Get Adobe Flash player

“นายกฯ” ลั่นไม่จบแบบพี่ชาย มั่นใจร่วมงานทหารดีไร้ปฏิวัติ

“นายกฯ” เยือนกองทัพไทย ลั่นไม่จบแบบพี่ชาย มั่นใจตัวเองมุ่งทำงานไร้ทหารปฏิวัติ

เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 13 ธ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทสส. และบรรดาผบ.เหล่าทัพ รอให้การต้อนรับ พร้อมด้วยพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม และพล.อ. เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมในพิธี ท้งนี้เมื่อไปถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำพิธีสัการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก่อนจะไปทำพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ภายในอาคารสโมสรบก.ทท. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศภายในอาคาร จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นไปฟังบรรยายสรุปและหารือ พร้อมมอบนโยบายที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารบก.ทท. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

กระทั่งเวลา 16.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงว่า หลังจากได้ไปเยี่ยมกระทรวงกลาโหมแล้ววันนี้ได้มาเยี่ยมกองทัพไทย เพื่อหารือพร้อมมอบนโยบายในส่วนของกองทัพไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมากองทัพไทยเป็นกำลังหลักสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐบาลที่เราได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และในส่วนของความมั่นคง ได้เน้นย้ำดูแลในส่วนแรกเรื่องความมั่นคงปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และที่สำคัญต้องทำอย่างไรในการรณรงค์ในรูปแบบต่างๆให้เป็นรูปธรรม ที่สำคัญวันนี้เราเองในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันเราอยากเห็นความสามมัคคีปรองดองของคนในชาติ ก็เป็นจุดรวมที่เรามาทำงานร่วมกันกับทางกองทัพในวันนี้ อีกทั้งกองทัพไทยนั้นมีหน่วยงานหนึ่งที่เป็นหน่วยงานสำคัญคือ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมงานกับนโยบายของรัฐบาล

โดยเฉพาะการลงไปพัฒนาในพื้นที่ ซึ่งทางนทพ.จะไปทำการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นต่างๆ ในหลักการตนได้แนวทางที่จะต้องบูรณาการรวมของการฟื้นฟูทั้งประ เทศ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานในส่วนคมนาคม การดูแลท้องถิ่นในการประสานงานกันกันอย่างไร และภารกิจดูแลความมั่นคงกับประเทศเพื่อบ้าน ได้ให้แนวทางว่าทำอย่างจะทำงานเชื่อมต่อทั้งในส่วนของความมั่นคง ดูแลความปลอดภัย ดูแลประสานกับประเทศเพื่อนบ้านให้อยู่ภายใต้ความสุข ความมั่นคง ดูแลรักษาเอกราชความสงบสุขของคนบริเวณชายแดนที่สำคัญจะทำอย่างไรให้การค้าขายดำเนินการไปได้อย่างปกติ โอกาสนี้ต้องขอคุณผบ.ทุกท่าน กองทัพยังเป็นหลักในการทำงานร่วมกันกับรัฐบาล ซึ่งได้มีการนำไปดูศุนย์บัญชาการถือว่ากองทัพไทยเป็นศูนย์รวมที่มีการบูรณาการข้อมูลในรูปแบบการเชื่อมต่อระบบ ทั้งซีซีทีวี วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และการเชื่อมต่อระบบจราจรต่างๆค่อนข้างดีครบถ้วน ถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่สำคัญที่สามารถที่จะบูรณาทางด้านฐานข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่เดินสายไปตรวจเยี่ยมกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยนายกฯมีความมั่นใจว่าจะทำงานกับทหารได้อย่างโล่งใจโดยมั่นใจว่าจะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้นตามมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตราบใดที่เราทำงานร่วมกัน ตนเชื่อมั่นในการทำงานว่าถ้าเราทำงานร่วมกันการประสานกันเชื่อมต่อกัน เข้าใจและสุดท้ายเราทำงานไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการที่รักษาความสงบสุขของประเทศ การดูแลทุกข์ของประชาชน ที่สำคัญวันนี้เรากับกองทัพต้องดูแลปกป้องสถาบัน รวมถึงการทำอย่างไรในการดูแลภาพรวมร่วมกัน ดังนั้นถ้าเราทำงานด้วยกันแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจหรือไม่ว่าจะบริหารงานไปรอดหรือไม่โดยไม่จบเหมือนอย่างพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่กองทัพยังเป็นกลุ่มที่ปฏิวัติพี่ชายตัวเอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ดิฉันเองมั่นใจในตัวเอง ทำงานอย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสไว้วางใจดิฉัน และดิฉันจะทำงานให้เต็มที่ให้กับประเทศไทย เชื่อมั่นว่าด้วยเจตนานี้ก็คงต้องขอความเป็นธรรมกับทุกคน และก็วันนี้เราเองก็ยังไม่สรุปแบบนั้น การจบแบบอย่างไรนั้นอย่าพูดแบบนั้นดีกว่า พูดว่าเราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน”

เมื่อถามต่อว่า ในเมื่อแต่ละฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตัวเองแต่วันนี้ฝ่ายการเมืองกำลังจะพยายาม จะเข้ามาแก้ไขพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม จุดยืนนายกฯเป็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้คุยกันเรื่องนั้น แน่นอนอะไรก็ตาม ทุกอย่างยึดหลักการ อะไรที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปถ้ามันมีความเหมาะสมก็ต้องทำ แต่วันนี้ตนไม่ได้คุยเรื่องนี้ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้เลย ยังไม่อยากให้ประเด็นนี้ขึ้นมา เราคงนำประเด็นแรกว่าจะทำอย่างไรจะร่วมกับกองทัพในการแก้ไขปัญหาความเดือด ร้อนประชาชนเป็นภารกิจหลักสำคัญเรื่องแรกที่ต้องทำอย่างแน่นอน

เมื่อถามอีกว่า แต่มีความเคลื่อนของส.ส.ในพรรคเพื่อไทย พยายามเรื่องนี้จะทำให้เกิดความกินใจได้หรือไม่ว่ารัฐบาลปากว่าตาขยิบผู้นำ บอกว่าไม่แต่คนรอบข้างทำอยู่ตลอดเวลา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “คืออะไรล่ะ คือด้านแรกระหว่างการแสดงสิทธิเสรีภาพ และความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่สุดท้ายการปฏิบัติทั้งอยู่ที่มติครม.อยู่ที่กระบวนการกลไกที่จะต้องทำ อย่างไร ซึ่งวันนี้ทุกท่านยังเห็นว่าเราเองจะต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเป็นอย่างแรกอยู่”

ต่อข้อถามว่า นายกฯรู้สึกอบอุ่นหรือไม่ที่มาอยู่ท่ามกลางขุนทหาร ในเมื่อทหารดูแลรัฐบาลเช่นนี้นายกฯจะจัดสรรงบประมาณให้กองทัพอย่างไรหลังจาก ที่ถูกตัดงบฯไปจำนวนมาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราทำงานด้วยกันรู้สึกดีใจ ภูมิใจ ตนเป็นผู้หญิงการทำงานร่วมกับกองทัพเป็นเรื่องที่ยากในครั้งแรก แต่หลังจากที่เราได้มีการพูดคุยกัน ต้องขอขอบคุณทางกองทัพเองทุกท่านที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชื่อว่ายังทำงานด้วยกันได้บนความเข้าใจบนพื้นฐานเดียวกัน และที่สำคัญบรรยายกาศต่างๆเราต้องร่วมกันสร้างให้เกิดความปรองดองสงบสุขของ คนในชาติ สำหรับทางกองทัพที่ทำงานสนับสนุนทางรัฐบาล แน่นอนสิ่งไหนที่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่เรามีการแถลงไว้ต่อรัฐสภา และสิ่งไหนที่เรายังได้คุยกันทั้งทางด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรของกองทัพ เรายินดีให้การสนับสนุนและเรายังได้พูดคุยกันในส่วนของความมั่นคงต่างๆที่ ได้เปลี่ยนรูปแบบไป เรื่องการดูแลอุปกรณ์ต่างๆของทางกองทัพนั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ รัฐบาลพร้อมถ้าตราบใดที่มีความจำเป็น และความสำคัญสิ่งไหนก็ยินดี แต่เรียนว่ามีข้อจำกัดของงบประมาณที่จะต้องจัดตามความสำคัญ อะไรที่จำเป็นสำคัญต่อกองทัพในภาพรวมเราคงต้องมาจัดสรรร่วมกัน

ด้านพล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้นายกฯได้กรุณามาเยี่ยมถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง และสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการของกองทัพไทยทุกคน เรายืนยันว่า กองทัพพร้อมที่จะทำงานสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อความสงบความปรองดอง ความก้าวหน้าของประเทศชาติ และก็ให้ทุกคนสบายใจว่าเราสามารถสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มขีดความสามารถ

เมื่อถามว่า ระยะเวลา 3 เดือนที่รัฐาลนี้เข้ามาบริหารมั่นใจหรือไม่ว่า รัฐบาลนี้จะร่วมกันสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า มันต้องได้อยู่แล้วเพราะตนมั่นใจ อย่างนายกฯเหมือนท่านยังทำงานไม่มีวันหยุดเลย และก็งานที่เราทำเราทุ่มเทให้มากกว่าหน้าที่ที่เรารับผิดชอบ รัฐบาลก็ใช้เราได้ถูกต้องตามครรลอง เราพร้อมที่จะทำอยู่แล้ว และเราทำให้เกินหน้าที่ได้รับมอบหมายด้วยซ้ำไป.

กองทัพไทยจัดรถรับ ส่งประชาชนช่วยน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กองบัญชาการกองทัพไทย ว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ได้สั่งการให้จัดรถ รับ-ส่ง ประชาชนและข้าราชการ 5 เส้นทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนและข้าราชการที่เดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมใน เขตลาดกระบัง หลักสี่ กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตลาดปลาเค้า หลักสี่ กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ , สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี หลักสี่ กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ,สนามหลวง ถ.แจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ,ถ.ศรีสมาน กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ

ทั้งนี้กองทัพบกจัดรถรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน 7 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 07.00–22.00น.รถออกทุก 25 นาทีและรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่อ.ธัญบุรีจ.ปทุมธานี1เส้นทางตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ส่วนในพื้นที่ จ.นนทบุรี และปทุมธานี 12 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.โดยรถออกทุก 2 ชม.

รมว.กลาโหม ยันโผทหารลงตัวไม่มีแทรกแซง

กันยายน 2, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, การเมือง

 

 

 

ยุทธศักดิ์ ยันโผทหารลงตัวไร้ปัญหาพร้อมส่งนายกฯ ป้องทักษิณให้เกียรติไม่แทรกจัดโผ เชื่อไม่มีดองโผทหาร ชี้ไม่ได้ใจดีปล่อยโผทหาร เผยแค่เป็นตัวของตัวเอง ระบุรมต.จะเสื่อมถ้าไม่เป็นตัวของตัวเอง ผบ.สส.ยันไม่มีปฏิวัติ-อำนาจนอกระบบล้มรัฐ

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554ว่า ไม่มีปัญหากันเลย ตนไม่ได้ลงในรายละเอียดเท่าไหร่ เพราะตนให้อำนาจผู้บังคับบัญชา เพราะผู้บังคับบัญชาจะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ตนไม่ได้ดูลึกลงไปถึงระดับล่าง แต่ระดับ 5-6 คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงของแต่ละเหล่าทัพ คิดว่าตนพอใจแล้ว ทั้งนี้โผทหารเรียบร้อยแล้วอย่างเช่น ผบ.ทหารสูงสุด ดูแลกองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ ตนก็ให้ท่านเป็นผู้พิจารณานำเสนอในต่อที่ประชุม

 

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยมองว่าท่านใจดีกับกองทัพมาก ไป พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น ถามน้อง ๆ ในกองทัพได้ หากมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. ดูว่า ตนใจดีเกินไปหรือเปล่า อะไรที่ให้ได้ก็ต้องให้ทันทีและสนับสนุนด้วย หากอะไรมีปัญหาก็ต้องคุยกันก่อน ตนไม่ได้ใจดี หรือไม่ได้มองในเรื่องของพรรค แต่ตนพยายามเป็นตัวของตัวเอง ตนมีความเป็นตัวของตัวเองมากในขณะนี้ แม้แต่การทำโผทหารก็ทำเป็นแบบเป็นตัวของตัวเอง

 

อยากบอกว่าความเสื่อมของรัฐมนตรีทุกคนคือความไม่เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น หากวันใดรัฐมนตรีคนไหนไม่มีความเป็นตัวของตัวเองความเสื่อมจะเกิดขึ้นกับรัฐมนตรีคนนั้น ดังนั้นเราจะต้องมีความเป็นตัวของตัวเองเสียก่อน ซึ่งเป็นหลักจะต้องยึดถือไว้ก่อน ทั้งนี้ยืนยันว่า การจัดทำโผทหารครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาร่วมจัดทำ เพราะ​ท่านให้เกียรติ และขณะนี้โผทหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะส่งให้กับนายกรัฐมนตรี ตอนนี้อยู่ที่ปลัดกระทรวงกลาโหม เพียงแต่จะให้ผมลงนามเมื่อไหร่เท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการดองโผทหาร ส่วนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว


เมื่อถามว่า นายกฯจะมีการดองโผทหารหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ใครจะอาจเอื้อมพูดแทนพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวยังปฏิเสธกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเพื่อไทยระบุจะมีอำนาจนอกระบบล้มรัฐบาล ในขณะที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุดยืนยัน ไม่มีอำนาจนอกระบบหรือการปฏิวัติรัฐประหารเพื่อล้มรัฐบาลตามที่นายจตุพรพูด เพราะทหารเรามีหน้าที่ของเราและจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง

 

รมว.กลาโหมตรวจเยี่ยม กองทัพไทย-ทัพฟ้าชมกองทัพพัฒนาเยี่ยม พร้อมหนุนงานที่ดีของกองทัพ ลั่นขอดูแลทหารให้ดีที่สุด


เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้ารับ ตำแหน่งใหม่ โดยมี พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.ให้การต้อนรับ โดยมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ จากนั้นเข้ารับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติ และปัญหาข้อขัดข้องในห้วงที่ผ่านมา

 

จากนั้นพล.อ.ยุทธศักดิ์ แถลงว่า การเดินทางครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง หลังจากรับฟังการบรรยายสรุปแล้วเห็นว่า หลายปีที่ไม่ได้มาตรวจเยี่ยม กองทัพมีการพัฒนาไปในทางที่ดีมากเกือบทุกภาคส่วน รวมทั้งห้องควบคุมทางยุทธการที่ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างดี เยี่ยม มีขีดความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ และรับทราบสถานการณ์ที่เป็นไปอย่างทันสมัยเท่ากับนานาประเทศ และอาจจะมากกว่าบางประเทศด้วยซ้ำ เป็นความภาคภูมิใจที่แม้จะมองว่า ทหารอยู่แต่ในความเงียบ แต่ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง และพัฒนาระบบการควบคุมไปทั้งประเทศสามารถติดต่อกับผู้บังคับบัญชาที่ประจำ อยู่ในประเทศในกลุ่มอาเซียน และประเทศอื่น ๆ ได้ เราสามารถให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นได้ว่ากองทัพไทยจะดูแลอธิปไตยของ ประเทศได้

 

“ผมได้มอบนโยบายการทำงานให้กับเหล่าทัพต่าง ๆ โดยให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล นโยบายเร่งด่วน และ การปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญดูแลทุกข์สุขของประชาชน และ กำลังพล ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกองทัพไทยได้บูรณาการในการทำงานร่วมกับ 3 เหล่าทัพ ในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาแล้ว โดยประสานกับกระทรวงมหาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ส่วนแผนการพัฒนากองทัพจะดูแลกองทัพอย่างดีที่สุด หากมีสิ่งใดที่กองทัพต้องการความช่วยเหลือก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็ม ที่เพื่อให้เป็นกองทัพของประชาชน เป็นกองทัพที่พิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง ตลอดไป ถ้ากองทัพมีสิ่งที่ต้องการ อะไรที่ผมจะทำได้ตามอำนาจหน้าที่ ผมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แม้ว่า ผมจะเกษียณอายุราชการมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังเป็นทหารตลอดเวลา ทั้งนี้น้อง ๆ ก็รู้ว่าผมเป็นคนใจดีอะไรที่ทำได้จะทำให้ทันทีเลย ผมจะไม่คัดค้านสิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับกองทัพ หรือ ส่วนรวม ผมจะไม่คัดค้าน แต่อะไรที่ไม่ถูกต้อง หรืออะไรที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นปัญหาในอนาคตก็จะต้องอธิบายกันให้เข้าใจ แต่ไม่ใช่ว่าเกิดความไม่เข้าใจกันทุกเรื่อง จะต้องชี้แจงกันด้วยเหตุด้วยผล”พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

 

จากนั้นเวลา 14.00 น.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมที่กองทัพอากาศ โดยพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศของรมว.กลาโหมว่า รมว.กลาโหม เน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล โดยขอให้ทุกเหล่าทัพเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ไม่ได้มีการพูดถึงการเมือง หรือ การปรับย้ายทหารแต่อย่างใด เพราะทุกอย่างได้หารือเรียบร้อยแล้วไม่มีข้อขัดข้อง หรือขัดแย้ง โดยยึดหลักความสมดุลของเหล่าทัพ และการทำงานร่วมกันของทุกเหล่าทัพให้เป็นปึกแผ่นและสามัคคีกัน อย่างไรก็ตาม ในการมอบนโบบายทางเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับโครงการจัดหาเครื่องบินกริพเพน อีกจำนวน 6 เครื่องเพื่อให้ครบฝูง และโครงการซ่อมบำรุงเครื่องบิน เอฟ-5 อี ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้รับการอนุมัติจาก ครม.ชุดที่แล้ว จึงอยากให้ รมว.กลาโหม ช่วยผลักดันสานต่อโครงการดังกล่าวด้วย

 

“พอ.ศักดิ์สิทธิ์” ขอนัดเจรจาหมอมุกจ่ายค่าเสียหาย

กรกฎาคม 27, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม

วันนี้(27ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เดินทางมาพร้อมกับทนายความ และนายทหารพระธรรมนูญ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 รอต้อนรับ โดยใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง พันเอกศักดิ์สิทธิ์จึงเดินทางกลับ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด มีเพียงทนายความที่ฝากขอโทษไปยังหมอมุก และครอบครัว

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย เปิดเผยว่า วันนี้ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่ากับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่าหมอมุก และมีความประสงค์ที่จะให้พนักงานสอบสวนนัดผู้เสียหายในการเจรจา และเยียวยา ขณะที่ตำรวจจะเข้าสอบปากคำแพทย์ผู้รักษาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการทหารไม่เกินต้นเดือนหน้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่สังคมยังเคลือบแคลงว่าเป็นการจับแพะหรือไม่นั้น รอง ผบช.น. ยืนยันว่า พนักงานสืบสวนทำตามพยานหลักฐาน และขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่ได้เป็นการทำตามกระแสสังคมแต่อย่างใด

“กองทัพ” แถลงเหตุฮ.ตก สั่งงดใช้ชั่วคราวรอตรวจสภาพ

กรกฎาคม 25, 2011 by nataya_p  
Filed under Hot Issue Today

วันที่(25 ก.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.พิทยา กระจ่างวงษ์ ผบ. ศูนย์การบินทหารบก และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ร่วมแถลงข่าวกรณีอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ จำนวน 3 ลำตกในเขตอุทยานแห่งชาติแก่กระจาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ว่า

เฮลิคอปเตอร์2ลำแรก คือ ฮิวอี้ และแบล็กฮอว์ก ตกเพราะสภาพอากาศ ส่วนเบลล์212ตกเพราะเครื่องขัดข้องที่ใบพัดหาง

ทั้งนี้กองทัพบกได้มีคำสั่งห้ามเฮลิคอปเตอร์ในสังกัดขึ้นบินปฎิบัติภารกิจเป็นการชั่วคราว เพื่อรอตรวจสอบสภาพของเครื่อง คาดว่าจะใช้เวลา1เดือน ยืนยันว่านักบินของกองทัพบกผ่านการฝึกมีมาตรฐาน ตามหลักสากล

“นักบินที่ปฏิบัติการในเฮลิคอปเตอร์ ที่ตกทั้ง 3 ลำ เป็นนักบินที่ได้รับการฝึกฝน ตามหลักสากล ถือว่ามีความรู้ ความสามารถ ขณะนี้ได้สั่งให้ระงับการบินทุกคราว เพื่อรอตรวจสภาพก่อน ส่วนจะเลิกการใช้งานทุกรุ่นเลยหรือไม่นั้น ต้องรอรายละเอียดจากคณะกรรมการตรวจสอบ” พล.ต.พิทยา กล่าว

ตลอดคืนที่ผ่านมา กำลังพลทหารกองพลทหารราบที่ 9 และทหารหน่วยฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน เข้าเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ที่ตกเมื่อวันที่ 24ก.ค.จนสำเร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากสำนักนักบินพันซ่อมบำรุงบินเบาปีกหมุนกองทัพบก จ.ลพบุรี นำรถยีเอ็มซี ขนย้ายซากกลับไปยังกองพลปีกหมุนที่ 2 จ.ลพบุรีแล้ว ส่วนซากแบล๊กฮอว์กและฮิวอี้ยังไม่มีการกู้ซากแต่อย่างใด