อึ้ง!สหรัฐฯรวบแก๊งขายภาพข่มขืนอนาจารเด็ก
มิถุนายน 15, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการเขตแมนฮัตตันของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 26 คนหลังจากใช้เวลาติดตามสืบสวนนานถึง 5 เดือน ทั้งหมดครอบครองและซื้อขายแลกเปลี่ยนวิดีโอและภาพถ่ายอนาจารของเด็กผ่านทางอินเตอร์เน็ต ภาพถ่ายและวิดีโอของกลางที่ยึดได้หลายหมื่นชิ้นล้วนเป็นภาพที่น่ารังเกียจ เช่น ภาพเด็ก 3 ขวบถูกข่มขืนในอ่างอาบน้ำ และเด็ก 5 ขวบถูกบังคับให้ทำออรัลเซ็กส์ นอกจากนี้เหยื่อที่อายุน้อยที่สุด มีอายุแค่เพียง 1 ขวบ
อัยการระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้มีอายุระหว่าง 18-63 ปี มีทั้งครูโรงเรียนประถม ทนายความจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พนักงานธนาคาร บาร์เทนเดอร์ และพนักงานของร้านรองเท้าเด็ก บางคนแต่งงานแล้ว หรือเป็นโสด บางคนมีลูกแล้วหรือยังไม่มี แต่อัยการไม่ได้เปิดเผยชื่อเครือข่ายของการแลกเปลี่ยนวิดีโอลามกอนาจารของกลุ่มนี้เพื่อจะขยายผลการสอบสวน ทั้งหมดถูกตั้งข้อกล่าวหาหลายกระทงแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะถูกตั้งข้อกล่าวหาการเผยแพร่หรือครอบครองภาพการมีเพศสัมพันธ์ ที่อาจได้รับโทษจำคุกถึง 7 ปี
กต.เผยยอดบริจาคเงินสดช่วยญี่ปุ่นล่าสุด 47.6 ล้านบาท
มีนาคม 23, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ล่าสุดในประเทศญี่ปุ่น ว่าสถานการณ์ทั่วๆ ไปอันตรายของสารกัมมันตรังสียังไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพส่วนที่มีข่าวว่าพบสารกัมมันตรังสีเพิ่มเติมในทะเล หรือ ตกค้างในผักผลไม้ทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าได้ดูแลอย่างเข้มงวดไม่ให้สินค้าออกมาสู่ตลาดหรือส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคขณะเดียวกันไทยเองได้ตรวจสอบสินค้าต่างๆที่มาจากญี่ปุ่นอย่างเข้มงวดเช่นกันและจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนแต่อย่างใด
นายธานี กล่าวว่า บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) แจ้งด้วยว่าขณะนี้เที่ยวบินจากประเทศญี่ปุ่นมาไทยมีจำนวนผู้โดยสารในเครื่องแต่ละเที่ยวประมาณร้อยละ 50 สะท้อนว่าระยะเวลาที่ผ่านมาคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับจากญี่ปุ่นเดินทางกลับมาแล้วจำนวนหนึ่งโดยตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีคนไทยเดินทางกลับแล้ว จำนวน 9,000 คน แล้ว จากทั้งหมดที่อยู่ในญี่ปุ่น40,000 คน ส่วนความคืบหน้าในการติดตามคนไทยที่ยังไม่พบจากที่ญาติร้องขอมาทั้งหมด2,300 คน ติดต่อได้แล้ว 1,600 คน ยังติดต่อไม่ได้ประมาณ 700 คนทั้งนี้ในส่วน 3 จังหวัดคือ อิวาเตะ อิบารากิ และฟูกูชิมารายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ระบุว่ามีคนไทยอยู่จำนวน 488 คนซึ่งตอนนี้สามารถติดต่อได้ 188 คน
ส่วนยอดเงินสดบริจาคผ่านกระทรวงการต่างประเทศล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (23มี.ค.) นายธานี กล่าวว่า จำนวนทั้งหมด 47.6 ล้านบาทโดยจะใช้เวลารวบรวมอีกระยะหนึ่งก่อนส่งมอบให้กับสภากาชาดญี่ปุ่น
กต. เผยยังไม่มีคนไทยจากญี่ปุ่นมีสารกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนมา
มีนาคม 22, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
กต. เผย ยังไม่มีคนไทยที่เดินทางจากญี่ปุ่นมีสารกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนมา ชี้ระดับสารกัมมันตรังสีในญี่ปุ่นยังไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต โดยไทยมีแผนเคลื่อนย้ายคนไทยแล้ว หากวัดค่าได้ 100 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง
นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมหารือประจำวันกันกับสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ทราบว่า ในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่ 1 2 5 และ 6 อยู่ในสภาพเรียบร้อยแล้ว ภายใต้การควบคุมและสามารถต่อกระแสไฟฟ้าได้อย่างปกติ และเครื่องหล่อเย็นสามารถทำงานได้ปกติ โดยจุดนี้มีความสำคัญมากที่จะทำให้โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ 4 สามารถกลับสู่สภาพปกติ ส่วนที่ยังมีปัญหาและน่ากังวล คือ โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ 3 ที่ยังไม่สามารถต่อกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งทางการญี่ปุ่นกำลังานทำงานแข่งกับไฟฟ้าเพื่อแก้ไขจุดดังกล่าวให้กลับสู่ปกติ
นายเจษฎา กล่าวว่า ส่วนการวัดระดับสารกัมมันตภาพรังสี ในวันนี้ มีรายงานที่เมืองฟูกูชิมา วัดได้ 11.4 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง เมืองอิวาติอยู่ทางเหนือของฟูกูชิมา 40 กิโลเมตร วัดได้ 0.034 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง เมืองอิบารากิ วัดได้ 0.34 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง และกรุงโตเกียว 0.125 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง จะเห็นว่า อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายจากสุขภาพของประชาชน โดยระบุกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเคลื่อนย้ายคนไทยออกนอกประเทศญี่ปุ่น ในกรณีที่วัดหาระดับสารกัมมันตภาพรังสี 100 ไมโครซีเวิร์ดต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นจุดที่เป็นอันตราย
ส่วนการตรวจวัดและคัดกรองสารกัมมันตรังสีที่อาจจะติดตัวคนที่กลับมาจากญี่ปุ่นและสินค้าอาหารจากญี่ปุ่น พบว่า ยังไม่มีการปนเปื้อนในไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เนื่องจากพบว่ามีการปนเปื้อนบ้างแล้วในญี่ปุ่น แต่อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย โดยในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเดินทางไปยังท่าเรือ เพื่อตรวจวัดระดับสารกัมมันตภาพรังสีในสินค้าอาหารที่ขนส่งมาจากญี่ปุ่น ขณะที่มีคณะแพทย์ไทยได้จัดบริการทางการแพทย์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังไม่พบว่า มีคนไทยที่เดินทางจากญี่ปุ่นมีสารกัมมันตภาพรังสีปะปนเปื้อนด้วย แต่เราเน้นให้เยียวยาสุขภาพจิตเป็นสำคัญ
กต. ระบุติดต่อคนไทยได้แล้ว 787 คน จากที่ร้องให้ตามหา 1,619 คน
มีนาคม 18, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
วันที่(18 มี.ค.54) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการติดตามคนไทยที่ประเทศญี่ปุ่น ว่า ขณะนี้การติดตามคนไทยที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ได้จำกัดวงใน 3 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ คือ อิวาเตะ มิยากิ ฟูจิยามะ และล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศได้รับการร้องเข้ามาให้ติดตามคนไทยที่ญี่ปุ่นจำนวน 1,619 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว แจ้งว่าสามารถติดต่อได้แล้ว 787 คน เหลือจำนวน 832 คน จากนี้จะพยายามติดต่อประสานงานกับเครือข่ายต่อไป แต่ในชั้นนี้ยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนความเป็นห่วงเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อาจส่งกระทบต่อสุขภาพนั้น ขณะนี้การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในโตเกียวและเมืองอื่นๆ ที่อยู่ห่างจากรัศมี 30 กิโลเมตรจากที่ตั้งโรงไฟฟ้า เป็นไปตามปกติ ผู้คนยังไปทำงานเหมือนเดิม ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกแต่อย่างใด
แรงงานลิเบียเดินทางมากับเที่ยวบินพิเศษถึงไทยเช้านี้
มีนาคม 5, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
กระทรวงต่างประเทศ จัดเที่ยวบินพิเศษ 19 เที่ยวบิน ตลอดสัปดาห์ รับแรงงานไทยในลิเบีย กลับบ้าน เริ่มด้วยเที่ยวบินพิเศษ 3 เที่ยว บินถึงกรุงเทพเมื่อวานนี้ (วันที่ 5 มี.ค) พาแรงงานไทยในลิเบีย 636 คนที่อพยพมาจาก กรุงตริโบลี เมืองหลวงลิเบีย กลับบ้าน โดยทีจี 8834 บินตรงจากกรุงเทพฯ รับแรงงานไทยในลิเบีย กลับบ้าน ชุดแรก 330 คน ที่เมืองดูไบ พร้อมเที่ยวบินเหมาลำ ทีจี 518 และเครื่องบินเหมาลำ รับกลับกรุงเทพฯ ทั้งหมด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังกรุงโรม อิตา เมืองตูนีส ประเทศตูนีเซีย และเมืองดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อประสานงานการจัดส่งแรงงานไทยในลิเบีย กลับบ้าน ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ เปิดเผยว่า ได้ช่วยแรงงานไทยออกมาจากลิเบีย ได้มากที่สุดที่จะทำได้ แต่ยังห่วงแรงงานไทยอีก 8,000 คน ที่เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ไม่มีบริษัทรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยและดำเนินการในลิเบียให้ได้
นายจักร บุญหลง อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยว่า แรงงานไทยจำนวน 1971 คน ได้อพยพโดยทางเรือจากลิเบีย เมื่อวันที่ 3 มีค เข้าพักในศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนไทยในลิเบีย และเรือได้กลับไปรับอีกครั้งวันนี้ (5 มีค.) คาดว่าจะรับได้ 1,700 คน พร้อมกันนั้น ยังได้อพยพทางบกออกไปยังชายแดนตูนีเซีย และไปถึงกรุงตูนีส เมืองหลวงตูนีเซียอย่างปลอดภัยแล้ว 1,145 คน และยังตกค้างอยู่เมืองชายแดนอีก 696 คน ยังมีแรงงานไทยบางส่วน เดินทางไปยังมอลต้า จำนวน 273 คน กำลังจัดหาเที่ยวบินไปรับกลับประเทศไทย นอกจากนี้แรงงานไทย 2 พันกว่าคน เดินทางไปยังเมืองอเล็กซานเดรียและกรุงไคโร ประเทศอียิปต์อีก เพื่อเดินทางกลับไทยต่อไป
ไทยจัดส่งยา-เวชภัณฑ์-ผ้าห่มให้ไอโอเอ็มใช้ช่วยผู้อพยพจากลิเบีย
มีนาคม 4, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
กต.แนะคนไทยที่ตกค้างในลิเบียให้ไปรวมตัวที่สถานทูตฯเพื่อรอการส่งกลับไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(ไอโอเอ็ม) ได้เข้าพบกับหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบด้วย สำนักปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรมองค์การระหว่างประเทศ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา และกรมการกงสุล เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการอพยพแรงงานไทยออกจากประเทศลิเบีย ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย มอบยาและเวชภัณฑ์จากสภากาชาดไทย รวมถึงผ้าห่มจากกระทรวงมหาดไทย ให้กับทางไอโอเอ็ม เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อพยพจากลิเบีย โดยนายธีรกุล กล่าวว่า ไอโอเอ็มมีหน้าที่ในการช่วยเหลือรัฐบาลประเทศต่างๆในการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานและผู้ลี้ภัย เมื่อเกิดวิกฤตต่างๆ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่ลิเบีย ทางไอโอเอ็มตั้งศูนย์ประสานางานอยู่ที่เมืองเบงกาซี บริเวณชายแดนลิเบีย-ตูนีเซีย ชายแดนลิเบีย-อียิปต์ และชายแดนลิเบีย-ไนเจอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในจุดเหล่านี้ ได้ทำงานร่วมกับไอโอเอ็มในการอพยพคนไทยจากลิเบีย ทั้งนี้ จากการหารือระหว่างนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ของไอโอเอ็ม ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น ได้มีการหยิบยกประเด็นว่าไทยและไอโอเอ็มควรมีการให้ความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกในการอพยพคนไทยและคนของชาติต่างๆออกจากลิเบีย สำหรับการหารือระหว่างกระทรวงฯกับผู้แทนไอโอเอ็ม ในช่วงเช้านั้น ทางไอโอเอ็มเห็นว่าแม้ไทยมีความสามารถในการเช่าเหมาลำเครื่องบินและเรือ แต่เขาเสนอว่ามีสำนักงานอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสามารถช่วยเหลือไทยได้ในเรื่องการจัดหาเครื่องบินและตั๋วเครื่องบินในการนำคนไทยกลับประเทศไทย
นายธีรกุล กล่าวอีกว่า เราหวังว่าสถานการณ์ในลิเบียจะไม่มีความรุนแรงมากขึ้น มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อการขนย้ายคนไทยออกจากลิเบีย เพราะขณะนี้เรือของเรากำลังออกจากเมืองตูนิส ของตูนีเซีย ไปรับคนไทยที่ลิเบีย ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่มีการสู้รบก็ได้ย้ายคนไทยออกมาหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนไทยที่ยังตกหล่นอยู่ในลิเบีย สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงตริโปลี ประเทศลิเบีย ได้เร่งประชาสัมพันธ์ว่าให้คนเหล่านี้มารวมตัวที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ เพื่อเราจะหาช่องทางในการส่งกลับประเทศ สำหรับข่าวการปิดพรมแดนของลิเบียนั้น ในขณะนี้เราได้รับการยืนยันจากสถานเอกอัครราชทูตไทยฯว่าทางการลิเบียยังไม่มีแผนหรือมีเหตุที่จะปิดพรมแดน แต่เรามีการประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไอโอเอ็มได้ร้องขอความช่วยเหลือจากมิตรประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ ในการช่วยเหลือการสนับสนุนการดำเนินการของเขาในการอพยพแรงงานและประชาชนของชาติต่างๆออกจากลิเบีย ซึ่งรมว.ต่างประเทศของไทย ได้แจ้งกับไอโอเอ็มว่าไทยพร้อมสนับสนุนไอโอเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงผ้าห่ม ทางกระทรวงฯจึงประสานกับสภากาชาดไทยในการให้การสนับสนุนสิ่งของเหล่านี้แก่ไอโอเอ็มเพื่อนำไปใช้ในภารกิจของเขา และภายหลังการส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือในวันนี้(4 มี.ค.) เราจะนำไปให้บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เพื่อขนส่งไปเครื่องบินที่เดินทางไปรับแรงงานไทย ในคืนนี้เวลา 20.00 น. แล้วมอบให้กับศูนย์ของไอโอเอ็มที่ประเทศตูนีเซีย นายธานี กล่าวอีกว่า ส่วนการอพยพคนไทยออกมานั้น เราพยายามต้องเร่งทำโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เรือที่รับแรงงานไทยชุดแรกออกจากกรุงตริโปลี ของลิเบีย ไปถึงตูนีเซียแล้ว และกำลังกลับไปยังกรุงตริโปลี เพื่อรับแรงงานไทยชุดที่ 2 ออกมา สำหรับสถานการณ์ในลิเบียนั้น ยังน่าเป็นห่วง เพราะยังมีการปะทะกันอยู่ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาล
กต.เผย แรงงานไทยออกจากลิเบียแล้วทั้งหมด 3,717 คน
กุมภาพันธ์ 27, 2011 by nataya_p
Filed under ข่าวทั่วไป
กต.เผย แรงงานไทยออกจากลิเบียแล้วทั้งหมด 3,717 คน -ศูนย์ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในลิเบีย เผย ขณะนี้มีแรงงานไทยอพยพออกจากลิเบียแล้วทั้งหมด 3,717 คน ส่วนเรือขนส่งที่รัฐบาลส่งไป จะถึงลิเบียบ่ายวันอังคารนี้
นาย เจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และนายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่า เช้าวันนี้มีแรงงานไทยในลิเบียเดินทางจากมอลต้ามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 449 คน และ 8.45 น.วันพรุ่งนี้จะมาจากกรีซอีก 31 คน ทำให้ขณะนี้มีแรงงานไทยอพยพออกจากลิเบียแล้วทั้งหมด 3,717 คน ดำเนินการโดยบริษัทจัดหางาน และบริษัทนายจ้าง ส่วนใหญ่ไปพักรอการส่งกลับอยู่ในประเทศที่ 3 อาทิ ไคโร (อียิปต์) 738 คน , ตุรกี 530 คน และมอลต้า 755 คน ขณะเดียวกันก็มีอีกกว่า 1,000 คนกำลังรอลงเรือที่เมืองเบงกาซีไปตุรกีหรืออียิปต์ แต่เนื่องจากคลื่นลมแปรปรวนมาก เรือยังไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้
ส่วนเรือขนส่งที่รัฐบาลเช่าเหมาลำจากอิตาลี เที่ยวแรกจะเข้าไปถึงกรุงทริโปลี วันอังคารที่ 1 มีนาคมนี้ เวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะรับแรงงานไทย 2,000 คนไปที่เมืองตูนีส ประเทศตูนีเซีย เที่ยวที่ 2 จะรับอีก 2,000 คนไปอิตาลี จากนั้นรัฐบาลก็จะส่งเครื่องบินการบินไทยไปรับตามประเทศต่าง ๆ ทั้งที่ตูนีเซีย , อียิปต์ , ตุรกี , กรีซ และอิตาลี
อย่างไรก็ตามทางศูนย์ติดตามสถานการณ์ได้แสดงความเป็นห่วงเหตุการณ์ในตูนีส ประเทศตูนีเซีย ที่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงเหมือนที่ลิเบียบ้างแล้ว แต่ยังอยู่ห่างจากที่พักชั่วคราวของแรงงานไทยและสนามบิน หากสถานการณ์แย่ลงอาจต้องเปลี่ยนสถานที่ให้เรือขนส่งเที่ยวแรกนำแรงงานไทยไปที่กรีซหรือตุรกีแทน
สำหรับแรงงานไทย 150 คนที่บริษัทนายจ้างพาอพยพไปไคโรแล้วหนีหายไปนั้น เจ้าหน้าที่กงสุลได้เข้าไปดูแลและช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องหนังสือรับรอง เพื่อรอการส่งกลับแล้ว
ทั้งนี้นายชวนนท์ เปิดเผยว่า แรงงานไทยที่เดินทางกลับมาถึงสุวรรณภูมิวันนี้ นอกจากเป็นกลุ่มที่ที่บริษัทนายจ้างดำเนินการส่งกลับมาเองแล้ว ยังมีอีก 44 คนที่มาจากอียิปต์ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสำรองจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ก่อน และในช่วงค่ำจะมีอีก 90 คน (กระทรวงออกค่าตั๋วเครื่องให้ก่อน) ขณะเดียวกันในวันนี้สถานทูตไทยในลิเบียยังได้พาแรงงานไทยอีกกว่า 700 คนออกจากลิเบียไปอียิปต์เพิ่มเติมอีก สำหรับแรงงานไทยที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ หรือ ยังไม่ได้รับการประสานจากสถานทูต ขอให้โทรติดต่อไปยังสถานทูตลิเบีย หมายเลข+218214843864+218917637480+218217252479 และ เบอร์กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ 02 – 575 – 1046 ถึง 9
กต.คาดอพยพแรงงานในลิเบียล็อตแรกเร็วสุดได้ใน 1-2 วันนี้
กุมภาพันธ์ 25, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
วันที่(25 ก.พ.54) กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกันโดยจะประชุมร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์ และรับทราบข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าของทุกวัน เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยในลิเบียเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุธรรม นทีทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากบริษัทจัดหางาน ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการหารือถึงแผนอพยพแรงงานไทย
นายชวนนท์ บอกว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี จัดหาเรือขนาดความจุ 2,000 คนไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อไปรับแรงงานเบื้องต้นจำนวน 4,000 คนออกจากลิเบีย โดยจะอพยพล็อตแรก 2,000 คนจากเมืองทิโบลี ไปยังประเทศตูนีเซีย และจะกลับไปรับแรงงานอีก 2,000 คน กลับไปยังกรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถอพยพได้เร็วที่สุดใน 1-2 วันนี้ จากนั้นจะประสานเพื่อหาเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับมายังประเทศไทยต่อไป พร้อมกับย้ำว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีแรงงานไทยเสียชีวิต
นายชวนนท์ บอกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะตั้งศูนย์ชั่วคราวทางตอนใต้ของลิเบีย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยมากที่สุดเพื่ออพยพแรงงานไทยส่วนหนึ่งมาพักอยู่ภายในศูนย์ และจะประสานกับกระทรวงกลาโหมในการจัดส่งทีมแพทย์ทหารไปดูแลคนไทยตามจุดต่างๆหลังจากอพยพออกมาจากลิเบียแล้ว
ทางด้านนายสุธรรม ย้ำว่าเป้าหมายของการอพยพแรงงานไทยในครั้งนี้ไม่ใช่การอพยพแรงงานทั้งหมดกว่า 20,000 คนออกมาทั้งหมด แต่จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย โดยคณะของกระทรวงแรงงานและตัวแทนกรมการกงlสุล กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งตัวแทนบริษัทจัดส่งแรงงานจะเดินทางไปยังประเทศตูนีเซียในคืนนี้ เพื่อประสานงานและดูแลแรงงานที่อพยพออกมาแล้ว
ขณะที่ตัวแทนบริษัทเงินและทองพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทจัดส่งแรงงานไปลิเบีย บอกว่าบริษัทได้อพยพแรงงานออกมาส่วนหนึ่งแล้วประมาณ 1,500 คนโดยมาอยู่ที่ประเทศตูนีเซีย อียิปต์ และอยู่ระหว่างการเดินทางโดยทางเรือไปยังประเทศตุรกีอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงงานล็อตแรกจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันเสาร์นี้ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 6,000 คน จะดำเนินการต่อหลังจากที่ตนเองเดินทางถึงประเทศตูนีเซียแล้ว
กต. เผย “กษิต” โทร.หารือ “ฮอร์ นัม ฮง” นัดเวลาจัดประชุมเจบีซีได้ในเดือน ก.พ.นี้
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ชี้แจงเหตุปะทะทหารไทย-กัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ขอเผยรายละเอียดขอรอให้ถึงเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอสซี ก่อนที่จะเผยแพร่ได้ต้นสัปดาห์นี้ ส่วนการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-กัมพูชา ในวานนี้ได้ข้อสรุปจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ภายในเดือนก.พ.นี้ โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ ส่วนกรณีที่ ดร. อาร์ เอ็ม มาร์ตี้ มูเลียนา นาตาเลกาวารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนจะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งจากคณะเตรียมการเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียว่า จะเดินทางไปยังกัมพูชาก่อน เพื่อฟังรับทราบข้อมูลก่อนจะมาเดินทางมาไทย โดยจะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้
กต. เมินโต้เขมรรายวัน “กษิต” เตรียมถก “ฮอร์ นัม ฮง”
กุมภาพันธ์ 2, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
กต. เมินโต้เขมรรายวัน กษิต เตรียมถก ฮอร์ นัม ฮง แก้ไขข้อพิพาทชายแดน ในประชุมเจซี วันที่ 3-4 ก.พ.นี้
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จะไม่ปลดธงชาติและรื้อถอนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระที่ตั้งอยู่ในพื้นทีทับซ้อน 4.6 ตร.กม.ว่า กระทรวงการต่างประเทศของศึกษารายละเอียดของแถลงการณ์ดังกล่าวก่อน ในเรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตอบโต้กัมพูชาแบบรายวัน ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า แถลงการณ์ของไทยต่อกัมพูชาที่ให้ปลดธงและรื้อถอนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระแสดงถึงความก้าวร้าวนั้น นายธานีกล่าวว่า เราได้ว่าไปตามข้อเท็จจริง แม้ว่า จะมีการก่อตั้งวัดดังกล่าวก่อนก็ตาม แต่เนื่องจากเห็นว่า มีสิ่งปลูกสร้างของวัดที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีเอ็มโอยู ปี 2543 ควรจะรื้อถอน ซึ่งท่าทีนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ยึดถือแนวทางเดียวกับรัฐบาล ที่เน้นการเจรจาเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ กับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ในระหว่างการประชุมเจซี ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ก.พ.นี้ด้วย








กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















