Get Adobe Flash player

ศปภ.เตรียมเปิด5ประตูระบายน้ำ เร่งกู้ “นวนคร”

ศปภ.เตรียมเปิดประตูระบายน้ำ 5 บาน เร่งกู้ “นวนคร” เตรียมหารือ ก.เกษตรฯ-กรมชลฯ-กทม.แผนเปิดปิดประตูระบายน้ำ พร้อมเร่งทำคันกั้นน้ำป้องกันกรุงเทพ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมว่า ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมนวนครนั้นมีน้ำเข้าท่วมพื้นที่แล้วร้อยละ 30-40 แต่ว่ายังสามารถรักษาพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมได้ไว้ร้อยละ 50-60 สำหรับข้อเสนอของกรรมการนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำ 5 บาน โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมนั้นได้รับทราบแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเปิดประตูน้ำเพื่อที่จะบรรเทาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครไว้ได้

โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน และ กทม. เพื่อเตรียมแผนเรื่องเปิดปิดประตูระบายน้ำให้ชัดเจน รวมถึงจะขอความร่วมมือจาก กทม.ในการทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมทั้งจะเร่งให้ กทม.ทำคันน้ำให้เสร็จโดยเร็ว

ในส่วนของการป้องกันพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นจะให้เวลา กทม.ในการสร้างคันกั้นน้ำบริเวณตอนเหนือ ยืนยันว่า รัฐบาลจะพยายามป้องกันกรุงเทพฯ ให้ดีที่สุด และต้องยอมรับว่า จะต้องมีการเปิดประตูระบายน้ำบางส่วน อาจจะมีผลกระทบบริเวณใต้ประตูน้ำคลองระพีพัฒน์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเปิด เนื่องจากเป็นทางน้ำไหลออกไปสู่ทะเลบางปะกง เพราะหากปล่อยให้น้ำไหลตามปกติ น้ำจะระบายได้ช้ามาก จึงจำเป็นที่จะต้องเปิดประตูน้ำ

ทั้งนี้จะต้องมีการส่งทีมงานลงไปชี้แจงให้กับประชาชนได้เข้าใจ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ที่ประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะยังสามารถพูดคุยกันได้

ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรจะเร่งเปิดประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออกเพื่อให้น้ำไหลเร็วยิ่งขึ้น

 

กษ.ชงครม.ดึงงบ500 ล.ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ปล่อยกู้กลุ่มเกษตรกร

เมษายน 8, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, มติ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 12 เม.ย.นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติตามมติคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ครั้งที่ 11/2553เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2553 ที่เห็นชอบให้จัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยืม จำนวน 500 ล้านบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายใน 5 ปี เพื่อดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร และเงินจ่ายขาดสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำจวน 6,662,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้สำนักงบประมาณมีความเห็นว่า สมควรที่ให้จัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรเป็นปี ๆ ไป โดยในครั้งนี้เห็นควรอนุมัติวงเงินสำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ได้มาตรฐาน จำนวน 1,400 กลุ่ม โดยเป็นวงเงินกู้หมุนเวียน 500,000,000 บาท ใน 1 ปี และเงินจ่ายขาดอีก จำนวน 1,330,000 บาท รวมเป็น 501,330,000 บาท และเมื่อสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งติดตามเร่งรัดหนี้ได้ครบถ้วนและเห็นสมควรดำเนินการต่อก็ให้เสนอคณะรัฐมนตรีในปีต่อ ๆ ไป ตามเหตุผลความจำเป็นที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

เกษตรฯชี้ผลผลิต-ราคายางยังสูงต่อเนื่อง

กุมภาพันธ์ 18, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้ผลผลิตและราคายางยังพุ่งต่อเนื่อง สศก.ประเมินสถานการณ์คาดในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลผลิตยางจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 3.738 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.44 ต่อปี
นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ยางพาราของไทย และของโลก พบว่า ผลผลิตยางพาราของไทยมีแนวโน้มลดลงในช่วงปี 2549 – 2553 ในอัตราร้อยละ 0.03 ต่อปี จาก 3.06 ล้านตัน เป็น 3.02 ล้านตัน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม จากการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลผลิตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 3.738 ล้านตันในปี 2563 หรือมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ1.44 ต่อปี
ขณะที่การส่งออกยางพาราของไทยก็มีอัตราเพิ่มขึ้นเช่นกันเฉลี่ยร้อยละ 0.33 ต่อปี จาก 2.83 ล้านตันในปี 2549 เป็น 2.84 ล้านตันในปี 2553 และคาดว่าปริมาณการส่งออกในช่วงปี 2554 – 2563 มีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.39 โดยในปี 2563 ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.10 ล้านตัน จะเห็นได้ว่าแม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนการส่งออกของไทยมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 39 – 43 ในช่วงปี 2549 – 2553 เหลือเพียงร้อยละ 32 ในปี 2563 เนื่องจากคาดว่าจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางพารารายใหญ่ที่สุดในโลกจะมีการนำ เข้ายางจากไทยในสัดส่วนลดลง เพราะจีนได้มีการสนับสนุนการปลูกยางพาราในประเทศที่มีแนวชายแดนติดต่อกับจีน เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของจีนแทนการพึ่งพาแหล่ง วัตถุดิบแหล่งใหญ่จากไทยเพียงแหล่งเดียว ซึ่งไทยต้องมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางในประเทศให้มีการใช้ยางพารา ในประเทศเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 12 เป็นร้อยละ 16 ของผลผลิต
นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์การผลิตและการส่งออกยางพาราโลก คาดว่า ราคายางพาราในอีก 10 ปีข้างหน้าจะยังคงอยู่ในระดับสูงแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมมติฐานว่าเศรษฐกิจ โลกจะไม่เกิดภาวะตกต่ำหรือถดถอย เนื่องจากในปี 2549 -2553 โลกมีแนวโน้มการผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น 8.907 ตัน เป็น 10.277 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.21 ต่อปี จึงคาดว่าการผลิตโลกในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 15.833 ล้านตัน และความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นเป็น 16.058 ล้านตัน ขณะที่โลกมีความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.09 ต่อปี และคาดว่าในปี 2563 โลกจะมีการขาดแคลนยางพาราประมาณ 0.225 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2563 หากผลผลิตยางพารายังคงเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4.27 ต่อปี และความต้องการใช้ยางพาราโลกยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 3.41 ต่อปีเท่าเดิม ทำให้คาดได้ว่าปริมาณผลผลิตยางพาราโลกจะมากกว่าปริมาณความต้องการใช้ ซึ่งจะส่งผลต่อราคายางพาราให้ลดลงได้

กษ.กางแผนรับมือภัยพิบัติด้านการเกษตรปีงบฯ54

มกราคม 28, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, มติ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม. วันที่ 1 ก.พ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) เสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2554 ทั้งนี้กระทรวง กษ. ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านการเกษตรและเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ดังนี้

1. โครงสร้างการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านการเกษตรได้มีคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ แนวทางการดำเนินการ รวมถึงพิจารณาให้ความเห็นชอบบูรณาการแผนงาน/โครงการงบประมาณในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร พัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติด้านการเกษตร ตลอดจนอำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรและการช่วยเหลือเกษตรกร โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวางแผนและติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการฯได้แต่งตั้งคณะทำงาน 2 คณะ คือ คณะทำงานวางแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรซึ่งมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน และคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งซึ่งมีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นประธาน รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรในส่วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตรของ กษ. เป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. กษ. ได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรประจำปีงบฯ54 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการป้องกัน และลดผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัด กษ. และเป็นกรอบให้ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจัดทำแผนปฏิบัติการของจังหวัดในการเตรียมรับสถานการณ์ป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร และให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้แนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านการเกษตร ได้แบ่งแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 เดือนตุลาคม 2553 – มีนาคม 2554 และช่วงที่ 2 เดือนเมษายน 2554- กันยายน 2554

นอกจากนี้ได้วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยพร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในแต่ละช่วง โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ

1.ก่อนเกิดภัย ประกอบด้วยการก่อสร้าง/ปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาภัย การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัย จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การเตรียมความพร้อมของหน่วยงาน การประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำทางวิชาการ 2. ขณะเกิดภัย ประกอบด้วยการติดตามและแจ้งเตือนภัย การประเมินผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น การรายงานศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรระดับจังหวัด และ 3 .หลังเกิดภัย ประกอบด้วยการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นเงินและการฟื้นฟู