สรุปยอดตาย “ไทยปะทะกัมพูชา” 2วัน ไทย4-กัมพูชา13
เมษายน 24, 2011 by nataya_p
Filed under Hot Issue Today
ปะทะระลอกที่ 4 หยุดยิงแล้วเมื่อห้าโมงเย็นทหารไทยเจ็บเพิ่มอีก 2รวม3วัน27 นาย คลื่นน้ำใจไม่ทิ้งกันคนแห่นำของบริจาคช่วยทำกับข้าวให้ผู้ประสบภัยสงคราม
หลังเหตุการณ์การสู้รบระหว่างทหารไทย-กัมพูชา วันนี้เดือดขึ้นเป็นระลอกที่ 4 ในช่วงเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลาประมาณ 17.00น.เสียงปืนจึงสงบลงแล้ว จนถึงขณะนี้ ทั้งนี้หลังการปะทะช่วงเย็นที่ผ่านมาพบทหารได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 2 นาย รวม 3 วันบาดเจ็บแล้ว 27 นาย เสียชีวิต 4 นายเช่นเดิม
ในส่วนการให้ความช่วยเหลือตลอดทั้งวัน ได้มีหน่วยงานราชการ ชมรม สมาคม องค์กรการกุศลต่างๆ ที่ต่างได้ทยอยนำสิ่งของมามอบให้ในแต่ละศูนย์อพยพชั่วคราว จำนวนมาก โดยเฉพาะ ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนบ้านโคกกลาง ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ที่มีนายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบศูนย์อพยพแห่งนี้ ที่ตลอดทั้งวันพบว่ามีหน่วยงานราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มมามอบให้ที่ศูนย์อพยพแห่งนี้จำนวนมาก
ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนคือนายวิจิตร การนา นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรินทร์ พร้อมด้วยรองนายก เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารโรงงานน้ำตาลสุรินทร์และครอบครัว ได้นำสิ่งของมาบริจาคให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบปัญหาจากการสู้รบของ ทหารไทย-กัมพูชา โดยสิ่งของที่นำมาครั้งนี้เป็นอาหารปรุงเสร็จ อาทิ ข้าวราดแกง ต้มยำ สัมตำ ผัดหมี่ น้ำดื่ม ขนมหวาน จำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ด้านนายนายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากการสู้รบของทหารทั้งสองฝ่ายอยู่ในขณะนี้ ได้ต่อสู้กันเป็นวันที่สาม ทางจังหวัดสุรินทร์ ต้องขอบอบคุณทุกส่วนราชการ ทุกองค์กร ที่เห็นภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนที่ต้องสามัคคีกัน อย่างเช่นหลายหน่วยงานได้เข้ามาช่วยเหลืออยู่นี้หลายวันแล้ว ทั้งมาหุงข้าว ต้มมาม่า ผัดหมี่ สัมตำและแจกน้ำดื่ม แจกกับพี่น้องประชาชนที่เข้ามาในศูนย์อพยพอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ต้องขอบคุณทุกท่านทุกองค์กร
ทั้งนี้ รายงานข่าวจากฝั่งกัมพูชา เปิดเผยว่า จากการสู้รบกันระหว่างไทย-กัมพูชา 2 วัน มียอดสูญเสียเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ได้แก่ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 13 นาย บาดเจ็บ 24 คน รถถังเสียหาย 3 คัน ขณะที่วันนี้หลังจากที่ พลโทฮุน มาเน็ต รอง ผบ.ทบ.กัมพูชา บุตรชายของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้นำกำลังเพื่อที่จะยึดปราสาทตาเมือนธม แต่ถูกทหารไทยสามารถควบคุมไม่ให้ทหารกัมพูชาลุกล้ำเข้ามาได้ ส่งผลให้ยอดทหารกัมพูชา เสียชีวิต 8 นาย บาดเจ็บ 15 นาย
ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com และ เนชั่นออนไลน์
ไทยปะทะเขมร ไร้คนเจ็บ
เมษายน 24, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่(24 เม.ย.54) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับนายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่นิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ขณะนี้ได้มีการอพยพประชาชนในหมู่บ้านออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว 21 จุด และจากการประเมินสถานการณ์แล้ว ยังไม่น่าไว้วางใจจะต้องให้ประชาชนอยู่ในจุดอพยพต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายจากการปะทะที่เกิดขึ้นและมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาที่บ้านหนองคันนา
ยืนยันว่าไม่มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุปะทะ รวมถึงบ้านเรือน ไร่สวนชาวบ้านได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนที่ยังมีประชาชนบางส่วนกลับเข้าไปในหมู่บ้าน จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบรายชื่อและกั้นพื้นที่ไม่ให้ชาวบ้านกลับเข้าไปอีก พร้อมทั้งให้เพิ่มชุด ชรบ. ดูแลป้องกันโจรผู้ร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินของชาวบ้านแล้ว
นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า ไม่มีกระสุนปืนใหญ่ตกลงไปที่โรงพยาบาลพนมดงรักตามที่เป็นข่าว และกำลังทหารปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ได้จัดส่งกำลังบำรุงเป็นอย่างดี ทหารทุกนายมีขวัญและกำลังใจดี
ทหารไทยดับ 4 – กัมพูชาตรึงกำลังหลังปะทะเดือด
เมษายน 22, 2011 by nataya_p
Filed under Hot Issue Today
วันที่(22 เม.ย.54) รายงานความคืบหน้าเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา ทหารทั้งสองฝ่ายยังตรึงกำลังหลังปะทะเดือดถึง 4 ชั่วโมง ตั้งแต่บริเวณปราสาทตาเมือนถึงปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 13 นาย และจะมีพิธีรดน้ำศพที่วัดจุมพลสุทธาวาส อ.เมืองสุรินทร์ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานรดน้ำศพ
นอกจากนี้ยังมีกระสุนปืนใหญ่ตกเข้าในเขตไทยหลายจุด จนท.กำลังเก็บกู้ ยังไม่มีพลเรือนบาดเจ็บ ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพในอำเภอพนมดงรัก
นายกฯวอนคนไทยดีกับเขมรช่วย”วีระ”ง่ายขึ้น
เมษายน 7, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 7 เม.ย.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมาภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ให้พ้นจาการถูกจำคุกในกัมพูชาว่า รัฐบาลต้องพยายามต่อ เราก็เคยได้ยินมาก่อนแล้วว่ากฎระเบียบภายในการรับโทษอะไรต่างๆของกัมพูชา แต่ในอดีตมันเคยมีข้อยกเว้นก็ต้องพยายามต่อ แต่ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้แจ้งอะไรอย่างเป็นทางการมาเป็นเพียงแต่การให้ความเห็นกับสื่อของนายฮอร์ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่การดำเนินการช่วยของรัฐบาลมีหลายทางเราไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยวิธีไหนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ครอบครัวของนายวีระ ออกมาตัดพ้อรัฐบาลว่าไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการช่วยเหลือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จริง ตนก็ได้คุยกันอยู่ และเรื่องการช่วยดูแลความเป็นอยู่อำนวยความสะดวกเราก็ทำอยู่ แต่ทุกคนทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าความยากของเรื่องนี้มันมีอยู่เพราะ 2 คนนี้มีข้อหาต่างจากคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของการเข้าเมืองผิดกฎหมายซึ่งคนอื่นได้รับอิสระภาพแล้ว แต่มีข้อหาเพิ่มมาด้วย เมื่อถามว่า สรุปต้องให้ทั้ง 2 คนติดคุกไป 2 ใน 3 ตามกฎหมายกัมพูชาตมที่นายฮอร์ นัม ฮง พูดก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องกฎหมายกฎระเบียบภายในของเขา แต่ขณะเดียวกันเราก็เห็นว่าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เมื่อถามว่า แต่นายฮอร์ นัมฮงอ้างว่ากรณีของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวะกรที่เคยถูกศาลกัมพูชาพิพากษาจำคุกนั้นใช้หลักมนุษยธรรมจะเข้าข่ายเดียวกันหรือไม่เพราะข้อหาจารกรรมข้อมูลคล้ายกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเราพูดถึงหลักมนุษยธรรมก็เข้าข่ายแน่นอนทั้ง 2 คน
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชายังไม่ดีขึ้นจะเป็นปัญหานการช่วยเหลือทั้ง 2 คน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราพยายามทำให้มันราบรื่นขึ้น การประชุมคณะกรรมาธิ การเขตแดนไทย-กัมพูชา(เจบีซี)ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซียก็เรียบร้อยดี เป็นไปตามระเบียบวาระตามกลไกทวิภาคีชัดเจน เมื่อบรรยากาศเหล่านี้ดีขึ้นก็จะง่ายขึ้น อยากย้ำกับทุกคนว่าถ้าเราช่วยกันทำให้บรรยากาศดีขึ้นก็ช่วย 2 คนได้ง่ายขึ้น เมื่อถามว่า เมื่อบรรยากาศดีขึ้นแล้วความจำเป็นผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียจะต้องเข้าพื้นที่อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งค่อยคุยกัน ขณะนี้เราพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคไปก่อน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเจบีซีและคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี)แล้ว จะเป็นเรื่องที่รมว.ต่างประเทศจะต้องไปหารือ
พ่อค้าชายแดนโอดขาดรายได้ไทยสั่งห้ามขายแกลลอนน้ำดื่มให้กัมพูชา
มีนาคม 6, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. บรรยากาศการซื้อขายชายแดนไทยกัมพูชา หลังจากที่เหตุการณ์การใช้กำลังปะทะของ 2 ชาติ ยุติลง สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนไทยเขมรกล้าที่ข้ามจุดพรมแดนไปมาหาสู่กันมาก ขึ้นตามลำดับ ขณะที่ทางการเปิดประตูด่านประชาชนชาวกัมพูชาวิ่งกรูเข้าตลาดฝั่งไทยทันที พร้อมกับการจับจ่ายซื้อหาสินค้าตลาดนัดฝั่งไทย ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยส่วนใหญ่สินค้าที่นำมาจำหน่วยจะเป็นสินค้าอุปโภค และบริโภค จำพวก พืช ผัก ผลไม้ พริก มะเขือ มะละกอ ผักกกากดเขียว ขาว กะหล่ำปลี มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก่ ผงชูรส ม่าม่า เครื่องปรุงรส น้ำปลา ซอส ซีอิ๊ว น้ำดื่มสะอาด น้ำอัดลม น้ำนมชนิดจืด หวาน ตลอดอาหารตามสั่งที่ชาวเขมรชื่นชอบ มาแลกซื้อขายกันอย่างคึกคัก
ขณะที่สินค้าไทยประเภทน้ำมัน ก๊าซ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย ไม่ให้มีการส่งออกประเทศกัมพูชานั้น ที่ผ่านมามีสินค้าประเภทภาชนะใช้สำหรับบรรจุน้ำดื่ม น้ำใช้ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของประชาชนชาวกัมพูชา สามารถบรรจุน้ำได้ประมาณ 20-30 ลิตร ต่อแกลลอน ซึ่งประชาชนกัมพูชามีความต้องการจำนวนมาก สำหรับนำไปจัดเก็บน้ำดื่ม น้ำอุปโภค กลับถูกทางการไทยมองเป็นยุทธปัจจัยด้านยุทธศาสตร์ทางความมั่นคง สั่งห้ามพ่อค้าชาวไทย ห้ามนำแกลลอนจำหน่ายแก่ชาวกัมพูชา ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้แก่พ่อค้าอย่างมากซึ่งมีผลมาร่วม 2 ตลาดนัดที่ผ่านมาคือตลาดนัดวันพฤหัสบดีและตลาดนัดวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ทำให้พ่อค้าโอดครวญให้ทางการทบทวนสินค้าส่งออกประเภทนี้ใหม่
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม อายุ 50ปี ประธานการค้าการท่องเที่ยวตลาดช่องสะงำ กล่าวว่า ช่วงนี้ถือว่าตลาดนัดกลับมามีชีวิตชีวาอีกรอบมีความคึกคักหลังจากเงียบไป ร่วมเดือนกว่า ประชาชนเขมรขึ้นข้ามพรมแดนแดนมาซื้อสินค้าไทยมากขึ้นแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวไทยก็มีมามากขึ้นเช่นกัน บรรยากาศเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ถือว่าดีหน่อยเพราะเป็นตลาดนัดวันอาทิตย์ ตนอยากวิงวอนผ่านสื่อไปยังหน่วยความมั่นคง ขอให้ลงมาดูข้อเท็จจริงว่าประชาชนทั้ง 2ประเทศทำมาหากินประกอบการค้าขายอย่างไร ตัวที่เป็นยุทธปัจจัยของทางการนั้น ตนเชื่อว่ากำกับไม่ได้ เราคุมไม่ได้หรอก ไม่ซื้อหาค้าขายที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ก็สามารหาซื้อหาที่จุดด่านถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ด่านถาวรทางปอยเปต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซื้อหาจากจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชาจนได้
ผบ.ทบ.ปฏิเสธ.ตั้งพล.ร.7-พล.ม.3 ข่มขวัญเสื้อแดง
ผบ.ทบ.ลั่นกองทัพบกจำเป็นต้องตั้ง พล.ร.7-พล.ม.3 เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ อย่ากังวลการใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ปฎิเสธไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อข่มขวัญคนเสื้อแดง ย้ำทหารไม่คิดแบ่งแยกสีเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน วอนเสื้อแดงปิดปากเสียทีทหารยิงประชาชนมิเช่นนั้นคงไม่จบ
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติงบลับ 2,300 ล้านบาทในการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7 )และกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3 ) ว่า เป็นการตั้งเพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตซึ่งกองทัพบกคิดมานานแล้ว สำหรับ พล.ร.7 เราตั้งเพื่อรับผิดชอบตามแนวชายแดน ทางด้านภาคเหนือภาคตะวันตก เพราะปัจจุบันมีกองพลทหารราบกองพลเดียว คือ พล.ร.4 และกองพลทหารม้าที่ 1 ( พล.ม.1) ซึ่งเป็นคนละภารกิจกัน สำหรับการป้องกันชายแดนของกองทัพภาคที่ 3 เรามีพื้นที่รับผิดชอบเกือบ 1,700 ก.ม. แต่ปัจจุบันมีแค่กองพลทหารราบกองพลเดียว ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอ จึงมองไปถึงอนาคตว่า ในศักยภาพของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน คงต้องมีความทัดเทียมกันในการป้องกันแนวชายแดนและรักษาอธิปไตย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้งบประมาณของ พล.ร.7 ในห้วงแรก เราใช้งบประมาณของกองทัพบก ไม่ได้เบิกงบใหม่จากรัฐบาล ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อตั้งเกือบ 10 ปี จึงขอให้อย่ากังวลของการใช้งบประมาณ ส่วนพล.ม.3 ก็เช่นเดียวกัน เรามีกรมทหารม้าที่ 6 อยู่แล้วและตั้งเฉพาะส่วนที่บังคับบัญชาขึ้น คือกองพลทหารม้าที่ 3 ทั้งนี้เพื่อเป็นหน่วยบังคับบัญชาของ กรมทหารม้าที่ 6 และในอนาคตถ้าจะมีการขยายก็ขึ้นอยู่กับภัยคุกคามในขั้นต้นใช้งบของทบ.ไม่ได้ใช้งบที่ไหนเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า การตั้งหน่วยทหารทั้ง 2 กองพลเพื่อข่มขวัญกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือเสื้อดำ ก็คนไทยด้วยกัน ตนไม่เห็นจำเป็นต้องไปข่มขวัญ ที่ผ่านมาทหารก็ช่วยทุกสี ทั้งแดง เหลือ เขียว ไม่ว่าภัยพิบัติต่างๆทหารก็ช่วย เราไม่เคยแบ่งแยกเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ฉะนั้นอย่ามาแบ่งแยกทหารว่า เราจะมีทหารเพื่อเอาไว้ข่มขวัญเสื้อแดง เสื้อเหลือง ตนคิดว่ามันไม่น่ากลัว ทหารไม่ได้น่ากลัวกับประชาชน อยากให้มองว่า ทหารเป็นมิตรกับประชาชน เพราะคำขวัญของทหารก็บอกอยู่แล้ว ว่า เราเป็นทหารเพื่อชาติ กษัตริย์ และประชาชน ถึงวันนี้ก็ไม่เคยไปเรียกร้องอะไรจากใครทั้งสิ้น เรื่องที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้น อย่าแบ่งแยกทหารว่า เป็นสีอื่นเลย เพราะเวลามีปัญหาเราก็ดูแลทุกสี
เมื่อถามว่า เว็ปไซด์กลุ่มคนเสื้อแดงระบุชื่อทหาร 5 คนที่ยิงคนเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าใครยิง ซึ่งจากการสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่มีว่า ใครยิงไป ไม่มี ฉะนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการสอบสวนดีกว่า ตนไม่อยากให้ทุกคนมามองแต่เจ้าหน้าที่ และอยากขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ด้วย ถ้ามัวพูดกันไปมาก็ไม่จบ ถ้าอยากเห็นประเทศชาติเดินไปข้างหน้า อยากเห็นความปรองดอง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่หยุดกันเสียที แล้วจะให้ทหารทำอย่างไร ซึ่งทหารไม่เคยเป็นศัตรูกับประชาชน ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม ไม่ว่าปีนี้ ปีที่แล้ว หรือปีต่อไป ทหารก็ยังเป็นทหารของชาติ ของประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นอย่าเกรงกลัวทหารว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อไปข่มขวัญคนเสื้อนั้น เสื้อนี้ ไม่มีหรอก มันข่มขวัญกันไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ตนเกรงว่าเขาจะข่มขวัญทหารมากกว่า ซึ่งทหารก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ผบ.ทบ.ยันทหารไทยยังตรึงกำลังแน่นตามแนวชายแดน เมินเขมรพาทูตทหารสำรวจพื้นที่ ย้ำความจริงก็คือความจริง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า ตนได้โทรศัพท์คุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้รายงานว่า เหตุการณ์เรียบร้อยดีไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น ส่วนการตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดน ก็ยังอยู่ประจำพื้นที่ตลอดเวลา ยังไม่มีการขยับกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งสิ้น เพราะเราต้องรักษาอธิปไตยของเรา ซึ่งต้องรอการพูดคุยในการประชุม จีบีซี.ของระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ซึ่งเรื่องนี้ รมว.กลาโหม กำลังดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่า กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารไปสำรวจพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชาเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของกัมพูชาเขาสามารถทำได้ ในส่วนของผู้ช่วยทูตทหารต่างๆ ก็รู้ดีอยู่แล้ว รวมถึงเขาเคยขึ้นมาดูในพื้นที่ของเราแล้วเขารู้ว่า อะไรเป็นอะไร การกระทำใดๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงไปได้ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เมื่อถามว่าทางกัมพูชาพยายามสร้างเหตุการณ์ว่าไทยเป็นผู้เริ่มยิงก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่า เราไม่ได้เป็นผู้เริ่มกระสุนนัดแรก และเราก็พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว เหตุการณ์ต่างๆเราจำเป็นต้องรักษาอธิปไตย รวมทั้งความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน
ผบ.ทบ.เมินพันธะหยุดยิง ถอนทหาร
กุมภาพันธ์ 23, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ผบ.ทบ.เมินพันธะสัญญาถอนทหาร-หยุดยิง ย้ำทหารไทยมีความเป็นสุภาพบุรุษไม่เริ่มยิงก่อน เชื่อฑูตทหารต่างชาติเข้าใจปัญหาดี ไม่มีใครอยากชักศึกเข้าบ้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ต้องสร้างความเข้าใจ เราต้องร่วมมือกันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไปข้างหน้าได้ และเอาปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆมาพูดคุยกันให้หมดเปลือก ถ้าหากใครมีข้อมูลอะไรก็เอามาให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปเจรจาดูว่า จะชนะเขาหรือไม่ ฉะนั้นวันนี้เหตุการณ์คงไม่จบลงแค่นี้ ซึ่งต้องมีอีก และต้องกระทบกระทั้งกันไปเรื่อยๆ เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน แม้แต่ภายในประเทศเองก็มีการกระทบกระทั้งกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราพูดจากันรู้เรื่องหรือไม่ ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็แก้ไม่ได้ ไม่ว่าอะไรก็แก้ไม่ได้ เพราะไม่มีผิดมีถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่การพูดคุยและทำความเข้าใจ ซึ่งประเทศในโลกนี้ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ แต่ผูกพันกันหมด จะเห็นได้ว่า เมื่อมีเหตุการณ์ทุกคนก็ให้ความสนใจ ทุกคนอยากช่วยแก้ปัญหา เราก็อยากพูดกันแค่ 2 ประเทศ แล้ววันนี้เป็นอย่างไรก็มีคนเข้ามาเฝ้าดูว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ ซึ่งก็คงสมใจหลายๆคนที่ต้องการให้แก้ปัญหาโดยเร็ว โดยมีคนมาช่วยฟ้องคนนู้นคนนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ต้องดูกันต่อไปว่า ปัญหาเกิดจากอะไร จะแก้อย่างไร ยุ่งยากหรือไม่
เมื่อถามว่ามีการให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ 4.6 ก.ม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้ถอนทหารใครจะถอน จะถอนได้อย่างไรในเมื่อเขาอยู่เราก็ต้องอยู่ เขาถอนกันหรือยัง ถ้าเขายังไม่ถอนเราก็ถอนไม่ได้ส่วนจะหยุดยิงหรือไม่ ถ้าเขาไม่หยุดเราก็หยุดไม่ได้เหมือนกัน เราต้องรักษาอธิปไตยและประชาชนรวมทั้งดูแลทหารเจ้าหน้าที่ เราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน หากเริ่มมาเราก็ต้องตอบโต้ อยากให้เข้าใจตรงนี้ไม่ใช่ว่าหยุดยิงแล้วจะเสียเปรียบเขา ไม่ได้มีอะไรมาผูกมือไว้อยู่กันได้ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ สัญญาลูกผู้ชาย และกติกาพันธะสัญญาของต่างประเทศ และเราก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่เริ่มทำอะไรนอกลู่นอกทางหรือผิดกติกา ต้องไปดูกันว่าแต่ละครั้งเกิดขึ้นมาเพราะอะไร ฉะนั้นอย่าไปกังวลว่าเราจะถอนทหารออกมาจาก 4.6 กม. ซึ่งถอนไม่ได้ หากถอนเขาต้องถอนก่อน ถอนกันจนหมด ถ้าไม่ถอนเราก็ไม่ถอน ถ้าไม่เลิกยิงเราก็ต้องป้องกันตัว
อย่างไรก็ตามอยากให้ระมัดระวังกรณีที่มีคนมาดู ซึ่งยืนยันว่าเราไม่ทำผิดกติกา แต่เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน ส่วนทหารจะบาดเจ็บสูญเสียนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งเราได้พูดคุยกับ ผู้ช่วยฑูตทหารต่างๆเขาก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องภายในของ 2 ประเทศ และต้องพูดคุยกันในส่วนที่เขาจะช่วยเหลืออะไรก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ได้สนใจเพราะด้วยศักยภาพของเราก็สามารถดูแลประเทศของเราได้ และเขาเข้าใจปัญหาไม่อยากให้เรื่องลุกลามเพราะจะมีผลกระทบกับทุกประเทศ เพราะทะเลาะกันอยู่ 2 ประเทศ อีก 8 ประเทศที่เหลือจะเดือดร้อนเพราะเรามีพันธะสัญญาค้าขายต่าง และไม่มีใครอยากเอาศึกเข้าบ้าน ยกเว้นบางประเทศที่อยากมี
ผบ.ทบ.เมิน 7 แกนนำเสื้อแดงให้ประกัน-ยกระดับชุมนุม มั่นใจคนไทยมีความแตกต่างยึดมั่นสถาบันกษัตริย์ไม่เหมือนต่างชาติ จวกทหารหลากสีต้องมีสำนึก หากคิดทรยศต่อชาติต้องมีอันเป็นไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่ศาลให้ประกันตัว 7 แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เป็นเรื่องของกระบวนการของศาลยุติธรรม เมื่อพิจารณาว่า เหมาะสมก็ปล่อยตัว ตนเคารพศาล ทหารจะไม่เข้าไปพูดจาในลักษณะที่เห็นด้วยหรือไม่คงไม่ได้ ซึ่งศาลก็พิจารณาด้วยเหตุผลด้วยหลักฐาน เมื่อถามว่าจะเป็นการสร้างคงวามสมานฉันท์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องว่ากันไป ทหารมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อถามว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปถามเขาว่าจะยกกันอย่างไร มาถามตนคงไม่รู้ จะดีหรือไม่ดีต้องไปถามเขา
เมื่อถามว่าขณะนี้ประเทศต่างๆชุมนุนมด้วยความรุนแรง ในส่วนของไทยจะไปสู่ขั้นนั้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเป็นคนไทย และมีน้ำใจ ที่เห็นใจและใจอ่อน เชื่อคนง่าย แต่สิ่งหนึ่งที่เราแตกต่างคือ มีความผูกพันกับสถาบันฯที่เป็นที่ยึดเหนี่ยว ซึ่งก็มีคนจ้องทำลายสถาบัน ฯทำลายทหาร เพราะถ้า2 องค์กรนี้อ่อนแอก็จะถูกแทรกซ้อน เหมือนสมัยก่อนๆที่เคยมีอยู่ วันนี้ต้องไปหากันว่า ใครต้องการทำอย่างนั้น ตนคงไม่ทำพวกเรากันเอง และจะมาโทษว่าทหารสีนู้นสีนี้ ของยืนยันว่าไม่มี ถ้ามีอยู่ก็ไม่ใช่ทหาร ทหารไม่ทำร้ายสถาบันฯ และไม่ทำร้ายทหารด้วยกันเอง ไม่ว่าจะได้หรือเสีย กองทัพให้เงินเดือนเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้เป็นทหารแล้ว กองทัพก็ให้ยศให้ตำแหน่ง แต่ถ้าทรยศ ต่อสถาบันก็มีอันเป็นไปทุกคน
“ประยุทธ์”ฮึ่มพธม.ด่า “ดาว์พงษ์”เจรจาทหารเขมรขัดม.190
กุมภาพันธ์ 22, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก เจรจาหยุดยิงกับนายทหารกัมพูชา ว่า ไม่มีการเซ็นสัญญาใดๆ เป็นเรื่องการคุยกันในพื้นที่ เรื่องนี้ไม่เข้าข่ายม.190 ตนรู้อยุ่แล้วและจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ประเด็นคือพูดคุยกันทางทหารและไม่ได้พูดพาะกรณีเขาพระวิหาร แต่พูดทั้งแนว ดังนั้นต้องเข้าใจด้วยว่าการแนวกำลังของทั้งสองฝ่ายมีการวางกำลังตลอด 800 กิโลเมตร เมื่อเป็นคนไทยก็ต้องรู้ว่าเราต้องรักษาอธิปไตยตลอดแนวชายแดน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นห่วงคือผลกระทบจากความขัดแย้งหรือการใช้อาวุธตลอดแนวชายแดนทั้งหมด ตั้งแต่กองทัพภาคที่1-2 จนกระทั่งถึงจ.จันทบุรี ตราด เรามีการปรับกำลังและทางกัมพูชาก็ปรับกำลังเช่นเดียวกัน เราจึงต้องการลดผลกระทบตรงนี้ จึงพูดคุยว่าทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระทั่ง นอกจากพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่แล้ว นี่คือประเด็น ดังนั้นจะไปพูดว่าเจรจาหยุดยิงเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเขาพระวิหารเป็นเรื่องของกลไกการแก้ปัญหา ทั้งนี้ที่ประชุมเจบีซีและอาเซียนก็กำลังประชุมอยู่ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา ตนฉลาดพอที่จะไม่เอาเรื่องพวกนี้ไปพูดให้เป็นประเด็น ต้องฝากสื่อให้ช่วยกันทำความเข้าใจว่าเรารู้กฎหมายและม.190คืออะไร เราจะไม่ยอมให้เพรี่ยงพร้ำในเรื่องพวกนี้
ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า แค่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ตลอดแนวชายแดนไม่กระทบกระทั่งกันคือต้องไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการยิง ไม่ใช้อาวุธต่อกัน หลีกเลี่ยงการขยับและเพิ่มเติมกำลัง เป็นการพูดถึงพื้นที่ตลอดแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเรื่องของเขาพระวิหารเป็นกลไกที่เจบีซีจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและวันนี้ที่ประชุมรมต.อาเซียนก็กำลังพูดคุยกันอยู่ ส่วนกรณีที่คณะของประธานอาเซียนจะเข้ามาสังเกตุการณ์นั้น เราก็พร้อมที่จะดูแล ซึ่งเข้าใจว่า ตัวแทนของประธานอาเซียนจะเดินทางไปทั้งไทยและกัมพูชา เรายินดีเพราะไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนจะส่งตัวแทนมาสังเกตุการณ์นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขามาอยู่แล้ว ซึ่งตนได้สั่งการให้เตรียมที่พักจะได้ไปนอนดูว่าใครยิงก่อนยิงหลัง ก็ให้ตัวแทนเหล่านี้ไปนอนดูสถานการณ์กันเอาเอง ต่อข้อถามว่า การให้ประธานอาเซียนเข้ามาดูจะถูกมองว่ามีประเทศที่3 เข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่แทรกแซง จะแทรกแซงได้อย่างไรเพราะเป็นเรื่องทวิภาคี ในเมื่อผู้ตกลงเขาตกลงกันได้ว่าให้อาเซียนมาดูก้ไม่มีอะไรเพราะเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลกและไม่ได้มีแค่ 2 ประเทศในโลก เราอยู่ 2ใน10ของประเทศอาเซียนและใน190ประเทศของโลก
ต่อข้อถามว่า ได้เตรียมสถานที่รับรองเอาไว้อย่างไร ผบ.ทบ.กล่าวว่า ก็เตรียมห้องน้ำห้องส้วมเอาไว้ แต่เรายังไม่รู้ว่าเขาจะมาจุดไหนก็ต้องรอดูก่อน ให้มาก่อน เรก็ดูพื้นที่ที่ปลอดภัย คงแป็นสถานที่เช่นกองทัพภาคที่2หรือทางจังหหวัดดูแล ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในพื้นที่อันตรายหรือไม่ และเขาจะไปอยู่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องไปทั้ง 2 ประเทศทั้งกัมพูชาและไทย ซึ่งเขาก็ต้องไปคอยดูว่าใครยิงก่อน ใครจะผิดกติกา อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของประเทศอาเซียน ยังไม่ได้แจ้งว่าจะมาเมื่อไหร่ เพราะต้องรอประชุมรัฐมนตรีอาเซียนก่อน
ส่วนการที่แม่ทัพภาคที่2 นำคณะผู้ช่วยฑูตทหาร 14 ประเทศตรวจพื้นที่ชายแดนบ้านภูมิซรอล จ.สรีสะเกษนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางกองทัพบกได้จัดให้เพราะเขาอยากดูอะไรก็ให้ดู ไม่ปกปิด ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของคณะฑูตทหารจะเป็นผลดีหรือผลเสีย ผบ.ทบ. ตอบว่า ก็ต้องเป็นผลดีอยู่แล้ว จะเป็นผลเสียตรงไหน แต่ถ้าพูดในแง่ดี เขาก็ได้รับทราบข้อมูลความเป็นมาเป็นไปว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าเขาไม่เห็นพื้นที่ก็จะไม่รู้ ส่วนเขาจะเชื่อตามที่เราบรรยายสรุปหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องงหนึ่งเพราะไปบังคับไม่ได้ แต่เราได้แสดงความจริงใจว่าไม่ปกปิดหรือซ่อนเร้น ถ้าอยากรู้อะไรถามมาก็ตอบหมด ซึ่งผู้ช่วยฑูตทหารทั้ง 14 ประเทศที่มาก็พอใจ โดยที่เราไม่ต้องการเบลมประเทศเพื่อนบ้าน แต่เอาข้อเท็จจริงมาพูด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจกับสังคมว่าเรานำข้อเท็จจริงมาพูดทุกรื่อง ถ้าจะพูดอะไรก็พูด เอาปัญหาอะไรก็ไม่รู้มาพูด ใช่หรือไม่ใช่มาพูด พิสูจน์ทราบได้หรือไม่ก็เอามาว่าคนนั้นคนนี้ ตนว่าทำแบบนี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ ต่อข้อถามว่า สถานการณ์อย่างนี้ในฐานะเป็นรั้วของชาติห่วงงอะไร ผบ.ทบ.กล่าวว่า ห่วงความแตกแยกของสังคม คนไทยทุกคนในประเทศ ถ้ายังแตกแยกความสามัคคี ถ้าเป็นแบบนี้ไปสู้เขาก็ไม่ได้และ ตนก็จะลำบากในการที่จะใช้พลังทางทหารอย่างเดียวไปสู้กับคนทั้งโลกคงลำบาก ต้องใช้ความเชื่อมั่นเชื่อถือความศรัทธา ความไว้วางใจและความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ ถ้ารวมไม่ได้ในวันนี้ท่านอย่าหวังว่าจะไปสู้กับใครในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก้ตาม ถ้าเอาปัญหาทั้งหมดมาโยนว่าฝ่ายความมั่นคง ทหารต้องดูแลแก้ปัญหา ตนว่าไม่ใช่ ซึ่งก็คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความเป็นน้ำหนี่งใจเดียวกันได้ แต่เป็นเรื่องของทุกคน รวมทั้งสื่อและพรรคการเมือง ซึ่งต้องมาพูดคุยกันหาทางออกของประเทศเพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ก็มาลงที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สุดท้ายจะเกิดอะไร ซึ่งก็ต้องเกิดความรุนแรง
สื่อนอกเผย”ฮุนเซน” กลับลำไม่ลงนามหยุดยิง
กุมภาพันธ์ 22, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่(22 ก.พ.54) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นาย ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวในช่วงเช้าวันนี้ว่า กัมพูชาได้ยกเลิกแผนการที่จะขอให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวร โดยมีประธานและผู้แทนของอาเซียนเป็นสักขีพยานในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอาเซียนที่จัดขึ้นในวันนี้ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย โดยเขาได้แจ้งกับนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องขอให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวร เนื่องจากฝ่ายไทยได้ขอให้อินโดนีเซียส่งผู้สังเกตการณ์มายังบริเวณชายแดนที่เป็นข้อพิพาทแล้ว
ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้โทรศัพท์รายงานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงเเนวทางการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบว่า ประเทศไทยยืนยันในเเนวทางการเจรจากับกัมพูชา ให้เป็นไปตามกรอบทวิภาคี คือ เจบีซี และ จีบีซี ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนจะส่งตัวเเทนเข้ามาสังเกตการณ์นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้เป็นพยานว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายยิงโจมตีก่อน แต่ทางกัมพูชาก็ยังคงยืนยันว่าขอให้มีการจัดตั้งกองกำลังขึ้นมา จึงทำให้ประเทศไทยต้องดึงกัมพูชาเข้าสู่กรอบการเจรจาให้ได้
อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพยุโรป(อียู)ได้เเสดงความกังวลเหตุการณ์การปะทะกันตามเเนวชายเเดน-ไทยกัมพูชา พร้อมกับเห็นพ้องกับข้อเสนอของยูเอ็นเเละอาเซียนให้ทั้งสองประเทศใช้เวทีทวิภาคีในการยุติข้อพิพาท ดังนั้น จึงเชื่อว่าในที่สุดกัมพูชาจะกลับมาสู่การเจรจากับไทยได้ในที่สุด
ยินดี!! ไทย-เขมรตกลงหยุดยิงแล้ว
กุมภาพันธ์ 19, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
ฮุนเซน”ส่ง”ฮุน มาเน็ต”เจรจาหยุดยิงชั่คราว กับ “ดาว์พงษ์” ลงนาม 8 ข้อ ย้ำแนวปฏิบัติ ลดการเผชิญหน้าในพื้นที่ทับซ้อน “เขมร”รับปากพยามคุมให้ได้ ผลหารือไม่ผูกพันกับกาประชุม รมต.ตปท. อาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงว่า วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ อดีตเจ้ากรมชายแดนทหาร พล.ต.ชวลิต ชุณประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนรี พร้อมด้วยนายทหารระดับผู้บังคับการกรมในพื้นที่รวม 12 คน ได้หารือกับ พล.ท.ฮุน มาเน็ต รองผบ.ทบ.และ ผบ.หน่วยทหารองครักษ์ บุตรชาย สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.ท.เจีย มอน ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา โดยคณะของไทยได้เดินทางเข้า ไปที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา บริเวณช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อหารือกับคณะของกัมพูชที่ร้านอาหาร ซำเมา จังหวัดอัลลองเวง
ภายหลังการหารือพล.ท.ธวัชชัย เปิดเผยว่า บรรยากาศในการพูดคุยกับผู้นำทหารกัมพูชาเกี่ยวกับการหยุดยิง เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพต่อกัน ซึ่งจะเป็นการนำไปสู่สันติสุขบริเวณเขาพระวิหาร ส่วนข้อสรุปนั้น เป็นไปในแนวทางที่ดี เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพูดคุยครั้งนี้ ได้หารือถึงแนวปฏิบัติในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรโดยสองฝ่ายยังย้ำที่จะปฏิบัติตามข้อหารือก่อนหน้านี้และลงนามในข้อตกลง 8 ข้อ เช่น ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ห้ามเพิ่มกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ ไม่วางกำลังเผชิญหน้ากัน ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆในพื้นที่ เช่นสร้างถนน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาย้ำว่าจะพยายามควบคุมระดับปฏิบัติในพื้นที่ให้ได้
นายทหารที่ร่วมคณะเดินทางครั้งนี้ เปิดเผยว่าการหารือเริ่มเวลาประมาณ 10.30 น.ใช้เวลาหารือเกือบ 2 ชั่วโมง ถือเป็นการหารือปกติ เพราะในพื้นที่มีการพูดคุยตลอดเวลาโดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้พูดคุยระดับพื้นที่แต่หาข้อยุติไม่ได้ สองประเทศจึงส่งสัญญาณให้ทหารผู้ใหญ่ได้คุยกัน คือ พล.อ.ดาว์พงษ์ กับ พล.ท.ฮุน มาเน็ต เรียกได้ว่า เป็นการหารือหยุดสถานการณ์ชั่วคราว ซึ่งการผลการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้เป็นข้อยุติหรือผูกพันไปถึงการประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียนวันที่ 22 กพ.นี้ เรื่องหลักที่พูดคุยวันนี้ คือ มาตรการในการป้องกันและแนวทางไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดถึงขั้นใช้อาวุธหรือ ปะทะกันของทหารสองฝ่าย ได้ข้อตกลงร่วมกัน 8 ข้อ
“ในกรณีที่จะเกิดปัญหา เบื้องต้นทหารสองฝ่ายจะพูดคุยกันผ่านวิทยุสื่อสารไอคอม โดยเอาระดับทหารผู้ใหญ่มาพูดกัน แต่ไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาพูดถึงสถานกรณ์ในอนาคตว่าจะแก้ไขอย่างไร การหารือครั้งนี้ไม่ใช่พูดว่าหยุดปะทะกันอย่างดียว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ต้องว่ากันไป แต่ถ้าอยู่แบบไม่ต้องรบต้องทำอย่างไรต่อไป เป็นการหารือแบบหยุดยิงชั่วคราว” นายทหารคนเดียวกันกล่าว








กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















