ไทยแจงศาลโลกยันเขมรยอมรับเส้นขอบเขต “พระวิหาร” มาแล้ว40ปี
พฤษภาคม 31, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, news report
ไทย แจงศาลโลก ยืนยันเขมรยอมรับเส้นขอบเขตปราสาทพระวิหารกว่า 40 ปีโดยไม่ทักท่วง แต่หลังอ้างสิทธิ์เพียงต้องการพื้นที่กันชน ใช้ในแผนบริหารจัดการรอบปราสาท
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังการคณะกฎหมายได้ให้ข้อมูลชี้แจงต่อศาลโลก กรณีกัมพูชายื่นขอให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ในวันแรก (30 พ.ค.) ได้เสร็จสิ้น ว่า นายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ในฐานะผู้แทนไทยได้ ชี้แจงใน5ประเด็นสำคัญ คือ 1.ไทยในฐานะสมาชิกสหประชาชาติ ปฎิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกครบถ้วน 2. คำพิพากษาของศาลโลก เป็นเรื่องของอธิปไตยเหนือตัวปราสาท ไม่ใช่เส้นเขตแดน ตลอดเวลาที่ผ่านมา กัมพูชายอมรับเส้นขอบเขตของพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร ตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10กรกฎาคม 2505 เพื่อปฎิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว โดยนิ่งเฉย ไม่มีได้ทักท้วงใดๆ มากกว่า 40 ปี
3.ไทยต้องการอยู่ร่วมกับกัมพูชาอย่างสันติและพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความร่วมมือและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะสร้างควมขัดแย้งกับกัมพูชา 4.ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มให้เกิดการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2554ที่ปราสาทพระวิหาร และเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ปราสาทตาเมือนและตาควาย จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเอง เพื่อปกป้องอธิปไตยและพลเรือนไทย ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกัมพูชา 5.กัมพูชาต้องการดินแดนที่จะใช้เป็นพื้นที่กันชนในการจัดการปราสาทพระวิหารเพื่อให้กระบวนการขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ
ไทยไม่รับแผนบริหารฯพระวิหาร-ยันบุกรุกพื้นที่อธิบไตยไทย
พฤษภาคม 24, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
ไทยปฏิเสธแผนบริหารจัดการพระวิหารของกัมพูชา ยันมีการบุกรุกอธิปไตยไทย ยื้อให้รอการปักปันเขตแดน 2 ประเทศก่อน ยืนกรานยังไม่ให้อินโดนีเซียเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ทับซ้อน
ที่ศาลหลักเมือง นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วงกรณีประสาทพระวิหาร โดยยืนยันได้ส่งแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารมาให้ไทยรับทราบนานแล้วว่า ยืนยันว่า ไทยยังไม่ได้รับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการมรดกโลก แต่เอกสารที่ไม่เป็นทางการนั้น ได้รับแล้วหลังจากการประชุมที่ประเทศบราซิล ซึ่งในแผนที่ดังกล่าวพบว่า มีพื้นที่บางส่วนรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไทย ที่สำคัญแผนที่ดังกล่าวมีปัญหาเรื่องเขตแดนที่ยังไม่ได้ปักปันให้เรียบร้อย แผนที่ดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ และแผนบริหารจัดการก็ยังขาดความสมบูรณ์ ดังนั้นจะต้องมีกลไกปักปันเขตแดนให้เสร็จเรียบร้อยก่อน และขณะนี้การปักปันเขตแดนยังไม่ได้เริ่ม ซึ่ง รมว.กลาโหมจะเร่งรัดการหารือเรื่องการปักปันเขตแดนต่อไป ตรงนี้เป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การเผชิญหน้าระหว่างไทยกัมพูชา
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวระบุว่า รมว. กลาโหมยอมรับให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นชุดสำรวจล่วงหน้า นายสุวิทย์ตอบว่า รมว.กลาโหมพูดชัดว่า เรื่องเขตแดน เป็นเรื่องสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องไทยกับกัมพูชาเท่านั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาตกลงให้อินโดนีเซียเข้ามา ทั้งนี้การสังเกตการณ์ต้องมีการถอนประชาชนและทหารในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาออกมาก่อน
“กษิต”หาลือลับกับมาร์ตี้ แฉเล่ห์เขมรรุกรานไทยจนนำไปสู่การยื่นฟ้องศาลโลก
พฤษภาคม 6, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่กรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย และได้ถือโอกาสนี้หาลือลับกับนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย พร้อมเล่าในนายมาร์ตี้ทราบถึงพัฒนาการที่ผ่านมา ว่า กัมพูชาได้กระทำการ รุกรานไทยอย่างไรบ้าง จนที่สุดได้มีการยื่นเรื่องให้ศาลโลกตีความคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องเขตแดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชา มีการวางแผนอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อสร้างบรรยากาศให้นำไปสู่การยื่นขอตีความในศาลโลก พร้อมแสดงความยินดีที่อินโดนีเซียระบุว่าอยากให้มีการประชุมจีบีซีโดยเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่ไทยเรียกร้องมาตลอดว่าอยากให้กัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจา ทวิภาคี
นายธานี กล่าวต่อว่า ในส่วนของทีโออาร์นั้น ถือว่าได้ข้อยุติแล้วโดยไทยเห็นชอบในหลักการ คณะผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย 30 คน แบ่งเป็นฝั่งละ 15 คน จะเข้ามาประจำการใน 7 จุด โดยประจำในฝั่งกัมพูชา 3 จุด และฝั่งไทย 4 จุด ในส่วนของไทยจะอยู่ในพื้นที่บ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ อย่างไรก็ดีแม้จะเห็นชอบในรายละเอียดทั้งหมดแต่ไทยจะยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ จนกว่าจะมั่นใจว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะถอนทหารออกจากปราสาท รวมถึงการย้ายคนออกจากวัด ชุมชน และตลาด ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเสียก่อน
เมื่อถามว่ากัมพูชายืนยันแล้วว่าจะไม่ทำตามเงื่อนไขฝ่ายไทย นายธานีกล่าวว่า เป็นสิ่งที่อินโดนีเซียต้องหารือกับกัมพูชาว่าจะทำอย่างไร ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชาอาจจะพบกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างการประชุม ทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหาไทย-กัมพูชาไม่ใช่ประเด็นที่เป็นวาระของการประชุมฯ แต่หากมีการหยิบยกขึ้นหารือไทยก็พร้อมจะชี้แจงและให้ข้อมูล
“มาร์ค”ลั่นเขมรต้องออกจากพื้นที่4.6ปูทางรับผู้สังเกตการณ์ วอนคนไทยผนึกกำลัง
พฤษภาคม 5, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, news report
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ค.ที่หน้าบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการส่งผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาลงพื้นที่เพื่อยุติปัญหาการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เรื่องนี้จะมีข้อกำหนด(ทีโออาร์)ที่เป็นเอกสารซึ่งในถ้อยคำต่างๆไม่ได้เป็นปัญหาแต่ว่าทางกระทรวงการต่างประเทศได้หยิบยกกับอินโดนีเซียไปก่อนหน้านี้ว่าการจะดำเนินการเอาผู้สังเกตุการณ์เข้าควรที่จะให้ทางกัมพูชาถอนททหารจากบริเวณพื้นที่ 4.6 ตร.กม. จริงๆแล้วควรจะเอาประชาชานออกไปด้วยเพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงไทย-กัมพูชา 2543
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายอมรับข้อเสนอดังกล่าวหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเป็นเรื่องที่ทางอินโดนีเซียควรจะต้องไปประสานกับกัมพูชา เมื่อถามว่า ถ้ากัมพูชายังไม่ตอบรับเงื่อนไขเราก็ยังไม่มีการลงนามในทีโออาร์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ลงนาม แต่เนื้อหาในทีโออาร์ไม่มีปัญหา แต่ทั้งนี้การจะนำไปหารือในอาเซียนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าระหว่างเรากับอินโดนีเซีย และอินโดนีเซียกับกัมพูชา ประเด็นที่เราจะไปชี้แจงในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนก็คงเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าเราไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาขึ้นมาและเราสนับสนุแก้ปัญหาโดยสันติวิธีและในข้อเท็จจริงคงหนีไม่พ้นที่ 2 ฝ่าย ต้องมาพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า บรรยากาศในขณะนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสามารถลงนามกันได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป้าหมายสุดท้ายมันคือเรื่องเหตุการณ์ไม่ให้มีการปะทะกัน ซึ่งความจริงบริเวณที่ผู้สังเกตการณ์เข้ามาก็ไม่ได้มีปัญหามา 2-3 เดือนแล้ว ยกเว้นช่วงสั้นๆที่ฝ่ายกัมพูชาตกใจเรื่องเครื่องบินของเราเท่านั้นเอง เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ทางกัมพูชาขยายเรื่องไปถึงศาลโลกแล้ว จะยิ่งเป็นความชัดเจนให้นานาชาติเห็นภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนหวังอย่างนั้นและเราจะลำดับอะไรหลายๆอย่างให้เห็น ว่าการปะทะแต่ละครั้งเป็นความจงใจไม่ใช่อุบัติเหตุในแง่ของความจังหวะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับการนำเรื่องไปสู่ระดับสากล
ต่อข้อถามว่า กรณีที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ระบุว่าอยากให้ไทยอย่ามองข้ามกรอบพหุภาคี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มีปัญหา ตอนที่ไปสหประชาชาติเราก็ไปชี้แจง เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ข้อเท็จริงที่เราต้องทำความเข้าใจกัน คือเนื้อหาจริงๆที่เราตกลงกัน เป็นเรื่องของ 2 ฝ่าย ตนได้ถามว่าฝ่ายที่ 3 เขาจะทำอะไร จริงๆอินโดนีเซียเขายืนยันท่าทีอย่างนี้มาอย่างชัดเจน มีการเปรียบเทียบให้กระบวนการพูดคุยมันไปได้ เขาเปรียบเหมือนกับรถที่สตาร์ทไม่ติดจะมาช่วยเข็นให้มันสตาร์ทติด เราก็ว่ากันไปในรถอันนี้เป็นแนวทางซึ่งเราเห็นว่าเหมาะสม หรือการส่งผู้สังเกตการณ์มาไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับข้อพิพาท แต่ต้องการที่จะมาช่วยให้เป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการปะทะกัน
เมื่อถามว่า ดูแล้วจะมีการปะทะกันบริเวณชายแดนอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องประเมินดู เพราะว่ายังมีเรื่องของมรดกโลกและอื่นๆอีก เมื่อถามว่า ในเรื่องของศาลโลกบางส่วนมีการเสนอว่าทำไมเราไม่ใช้วิธีการไม่ยอมรับหรือตัดอำนาจของศาลโลกไป เลย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สอบถามกันมากในเรื่องนี้ และคำชี้แจงของทุกฝ่ายยืนยันว่าเราไม่ไปต่อสู้คดีก็ไม่มีผลทำให้ศาลพิจารณาคดีไม่ได้ และผลเนื่องจากไม่ได้เป็นคดีใหม่ เราไม่ได้รับอำนาจศาลไม่ได้ไปเป็นภาคี แต่เนื่องจากเป็นการตีความคำพิพากษาเดิมทุกคนจึงบอกว่าเป็นการผูกพันเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดที่เราเคยแพ้จะกลายเป็นจุดเสียเปรียบในการต่อสู้อีกรอบหนึ่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มองได้ทั้งสองมุมในแง่มุมกฎหมาย ตนไม่ขอพูดในเนื้อหาสาระ เพราะว่าไม่อยากให้กระทบรูปคดี แต่ว่ามีหลายแง่มุมที่เราต่อสู้แน่นอน เมื่อถามว่า มีความจำเป็นต้องไปปรึกษานายสมปอง สุจริตกุล ผู้แทนไทยในคณะกรรมการที่ 6 (กฎหมาย)หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้กำชับกระทรวงต่างประเทศว่า การปรึกษาหารือรับฟังความคิดเห็นของทุกคนที่มีความเห็นนั้น ขอให้ทำให้มากที่สุด แต่คงไม่จำเป็นต้องทำในลักษณะที่เป็นทางการ คิดว่ากระทรวงการต่างประเทศคงดำเนินการ และในวันนี้จะพูดคุยกันกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานการณ์ขณะนี้อยากจะให้ทุกคนผนึกกำลังกัน และตนได้เคยเรียกร้องหลายครั้งว่า การตีความอะไรหลายอย่างที่ไปพูดกันระวังอย่าให้มันย้อนกลับมาทำลายตัวเรา ขอให้ยืนหยัดสิ่งที่เป็นการปกป้องประโยชน์ของประเทศ
ปะทะอีก!ตาควายทหารไทยเจ็บ2
เมษายน 30, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
2 ทหารไทยถูกซุ่มยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะลาดตระเวนที่ปราสาทตาควาย ด้าน โฆษก ทบ.ยอมรับ ไทย-กัมพูชา มียิงปะทะประปราย ต้องเร่งเจรจาเพื่อหยุดยิงถาวร
มีรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ทหารไทย 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกทหารกัมพูชาซุ่มยิง ขณะลากตระเวนที่บริเวณปราสาทตาควาย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัว พลทหารสราวุธ โพธิ์ศรี ถูกนำที่ถูกซุ่มยิง เข้าที่บริเวณขาซ้าย เพื่อนำส่งโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งการปะทะกันระหว่างไทย – กัมพูชา ยังเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเหตุปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า จากการพูดคุยกัน ทางกัมพูชายอมรับว่า อาจมีความเครียดเกิดขึ้นในพื้นที่กระจายคำสั่งได้ไม่ครบ ขอให้ต่างฝ่าย ต่างอดทน มีอะไรพยายามโทรคุย สรุปคือ ขณะนี้ยังไม่ได้หยุดอย่างสิ้นเชิง ยังมีเสียงปืนเล็ก ยังมีการยิงเข้ามาบ้างประปราย เราก็ตอบโต้กลับไป แต่ภาพรวมถือว่า ดีขึ้นในระดับหนึ่ง จากเดิมปะทะด้วยอาร์พีจี เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่เป็นระยะเวลานานก็ลดลงเหลือแค่การยิงตอบโต้ประปรายด้วยปืนเล็ก โดยสรุปต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป เมื่อมีเหตุการณ์พยายามโทรคุยก็สามารถยุติลงไปในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้เราต้องเริ่มต้นจากการหยุดยิงให้ได้ทำให้เสียงปืนสงบลงก่อน ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการเจรจา มีเพียงการพูดคุยเพื่อเปิดช่องทางการสื่อสารซึ่งกันและกันว่า ทำอย่างไรจึงจะลดโอกาสการยิง ซึ่งต้องหยุดยิงให้ได้ได้อย่างสิ้นเชิงจึงจะค่อยคุยในระดับที่สูงขึ้นไป แต่ถ้ายังหยุดยิงไม่ได้ คงจะทำอย่างอื่นต่อไปไม่ได้ เรายืนยันในจุดเดิมว่า เราไม่ได้รุกก่อน แต่ถ้าเริ่มเข้ามา เราต้องยิงโต้ตอบ และต้องคุยทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ 2 ฝ่ายหยุดยิงกันโดยเร็ว
“ปณิธาน” เผยแนวทางแก้ปัญหาไทยเขมรมี3ทาง-เร่งแจงอาเซียน
เมษายน 26, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
โฆษกรบ. เผยแนวทางแก้ไขปัญหาปะทะชายแดนไทย-เขมรมี 3 ทาง พร้อมแจงอาเซียนดึงเขมรกลับระบบการเจรจา
ที่รัฐสภา นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการหารือของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อกรณีปัญหาการปะทะชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการปรับท่าทีทางการทูตต่อกัมพูชา ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นด้วยที่จะให้มีการทบทวนกลไกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา ทั้งเรื่องการค้าและวัฒนธรรม หากจะต้องมีการลดความสัมพันธ์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทุกกระทรวงไปศึกษาดู แต่เบื้องต้นยังไม่มีมาตรการที่จะปิดด่านชายแดน หรือเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากจุดปะทะ 2 จุด โดยเฉพาะเรื่องการค้าจะส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก ขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังทหารจะต้องขออนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก่อน พร้อมยืนยันมาตรการแก้ปัญหา ขณะนี้มี 3 แนวทาง คือ การตอบโต้ทางการทหาร การรุกเชิงการทูตให้กัมพูชากลับเข้าสู่กรอบการเจรจาระดับทวิภาคีและพหุภาคี และการปรับมาตรการการทำงานและกลไกของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นานาชาติต้องการให้กัมพูชา กลับมาสู่การเจรจา เชื่อว่าการที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศจะได้พบปะในการประชุมอาเซียนสัปดาห์หน้า จะทำให้สถานการณ์ของทั้ง 2 ประเทศดีขึ้น ส่วนในกรอบของอาเซียน นายกษิต จะนัดหารือและชี้แจงกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ ทางรัฐบาลยังคงเน้นการรักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และไม่ให้การปะทะขยายวงออกไป ซึ่งทางกัมพูชา พยายามจะยกระดับเหตุการณ์ไปสู่ระดับสากล แต่ไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยรัฐมนตรีกลาโหมได้สั่งการให้กองทัพเตรียมพร้อมตลอดเวลา และยึดแนวนโยบายของรัฐบาล และกองทัพตรงกัน จึงไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ถึงแม้เป็นรัฐบาลรักษาการก็สามารถดูแลสถานการ์ในพื้นที่ได้ไม่มีปัญหา
ช่องสะงำปิดตาย5วัน-เงียบสงัด
เมษายน 26, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
วันที่(26 เม.ย. 54) รายงานข่าวแจ้งว่า บรรยากาศภายหลังจากที่หน่วยความมั่นคงสั่งปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ จากเหตุการณ์ปะทะของกองกำลังทหารเขมร ทหารไทย ที่ตำบลตาเมียง อ.ดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลทางเจ้าหน้าทหารจากกองกำลังสุรนารี ตั้งด่านตรวจสกัด รถรยนต์ ประชาชน ผู้สัญจรไปมา บนเส้นทางละลม แซรไปร์ บริเวณบ้านนาตำบล หมู่ที่ 1 บ้านนาตำบล ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตั้งเป็นจุดตรวจสกัดสิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจความเรียบร้อย สังเกตุการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง
ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ กุญแจผ่านด่านถูกล็อคปิดตาย มีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบเหงา พ่อค้า แม่ค้าทั้งฝั่งไทย ฝั่งกัมพูชา ปิดร้านหนีความขัดแย้งจากการปะทะ รอเหตุการณ์สงบ และมีการเจรจาเพื่อหยุดการสู้รบ ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย เพื่อกลับมาปิดตลาดการค้าการขาย การท่องเที่ยว ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ส่วนที่ตลาดกัมพูชาด่านช่องสะงำ ยังสามารถมองเห็นจากฝั่งไทยมีประชาชนในพรมแดนมีการเดินในตลาดจำนวนน้อยมาก เพราะมีผู้คนบางส่วนขาดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ต้องเก็บข้าวของอพยพไปอยู่บ้านญาติ ๆ ที่ห่างไกลชายแดนออกไป ด้วยความเปราะบางในสภาพจิตใจที่ประชาชนชาวเขมรเคยมีประสบการณ์การอพยพตั้งแต่สงคราม 2518-2540 ส่งผลเกิดการสู้รบล้างเผ่าพันธุ์ผู้คนล้มตายเป็นเบือมีการอพยพพึ่งใบบุญประเทศไทย และประเทศที่สามที่ผ่านมาความปลอดภัยเฉกเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกันก็ยังมีเจ้าหน้าที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยของตนเองแต่ไม่มีผู้คนเข้าออก ณ จุดผ่านแดนแต่ประการใด
“เทือก”ติง”กษิต”ต้องใจเย็น ไม่เชื่อข่าวลือ”ฮุนเซน”ป่วยหนัก
เมษายน 26, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
“เทือก”แจงตัดสัมพันธ์เขมร แค่ความเห็นส่วนตัว “กษิต” ติงเป็นรมว.กต.ต้องใจเย็นหน่อย ย้ำจุดยืนรัฐบาลไม่สั่งกองทัพรังแกเพื่อนบ้าน แต่พร้อมรักษาอธิปไตยไม่ยอมให้ต่างชาติรุกล้ำดินแดนไทย ยังไม่ปิดด่านกดดัน เพียงแค่อดทนรอการเจรจา ปัดไม่เชื่อข่าวลือ”ฮุนเซน”ป่วยหนัก ไม่วิเคราะห์เขมรเหิมจ้องฮุบปราสาทตาควาย ไม่รู้โปรโมตลูกชาตผู้นำ หรือต้องการสร้างฮีโร่คนใหม่ หรือมีเบื้องหลังอะไรแน่
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 8.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกิต ภิรมย์ รมว.การต่าปงระเทศเสนอให้ไทยปรับท่าทีทบทวนความสัมพันธ์ หากท่าทีกัมพูชาไม่ดีขึ้ นไม่ยอมเจรจา ว่า ขณะนี้ยังเป็นควาเหม็นของรมว.การต่างประเทสอยู่ ยังไม่ได้นำมาเสนอในที่ประชุมครม. ตนก็เลยยังไม่ทราบว่าแท้ที่จริงรมว.การต่างประเทสได้วางแนเอาไว้แค่ไหนอย่างไร แต่โดยหลักรวม เราต้องการอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าสันติ เราอยากนั่งพูดคุยกับกัมพูชา เมื่อถามว่า สมควรจะมีการเสนอทบทวนการฝึกตามวงรอบของกำลังทหารไทยหรือไม่ เพราะกรณีการฝึกบินของเครื่องบินเอฟ 16 เหนือพื้นที่ชายแดนไปใกล้เคียงกับพื้นที่ที่จะเกิดการปะทะ และกัมพูชาอาจดึงไปเป็นเงื่อขได้ นายสุเทพ กล่าวว่า เขาอยู่ประจำ ไม่เป็นเงื่อนไขได้หรอก ตนยืนยันเลยว่ทหารไทยไม่ไปรังแกเพื่อนบ้าน ไม่ไปรุกล้ำเขตแดนเพื่อนบ้าน แต่ไม่ยอมให้ใครรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะรมว.การต่างประเทศก็ระบุว่าทางกัมพูชาไม่พร้อมจะเจรจาด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่พร้อมเจรจาก็ยังไม่เจรจา รอไปเมื่อไหร่พร้อมก็คุยกัน ค่อย ๆ ว่าไป เมื่อถามว่า เราจะเพิ่มการกดดันกัมพูชาในด้านต่างๆ บ้างหรือไม่ เช่น การปิดด่านตลอดแนวชายแดนสักระยะหนึ่งเพื่อดูสถานการณ์ นายสุเทพ กล่าวว่า คงจะทำตามที่เห็นว่าเหมาะสมและคงต้องหารือกันก่อน โดยจุดยืนของรัฐบาลไทยนั้นคือ 1. เราต้องให้ความเข้าใจและเห็นใจพี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศที่อยู่ชายแดน ประชานเหล่านั้นถือเนญาติเป็นพีน้องไปมาหาสู่ค้าขายกันไม่ได้คิดจะสู้รบปรบมือกัน รัฐบาลพยายามดูแลไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติของประชาชนบิริเวณชายแดน 2.รัฐบาลไทยไม่ต้องการให้เป็นเรื่องขยายไปถึงประชาชนกับประชาชน ต้องไม่สร้างวความรู้สึกที่ทำให้เห็นว่าแต่ละชาติเป็นศัตรูกัน 3. ทั้งหมดเป็นเรื่องของรัฐบาลและผู้นำประเทศ ในขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะเรจาเราก็รอ ถึงอย่างไรก็ต้องลงเอยด้วยการเจรจา ทุกสนามรบต้องเป็นอย่างนี้
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเองก็ระบุว่าทางกัมพูชาไม่ประสงค์จะเจรจา พยายามดันเรื่องขึ้นไปสู่เวทีโลก จะเป็นปมปัญหาสำหรับเรา นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หรอก เราต้องตั้งหลักให้ดี อย่ากังวลเกินเหตุ เขาจะไปเอาประเทศที่ 3 ที่ 4 มา ถ้าเราไม่เห็นด้วยก็มาไม่ได้ ต้องตกลงกับเราก่อน เรายังเห็นว่าเป็นเรื่องของสองประเทศ ไม่มีใครจะเข้าใจปัญหาตรงนี้ดีเท่ากับไทยและกัมพูชา เรายังยืนยันว่าสองประเทสนี่แหละต้องนั่งคุยกัน ถึงใครมาสองประเทสนีก็ต้องคุยกัน เมื่อถามว่า แสดงว่าเรารอได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ทำได้เท่านั้นในขณะนี้ เมื่อถามว่า ตอนนี้กลุ่ม 40 ส.ว.เรียกร้องให้รัฐบาลเอาดินแดนที่เป็นปัญหากลับมาเป็นของไทยให้ชัดเจนก่อนจะไปเจรจากับกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า ยืนยันว่าเราไม่ได้เสียดินแดนเลย อย่าไปยุงยงปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าใจผิด ดินแดนที่เรามีอยู่เราก็รักษาอยู่เหมือนเดิม ตรงไหนที่มีกรณีพิพาทก็ได้ตกลงว่าต่างคนต้องไม่เข้ามายึด เหมือนกรณีที่ปราสาทตาควาย ที่จริงเป็นที่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายต้องอยู่ห่าง 50-60 เมตร. ทางกัมพูชาพยายามจะเข้ามาตั้งที่มั่นทางทหารอยู่ตรงนั้น ซึ่งทางหทารไทยก็ไม่ยอมจึงเป็นจุดที่เกิดการปะทะกันขึ้น ส่วนปราสาทตาเมือนธมอยู่ในเขตของเรา ๆ มั่นใจว่าเป็นของเรา ยืนยันเรายังไม่ได้เสียดินแดนอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ตึงเครียดถึงขั้นต้องแลกกัน เราจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เราต้องมั่นใจในกองทัพของเรา ตนไม่กังวลใจเรื่องนั้ นเพียงแต่โดยนิสียใจคอของคนไทยเราไม่ชอบสงคราม ไม่อยากให้เกิดเหตุอย่างนี้ เราก็ทำเท่าทที่เห็นว่าเหมาะสมจำเป็น ทางกองทัพมีหลักปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ว่าเวลาเขาล่วงล้ำเข้ามาจำเป็นต้องตอบดต้ที่รุยนแรง เพราะหวังที่จะให้กัมพูชาหยุด เมื่อถามว่า ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ระบุพร้อมจะปะทะตลอดไม่ว่าจะเบาหรือหนักรอเพียงรัฐบาลไฟเขียวลงมา ทหารจะมีขีดจำกัดในการต่อสู้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ทหารเขาฟังคำสั่งรัฐบาล หน้าที่ทหารดูแลปกป้องอธิปไตยของประเทศ เขาก็ทำตามที่เขามีภาระหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมทหารตั้งรับอย่างเดียวไม่รุกเขาไปบ้า งท่านก็ต้องตอบไปว่าจะรุกได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลสั่ง เมื่อถามย้ำว่า แล้วถึงจุดไหนรัฐบาลถึงจะสั่งการ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่สั่งให้ไปบุกรุกประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะทำเฉพาะกรณีการป้องกันตัวรักษาอธิปไตยเขาเราพอแล้ว เมื่อถามว่า การตั้งรับอย่างเดียวจะไม่เสียเปรียบกัมพูชาหรือ นายสุเทพ กล่าวว ไม่เสียเปรียบแน่นอน ตนก็ไม่อยากพูดถึงตัวเลขการสูญเสีย เหมือนจะเป็นการไปยั่วยุกัน แต่เราเคยเสียเปรียบ แม้สถานการณ์จะลากยาวไปจนถึงช่วงเลือกตั้งและรัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลรักษาการก็ไม่ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนมีข้อจำกัดหรือเสียเปรียบ เพราะรัฐบาลปกติหรือรัฐบาลรักษาการก็เหมือนกัน ต้องทำหน้าที่และมีอำนาจเต็มในการสั่งการ ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลใจ ส่วนสถานการณ์จะลากยาวไปถึงไหนอย่างไร คงไม่ต้องไปรีบคาดการณ์ และตนก็ไม่ใช่หมอดู แต่เราก็แก้ไขไปตามสถานการณ์ ทุกฝ่ายปรึกษาหารือกันตลอดว่าจะกำหนดท่าทีและการปฏิบัติการอย่างไร
เมื่อถามว่า วิเคราะห์ว่าทำไมทางเขมรถึงต้องการจะบุกเข้ามายึดปราสาทตามควายได้ในช่วงนี้เพราะเหตุใด นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมวิเคราะห์เขาไม่ออกจริง ๆนะ โปรโมตลูกชายหรืออาจจะสร้างฮีโร่คนใหม่ หรือว่าอะไรบางอย่างอะไรก็ไม่อยากจะพูด” นายสุเทพ กล่าวเป็นปริศนา เมื่อถามว่า ตอนนี้หนทางการเจรจาดูเหมือนจะปิดไปเลย นายสุเทพ กล่าว ถึงอย่างไรมันก็ต้องเจรจา เมื่อถามต่อว่า หากกัมพูชาผลักดันเรื่องนี้ขึ้นไปสู่เวทีระดับโลกขนาดนี้แล้วการเจรจาจะยากขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ถึง ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการตัดสัมพันธ์จะช่วยให้ปัญหามันคลี่คลายลงหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มันก็เหมือนกับที่ว่าถ้าจำเป็นเราก็ปิดชายแดน เพราะถ้าเลิกความสัมพันธ์กันมันก็ต้องมีปัญหา เมื่อถามว่า นายกษิต ไปลงพื้นที่มาแล้วยังพบมีการปะทะกันอยู่ จึงเสนอว่าต้องมีการปรับท่าทีทบทวนความสัมพันธ์ รัฐบาลก็น่าจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจน นายสุเทพ กล่าวว่า นายกษิตเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศก็ต้องใจเย็นหน่อย เมื่อถามถึงกระแสข่าวลือว่าสมเด็จฮุนเซน ป่วยเป็นโรคมะเร็ง นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่จริง ไม่ทราบ แต่ตนไม่คิดว่าจริงว่าท่านป่วย
กษิต เยี่ยมเยียนชาวบ้านผู้ประสบภัยไทย-เขมร พร้อมมอบข้าวสาร 50 กระสอบ
เมษายน 25, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบปะและเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ได้พักอยู่ที่ศูนย์อพยพ ประชาชนบ้านโคกกลาง (อ.พนมดงรัก) นายกษิต กล่าวชมเชยทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า กัมพูชาไม่สามารถมารุกรานเราได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น และอดทน อีกไม่นานสันติภาพและความสงบสุขจะกลับคืนมา ขณะเดียวกันก็ขอฝากไปถึงผู้นำกัมพูชาให้ช่วยกันทำให้ตลอดแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศกลับมาสงบสุขอีกครั้ง นอกจากนี้ นายกษิตยังมอบข้าวสาร 50 กระสอบให้แก่ศูนย์อพยพเพื่อไว้ดูแลชาวบ้านด้วย
เขมรไม่ยอมเจรจาไทย ปัดข่าวผู้บัญชาการทหารตายระหว่างรบ
เมษายน 24, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
่วันที(24 เม.ย.54) รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักข่าวดึมอัมปรึล รายงานว่า นายฟาย สีพาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า จะไม่มีการเจรจาต่อรองกับทหารไทยในพื้นที่ตามแนวชายแดนหลังจากเกิดการปะทะ กัน ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และขอปฏิเสธข่าวลือที่ว่า ผู้บัญชาการทหารกัมพูชา 11 นาย ได้เรียกร้องการเจรจากับฝ่ายไทย รวมทั้งมีผู้บัญชาการทหารกัมพูชาเสียชีวิต จากการปะทะกันที่แนวชายแดน และข่าวลือดังกล่าว เป็นเจตนาของฝ่ายไทยที่จะปั่นข้อมูลข่าวสาร
นาย กอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียจะเยือนกัมพูชา ในวันที่ 25 เม.ย.เพื่อลงนาม กับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ในการส่งผู้สังเกตการณ์มาที่แนวชายแดน จากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และอินโดนีเซีย จะเดินทางไปที่กรุงเทพ เพื่อลงนามสัญญากับฝ่ายไทยในเรื่องนี้
ทั้งนี้รัฐบาลกัมพูชาได้ขอให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์มาเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ หลังจากทหารไทยบุกรุกดินแดนของกัมพูชาหลายครั้งหลายหน ทำให้เกิดการปะทะ และการสูญเสีย โดยทหารไทย และกัมพูชาได้ปะทะกันตลอดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












