นสิ่งที่เราได้แจ้งต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยูเนสโก หรือการเจรจาในกรอบของอาเซียน รวมถึงกรอบเจบีซี จีบีซี และอาร์บีซี และในที่สุดก็กลับมาในประเด็นที่เราต้องการ” นายกษิตกล่าวและเมื่อถามว่า ท่าทีของกัมพูชาหลังจากรับทราบคำตัดสินของศาลโลกเป็นอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่หน้าตาไม่ยิ้มแย้มเท่าเรา ส่วนที่ต้องรายงานเรื่องนี้ให้ที่ประชุมวุฒิสภาทราบหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า รัฐบาลกำลังมีการหารือกันอยู่ ว่า จะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม. หรือไม่ เพราะขณะนี้เราเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงต้องหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนัเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ในเรื่องข้อกฎหมาย
ข้อถามว่า จะมั่นใจอย่างไรว่า จะไม่มีทหารกัมพูชาแฝงตัวมาเป็นพนักงานดูแลปราสาทพระวิหาร นายกษิต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เราต้องคุยกับกัมพูชา ตนคิดว่า ทั้งศาลโลก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และอาเซียน จ้องอยู่ เราก็ต้องให้ความเคารพต่อความตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์สุจริตรวมถึงภาระหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชา
ด้านนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า คำสั่งของศาลเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ไม่เกี่ยวกับอธิปไตยและเขตแดน โดยเป็นคำสั่งส่งเสริมบรรยากาศและลดความตึงเครียดระหว่างกัน อีกทั้งคำสั่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ หากมีประเทศคู่ความไปร้องต่อศาล
สหรัฐฯยังไม่ถอดไทยจากบัญชีเฝ้าจับตาค้ามนุษย์
มิถุนายน 28, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
สหรัฐถอดฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และลาว ออกจากบัญชีเฝ้าจับตาการค้ามนุษย์ แต่ยังคงขึ้นบัญชีไทย มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม ขณะที่ภาพโดยรวมการค้ามนุษย์ทั่วเอเชียยังคงมีอยู่เรื้อรัง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกรายงานประจำปีว่าด้วยการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความอ่อนไหวต่อรัฐบาลของหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีโอกาสถูกตัดความช่วยเหลือจากสหรัฐ ถ้าพบว่าประเทศเหล่านั้นยังไม่สามารถปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับที่น่าพอใจ
รายงานล่าสุดได้ถอดฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และลาว ออกจากบัญชีเฝ้าจับตาลงมาเหลือ “ระดับ 2” ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านี้ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐานปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ แต่กำลังดำเนินความพยายาม โดยทั้ง 3 ประเทศนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกับอินโดนีเซียและกัมพูชา ส่วนประเทศที่สหรัฐมองว่าสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐาน “ระดับ 1” คือ เกาหลีใต้ และไต้หวัน
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐรายงานว่า ประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกยังคงถูกใช้เป็นทาสแรงงาน ทาสกามารมณ์ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกร่วมกันปราบปรามสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป โดยที่สหรัฐยังคงอุทิศตนต่อสู้กับปัญหานี้ เพราะการขจัดความเป็นทาสและสนับสนุนสิทธิมนุษยชนคือส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แห่งชาติอเมริกัน
รัฐบาลสหรัฐได้ขึ้นบัญชีพม่า เกาหลีเหนือ และปาปัวนิวกินี เป็นประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์อยู่ใน “ระดับ 3” ซึ่งเป็นสถานะของประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีเฝ้าจับตา 2 ปีติดต่อกัน ซึ่งประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีนี้จะถูกตัดความช่วยเหลือจากสหรัฐ ในขณะที่ประเทศอื่นในเอเชีย เช่น ศรีลังกา และฟิจิ ถูกถอดออกจากบัญชีเฝ้าจับตา โดยได้กล่าวชื่นชมศรีลังกาที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นครั้งแรก ส่วนสหรัฐขึ้นบัญชีสถานะตนเองอยู่ที่ “ระดับ 1” โดยชี้ให้เห็นว่ายังมีปัญหาการค้ามนุษย์ในสหรัฐ เช่น มีข้อกล่าวหาว่าผู้รับเหมาภาครัฐยังมีการเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน
อึ้ง!สหรัฐฯรวบแก๊งขายภาพข่มขืนอนาจารเด็ก
มิถุนายน 15, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการเขตแมนฮัตตันของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 26 คนหลังจากใช้เวลาติดตามสืบสวนนานถึง 5 เดือน ทั้งหมดครอบครองและซื้อขายแลกเปลี่ยนวิดีโอและภาพถ่ายอนาจารของเด็กผ่านทางอินเตอร์เน็ต ภาพถ่ายและวิดีโอของกลางที่ยึดได้หลายหมื่นชิ้นล้วนเป็นภาพที่น่ารังเกียจ เช่น ภาพเด็ก 3 ขวบถูกข่มขืนในอ่างอาบน้ำ และเด็ก 5 ขวบถูกบังคับให้ทำออรัลเซ็กส์ นอกจากนี้เหยื่อที่อายุน้อยที่สุด มีอายุแค่เพียง 1 ขวบ
อัยการระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้มีอายุระหว่าง 18-63 ปี มีทั้งครูโรงเรียนประถม ทนายความจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พนักงานธนาคาร บาร์เทนเดอร์ และพนักงานของร้านรองเท้าเด็ก บางคนแต่งงานแล้ว หรือเป็นโสด บางคนมีลูกแล้วหรือยังไม่มี แต่อัยการไม่ได้เปิดเผยชื่อเครือข่ายของการแลกเปลี่ยนวิดีโอลามกอนาจารของกลุ่มนี้เพื่อจะขยายผลการสอบสวน ทั้งหมดถูกตั้งข้อกล่าวหาหลายกระทงแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะถูกตั้งข้อกล่าวหาการเผยแพร่หรือครอบครองภาพการมีเพศสัมพันธ์ ที่อาจได้รับโทษจำคุกถึง 7 ปี






กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












