Get Adobe Flash player

โฆษกปชป. จับโกหกนายกฯปู 9 ข้อ

กุมภาพันธ์ 3, 2012 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“โฆษกปชป.” จับโกหก “นายกฯยิ่งลักษณ์” 9 ข้อ แขวะเลิกอุปทานหมู่คิดว่าตัวเองเป็นนายกฯ ปรับครม.เอง ทั้งที่ส.ส.บินไปดูไบ-ฮ่องกงมากกว่าไปหาที่บ้านอีก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในรอบ 6 เดือนว่า เห็นได้ชัดว่านายกฯ ไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้แต่กลับมีพฤติกรรมโกหกประชาชนหลายเรื่อง หลายวาระ ซึ่งตนเห็นว่ามีการโกหกทั้งหมด 9 โกหกคือ 1. โกหกเรื่องนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ใช้หาเสียง เพราะไม่มีการยกเลิกกองทุนน้ำมัน แต่ราคากลับพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติศาสตร์ ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทก็ยั้งไม่ขึ้นทันทีทั่วประเทศ เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทก็ไม่ทำจริง ไม่ได้ใช้กับบริษัทเอกชน ส่วนที่จะขึ้นในภาครัฐก็ไม่ใช่เงินเดือนแต่เป็นเงินช่วยค่าครองชีพให้เท่านั้น โครงการรับจำนำข้าวก็มีการทุจริตมหาศาล 2. วาทกรรมเอาอยู่ ในเรื่องอุทกภัย ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย 4.8 ล้านครัวเรือน รวม 13.5 ล้านคนได้รับความเดือดร้อน และพื้นที่การเกษตร 11.2 ล้านไร่เสียหาย ยังไม่ต้องนับเรื่องถนน ปศุสัตว์ตายเป็นล้านตัว นอกจากนี้ ยังคนเสียชีวิต 815 คนจากการเอาอยู่ของนายกฯคนนี้ โกหกที่ 3. การเดินทางไปดาวอส ทัวร์ต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ กลับมาก็มาให้สัมภาษณ์ว่า นักลงทุนมั่นใจประเทศไทย แต่ตอนพูดเรื่องพรก.กู้เงิน กลับพูดเองว่า ที่ไปพบกับนักลงทุนร้อยละ 50 ยังไม่แน่ใจว่า จะกลับมาลงทุนในประเทศไทยอีกหรือไม่ นี่คือการโกหกชัดเจน และถ้านักลงทุนมั่นใจ ทำไมถึงไม่มีใครมาฟังปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจของนายกฯ ที่โรงแรมดุสิตธานีเลย ซึ่งปกติการปาฐกถาในเรื่องอย่างนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนสนใจมากที่สุด แต่เขารู้ว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พูด มันไม่มีความหาย พูดมาก็ทำไม่ได้ ก็โกหกอีก

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 4. โกหกเรื่องการเร่งรัดออกพ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาทในการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธปท. โดยอ้างเรื่องความเร่งรีบ ความมั่นใจ ในการแก้ปัญหาอุทกภัย แต่บุคลากรในกยน. ทั้งนายสมิทธ ธรรมสโรช เองก็บอกว่า กยน.ไร้ทิศทาง ไม่มีการร่วมมือ มีแต่เรื่องของตัวเลข นายปราโมท ไม้กลัด ก็บอกว่าทำงานแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะประชุมกันเดือนละครั้ง ไม่มีวาระการป้องกันที่จะเกิดขึ้นซ้ำในปีนี้

“สภาพัฒฯ เองก็บอกว่าใช้เงินแค่ 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่รัฐบาลกลับไปกู้ถึง 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการเบิกใช้งบตัวนี้ในปี 57 ดังนั้น รัฐบาลจะรีบกู้เงินเพื่ออะไร โกหกที่ 5.รัฐบาลบอกประชาชนว่ามีแผนการป้องกันอุทกภัยแล้วแต่บอกประชาชนไม่ได้ เพราะกลัวแตกตื่น รู้แล้วว่าฟลัดเวย์ แก้มลิงจะอยู่ไหน แต่ต้องปิดเป็นความลับ ตกลงว่าเราไม่ใช่คนไทยหรืออย่างไรถึงบอกไม่ได้ ถ้าไปสร้างทับที่ของครม.คงไม่มีใครว่า แต่ประชาชนเขาห่วงว่าพื้นที่เขาจะกลายเป็นที่รองรับน้ำ นอกจากนี้ บอกว่าน้ำท่วมทุ่งในพื้นที่ประชาชนเข้าใจผิด เพราะรัฐบาลตั้งใจเก็บน้ำไว้เพื่อการผลิตภาคการเกษตร แล้วที่มีน้ำขังอยู่ตามตรอกซอย จะอ้างเรื่องนี้ด้วยหรือไม่” นายชวนนท์กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โกหกที่ 6.เรื่อง มาตรา 112 ที่กลุ่มนิติราษฎร์เคลื่อนไหวมาตลอด 3 เดือน ไม่มีใครคัดค้าน แต่พอมีกระแสต่อต้านจากสังคม นายกฯ ก็โหนกระแสทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ทันที ทั้งนี้นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. ก็ออกมายอมรับว่า เป็นเนื้อเดียวกัน แต่การเสนอแก้ไขไม่ใช่ข้อเสนอในตอนนี้ ดังนั้น หากมั่นใจว่าจงรักภักดี ต้องไม่ห้าม เอาไปแถลงที่อิมพิเรียลเลยหากคิดว่าเป็นเรื่องดี แต่อย่ามาพูดว่า ที่ยังไม่เคลื่อนเพราะกระแสสังคมไม่ยอมรับ แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดเลยว่า แก้แล้วจะดีกับสถาบันในแง่ไหน อย่างไร โกหกที่ 7.น.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกเรื่องนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กลางสภาฯ ว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าติดแบล็คลิสจากสหรัฐ แต่หนังสือที่นางนลินีเคยนำมาโชว์กับสื่อมวลชนตอนที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหนังสือหนังสือที่ตอบจากนายอดัม เจ ยู บิน ผอ.สำนักควบคุมทรัพย์สินกระทรวงการคลังของสหรัฐ ว่าเรื่องของนางนลินีมีการสอบถามถึงสถานะจากรัฐบาลไทยก่อนแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พูดง่ายๆ คือมีการสอบถามมาก่อนแล้ว แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ทราบ ถ้าไม่ได้โกหกก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในสายการบังคับบัญชาในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทยแล้ว

“ส่วนที่บอกว่าเรื่องของนางนลินีเป็นคดีที่ยังไม่ได้ข้อยุตินั้น เป็นการเข้าใจผิด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่คดีความ ไม่มีการอุทธรไม่ใช่ศาล เป็นเรื่องของกระทรวงการคลังประเทศสหรัฐ ซึ่งจบไปนานแล้ว และที่บอกว่าไม่มีใครร้องเรียนนั้น ใครจะไปรู้ว่าจะตั้งใครเป็นรัฐมนตรี ทีหลังบอกให้พี่ชายนายกฯช่วยเปิดโผมาก่อน ประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบ นอกจากนี้ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพเรื่องส่วนตัวของนางนลินีนั้น ยืนยันว่า ไม่มีใครเอานางนลินีไปกักขัง แต่เป็นเรื่องของผลเสียของประเทศไทยเรื่องการทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ” ก็ขอให้มอบงานให้เดินทางไปสหรัฐดูว่าไปได้หรือไม่ นายชวนนท์กล่าว

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า โกหกที่ 8.ที่บอกจะคืนความปรองดองให้ประเทศไทย แต่จังหวัดชายแดนใต้เกิดเหตุปะทะรายวัน แค่เฉพาะเดือนม.ค.มีผู้เสียชีวิตภายใต้การบริหารงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ 33 ราย บาดเจ็บอีก 41 ราย นี่หรือที่บอกจะใช้ความเป็นผู้หญิงสร้างความสงบ สันติ แต่นายกฯ ไม่เคยเหยียบภาคใต้เลย กรณีทหารยิงประชาชนที่จ.ปัตตานีเสียชีวิต 4 ราย แต่สิ่งที่นายกฯ ควรจะพูดคือเสียใจ ขอโทษ กลับไม่มีออกจากปากมาเลย ได้แต่แต่งตัวสวยออกจากบ้านไม่คิดถึงคนที่ตายเลย และ“ข้อที่ 9 สำคัญที่สุด เพราะถือเป็นการอุปทานหมู่อย่างร้ายแรงคือ การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกตัวเองว่าเป็นนายกฯ บอกว่าเป็นคนปรับครม.เอง มีอำนาจูงสุดในการบริหารประเทศไทย ทั้งที่รู้ตัวดีว่าทุกวันนี้เข้ามาได้เพราะอะไร ครม.ที่ปรับเปลี่ยนเพราะเขาบินไปดูไบ ฮ่องกง ส.ส.บินไปทุกอาทิตย์ อยากถามว่ามีใครเคยไปหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่บ้านหรือไม่ นี่คือการโกหกข้อสำคัญ ดังนั้น อยากให้หยุดโกหกตัวเองว่าเป็นนายกฯ ของไทย ทั้งหมดผมฝากไปด้วยความหวังดี อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นตัวของตัวเองนำพาประเทศรอดพ้นจากเศรษฐกิจและสังคม” นายชวนนท์กล่าว

ปชป.ซ้อมถล่มรัฐ ออกพ.ร.ก.การเงิน วันพรุ่งนี้

มกราคม 31, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ปชป. ซ้อมถล่มรัฐ คาสภาฯ ออก “พ.ร.ก.” “มาร์ค” กำชับขุนพลทุกคนรุมอภิปรายเต็มที่ “กรณ์” นำทีมแจกการบ้าน ดักคอรบ.อ้างไทยเข้มแข็งแน่ ชี้คนละเรื่อง ยุคปชป.กู้นอกงบฯเพราะขาดดุลงบประมาณเต็มเพดานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคและการประชุมส.ส.พรรค เพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายร่าง พ.ร.ก.การเงินในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 1 ก.พ. หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พ.ร.ก.การเงิน 2 ฉบับ จากทั้งหมด 4 ฉบับที่ ครม.มีมติออกมา ซึ่งภายหลังหารือกันตลอดทั้งวัน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคหวังว่า รัฐบาลคงจะมีมารยาทพอที่จะไม่ให้มีการอภิปรายถึง พ.ร.ก. 2 ฉบับที่ ทางพรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ส่วนพ.ร.ก.การเงินอีก 2 ฉบับที่เหลือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้กำชับให้ ส.ส.ได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายมากที่สุด โดยมอบให้นายกรณ์ จาติกวณิช รองนายกฯด้านเศรษฐกิจเงา และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.คลังเงา รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรคเป็นผู้รับผิดชอบ ในการแนะนำประเด็นการอภิปรายกับส.ส. โดยนอกจากจะอภิปรายถึง 2 ฉบับที่ไม่ได้ยื่นตีความแล้ว จะมีการชี้ให้เห็นถึงเหตุผลว่า ทำไมพรรคจึงต้องยื่นตีความพ.ร.ก.อีก 2 ฉบับ และเชื่อว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยคงจะตอบโต้ว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว ได้เขียนล้อตามพ.ร.ก.กู้เงินในโครงการไทยเข้มแข็งยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรค ขอชี้แจงว่า การที่รัฐบาลปชป.ต้องกู้เงินไทยเข้มแข็ง เนื่องจากไม่สามมารถกู้ในงบประมาณได้ เนื่องจากเพดานขาดดุลงบประมาณเต็มแล้ว จึงต้องกู้นอกงบประมาณมาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ลดการว่างงาน ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี

“ชวนนท์” เสนอ 10 ข้อ ให้นายกฯปรับปรุงตัว เชื่อทำได้ครึ่งเดียวรบ.มั่นคง

มกราคม 31, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“ชวนนท์” เสนอ 10 ข้อ ให้ “ยิ่งลักษณ์” ปรับปรุงตัว เชื่อทำได้ครึ่งเดียวรัฐบาลมั่นคง งัดคำสัมภาษณ์ แก๊งแดงยกทีมหนุนแก้ ม.112 ย้อนถาม “ก่อแก้ว” “ธิดา” ใช่แดงเทียมไหม จี้ “แม้ว” ตะเพิด “โรเบิร์ตอัมเสตอดัม” พ้นทนายส่วนตัว พิสูจน์ความจริงใจไม่หนุนนิติราษฎร์ เตือน “เหลิม” เกินหน้าปรองดองเพื่อทักษิณยิ่งแตกแยก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามกลบกระแสความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินในทุกเรื่องของรัฐบาล โดยใช้ความพยายามกุข่าวว่ามีการปฏิวัติรัฐประหารของโฆษกพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามการพูดเช่นนี้กระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ และอาจมีการดำเนินคดีได้หากพูดเช่นนี้อีก รวมทั้งถ้ามีข้อมูลจริงและไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายอาจเป็นเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ตนมองว่าไม่มีอะไรสามารถจะล้มรัฐบาล300เสียงได้ ดังนั้นตนจึงอยากจะเรียกร้องนายกฯ10ข้อ คือ 1.อยากให้เร่งรัดเพิ่มพูนความรู้ตัวเอง เพื่อประโยชน์การบริหารประเทศ2.อยากให้หยุดใช้คำพูดอ้อนวอน ขอโอกาสประชาชน ใช้ความเป็นผู้หญิงกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการบริหาร

นายชวนนท์ กล่าวว่า 3.หยุดลอยตัวเนื้อปัญหาทุกเรื่อง เพราะรัฐบาลถูกบังคับบัญชาสูงสุดโดยนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนายกฯต้องเลิกพูดคำว่าไม่รู้ ไม่ทราบ และกล้าเผชิญหน้ากับความจริง กล้าตัดสินใจรับผิดชอบ 4.หยุดหนีการตอบคำถามของสื่อมวลชนในปัญหาสำคัญของชาติ อาทิ พ.ร.ก.4ฉบับ การก่อการร้าย นโยบายพลังงาน ผลประโยชน์ทับซ้อน 5.หยุดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้นำรัฐบาลและหันมาทำงานให้ประชาชน 6.หยุดให้คนในพรรคเพื่อไทยแสวงหาประโยชน์จากนโยบายต่างๆจากรัฐบาล 7.หยุดกำหนดนโยบายเพื่อนายทุนซ้ำเติมคนจน และหยุดทุนสามานย์ทำลายความมั่งคงทางเศรษฐกิจ 8.หยุดสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ที่ทำให้การเมืองไม่นิ่ง จนส่งผลต่อเสถียรภาพของบ้านเมือง

นายชวนนท์ กล่าวว่า 9.หยุดโทษคนอื่นหันมาปรับปรุงตัวเอง 10.อย่านำประเด็นที่เป็นปัญหาที่รอรับการแก้ไขของบ้านเมือง มาเป็นวาระทางการเมือง เพื่อสร้างความขัดแย้ง สับสน ภายในสังคมไทย ทั้งนี้คนคิดว่าถ้านายกฯทำได้ครึ่งเดียวรัฐบาลคงมีเสถียรภาพแข็งแกร่งและโฆษกพรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องใช้จินตนาการ ออกทีวีเพื่อกลบข่าว สร้างความรำคาญให้กับประชาชนอีก

นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการสร้างความปรองดองให้กับประเทศนั้น พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย แต่สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการกลับทำให้เห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายคือ พ.ต.ท.ทักษิณ เสมอ และตราบใดที่ก้าวไม่ข้าม การปรองดองคงยาก และขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่จะผลักดันร่าง พรบ.ปรองดอง มีเนื้อหาให้ทุกอย่างกลับไปก่อนการรัฐประหารปี 2549 ซึ่งจะมีผลในการล้มล้างคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทุกคดีว่า จะยิ่งสร้างความแตกแยกในสังคมเพิ่มมากขึ้น เพราะหากเป้าหมายสุดท้ายของรัฐบาลอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีวาระซ่อนเร้นเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ การปรองดองก็ไม่มีทางสำเร็จและจะสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนด้วย โดยมีตัวอย่างจากการเยียวยาสองมาตรฐานกรณีจ่ายเงินให้คนเสื้อดง 7.75 ล้านบาทมาแล้ว เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนรับไม่ได้ ดังนั้นหาก ร.ต.อ.เฉลิมหวังดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณจริงต้องหยุดกระบวนการนี้ทันที

โฆษกปชป. ลั่นพรรคพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มั่นใจรักษาเก้าอี้ไว้ได้แน่นอน

มกราคม 28, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯ กทม.)โดยเฉพาะเรื่องตัวบุคคลที่ได้มีการลางตัวบุคคลไว้อาทินายประภัสร์ จงสงวน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(อดีตผู้สมัคผู้ว่ากทม.ปี51) , นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะกรรมการระบายน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องของกระบวนการในการคัดสรรตัวบุคคลที่จะลงสมัคร เพราะขณะนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม ก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ ในส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะลงสมัครด้วยนั้น ก็ถือเป็นสิทธิของทางพรรคเพื่อไทย และไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดพรรคก็ยินดีและพร้อมที่จะสู้อย่างเต็มที่ มั่นใจว่าพรรคจะสามารถรักษาเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ไว้ได้ และพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ก็คงต้องให้ก็คงต้องให้โอกาสม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ก่อน

ในส่วนกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 5 ชุด เพื่อตรวจสอบการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นนั้นนายชวนนท์ เชื่อว่าการตั้งคณะกรรมการทั้ง 5 ชุดนั้นก็เป็นการตั้งบุคคลที่ไม่มีผลงานขึ้นมาทำงานในเรื่องนี้

ปชป.โต้ “นพดล” ยัน “แม้ว” ถอยจากบริษัทสัปทานเหมืองแร่เพราะถูก สื่อคุ้ยข้อหาโกง

“โฆษก ปชป.” โต้ “นพดล” ยัน “แม้ว”ถอยจากบริษัทสัปทานเหมืองแร่เพราะถูก สื่อคุ้ยข้อหาโกง อัด ทนายหัวแดง คบพวกเผด็จการ แฉเว็ปไซด์นอกยก “นช.แม้ว”ติดอันดับ1 ตัวทำโลกไม่น่าพิสมัย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง นางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการทำธุรกิจในแอฟริกาว่า นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีการลงทุนและมีความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีซิมบับเวย์จริง ซึ่งการแต่งตั้งนางนลินี เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ถูกวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศจำนวนมากโดยระบุตรงกันว่า เพื่อนสนิทประธานาธิบดีมูกาเบ้ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลเอกลักษณ์ของประเทศไทย สะท้อนว่า สื่อต่างชาติมองว่ารัฐบาลไทยอับจนถึงขั้นต้องเอาเพื่อนสนิทของเผด็จการมาดูแลภาพลักษณของประเทศ ซึ่งเท่ากับการรับตำแหน่งของนางนลินีได้ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศหรือต้องการสื่อสารว่าให้ไทยมีภาพลักษณ์ไม่ต่างจากประเทศซิมบับเวย์

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายนพดล ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีการลงทุนในบริษัทมิรันด้าที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของซิมบับเวย์จริง แต่มีการถอนการลงทุนไปแล้วนั้น ความจริงคือ มีการลงทุนในบริษัทชื่อ โกลบอลพีเอส โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ลงนาม และมีการปล่อยข่าวว่า จะมีการนำเงินไปเพิ่มทุนในบริษัทนี้ 100 ล้านแรน โดยอ้างว่าบริษัทดังกล่าวได้รับสัปทานเหมืองแร่ในอัฟริกา แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว กลับพบว่า ไม่เป็นความจริง จึงเกิดปัญหาตามมาว่า มีการแจ้งข้อมูลเท็จ การที่นายนพดลอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณถอนหุ้นออกหลังจากรู้ว่ามีปัญหา แต่ในความเป็นจริงคือ บริษัทโกบอลมีการต่อสู้คดีว่า ทางบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากบริษัท ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นทางการของประเทศซิมบับเวย์มีการสืบสวนอย่างต่อเนื่องและสื่อในประเทศนี้ ก็ตีแผ่ประวัติของพ.ต.ท.ทักษิณว่า มีการทุจริตอย่างไร ซึ่งเหล่านี้จะมีความคืบหน้าออกมาเป็นระยะและตนพร้อมจะนำเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สังคมรับทราบต่อไป

นายชวนนนท์ กล่าวอีกว่า นายโรเบิร์ต อัมสเตอดัม เคยเปรียบเทียบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับนายมูกาเบ้ ว่าเป็นเผด็จการเหมือนกัน โดยนำรายงานพิเศษของว๊อยซ์ทีวีมาประกอบการแถลงข่าว แสดงว่า นายโรเบิร์ต มีเจตนาให้ร้ายรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่ได้มองพวกเดียวกันว่า ไปคบหาสมาคมกับเผด็จการ ซึ่งหากนายโรเบิร์ตมีความจริงใจในเรื่องนี้จริง ก็ต้องนำพ.ต.ท.ทักษิณ และนางนลินีไปศาลโลกไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ โดยได้ยกเว็ปไซด์ที่มีการ 10 อันดับ ที่ถ้าไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วจะมีน่าพิสมัยมากกว่านี้ โดยผู้นำที่ถูกหยิบยกมาล้วนแล้วแต่เป็นเผด็จการทั้งสิ้น รวมถึงประธานาธิปบดีซิมบับเวด้วย แต่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นอันดับ 1 จึงอยากให้คนเสื้อแดงได้เห็นความจริงว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในหมวดเดียวกับผู้นำเผด็จการ แสดงว่าการอ้างถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นสิ่งจอมปลอมเท่านั้น

ลากไส้ “โกร่ง” จุดยืนเปลี่ยนแปรรูปปตท.-การบินไทย

มกราคม 22, 2012 by satartpandaz  
Filed under breakingnews, news report

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายวีรพงษ์ รามางกูล ประธานกยอ.มีทัศนคติเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะความเป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และยังยืนยันที่จะต้องปลดรัฐวิสาหกิจอย่างปตท.และการบินไทยเพื่อให้ลงทุนต่างประเทศได้สะดวกและลดหนี้สาธารณะของประเทศ แต่กลับไม่พูดถึงว่ารัฐวิสาหกิจ2แห่งนี้ได้ส่งรายได้ให้กับประเทศไทยสูงที่สุด ทำไมไม่เอาขสมก.หรือรัฐวิสาหกิจอื่นๆที่สร้างภาระหนี้สินให้รัฐบาลทุกปี ทำไมจะต้องเอาตัวที่ทำกำไรไปให้เอกชนถือหุ้นและเอาทรัพย์สินออกจากมือของคนไทย อยากเตือนความจำว่านายวีรพงษ์ได้เขียนบทความเกี่ยวกับธปท.เอาไว้เมื่อปี2548ครั้งหนึ่งและได้พบอีกว่าได้มีการเขียนเอาไว้อีกครั้งเมื่อวันที่5เม.ย.2547ในเวปไซต์ประชาชาติธุรกิจวิจารณ์การแปรรูปกฟผ.ในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีว่าทรัพย์สมบัติควรจะเป็นของประเทศการดึงออกไปต้องระมัดระวัง

“ไม่รู้ว่าเป็นนายวีรพงษ์คนเดียวกันหรือไม่ที่แต่ก่อนเคยพูดว่าข้อสำคัญที่สุดคือจุดประสงค์ของการแปรรูปต้องชัดเจนว่าจะต้องเปิดให้แข่งขันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อต้นทุนที่ต่ำสุด ไม่ใช่เพื่อให้ตลาดหุ้นใหญ่ขึ้นหรือนำเงินมาลงทุนได้หรือหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันน้อยลง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องรอง ถามว่าเป็นคนละคนหรือเปล่าเพราะเรื่องรองที่บอกไว้กลายเป็นเรื่องแรกทั้งหมด ถ้าหากแปรรูปปตท.และการบินไทยไปแล้ว ใครจะมาแข่งขัน ท่านจะเอาบริษัทขายแก๊ส เอาอาแปะขายแก๊สที่ไหนมาแข่งกับปตท.เพราะฉะนั้นอยากให้ไปทบทวนบทความตัวเอง” นายชวนนท์ กล่าว

โฆษกปชป. วิเคราะห์ รัฐล้มเหลว 3 ด้าน

มกราคม 17, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, การเมือง-สำคััญ

 

“โฆษกปชป.” วิเคราะห์ ปัจจัย 3 ล.ของ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”ล้มเหลว   ทั้งงานด้านความมั่นคง –  ด้านบริหารและด้านความเชื่อถือ ฉะกรณีเตือนภัยก่อการร้ายงานนี้ของจริง ไม่ใช่แค่จัดฉากเอาผลงานเหมือนจับบ่อน พร้อมแนะรัฐบาลเร่งปรับตัวเผชิญหน้ากับความจริงยุติสร้างภาพหลอกตัวเอง

 

 

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลล้มเหลวในงานด้านความมั่นคงและต่างประเทศว่า  เกิดจากจากปัจจัย 3 ล.คือ ล. เหลวแหลก ที่งานด้านความมั่นคง มั่วในการบริหารงาน ตั้งแต่เริ่มมีปัญหาทางสถานทูตสหรัฐฯ ออกคำเตือนพลเมืองว่าจะมีการก่อการร้ายใน กทม. แทนที่รัฐบาลจะบริหารสถานการณ์สื่อสารอย่างเป็นระบบ กลับเอางานด้านความมั่นคงไปฝากไว้ในมือของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องหารือทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อให้มีความเป็นเอกภาพชี้แจงในทิศทางเดียวกัน  แต่นายกฯกลับให้คนทั้งสองเข้ามาดำเนินการ ทั้งที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงที่ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์คือ ตัวนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.อ.โกวิทย์ วัฒนะ  รองนายกฯ ด้านความมั่นคง จนทำให้เกิดความสับสนเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายตามมา

 

 

“ตั้งแต่การประกาศจับตัวคนร้ายได้ระบุกลุ่มก่อการร้าย และบอกว่าไม่แจ้งข้อกล่าวหาเตรียมเนรเทศ  พอเรื่องเริ่มยุ่ง ร.ต.อ.เฉลิมก็ชิ่ง ปล่อยให้ ผบ.ตร.หาทางลงเอง  ก็ยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น  เกิดความไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ  เพราะมีข้อเท็จจริงว่า  ผบ.ตร.จะไปสอบสวนผู้ต้องสงสยด้วยตัวเองแต่ไปเก้อ  พอเสียหน้าก็กลับมีการสร้างประเด็นที่ใหญ่กว่ามากลบ คือ อ้างว่ามีการขยายผลจากการให้ปากคำของผู้ต้องสงสัยจนไปอายัดสารตั้งต้นทำระเบิดซีโฟร์ ชาวบ้านเขาก็ออกมาแฉว่า ตร.จัดฉาก เพราะสถานที่แห่งนั้นคนที่ไปเช่าคือ ตร.ในพื้นที่ และมีการจัดเก็บปุ๋ยมานานแล้ว และขอเตือนว่า อย่าหาทางลงให้ตัวเองจนสร้างความเสียหายให้กับประเทศเพราะท่านรับผิดชอบไม่ได้   เรื่องนี้ไม่หมูเหมือนจัดฉากจับบ่อนที่ ผบ.ตร.เปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์มาเป็น ผบ.ตร.แล้ว ปล่อยให้บ่อนเดิมกลับมาเปิดใหม่ โดยไม่มีการดำเนินการอะไรและสังคมก็ไม่ได้ตรวจสอบ  และไม่เหมือนกรณีลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งที่ออกมาแถลงข่าวใหญ่โต ที่พยายามกล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามเพื่อประโยชน์ทางการเมือง และจัดฉากหวังสร้างผลงาน พอถูกสังคมจับได้ไล่ทันก็ปล่อยให้เรื่องเงียบ แต่เป็นเรื่องของชาติ  หากงานด้านความมั่นคงไม่ได้รับความเชื่อถือแล้ว ก็จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเหมือนที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายชวนนท์ กล่าว

 

นายชวนนท์  กล่าวต่อว่า  ล.ล้มเหลว  จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศอ่อนด้อย และไร้ประสิทธิภาพซึ่ง สะท้อน จากบทบาทของ รมว.ต่างประเทศ เพราะแทนที่จะประสานภายในกับสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนถึงความกังวลของสหรัฐฯ และขจัดความกังวลเพื่อให้เพิกถอนคำเตือน แต่กลับใช้วิธีตำหนิผ่านสื่อประกาศเรียกทูตมาพบ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าไปให้สุดทาง โยนเผือกร้อนไปให้ รมว.กลาโหมทำแทนในการเชิญทูตทหารมาและยื่นคำขาดว่าต้องถอนคำเตือน สุดท้ายเขาไม่ทำประเทศก็ยิ่งเสียหาย และแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะทำให้เขาเชื่อมั่น  และ 3. ล.ล้มเหลวด้านความเชื่อถือ จากภาพรวมการบริหารที่ไม่มีความเป็นเอกภาพ แก้ปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่มีความรู้ในงานด้านบริหารสอบตกในการสื่อสารยามสถานการณ์วิกฤติ ทำให้รัฐบาลล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่จะไม่มีชาติใดเชื่อถือรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่มีชาติไหนจะให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลที่โกหกแม้กระทั่งประชาชนของตัวเอง

 

นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า  ตนขอเสนอให้รัฐบาลปรับการทำงานให้มีทิศทางเดียวกัน  หยุดการสร้างภาพจัดฉากที่จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายมากขึ้น เผชิญหน้ากับความจริงและให้ความจริงต่อสาธารณะเพื่อหยุดความแตกตื่น เจรจากับต่างประเทศด้วยเหตุและผล เพราะเชื่อว่าไม่มีประเทศไหนต้องการทำร้ายประเทศไทย แต่ส่วนไหนที่ต้องปกป้องพลเมืองของตัวเองก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ ขณะเดียวกันก็ควรแสดงออกถึงมารยาททางการต่างประเทศที่ควรให้เกียรติประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศที่ดีต่อกันเสมอมาด้วย อย่างน้อยควรแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้ไทยได้รับผล กระทบก็เป็นเรื่องที่สมควรทำ จากนั้นทั้งไทยและประเทศที่เกี่ยวข้องควรแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

ปชป.พร้อมปลุกคนไทยต้านกลุ่ม “นิติราษฎร์” หนุนแก้ม.112

มกราคม 15, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

โฆษกปชป. ถามเจ็บแกนนำแดง อ้างจ่ายเงินเยียวยาเพื่อให้คนเกลียด “อภิสิทธิ์” น้อยลง หรืออยากได้เงินกันแน่ พร้อมปลุกคนไทยต้านกลุ่ม “นิติราษฎร์”ค้านแก้ กฏหมายอาญา ม. 112    ด้าน “อรรถวิชช์” พาเหยื่อปราบยาเสพติดยุค ฆ่าตัดตอนแฉ ตำรวจยิงพลาดโดนเด็กตาย จ่ายแค่ 5 หมื่น ขอเอี่ยวเงินชดเชยให้ความเป็นธรรมด้วย

 

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุถึงมติครม.ในการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองจะทำให้คนเกลียดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น้อยลงว่า  พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว แต่ต้องไม่จ่ายให้กับบุคคลที่กระทำความผิดกฎหมาย และอยากถามว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะอยากได้เงินหรือไม่  เพราะที่ผ่านมามีการบอกว่าต้องการให้ความจริงปรากฏ ต้องการเอานายอภิสิทธิ และนายสุเทพ เทอกสุบรรณ มาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่เหตุใดจึงใช้เงินมาปรองดอง

 

นายชวนนท์  กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการกล่าวว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินถึง 6 พันล้านบาท ในการปราบม็อบนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นการใช้เงินเพื่อปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกหลอก ให้เป็นโล่มนุษย์ ป้องกันแกนนำ ให้ปลอดภัยและถ้ามีการใช้เงินก้อนนี้ เชื่อว่า จะมีคนเสื้อแดงอีกจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ตามความต้องการของแกนนำ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าว นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำนางเรียม และนายสมชาย เกิดรุ่งเรือง ลุงและป้าสะใภ้ของด.ช.จักรพันธุ์ ศรีสอาด หรือน้องฟลุ๊ค ที่เสียชีวิตจากการปราบปรามยาเสพติด มาแถลงข่าวเรียกร้องขอความเป็นธรรม จากรัฐบาลในการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา โดยนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า น้องฟลุ๊คเป็นเหยื่อของความรุนแรงในการปราบปรามยาเสพติด ในช่วงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ เคยยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ผิดพลาด ซึ่งน้องฟลุ๊คถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต เมือ่วันที่ 23 ก.พ. 2546 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางชัน ล่อซื้อยาเสพติด บริเวณหน้าบ้านมนังคศิลา โดยมีการยิงเข้าไปที่รถ ซึ่งมีพ่อ และแม่ รวมถึงน้องฟลุ๊คอยู่ด้วย ทำให้น้องฟลุ๊ค วัย 9ขวบ ถูกยิงเสียชีวิต และแม่ของน้องฟลุ๊ค ซึ่งถือเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ได้หายสาบสูญไป และคดีนี้ศาลชันต้นได้ตัดสิน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2554 ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความผิดและกระทำการโดยประมาทตัดสินให้จำคุก 2ปี แต่รอลงอาญา ปรับ 1 หมื่นบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นอุทธรณ์ แต่ญาติผู้เสียชีวิต ได้รับเงินชดเชยจากกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม เพียง 5หมื่นบาทเท่านั้น ขณะที่คนตายจากการชุมนุมทางการเมืองกลับได้เงินเยียวยาถึง 7.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะนำคดีของน้องฟลุ๊คเข้าหารือในที่ประชุมครม.เงา ในวันที่ 18 ม.ค. นี้ เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

 

ด้านนายสมชาย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือดูแลบ้าง เพราะน้องฟลุ๊คเสียชีวิตจากการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ได้รับเงินชดเชยเพียง 5 หมื่นบาทเท่านั้น และหากรัฐบาลต้องการที่จะปรองดองก็ควรที่จะเยียวยารวมไปถึงบุคคลอื่นๆ ทั้งครู ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย รวมไปถึงเหตุการณ์ตากใบ และกรือเซะด้วย ทั้งนี้ ญาติของน้องฟลุ๊คได้ปรึกษากับทนายความในส่วนของคดีความว่าจะร้องต่อศาลปกครองหรือไม่ เพราะขณะนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์

 

โดยนายชวนนท์  ยังถึงกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์ เตรียมล่ารายชื่อผู้สนับสนุนให้มีการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ขอเรียกร้องให้คนไทย โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกันแสดงจุดยืน และแสดงปฏิกิริยาว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะถือเป็นการกำเริบเสิบสาน จงใจปล่อยให้เกิดความอาฆาตต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อนำสู่การล้มล้างและเปลี่ยนแปลงหรือไม่

โฆษกปชป.จวก “เฉลิม” ปากดีชักศึกเข้าบ้าน เผยตัวผู้ก่อวินาศกรรมโจ๋งครึ่ม

มกราคม 15, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

 

โฆษกปชป. จวก “เฉลิม” ปากดีชักศึกเข้าบ้านกลัวดึงไทยเป็นคู่ขัดแย้งในเวทีโลก หลังเผยตัวผู้ก่อวินาศกรรมโจ๋งครึ่ม ซัดรัฐไร้ประสิทธิภาพ ทำต่างชาติไม่เกรงใจ ออกหน้าเตือนคนห้ามเที่ยวไทย แนะใช้ยุทธสาสตร์สื่อแก้ภาพลักษณ์ประเทศหลังยอดจองโรงแรมในกทม.ตกฮวบ

 

ที่พรรคประชาธิปัตย์   นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่สถานทูตรวม 12 ประเทศ ออกคำเตือนประชาชนในประเทศตัวเองไม่ให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพราะมีกลุ่มฮิซบอเราะห์เตรียมก่อวินาศกรรมในประเทศไทยว่า แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง โดยรัฐบาลควรจะดำเนินการกับเหตุการณ์เช่นนี้ใน 3 ขั้นตอน คือ 1. การประกาศเตือนภัยจากสถานทูต  ซึ่งรัฐบาลบอกว่าได้ทราบถึงเรื่องดังกล่าวล่วงหน้าแล้ว และมีการประสานงานภายในอย่างต่อเนื่องกับต่างชาติ และสถานทูต  แต่ต่างชาติกับยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะปกป้องภัยจากผู้ก่อวินาศกรรมได้ ซึ่งในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการประกาศเตือนเช่นนี้มาตลอด  แต่กระทรวงการต่างประเทศสมัยนั้นก็ได้มีการแจ้งเตือนภายใน  เมื่อมีการจับผู้ก่อการร้ายได้ก็จะส่งกลับประเทศ โดยไม่ปล่อยให้สถานทูตประเทศต่างๆออกมาตีโพยตีพาย แจ้งเตือนคนของเขาเอง  ซึ่งในขณะนี้ได้เกิดผลกระทบที่เกิดกับไทย คือ ต่างชาติไม่ให้ความไว้วางใจ ไม่มั่นใจ และไม่เกรงใจรัฐบาลนี้แม้แต่น้อย โดยไม่ยอมรับฟังหรือยอมรับคำชี้แจงของรัฐบาลไทยเลย

 

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 2. เมื่อมีการแจ้งเตือนแล้ว รัฐบาลควรจะชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนและสังคมโลกโดยทันที แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องกับมีการพูดจาให้ความสับสน โดยบอกว่าทราบเรื่องตั้งแต่ก่อนปีใหม่และได้มีการเตือนแล้ว แต่ที่ตนจำได้คือร.ต.อ.เฉลิม พูดถึงคนมือสั่น เป็นโรคพาร์คินสัน ที่เป็นผู้ก่อกวนไม่ทราบว่า คนๆนี้ เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮิซบอเราะห์หรือไม่ ขณะที่กระทรวงกลาโหมกลับบอกเพียงว่าเพิ่งทราบเรื่องนี้ก่อนหน้าการแจ้งเตือนเพียง 2วัน แสดงว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ให้ความมั่นใจต่อชาวต่างชาติที่สำคัญ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ต่างชาติยังคงระดับการแจ้งเตือนภัย และตนเชื่อว่าจะมีอีกหลายประเทศที่จะทำการแจ้งเตือนเพิ่มขึ้น เพราะขนาดรัฐบาลไทยยังสับสนกันเองและจะให้ต่างชาติรับฟังได้อย่างไร และยังบอกว่าจับตัวคนเลบานอลได้แล้ว และมีการล้มแผนการก่อวินาศกรรมแล้ว แต่กลุ่มฮิซบอเราะห์ กับบอกว่าไม่ใช่เป็นสมาชิกของเขา ถือว่าเรากำลังหาเหาใส่หัวหรือไม่ เพราะประเทศไทยไม่เคยเข้าเป็นคู่ขัดแย้งในเวทีโลกเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ท่านชักศึกเข้าบ้าน เอาคนไทยไปเกี่ยวข้องด้วยทำไม ดังนั้นจึงควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

 

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า  3. หลังเกิดเหตุควรหาทางแก้ไข โดยสิ่งแรกที่ต้องทำ คือต้องเชิญทูตานุทูตของทุกประเทศเข้ารับฟังความจริงและควรให้เอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ เดินทางไปให้ข้อเท็จจริงกับทุกประเทศโดยทันที โดยการดำเนินการกระทรวงการต่างประเทศต้องมียุทธศาสตร์ด้านสื่อเพื่อแก้ไขภาพพจน์ให้กับประเทศ เพราะขณะนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยพังไปแล้ว ยอดการจองโรงแรมในกทม.เริ่มตกแล้ว และกำลังลามไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ เพราะรัฐบาลบอกว่าสถานการณ์อยู่ในขั้นปลอดภัย แต่ครม.กลับยกพลไปประชุมครม.สัญจรที่ภาคเหนือ ทิ้งประชาชนตาดำๆ ไปแบบนี้และจะให้ต่างชาติมั่นใจได้อย่างไร

ปชป.ปูดพบขบวนการทุจริต คูปองช่วยน้ำท่วม 2,000

มกราคม 7, 2012 by satartpandaz  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

โฆษกปชป.” แถลงพบขบวนการพ่อค้ารับซื้อคูปอง2พันต่ำกว่าราคา แต่เอาไปขึ้นเงินจากรัฐเต็ม

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตโครงการคูปองช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 2 พันบาท ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้นำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานมาใช้ ว่ารมว.พลังงาน ใช้อำนาจในส่วนใดนำเงินดังกล่าวออกมาใช้และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือไม่ อีกทั้งมีหลักเกณฑ์ใดในการคัดเลือก บริษัทเอกชน ที่จะมาจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและมีเกณฑ์คัดเลือกผู้ได้รับคูปองอย่างไรเพราะมีเพียง 1 ล้านครัวเรือนเท่านั้นที่จะได้รับซึ่งไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ประสบภัยทั้งประเทศ

ที่สำคัญพบว่ามีการทุจริตหากินกับคูปองเกิดขึ้น โดยมีพ่อค้ากลุ่มหนึ่งรับซื้อคูปอง 2 พันบาท ในราคา 300, 500 และ 700 บาท แล้วนำคูปองมาแลกเป็นเงินเต็มราคาจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งทำให้รัฐเสียประโยชน์และรัฐมนตรีไม่เคยออกมาชี้แจงเลย ตรงข้ามกลับมีการงุบงิบกัน เพราะ 1 ล้านครัวเรือน ใช้เงิน 2 พันล้านบาท ถ้า 50%ก็ 1 พันล้านบาท ซึ่งเข้ากระเป๋าใครไปแล้วก็ไม่รู

หน้าต่อไป