ผบ.ทบ.เซ็นต์คำสั่งตั้ง 157 นายพันคุมกำลังทั้งทหารราบ-ทหารม้า-ทหารปืนใหญ่ -ปตอ.
พฤษภาคม 13, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 99/2554 ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน หรือที่เรียกว่า การโยกย้ายระดับผู้บังคับกองพัน ระดับพันเอก และพันโท จำนวน 157 นาย เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2554 แต่เพิ่งมีการแจกจ่ายคำสั่ง
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า เป็นการโยกย้ายนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยคุมกำลัง ทั้งเพื่อตอบแทนนายทหารที่เคยทำงานในการกระชับพื้นที่เสื้อแดง และเพื่อความมั่นใจในการรับสถานการณ์การดูแลความมั่นคงภายใน ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง และการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการรองรับ การตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) กองพลใหม่ และ การแก้ปัญหา 3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในส่วนของกองทัพภาค 1 มีการจัดวางตัว นายทหารในกองพลที่1รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังหลักของการรักษาความสงบภายในกทม. และขุมกำลังปฏิวัติใหม่ โดยนายทหารบางคน ถือเป็นนายทหารสายเหยี่ยว เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ภายใน
พ.อ. อาสาศึก ขันติรัตน์ (ตท.28) รองผู้บังคับกองพันที่ 4 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (รองผบ.ร.1พัน4 รอ.) ขึ้นเป็น ผู้บังคับกองพันที่ 4 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ผบ.ร.1พัน4 รอ.)คนใหม่ แทนพ.อ.ชลัช แจ่มใส ที่ย้ายไปเป็น รองผอ.กองกำลังพล กองทัพน้อย1 (รองผอ.กกพ.ทน.1) และมี พ.ท. สิทธิศักดิ์ ธิวันนา (ตท.32) จาก ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการกองทัพภาค1 (ผช.ฝยก.ทภ.1) มาเป็น รองผบ.ร.1พัน4 รอ.
พ.อ.วณัฐ ลัทธศักดิ์ศิริ เป็น รองเสนาธิการกองพลที่1 รักษาพระองค์ (รองเสธ. พล.1รอ.) และ พ.อ.วนา แคล้วปลอดทุกข์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (รองผบ.ร.31รอ.) ขยับเป็น รองเสธ.พล.1รอ. เช่นกัน
ที่น่าจับตามอง พ.อ. กัณฑ์ชัย ประจวบอารีย์ (ตท.26) ซึ่งเคยมีบทบาทในการกระชับพื้นที่เสื้อแดงที่ราชประสงค์ และซอยรางน้ำ เมื่อพ.ค.ปีที่แล้ว ได้ขยับจาก เสธ.ร.31รอ. เป็น รอง ผบ.ร.31รอ. เพื่อจ่อเป็น ผบ.ร.31รอ.คนต่อไป
พ.ท. จักรพงษ์ เส-ลา (ตท.34) จาก รองผบ.ร.31พัน3รอ.ขยับเป็น ผบ.ร.31พัน1รอ.แทน พ.ท. อัศวิน บุนนาค ที่ขยับขึ้นเป็น เสธ.ร.31รอ.
พ.อ. ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล (ตท.27) ขยับจาก เสธ.ร.11รอ. ขึ้นเป็น รองผบ.ร.11รอ. พ.ท. หนุน ศันสนาคม (ตท.31) รองเสธ.ร.11รอ.) เป็น ผบ.ร.11พัน2รอ.
พ.ท.จักรชัย ศรีคชา ผบ.ร.11พัน 2รอ. มาเป็น เสธ.ร.11รอ. พ.ต.เผ่าพันธุ์ เจนนุวัตร (ตท.33) รองผบ.ร.1พัน1รอ.เป็น รองเสธ.ร.11รอ.
พ.ท.จิรโรจน์ ธูปเทียนรัตน์ (ตท.31)ผช.นายทหารประสานงานการยิง ป.1รอ. เป็น ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์ (ผบ.ป.พัน1รอ.) พ.ต.สิฐิจักษ์ ร่มโพธ์ชี (ตท.31) เป็นผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่11รักษาพระองค์ ( ผบ.ป.พัน11 รอ.)
พ.ท. วุทธยา จันทมาศ (ตท.28) เป็น หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองพลทหารราบที่9 (พล.ร.9) หน่วยกำลังปฏิวัติของกองทัพภาค1 ที่ จ.กาญจนบุรี ขึ้นเป็น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29( ผบ.ร.29 พัน1) พันโทอัษฎาวุธ ปันยารชุน (ตท.29) หัวหน้าฝ่ายกำลังพล พล.ร.9 เป็นผู้บังคับกองพันที่1 กรมทหารราบที่19( ผบ.ร.19 พัน1)
ในส่วนของทหารม้า พ.ท.เศกสรรค์ ภัทรนาวิก (ตท.32) เป็น ผบ.ม.พัน 22 พ.ท.ณรงค์ สมิตทันต์ (ตท.30) เป็น ผบ.พันศม.
ในส่วน กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) หน่วยกำลังในกรุงฯพ.ท. ปานเทพ อิ่มสุ่น (ตท.31) เป็น ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 (ผบ.ปตอ.พัน 2) แทน พ.ท.ธิษณ เกิดประเสริฐ ที่ขยับเป็นพันเอก ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศ( ศปภอ.)ทบ.2
พ.ท. ศักดิ์ชัย พงค์พนาไกร (ตท.31) เป็น ผบ.ปตอ.พัน6 แทน พ.ท.อภิสิทธิ์ บุศยารัศมี ที่ถูกย้ายเป็น หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน พล.ปตอ.
นอกจากนี้มีการ จัดทัพนายทหารในกองทัพภาค2 เพื่อรับศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ใหม่ พ.อ. ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ (ตท.27) เสธ.ร.23 ขยับมาเป็น ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 (ผบ.กรม ทพ.26) สลับตำแหน่งกับ พ.อ. อุดล บุญธรรมเจริญ ที่ มาเป็น เสธ.ร.23 เพื่อดูแลชายแดนปราสาทตาเมือน-ตาควาย จ.สุรินทร์เนื่องจาก พ.อ. ณัฎฐ์ เป็น นายทหารที่มีความสนิทสนมกับ นายทหารกัมพูชาและทำงานด้านการประสานงานกับเขมรมาตลอด
พ.ท. ภาคภูมิ นภากาศ รองผบ.ทหารพราน 26 เป็นหัวหน้าฝ่ายข่าว พล.ร.6 โดยให้ พันตรี ปิยะ นงชนา รอง ผบ.ร.23 พัน3 มาเป็น รองผบ.ทหารพราน 26 (รองผบ.กรมทพ.26) พ.ท. สุรกิจ กาฬเนตร รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 23 (รองผบ.กรม ทพ.23) ที่ดูแลพื้นที่เขาพระวิหาร ได้ขยับเป็น ผู้บังคับกองพันที่1 กรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6 พัน1 )แทน พ.ท.ประจวบ มูลดับ ที่ขยับเป็น เสธ.ร.6 โดยที่ พ.อ.ประเวศสุทธิ สุทธิประภา เสธ.ร.6 เป็น รองผบ.ร.6 และพ.ต.พิทักษ์ชัย กิ่งเกตุ รองผบ.ร.16 พัน3 มาเป็น รองผบ.ทพ.23 แทน
ในส่วนของ พล.ร.3 พ.ท.ณรงค์ วิชาญาณวรวุฒิ หน.ฝ่ายส่งกำลังบำรุง พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.3 พัน2 พ.ท. ณรงค์ สวนแก้ว (ตท.25)ผบ.ร.13พัน1 ซึ่งเป็น ผบ.กองกำลังเฉพาะกิจ 980 ไทย-ดาร์ฟูร์ ประเทศซูดาน ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ซูดาน ได้ขยับเป็น พันเอก เสธ.ร.13 โดยมี พ.ท.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค เป็น ผบ.ร.13พัน1 แทน
นอกจากนี้มีการจัดผบ.หน่วยของ กรมทหารราบที่ 7 (ร.7) และ กรมทหารราบที่ 17 (ร.17) เพื่อรองรับการตั้ง กองพลใหม่อย่าง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) ของกองทัพภาค3ที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ด้วย
พ.ท.วันชัย มณีวรรณ (ตท.32) หัวหน้าฝ่ายยุทธการ พล.ร.4 เป็น ผบ.ร.17พัน2 พ.ท.เจษฎา เงินกอบทอง ผบ.ร.7พัน5 เป็น รองผบ.ร.7 พ.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ(ตท.27) เป็น ผบ.ร.7พัน2 เป็น ผบ.ร.7 พัน5 พ.ท.ชายชาญ ธีรพิเชษฐพงศ์ จเรพล.ร.4 เป็น ผบ.ร.7พัน2
ในส่วนกองทัพภาค 4 ภาคใต้ พ.อ. นิติ ติณสูลานนท์ (ตท.26) หลานชาย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขยับจาก ผบ.ร.5พัน2 กลับพื้นที่3จังหวัดภาคใต้อีกครั้ง มาเป็น ผบ.กรมทหารพรานที่ 44 (ผบ.กรม ทพ.44)
พ.ท. ณรงค์ ตันติสิทธิพร (ตท.27) ผบ.ร.25 พัน1 เป็น ผบ.ร.5 พัน2 พ.ท.ธรรมรัตน์ อองพลากร (ตท.31) เป็น ผบ.ร.25 พัน1 พ.ท.พรชัย นิ่มทัศนศริ (ตท.34) เป็น ผบ.พันพัฒนาที่ 4
พ.ท.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว (ตท.31) เป็น ผบ.ร.15 พัน2 พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ (ตท.32) เป็น ผบ.ร.151พัน2 พ.ท.พีรพงศ์ วัลลภาทิตย์ (ตท.34) เป็น ผบ.ร.152พัน3
รมว.กลาโหม เตรียมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 5
พฤษภาคม 11, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองทัพบก พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18 – 20 พ.ค. 2554 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหมและคณะนายทหาร จะเดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 5 ( ADMM 5 ) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดย เป็นการหารือร่วมกันของรมว.กลาโหมของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทัศนะในประเด็นด้านความมั่นคงและการทหาร สร้างความมั่นคงในระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นบทบาทของอาเซียนในการเข้าไปมีส่วนแก้ไขปัญหาร่วมกับนานาชาติในพื้นที่ต่างๆ อาทิ การส่งหมู่เรือเข้าร่วมปราบปรามโจรสลัดบริเวณอ่าวเอเดน ซึ่งในที่ประชุมฯ จะพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ 4 เรื่อง คือ 1.แผนปฏิบัติการ 3 ปี ในกรอบ ADMM ระหว่าง 2554 – 2556 2.เอกสารแนวความคิดการจัดตั้งเครื่องข่ายศูนย์รักษาสันติภาพอาเซียน 3.เอกสารแนวความคิดว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ4.ปฏิญญาร่วมของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศของอาเซียนในประชาคมโลกเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมไทยจะหารือทวิภาคีกับ 6 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย, กัมพูชา, มาเลเซีย, เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ในประเด็นสำคัญความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหาร, ความปลอดภัยในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นในสมาคมภูมิภาคอาเซียน , โครงการแลกเปลี่ยนทางทหารในทุกระดับระหว่างกัน, การฝึกอบรมและการฝึกศึกษาระหว่างประเทศ ซึ่งในการหารือระดับทวิภาคีกับประเทศกัมพูชาอาจจะมีพูดคุยถึงปัญหาตามแนวชายแดน การสร้างความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ชายแดน เพื่อประชาชนกลับมามีชีวิตตามปกติ และมีการค้าขายตามแนวชายแดนเช่นเดิม โดยการพูดคุยครั้งนี้จะไม่มีการพูดคุยถึงการถอนทหารออกจากพื้นที่ และการให้ผู้สังเกตุการณ์จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ในกรอบการหารือ รมว.กลาโหม ย้ำชัดถึงนโยบายว่า ประเทศเพื่อนบ้านจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ต้องให้มีการเจรจาเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยรุกรานใคร แต่ใครอย่ามารุกรานเราก่อน ซึ่งรมว.กลาโหม อยากให้ความสำคัญ กับทุกประเทศในกลุ่มประเทศอาเชี่ยน
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ผลจากการได้เข้าร่วมประชุมกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งการหารือทวิภาคีกับประเทศในกลุ่มอาเซียนนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคง เพิ่มบทบาทและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทหารของอาเซียนในด้านต่างๆและความร่วมมือระดับประชาคมอาเซียนนี้ นับเป็นแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือร่วมใจ ในภูมิภาคให้เข้มแข็งทัดเทียมกับประเทศในภูมิภาคอื่นมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลที่ดีต่อสังคมและประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม
ผบ.ทบ.ย้ำทหารต้องซื่อสัตย์ เทิดทูฯสถาบันอย่านำความเสื่อมาสู่กองทัพ
มีนาคม 7, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานในพิธีสถาปนา นปอ. ครบรอบที่ 19 กล่าวให้โอวาทกับกำลังพลในตอนหนึ่งว่า นปอ.มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก ด้านการรักษาความมั่นคง ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในรูปแบบต่างๆอย่างแน่วแน่ ตามนโยบายของกองทัพบก จนสามารถสร้างความเชื่อถือ ความศรัทธาต่อประชาชนและกองทัพบก ขอให้กำลังพลทุกคนปฏิบัติงานโดยยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต โดยปรับการทำงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย ต้องป้องกันอธิปไตยของชาติ และสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ตนได้เห็นน้ำใจของผู้บังคับหน่วย และนายทหารต่างๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่เรียบร้อยทุกคนทำหน้าที่เป็นทหารของประชาชนได้อย่างเรียบร้อย แม้ว่าจะต้องเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ในฐานะที่เป็นทหารมีหน้าที่ในการใช้กำลัง ยุทโธปกรณ์ แต่ก็ไม่สามารถที่จะใช้ได้ เพราะอยู่ภายใต้สถานการณ์อันจำกัด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอว่าไม่ว่าจะเป็นนกลุ่มใดก็ตาม คนเหล่านั้นคือคนไทย เรามีหน้าที่ทำให้คนไทยเหล่านั้นเกิดความเข้าใจในภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของกองทัพ ต้องทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ดังนั้นต้องสำนึกในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม รวมถึงผู้ที่รับผิดชอบในอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆของกองทัพ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ตัวบุคคล แต่ตัวบุคคลเหล่านั้นทำให้กองทัพบกเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะต้องลงโทษและตักเตือนว่ากล่าว อย่างไรก็ตามหากจะทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบข้อบังคับที่กองทัพบกได้มีอย่างชัดเจนขอให้คิดถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะต้องอยู่อย่างพอเพียง ถ้าหากอยู่อย่างไม่พอเพียงก็จะต้องไขว่คว้าและแสดงหา และทำให้เกิดข้อบกพร่อง นำมาสู่ความเสื่อมเสียของกองทัพบก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็น ผบ.ทบ.คงจะต้องรับผิดชอบในภาพรวม ซึ่งปัญหาในกองทัพบกปัจจุบันมีมาก มาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชายแดน ปัญหาในประเทศ ปัญหาภาคใต้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ ความรับผิดชอบโดยตรงของเรา ถึงแม้ว่าบางสิ่งจะไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่ในฐานะที่เราเป็นกลไกหลัก เราคงจะต้องทำตามกรอบนโยบายของรัฐบาลที่ได้สั่งการมา อย่างไรก็ตามตนอยากฝากกองทัพประชาชน โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องไม่ถูกละเมิดขอให้ทุกคนทำหน้าที่ในการเป็นทหารของชาติ ตนในฐานะที่เป็น ผบ.ทบ.จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและจะไม่นำพากกองทัพไปในทางที่เสื่อมเสีย เช่นเดียวกันทุกคนก็ต้องช่วยตนด้วยในการที่จะไม่ทำให้กองทัพบกเสื่อมเสียอีก
ด่วน! ลูกชายฮุนเซ็น ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ
กุมภาพันธ์ 7, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้รับข่าวช่วงดึกที่ผ่านมาว่า พล.ต.ฮุน มาเนต รองผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา วัย 33 ปี บุตรชายของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่รับผิดชอบวางแผนการสู้รบให้ทหารกัมพูชา ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ โดยทางกองทัพบกอยู่ระหว่างการตรวจสอบข่าวดังกล่าว และมีรายงานยืนยันก่อนหน้านี้ว่า พล.ต.ฮุน มาเนต ซึ่งรับผิดชอบกำลังทหารราบของกองทัพบกกัมพูชา ได้เดินทางมายังพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหารเพื่อวางแผนการรบให้กับทหารกัมพูชาเมื่อวานนี้ โดยฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักตั้งแต่ปืนใหญ่ รถถัง และจรวด 40 ลำกล้อง ในปฏิบัติการทหารเมื่อคืนนี้ เพื่อตอบโต้กับฝ่ายไทย หลังได้รับความเสียหายอย่างมากในการสู้รบก่อนหน้านี้
พล.ต.ฮุน มาเนต จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์เมื่อปี 2542 และใช้เวลาเพียงแค่ 13 ปี ในการขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบก
นอกจากนี้ ยังคุมกำลังในกองพลรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังป้องกันการทำรัฐประหารสมเด็จฮุน เซน ที่อยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2528 และมีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่สมเด็จฮุน เซน ให้บุตรชายเข้ารับผิดชอบด้านปฏิบัติการทหารในครั้งนี้ เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับพล.ต.ฮุน มาเนต หากสร้างความเสียหายจากฝ่ายไทยจากการสู้รบได้
นายทหารในกองทัพบกคนหนึ่ง ระบุว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้ตอบโต้การกระทำของทหารกัมพูชาอย่างรุนแรง ตลอดช่วงคืนวานนี้ และสร้างความเสียหายอย่างมากต่อฝ่ายกัมพูชา








กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















