จัดปั๊มเคลื่อนที่ ช่วยน้ำท่วม 3 เขต
พฤศจิกายน 4, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, เกาะติดสถานะการณ์น้ำท่วมทั่วไทย
บ. บางจาก กองทัพบก และ ก.พลังงาน จัดโครงการปันน้ำใจ โดยจัดปั๊มเคลื่อนที่ ช่วยน้ำท่วม 3 เขต ขายเบนซิน 91 ดีเซลถูกลง 1 บาท
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจาก กองทัพบก และกระทรวงพลังงาน ได้จัด โครงการปันน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพิ่มเติมอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจำหน่ายน้ำมันเบนซินออกเทน 91 และน้ำมันดีเซล เคลื่อนที่สำหรับประชาชน โครงการเรือรับ-ส่งช่วยผู้ประสบภัย และโครงการรถบริการน้ำสะอาดเพื่อประชาชน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้บริการ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทั้งนี้โครงการนำร่องจำหน่ายน้ำมันเบนซินออกเทน 91 และดีเซล เคลื่อนที่สำหรับประชาชน มีรถจำหน่ายน้ำมัน 3 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเขตดอนเมือง บางบัวทอง และทวีวัฒนา ที่เป็นการขายน้ำมันที่ถูกกว่าราคาปกติ 1 บาทต่อลิตร
ที่มา INN
เส้นทางโดยรอบแยกรัชโยธินระดับน้ำเพิ่มต่อเนื่อง
พฤศจิกายน 4, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, เกาะติดสถานะการณ์น้ำท่วมทั่วไทย
บริเวณแยกรัชโยธินและเส้นทางเชื่อมต่อโดยรอบระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ กองทัพบกได้นำรถทหารมาบริการรับส่งประชาชนกลับบ้านตั้งแต่แยกรัชโยธิน โดยเริ่มมีประชาชนใช้บริการอย่างหนาแน่น เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน
บริเวณห้าแยกลาดพร้าวยังมีน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ร้านค้าฝั่งถนนพหลโยธินส่วนใหญ่ต่างปิดให้บริการ การเดินทางในช่วงเย็นยิ่งลำบากมากขึ้น เพราะเป็นเวลาเลิกงาน รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีเพียงรถทหารและรถเมล์บางสายเท่านั้น ซึ่งมีประชาชนใช้บริการอย่างหนาแน่น
“กองทัพบก”ระดมทหารช่วยน้ำท่วม
ตุลาคม 21, 2011 by nate
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง, เกาะติดสถานะการณ์น้ำท่วมทั่วไทย
กองทัพบก ส่งทหาร 9 กองร้อย เสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำพื้นที่เสี่ยง
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงความคืบหน้าในการช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมของกองทัพ ว่า ได้ระดมกำลังทหาร พร้อมเครื่องมือหนักของทหารช่าง ในการเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ ในพื้นที่เสี่ยงรอบนอก กทม.แล้ว พร้อมช่วยอพยพคน และสิ่งของของประชาชนด้วย
โดยกองทัพบก ได้มีการเสริมกำลังกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วอีก 9 กองร้อย จากกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 6 กองร้อย และศูนย์กรมการทหารราบ 3 กองร้อย เข้ามาในพื้นที่ กทม. ซึ่งจะสามารถเข้าช่วยแก้ไขปัญหา ในพื้นที่ฉุกเฉินทันทีตลอด 24 ช.ม. นอกจากนี้ได้ส่งทหารช่างพร้อมรถโกยตัก เร่งสร้างแนวคันดินกั้นน้ำตั้งแต่คลอง 1 จนถึง คลอง 7 ระยะทาง 21 ก.ม. และตั้งแต่ คลอง 8 ถึง คลองหกวา ยาว 11 ก.ม. โดยจะเร่งงานให้เร็วที่สุดด้วย
ทั้งนี้ รองโฆษกทหารบก ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของการกู้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วม ทาง กองทัพบก จะร่วมกับผู้ประกอบการ เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
ทบ.-ทร.ระดมสรรพกำลังเร่งช่วยวิกฤติน้ำท่วมอยุธยา
ตุลาคม 10, 2011 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ทบ.ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำช่วยวิกฤติน้ำท่วมอยุธยา เปิดค่ายทหารสระบุรี รับ 4000 ผู้อพยพอยุธยา ด้านผบ.ทร.ส่ง “ฮ.-เรือจู่โจม-เจ็มสกี” ช่วยน้ำท่วม พร้อมส่ง 100 เรือท้องแบนขนย้ายผู้ประสบภัย จัดชุดประดาน้ำกู้แท่นพิมพ์แบบอะไหล่รถยนตร์จมน้ำ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.พระนครศรีอยุธยายังคงวิกฤติ ล่าสุดกองทัพบกได้ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำจากกรมการทหารช่าง พร้อมเรือยางติดเครื่องยนต์ 19 ลำ และรถบรรทุกขนาด 10 ตัน เดินทางเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเข้าเสริมการช่วยแจกจ่ายอาหารและน้ำในเขตอำเภอเมือง อำเภอมหาราช และอำเภอบางปะหัน อย่างต่อเนื่อง โดยชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำ ได้จัดทำแพสำเร็จรูป ขนาด 100 ตารางเมตร นำไปลอยบริการประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง ณ หน้าที่ว่าการอ.บางปะหัน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอบางปะหัน ซึ่งแพสำเร็จรูปดังกล่าวจะเป็นจุดศูนย์กลางนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ยังอาศัยอยู่ในบ้าน ขณะเดียวกันจะใช้เป็นท่าเทียบเรือเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนจากพื้นที่ น้ำลึกไปยังพื้นที่น้ำตื้น และใช้เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางของประชาชนจากเรือเป็นการใช้รถยนต์บรรทุกของ ทหาร นอกจากนี้ได้มีการจัดตั้งหน่วยแพทย์ ไว้บนแพสำเร็จรูป เพื่อตรวจรักษาประชาชนที่เจ็บป่วยด้วย
รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ขณะ ที่การดูแลสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเกาะเมือง ขณะนี้กำลังทหารของกองทัพบก จากศูนย์การทหารม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก กรมการทหารช่าง ได้สนธิกำลังกันระดมเรือและรถยนต์บรรทุกออกบริการรับ-ส่ง และอพยพประชาชนในพื้นที่เกาะเมืองไปยังศูนย์อพยพหน้าศาลากลางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเตรียมพื้นที่ในค่ายทหารเป็นพื้นที่รองรับการอพยพของประชาชนจากจ.พระนครศรีอยุธยานั้น ขณะนี้กองทัพบกได้เตรียมพื้นที่หน่วยทหารในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ ค่ายอดิศร กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งด้านอาคารสถานที่ อาหาร การแพทย์ ซึ่งสามารถรองรับผู้อพยพได้ประมาณ 4,000 คน โดยกำลังรอการประสานและตัดสินใจอพยพจากทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
น.อ.วิพันธุ์ ชมะโชติ รองเลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะรองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันเดียวกัน พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเร่งด่วน ล่าสุดได้สั่งให้จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ เรือจู่โจมลำน้ำติดเครื่องท้าย 4 ลำ เรือยาง 4 ลำ เจ็ทสกี 4 ลำ เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับได้สั่งการให้จัดกำลังพลจาก กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 11 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อกาศยานและรักษาฝั่ง จำนวน 138 นาย กำลังพลจากกรมก่อสร้างและพัฒนา ชุดประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ รวมถึง เรือปฏิบัติการความเรือสูงของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ จำนวน 2 ลำ พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ และเรือยาง สนับสนุนชุดเคลื่อนที่เร็วในการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งให้ กรมอู่ทหารเรือเร่งสร้างแพลอยน้ำ (Pantoon) เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย และ เร่งสร้างเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 3 ชุด เพื่อสนับสนุนการผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ระบายน้ำเพื่อระบายน้ำไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ตลอดจนจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ เพื่อนำไปสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
น.อ.วิพันธ์ กล่าวว่า ด้านกรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้จัดชุดประดาน้ำพร้อมอุปกรณ์ เร่งกู้แท่นพิมพ์แบบอะไหล่รถยนต์กว่า 30 แท่น ของบริษัท ทีเอส เทค ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง ที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำ ซึ่งขณะนี้ทำการกู้แท่นพิมพ์มาได้แล้ว 6 แท่น นอกจากนั้นทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ยังได้จัดกำลังอีกหน่วยละ 1 กองร้อยเพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครในการบรรจุกระสบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันตก รวมถึงพื้นที่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ กำหนดจุดรับผิดชอบในพื้นที่อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา โดยจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วส่วนหน้า โดยมี น.อ.อารักษ์ แก้วเอี่ยม รองผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เป็นหัวหน้าชุด ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ ที่จัดตั้งขึ้น ตั้งอยู่ที่บริเวณศาลากลางจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายความช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไป
น.อ.วิพันธ์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่มีความต้องการที่จะบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทาง กองทัพเรือ ได้เปิดศูนย์รับบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวบรวมน้ำใจจากคนไทย ที่มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องคนไทยที่กำลังเดือดร้อน สามารถร่วมบริจาคเงิน ได้ที่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 115 – 2 -14322 – 6 ชื่อบัญชี ศูนย์รับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และภัยหนาว ของกองทัพเรือ รวมทั้ง ขอเชิญร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ (ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 4821 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ และที่ ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ตรงข้ามวัดชิโนรส) ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 5269และ Call Center 1691 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ผบ.ทบ.พลิกลิ้นยินดีต้อนรับ “ยิ่งลักษณ์” เข้าทบ.
สิงหาคม 4, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“ประยุทธ์” พลิกลิ้นยินดีเปิดห้องต้อนรับ“ยิ่งลักษณ์” พร้อมให้โอกาสทดลองบริหารประเทศ ยันไม่เคยคุย”ทักษิณ”ต่อรองเก้าอี้รมว.กลาโหม เผย0สเปกรมว.กลาโหมต้องเป็นมือประสาน -ปรองดอง-มีประสบการณ์งานด้านมั่นคง โดดป้อง “ป้อม-ป๊อก” ไม่กระสันอยากเป็นรมว.กลาโหม ไม่ขอเอ่ยชื่อ”ทักษิณ”ต่อรองทหาร ชี้ตำแหน่งรมว.กลาโหมไม่เกี่ยวแลก “ทักษิณ”เข้าประเทศ แจงเป็นเรื่องกติตาบ้านเมืองแนะถ้าให้เกียรติกองทัพ ควรถามความเห็นใครเหมาะคุมกลาโหม
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อสายพูดคุยด้วยถึงตำแหน่งรมว.กลาโหมว่า คงต้องไปถามคนให้ข่าว ตนไม่มีการติดต่อ และไม่มีการพูดคุยกับใคร ตนเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องนี้จะถามหารือหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าถามถือเป็นการให้เกียรติกองทัพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่การถามควรจะต้องเป็นการถามโดยตรงกับตนเองหรือติดต่อกับตนเอง คงไม่ได้เป็นการถามผ่านคนอื่นหรือคนนั้นคนนี้มาถามตน ตนถือว่า เรื่องบางเรื่องมีเหตุผลว่า เป็นอย่างนี้เพราะอะไร หรือทำไมต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ บางเรื่องเป็นเรื่องที่สำคัญต่อประเทศชาติ อยากเรียนอีกครั้งว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และที่กล่าวอ้างว่า มีการติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านโปรแกรมพูดคุยสไกป์(Skype) นั้น ตนไม่เคยสไกป์กับใคร และไม่เคยสั่งให้ใครไปสไกป์ด้วย ถ้ามีการพูดคุยตนจะบอกว่า คุยกันหรือยัง คุยกันเมื่อไร อย่างไร แต่ขณะนี้ยืนยันว่า ยังไม่มี
เมื่อถามว่า หากพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ จะเสนอใครให้เป็นรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดว่า ไม่น่าจะใช่คนที่คุย เพราะคนที่จะคุยควรจะเป็นคนที่มีสิทธิ์ มีเสียง มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล คือ ว่าที่นายกรัฐมนตรีใหม่หรือไม่ ส่วนการพูดคุยกับกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีนั้น ตนพร้อมอยู่แล้ว ตนบอกแล้วว่า เมื่อสถานการณ์การเลือกตั้งเรียบร้อยเป็นไปตามขั้นตอนแล้ว และมีการประกาศรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงพร้อมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ตนพร้อมคุยเสมอ กองทัพบกพร้อมยินดีต้อนรับทุกท่านมาคุยที่กองทัพบก เราพร้อมเปิดห้องรับรองทุกท่าน
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า หากพูดคุยแล้วจะมีการต่อรองอะไรกับกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่หรอก แต่ตนอยากให้พูดถึงหลักการ กองทัพไม่น่าจะอยู่ในฐานะที่ต่อรอง แต่กองทัพอยู่ในฐานะข้าราชการประจำหน่วยหนึ่ง และกองทัพพร้อมปฏิบัติตามหน้าที่ตามคำสั่งฝ่ายบริหาร แต่ถ้าถามกองทัพ หรือให้เกียรติกองทัพว่า ควรจะเป็นอย่างไร ตนก็สามารถตอบได้ว่า สถานการณ์ในวันนี้ควรจะมีคนที่เป็นแบบนี้หรือมีบุคลิกแบบนี้ เช่น บุคลิกในเรื่องความปรองดอง หรือในการทำงาน ซึ่งคำว่า ปรองดอง คือ ไม่ใช่ปรองดองแบบทั่วไป แต่เป็นการสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีต่อกันในทุกเรื่อง ทุกฝ่าย ทั้งระดับบน และระดับล่าง รวมถึงทุกเหล่าทัพ ไม่เฉพาะกองทัพบก ซึ่งบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม ต้องเป็นพวกมือประสานในการทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและมีความเป็นธรรม หรือมีเกียรติยศ
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผบ.ทบ.ยังเป็นตัวเลือกที่จะเสนอให้รัฐบาลเพื่อดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความจริงพวกพี่ๆไม่อยากเป็น แต่ถ้าเป็นความจำเป็นก็ไม่รู้ ก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่ว่า ใครอยากเป็นก็เป็นได้ มันไม่ใช่ แต่ขึ้นอยู่กับเขาจะตั้งหรือไม่ เรื่องนี้ต้องถามคนตั้ง ทั้งนี้ทุกท่านที่เอ่ยชื่อทั้งหมด ไม่ว่า จะเอ่ยมา 2 ท่าน หรือกี่ท่านมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่ตอนนี้อยู่ที่ว่า ใครเป็นผู้คัดเลือก และคุณสมบัติที่ประเทศเราต้องการในส่วนงานด้านความมั่นคงต้องการในลักษณะไหน เรื่องแรกคือคุณสมบัติส่วนตัวที่จะต้องโอเค.สมาร์ท ต้องรู้และมีประสบการณ์ ซึ่งทุกท่านที่ว่ามา มีคุณสมบัติเหล่านี้ทุกคน ประการที่สอง คือ สถานการณ์ด้านความมั่นคงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และแบ่งเป็นหลายมิติ ไม่ว่า จะเป็นปัญหาชายแดน ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ หรือความมั่นคงทางด้านการเมืองที่ต้องเดินด้วยกัน โดยเฉพาะงานด้านการพัฒนา ซึ่งบุคคลที่จะเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารในงานด้านความมั่นคงต้องรู้ทุกเรื่อง และเป็นผู้ที่ทันต่อสถานการณ์ ซึงมีการพัฒนามาตามลำดับ ถ้าท่านไม่รู้ หรือไม่เคยมีประสบการณ์เลย แล้วเข้ามาทำ แม้ว่า ทุกท่านสามารถทำได้ และเก่งทุกคน แต่ต้องใช้ระยะเวลามากในการแก้ไขปัญหา และการใช้เวลาจะทำให้เสียประโยชน์ไปหรือไม่ เพราะทุกวันนี้อะไรเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ไม่ว่า บทบาทต่อต่างประเทศหรือในประเทศทั้งเรื่องด้านกฎหมายก็เปลี่ยนไปหมด ดังนั้นตนอยากได้บุคลาการ ผู้บังคับบัญชาที่รอบรู้ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
เมื่อถามว่า กองทัพจะยอมหรือไม่ หากตำแหน่งรมว.กลาโหม ที่กองทัพต้องการต้องแลกกับการให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เอ่ยชื่อได้ไหม เพราะท่านอยู่ของท่าน ตนไม่เคยเอ่ยชื่อท่านเลย เรื่องของท่านเป็นเรื่องกติกาของบ้านเมืองที่ต้องว่ากันไป เราคงไปกล่าวถึงท่านไม่ได้ ว่า จะกลับหรือไม่กลับอย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องของตน อยากเรียนอีกครั้งว่า ไม่ใช่เรื่องการต่อรอง แต่เป็นเรื่องการถามความคิดเห็นว่า กองทัพบกต้องการอย่างไร แต่ความต้องการของตนจะได้หรือไม่ เป็นคนละเรื่อง อย่างไรตนก็ต้องทำงานอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องส่วนตัวว่า ตนจะอยู่แล้วได้ประโยชน์ ไม่เกี่ยว เอาว่า จะทำงานได้ราบรื่นหรือไม่ดีกว่า
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็มีสิทธิ์ สามารถเชิญมาเป็นได้หมด มีสิทธิ์ได้เป็นกันทุกคน ส่วนกรณีที่มีตท.10 ไม่เห็นด้วยกับการให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ และพล.อ.ประวิตร มาเป็นรมว.กลาโหมนั้น ตนไม่รู้ และไม่ได้ยินเรื่องนี้ ตนบอกแล้วว่า ทุกคนเป็นได้หมด แต่เขาจะตั้งหรือไม่
เมื่อถามว่า มั่นใจว่า นายกฯหญิงจะสามารถบริหารประเทศได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้มีหลายประเทศในโลกที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำ เขาเรียกว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน คนไทยก็เก่ง ต้องลองให้ท่านทำดู เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีนายกฯหญิง ทั้งนี้ทหารมีผู้บังคับบัญชาอยู่ 2 อย่าง คือ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น กับผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนคือ ผบ.ทหารสูงสุด หากสูงขึ้นไปก็เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรี ที่เรียกว่า สายบังคับบัญชา
กองทัพบก ยุติการเดินเท้าค้นหา “แบล็คฮอร์ค” ชั่วคราว
กรกฎาคม 20, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
เนื่องจากเข้าไปในพื้นที่ประเทศพม่า ซึ่งต้องขอนุญาตก่อน
โฆษกกองทัพบก ระบุ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภาระกิจเดินเท้าค้นหาเครื่องบินแบล็คฮอร์ค ได้ยุติการค้นหาชั่วคราว เนื่องจากเข้าไปในพื้นที่ประเทศพม่ามาก
วันที่(20 ก.ค.54) รายงานความคืบหน้าการเดินเท้าค้นหา เครื่องบินแบล็คฮอร์ค ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงความคืบหน้าการค้นหาเครื่องบินแบล็คฮ๊อค ที่ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเดินเท้าค้นหา ได้ยุติการค้นหาชั่วคราว เนื่องจากได้ข้ามไปยังพื้นฝั่งประเทศพม่า ซึ่งกองทัพบกได้ประสานไปยังพม่า เพื่อขอความร่วมมือและให้อำนวยความสะดวกในการค้นหาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้มีการยืนยันจากพลตรี คิน หม่อง เทย์ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารชายฝั่งพม่า ว่า พม่ายินดีให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการค้นหาอย่างเต็มที่ คาดว่าอีก 1-2 ชั่วโมง จะสามารถเริ่มค้นได้อีกครั้ง
โฆษกกองทัพบก กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินแบล็คฮ๊อก ร่วมถึงชะตากรรมของผู้โดยสารได้ จนกว่าจะเข้าถึงจุดที่เครื่องตก พร้อมยืนยันว่า เครื่องบินแบล็คฮ๊อคที่ปฏิบัติภารกิจ เป็นเครื่องที่มีความปลอดภัยและดีที่สุดของกองทัพบก ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีความห่วงใยและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง พร้อมยืนยัน การปฏิบัติงานด้วยอากาศยาน จะมีกฎการบินที่รัดกุมและชัดเจน
“ไก่อู” แสลงใจ 91 ศพ รับห่วงพท.โยนบาปทหารฆ่า ยันชุดดำมีตัวตนจริง
มิถุนายน 24, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
(วันที่24 มิ.ย. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมารดา น.ส.กมนเกด อัดฮาด เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนารมว่า ที่ผ่านมากองทัพบกได้ชี้แจงมาตลอดว่า 91 ศพ พูดแล้วเป็นสิ่งที่สแลงใจ และไม่สบายใจอย่างที่สุด สิ่งที่เรากังวลมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าทหารฆ่าประชาชน ฆ่า 91 ศพ ซึ่งเราได้ชี้แจงมาโดยตลอดแล้วว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้พูดถึงเรื่องประเด็นการ เมือง แต่ขอให้สังคมรับฟัง ในทุกมุมมอง สิ่งที่เรายืนยัน 91 ศพ มีทั้งทหาร ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และหลายๆคนเข้าไปเกี่ยวพัน รวมทั้ง 6 ศพในวัดปทุมฯด้วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ชุมนุมอย่างเดียว
“แต่ละศพไม่ได้เกิดจากการที่เรา กระชับวงล้อมในวันที่ 19 พ.ค.53 แต่มีการเสียชีวิตจากกรณีต่างๆ ก่อนวันที่ 10 เม.ย. รวมทั้งวันที่ 10 เม.ย. จำนวน 26 ศพ มีที่มาที่ไปชัดเจน แล้ววันนี้ได้ฟังข้อมูลรอบด้านที่ตั้งข้อสงสัย ว่าชายชุดดำไม่มีจริงมั้ง หรือมีจริงหรือไม่ ยืนยันว่า มีตัวตน เรามีรายชื่อครบ ซึ่งสามารถไปดูได้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ดีเอสไอ และตำรวจ กองทัพบกไม่ได้อยู่ในกระบวนการรวบรวมหลักฐาน ไม่สามารถเข้าไปล้วงในหลายละเอียดได้ หลายคนได้รับการประกันตัว หลายคนยังถูกคุมขัง หลายคนหนี มีชื่อมีเสียงชัดเจนเรียบร้อย แล้ววันนี้ข้อมูลข่าวสารที่ได้ฟังจากรอบด้านก็ได้พัฒนาไป ก็ยืนยันเหมือนเดิมเรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลในทุกๆด้านของกลุ่มการเมืองก็ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง และลองชั่งน้ำหนักดู อยากให้ความจริงปรากฏเหมือนกัน คณะกรรมการทั้งหลายที่ตรวจสอบแล้วได้ผลอย่างไรก็ไปติดตามดู”โฆษกกองทัพบก กล่าว
“กองทัพบก” จัดสรรเวลายิงสปอตพรรคการเมืองหาเสียง เริ่ม 13-30 มิ.ย.นี้
มิถุนายน 10, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่(10 มิ.ย.54) รายงานข่าวแจ้งว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ขอความร่วมมือกองทัพบก ช่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรที่จะมีขึ้นใน 3 ก.ค. 2554 นี้ ล่าสุด กองทัพบกได้มอบให้สถานีวิทยุกระจายเสียงในสังกัดของกองทัพบก ออกอากาศการโฆษณา หาเสียงและการแถลงนโยบายของพรรคการเมืองทุกพรรค ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดสรร โดยจะเริ่มออกอากาศในรายการภาคบังคับของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ระหว่างวันที่ 13-30 มิ.ย.2554 รวม 14 วันเว้นราชการวันหยุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
การออกอากาศโฆษณาหาเสียงข้อความสั้นหรือสปอตความยาวไม่เกิน 30 วินาที จะออกอากาศในห้วงเวลาที่เป็นรายการภาคบังคับของกองทัพบก ได้แก่
รายการกองทัพบกเพื่อประชาชนเวลา 07.30 – 08.00 น.
รายการรู้รักสามัคคีทำความดีเพื่อแผ่นดินเวลา 12.30-13.00 น
รายการใต้ร่มธงไทยเวลา 18.00 น.
โดยจะออกอากาศละห้วงเวลา 1 นาที 30 วินาที จำนวน 3 พรรคการเมืองต่อห้วง (รวมวันละ 3 ห้วงเวลา)
การออกอากาศเพื่อแถลงนโยบายพรรคการเมืองความยาวไม่เกิน 10 พรรคนาทีต่อ ในจะออกอากาศ “รายการใต้ร่มธงไทย 18.30-19.00 น” วันละ 3 พรรคๆ ละ 10 นาที รวม 30 นาที
ทั้งนี้ แต่ละพรรคการเมืองจะเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาและนโยบายของพรรคที่ใช้ในการเผยแพร่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับการนำเสนอด้วยเสมอภาคความ
อย่างไรก็ตามในขณะนี้สถานีวิทยุในสังกัดกองทัพบกได้ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่และให้ความรู้ในเรื่องสิทธิ ขั้นตอน กำหนดการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
โฆษก ทบ. ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ขอพบ “ประยุทธ์” ไม่เหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง
มิถุนายน 6, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
วันนี้(6มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ประกาศจะขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอคำแนะนำสถานการณ์บ้านเมืองว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร เพียงแต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงมาโดยตลอดว่าสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทหาร หรือ กองทัพดำเนินการก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายการเลือกตั้ง เรามีหน้าที่ในเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง และมีหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่ง แม้ว่าจะมีการสวมหมวก 2 ใบ คือเป็นทั้งประชาชน และ เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ดังนั้นจะต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ใครจะเลือกใครก็แล้วแต่ นอกจากนี้พืิ้นที่หน่วยทหารมีกฎระเบียบกติกาว่าถ้าพรรคหารเมือง หรือหัวหน้าพรรค หรือตัวแทนพรรค จะเข้ามาหาเสียง หรือชี้แจงนโยบายเพื่อให้ทหารได้รับฟังเพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งก็ไม่เคยปิดกั้น ถ้ามีพรรคการเมืองไปติดต่ค่ายทหาร ว่าจะขอเข้าไปหาเสียง ส่ิงที่กองทัพจะต้องดำเนินการคือการแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเขตพื้นที่เพื่อให้ประสานงานกับพรรคการเมือง
“กองทัพบกยินดีเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองเข้ามาหาเสียงอย่างเป็นธรรมทุกพรรคการเมือง กองทัพบกทำได้เพียงแค่ให้หัวหน้าพรรค หรือ ตัวแทนพรรคเข้ามาหาเสียงในพื้นที่ทหาร แต่หากจะขอเข้ามาพบเป็นการพูดคุยปรึกษาหารือแบบส่วนตัว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่หมาะสม เพราะพรรคการเมืองมีเยอะ การที่จะมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดจะมาพูดคุยด้วยเรื่องความในใจ หรือเรื่องใดก็แล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะผู้บัญชาการทหารบก เป็นข้าราชการ ก็จะถูกครหาได้ ว่าทำไมถึงได้พูดคุยกับการเมืองนี้ และพรรคการเมืองอื่น ๆ จะขอคุยได้หรือไม่ ซึ่งมันมีปัญหาเยอะ ฉะนั้นเรื่องนี้กองทัพบกทำตามระเบียบกฎกติกาข้อกฎหมายอย่างเดียว ทั้งนี้ผมไม่ขอวิจารณ์ว่าการที่ นส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาพูดว่าจะขอเข้าพบผู้บัญชาการทหารบก เพราะเป็นเรื่องทางการเมือง”พ.อ.สรรเสริญ ระบุ
ผบ.ทบ.เซ็นต์คำสั่งตั้ง 157 นายพันคุมกำลังทั้งทหารราบ-ทหารม้า-ทหารปืนใหญ่ -ปตอ.
พฤษภาคม 13, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 99/2554 ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน หรือที่เรียกว่า การโยกย้ายระดับผู้บังคับกองพัน ระดับพันเอก และพันโท จำนวน 157 นาย เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2554 แต่เพิ่งมีการแจกจ่ายคำสั่ง
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า เป็นการโยกย้ายนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยคุมกำลัง ทั้งเพื่อตอบแทนนายทหารที่เคยทำงานในการกระชับพื้นที่เสื้อแดง และเพื่อความมั่นใจในการรับสถานการณ์การดูแลความมั่นคงภายใน ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง และการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการรองรับ การตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) กองพลใหม่ และ การแก้ปัญหา 3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในส่วนของกองทัพภาค 1 มีการจัดวางตัว นายทหารในกองพลที่1รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังหลักของการรักษาความสงบภายในกทม. และขุมกำลังปฏิวัติใหม่ โดยนายทหารบางคน ถือเป็นนายทหารสายเหยี่ยว เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ภายใน
พ.อ. อาสาศึก ขันติรัตน์ (ตท.28) รองผู้บังคับกองพันที่ 4 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (รองผบ.ร.1พัน4 รอ.) ขึ้นเป็น ผู้บังคับกองพันที่ 4 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ผบ.ร.1พัน4 รอ.)คนใหม่ แทนพ.อ.ชลัช แจ่มใส ที่ย้ายไปเป็น รองผอ.กองกำลังพล กองทัพน้อย1 (รองผอ.กกพ.ทน.1) และมี พ.ท. สิทธิศักดิ์ ธิวันนา (ตท.32) จาก ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการกองทัพภาค1 (ผช.ฝยก.ทภ.1) มาเป็น รองผบ.ร.1พัน4 รอ.
พ.อ.วณัฐ ลัทธศักดิ์ศิริ เป็น รองเสนาธิการกองพลที่1 รักษาพระองค์ (รองเสธ. พล.1รอ.) และ พ.อ.วนา แคล้วปลอดทุกข์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (รองผบ.ร.31รอ.) ขยับเป็น รองเสธ.พล.1รอ. เช่นกัน
ที่น่าจับตามอง พ.อ. กัณฑ์ชัย ประจวบอารีย์ (ตท.26) ซึ่งเคยมีบทบาทในการกระชับพื้นที่เสื้อแดงที่ราชประสงค์ และซอยรางน้ำ เมื่อพ.ค.ปีที่แล้ว ได้ขยับจาก เสธ.ร.31รอ. เป็น รอง ผบ.ร.31รอ. เพื่อจ่อเป็น ผบ.ร.31รอ.คนต่อไป
พ.ท. จักรพงษ์ เส-ลา (ตท.34) จาก รองผบ.ร.31พัน3รอ.ขยับเป็น ผบ.ร.31พัน1รอ.แทน พ.ท. อัศวิน บุนนาค ที่ขยับขึ้นเป็น เสธ.ร.31รอ.
พ.อ. ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล (ตท.27) ขยับจาก เสธ.ร.11รอ. ขึ้นเป็น รองผบ.ร.11รอ. พ.ท. หนุน ศันสนาคม (ตท.31) รองเสธ.ร.11รอ.) เป็น ผบ.ร.11พัน2รอ.
พ.ท.จักรชัย ศรีคชา ผบ.ร.11พัน 2รอ. มาเป็น เสธ.ร.11รอ. พ.ต.เผ่าพันธุ์ เจนนุวัตร (ตท.33) รองผบ.ร.1พัน1รอ.เป็น รองเสธ.ร.11รอ.
พ.ท.จิรโรจน์ ธูปเทียนรัตน์ (ตท.31)ผช.นายทหารประสานงานการยิง ป.1รอ. เป็น ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์ (ผบ.ป.พัน1รอ.) พ.ต.สิฐิจักษ์ ร่มโพธ์ชี (ตท.31) เป็นผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่11รักษาพระองค์ ( ผบ.ป.พัน11 รอ.)
พ.ท. วุทธยา จันทมาศ (ตท.28) เป็น หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองพลทหารราบที่9 (พล.ร.9) หน่วยกำลังปฏิวัติของกองทัพภาค1 ที่ จ.กาญจนบุรี ขึ้นเป็น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29( ผบ.ร.29 พัน1) พันโทอัษฎาวุธ ปันยารชุน (ตท.29) หัวหน้าฝ่ายกำลังพล พล.ร.9 เป็นผู้บังคับกองพันที่1 กรมทหารราบที่19( ผบ.ร.19 พัน1)
ในส่วนของทหารม้า พ.ท.เศกสรรค์ ภัทรนาวิก (ตท.32) เป็น ผบ.ม.พัน 22 พ.ท.ณรงค์ สมิตทันต์ (ตท.30) เป็น ผบ.พันศม.
ในส่วน กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) หน่วยกำลังในกรุงฯพ.ท. ปานเทพ อิ่มสุ่น (ตท.31) เป็น ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 (ผบ.ปตอ.พัน 2) แทน พ.ท.ธิษณ เกิดประเสริฐ ที่ขยับเป็นพันเอก ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศ( ศปภอ.)ทบ.2
พ.ท. ศักดิ์ชัย พงค์พนาไกร (ตท.31) เป็น ผบ.ปตอ.พัน6 แทน พ.ท.อภิสิทธิ์ บุศยารัศมี ที่ถูกย้ายเป็น หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน พล.ปตอ.
นอกจากนี้มีการ จัดทัพนายทหารในกองทัพภาค2 เพื่อรับศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ใหม่ พ.อ. ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ (ตท.27) เสธ.ร.23 ขยับมาเป็น ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 (ผบ.กรม ทพ.26) สลับตำแหน่งกับ พ.อ. อุดล บุญธรรมเจริญ ที่ มาเป็น เสธ.ร.23 เพื่อดูแลชายแดนปราสาทตาเมือน-ตาควาย จ.สุรินทร์เนื่องจาก พ.อ. ณัฎฐ์ เป็น นายทหารที่มีความสนิทสนมกับ นายทหารกัมพูชาและทำงานด้านการประสานงานกับเขมรมาตลอด
พ.ท. ภาคภูมิ นภากาศ รองผบ.ทหารพราน 26 เป็นหัวหน้าฝ่ายข่าว พล.ร.6 โดยให้ พันตรี ปิยะ นงชนา รอง ผบ.ร.23 พัน3 มาเป็น รองผบ.ทหารพราน 26 (รองผบ.กรมทพ.26) พ.ท. สุรกิจ กาฬเนตร รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 23 (รองผบ.กรม ทพ.23) ที่ดูแลพื้นที่เขาพระวิหาร ได้ขยับเป็น ผู้บังคับกองพันที่1 กรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6 พัน1 )แทน พ.ท.ประจวบ มูลดับ ที่ขยับเป็น เสธ.ร.6 โดยที่ พ.อ.ประเวศสุทธิ สุทธิประภา เสธ.ร.6 เป็น รองผบ.ร.6 และพ.ต.พิทักษ์ชัย กิ่งเกตุ รองผบ.ร.16 พัน3 มาเป็น รองผบ.ทพ.23 แทน
ในส่วนของ พล.ร.3 พ.ท.ณรงค์ วิชาญาณวรวุฒิ หน.ฝ่ายส่งกำลังบำรุง พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.3 พัน2 พ.ท. ณรงค์ สวนแก้ว (ตท.25)ผบ.ร.13พัน1 ซึ่งเป็น ผบ.กองกำลังเฉพาะกิจ 980 ไทย-ดาร์ฟูร์ ประเทศซูดาน ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ซูดาน ได้ขยับเป็น พันเอก เสธ.ร.13 โดยมี พ.ท.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค เป็น ผบ.ร.13พัน1 แทน
นอกจากนี้มีการจัดผบ.หน่วยของ กรมทหารราบที่ 7 (ร.7) และ กรมทหารราบที่ 17 (ร.17) เพื่อรองรับการตั้ง กองพลใหม่อย่าง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) ของกองทัพภาค3ที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ด้วย
พ.ท.วันชัย มณีวรรณ (ตท.32) หัวหน้าฝ่ายยุทธการ พล.ร.4 เป็น ผบ.ร.17พัน2 พ.ท.เจษฎา เงินกอบทอง ผบ.ร.7พัน5 เป็น รองผบ.ร.7 พ.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ(ตท.27) เป็น ผบ.ร.7พัน2 เป็น ผบ.ร.7 พัน5 พ.ท.ชายชาญ ธีรพิเชษฐพงศ์ จเรพล.ร.4 เป็น ผบ.ร.7พัน2
ในส่วนกองทัพภาค 4 ภาคใต้ พ.อ. นิติ ติณสูลานนท์ (ตท.26) หลานชาย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขยับจาก ผบ.ร.5พัน2 กลับพื้นที่3จังหวัดภาคใต้อีกครั้ง มาเป็น ผบ.กรมทหารพรานที่ 44 (ผบ.กรม ทพ.44)
พ.ท. ณรงค์ ตันติสิทธิพร (ตท.27) ผบ.ร.25 พัน1 เป็น ผบ.ร.5 พัน2 พ.ท.ธรรมรัตน์ อองพลากร (ตท.31) เป็น ผบ.ร.25 พัน1 พ.ท.พรชัย นิ่มทัศนศริ (ตท.34) เป็น ผบ.พันพัฒนาที่ 4
พ.ท.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว (ตท.31) เป็น ผบ.ร.15 พัน2 พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ (ตท.32) เป็น ผบ.ร.151พัน2 พ.ท.พีรพงศ์ วัลลภาทิตย์ (ตท.34) เป็น ผบ.ร.152พัน3



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












