ปชป.ย้ำรัฐต้องให้องค์กรกลางจัดเสวนาปรองดอง รับ “ดีเอสไอ” เคยชงเรื่องนิรโทษกรรมสมัยเป็นรัฐบาล
เมษายน 22, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, การเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ตั้งนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการจัดเวทีสานเสวนารับฟังความเห็นเพื่อนำไปสู่ความปรองดองว่า หากรัฐบาลทำเอง อาจจะไม่ได้รบการยอมรับจากสังคม จึงอยากให้เปิดโอกาสให้องค์กรที่มีความเป็นกลางเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้พร้อมกับทำรายละเอียดให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมนอกจากนี้รัฐบาลต้องไม่มีธง เพราะหากมีเป้าหมายอยู่แล้วก็ไม่ต้องทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวออกมาว่า ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทางดีเอสไอ เคยเสนอให้มีกระบวนการนิรโทษกรรมทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2553 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้เสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมทุกฝ่าย แต่ตนไม่เห็นด้วย เพราะถ้าดำเนินการจริงจะเกิดปฏิกิริยาจากหลายฝ่าย ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันว่า ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร จากใคร ซึ่งหากในรัฐบาลที่แล้ว บอกว่านิรโทษกรรมทุกฝ่ายรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็คงเป็นเงื่อนไขที่ไปปลุกระดมกันมากมาย ทั้งนี้ยืนยันว่า สิ่งที่ผู้สูญเสียต้องการคือ ความจริง และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พยายามขอว่าให้ลืม ๆ กันไปเพียงเพราะต้องการให้การนิรโทษกรรมครอบคลุมถึงคดีของคนเองหรือคดีทุจริต คอรัปชั่นนั้น ถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เพราะควรให้กระบวนการหาข้อเท็จจริงเดินหน้าต่อไ
กระบวนการสืบสวนของดีเอสไอยังต้องดำเนินการต่อไม่ใช่หยุดเพื่อรอการนิรโทษกรรม และเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องค้นหาความจริงเช่น กรณีของพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่จะอ้างแค่ว่า หาคนผิดยากไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ขิอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะต้องรับผิดชอบกับอนาคตด้วย การดำเนินการของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนกระบวนการปรองดองจะนำไปสู่การให้อภัยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นายอภิสิทธิ์กล่าว
ดีเอสไอเผยซูโดอีเฟดรีนถูกลักลอบนำเข้าจากเกาเหลี 850 ล้านเม็ด
เมษายน 22, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนดีเอสไอพบความเคลื่อนไหวในการลักลอบนำเข้าซูโดอีเฟดรีน จากประเทศเกาหลี น้ำหนัก 40 ตัน หรือ 850 ล้านเม็ด ผ่านสายการบินต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย โดยมีการทยอยนำเข้าซูโดอีเฟดรีนบางส่วนเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ปี 2553 รวม 9 ครั้ง และสำแดงเท็จว่าเป็นสิ่งของชนิดอื่นที่ไม่ใช่ซูโดอีเฟดรีน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนแกะรอยจาก บริษัท ชิปปิ้ง ที่นำของออกจากคลังสินค้าของสนามบิน ทั้งนี้ คดีลักลอบนำซูโดอีเฟดรีนมาจากประเทศเกาหลี จะแยกการสอบสวนออกจากคดีลักลอบนำยาแก้หวัดออกจากระบบของโรงพยาบาล โดยจะเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณา และให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษในการประชุมประจำเดือนเม.ย. วันที่ 25 เม.ย. นี้ ส่วนการสอบสวนคดีลักลอบนำยาแก้หวัดออกจากระบบโรงพยาบาลนั้น ภายหลังการเรียกผู้อำนวยการสถานพยาบาล 11 แห่ง เข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสอบปากคำเจ้าหน้าที่คลังยาและเภสัชกรโรงพยาบาล ที่มียอดการใช้ยาแก้หวัดผิดปกติ
ดีเอสไอยัน ภาพโป๊กลางสภาเกิดจากไวไฟเชื่อมจออัตโนมัติ
เมษายน 20, 2012 by satartpandaz
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ดีเอสไอเผยหลังตรวจสอบภาพหวิวปรากฏบนจอทีวีสภาฯ เกิดจากไวไฟเชื่อมจออัตโนมัติระหว่างจอภาพกับมือถือสมาร์ทโฟน
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีภาพหวิวที่ปรากฏบนจอภาพในห้องประชุมรัฐสภาว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ร่วมตรวจสอบเบื้องต้น โดยเชื่อภาพที่ปรากฏบนจอทีวีเป็นการส่งสัญญาณระบบไวไฟ จากโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน เพราะโทรทัศน์ยี่ห้อซัมซุงรุ่นดังกล่าวสามารถรับสัญญาณภาพได้หลายระบบ อีกทั้งบริษัทผู้ผลิต ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานที่สามารถแชร์ภาพและวิดีโอได้จากโทรศัพท์ ให้ปรากฏบนจอทีวีได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีภาพหวิวปรากฏในจอทีวีเพียงจอเดียว จึงเชื่อได้ว่าสัญญาณถูกส่งออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดไวไฟไว้ ดังนั้นจึงอาจเป็นคนที่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งอยากให้เป็นบทเรียนแต่ไม่ควรเอาผิดผู้เจ้าของโทรศัพท์มือถือ เพราะไม่น่าจะเกิดความความตั้งใจ
“จากการตรวจทราบว่าโทรทัศน์เครื่องดังกล่าว เพิ่งมีการสั่งซื้อและนำมาติดตั้งในห้องประชุม และระหว่างการรอการตรวจรับ ต้องเปิดระบบการทำงานของเครื่องทั้งหมดโดยไม่ได้ตั้งพาสเวิร์ด เพื่อตรวจสอบว่ามีระบบใดผิดปกติหรือไม่ หากสัญญาณจูนต่อเชื่อมตรงพอดีกับเคลื่อนสัญญาณทีวี ภาพจะปรากฏบนจอได้ทันทีเรื่องนี้สามารถตรวจเช็คได้ ว่าภาพถูกส่งมาจากไวไฟของโทรศัพท์มือถือเครื่องใด เชื่อว่ากรณีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแฮกระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐสภา แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ของทีวี และไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ เพราะเครื่องรับสัญญาณจากจอจะมีรัศมีรองรับสัญญาณ ซึ่งอาจเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในห้องประชุม และบังเอิญเปิดไวไฟเช็ครูปภาพแล้วสัญญาณไปตรงเข้ารับจอรับภาพพอดี ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อเดียวกับทีวี โดยโทรศัพท์บางยี่ห้อ เช่น ระบบแอนดรอยของเอชทีซี สามารถทำงานอัตโนมัติและเชื่อมต่อสัญญาณได้ทันที แต่ถ้าเป็นไอโฟนต้องมีแอบพิเคชั่นเพิ่มเติม” พ.ต.อ.ญาณพล กล่าว
รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า โทรทัศน์ที่มีระบบดังกล่าวเท่าที่ทราบข้อมูลมี 2 ยี่ห้อ คือ ซัมซุงกับแอลจี โรงงานผู้ผลิตจะเปิดระบบแบบโอเพ่นไว้โดยไม่ล็อครหัส เพื่อรองรับโทรศัพท์ที่มีระบบส่งสัญญาณแบบไวไฟ ดังนั้นไม่ว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องใด ที่มีสัญญาณเชื่อมต่อตรงพอดีกับจอรับภาพทีวี ภาพจะปรากฏบนจอได้ทันที ความผิดพลาดที่เกิดไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของใคร วิธีการแก้ปัญหาคือ เมื่อได้รับเครื่องโทรทัศน์รุ่นดังกล่าวมาแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องตั้งค่าพาสเวิร์ดให้ใช้งานได้เฉพาะเครื่องเท่านั้น โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เพื่อนของตนระหว่างนั่งดูทีวียี่ห้อเดียวกันนี้ จู่ๆรูปลูกสาวจากโทรศัพท์ ไปปรากฏขึ้นบนจอทีวี
ดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่สอบกรณีซูโดฯหายสัปดาห์หน้า
เมษายน 20, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ดีเอสไอสอบปากคำอีก 8 สถานพยาบาล เตรียมลงพื้นที่เค้นสอบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล, เจ้าหน้าที่คลังยา กรณีซูโดฯหายสัปดาห์หน้า รอวิเคราะห์พยานเพิ่มก่อนแจ้งข้อกล่าวหา
วันนี้ ( 20 เม.ย.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวถึงการสอบปากคำผู้อำนวยการโรงพยาบาลและเจ้าของคลินิกรวม 12 แห่ง ที่พบความผิดปกติในการจัดซื้อยาแก้หวัดสูตรซูโดอีเฟดรีนว่า วันนี้เป็นการสอบปากคำผอ.รพ.และเจ้าของคลินิกต่อเนื่องอีก 8 แห่ง ประกอบด้วย รพ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ , รพ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ , รพ.นวมินทร์ 1 กทม. , รพ.สยามราษฎร์ จ.เชียงใหม่ ,รพ.เซ็นทรัลเมมโมเรียล จ.เชียงใหม่ , รพ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ , คลินิกแพทย์สัมพันธ์ จ.เชียงใหม่ และคลินิกแพทย์สุพรชัย จ.ลพบุรี โดยชั้นนี้ดีเอสไอจะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานพยาบาลเข้าชี้แจงอย่างเต็มที่ จากนั้นในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะลงพื้นที่สอบปากคำเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่คลังยา บริษัทยา ทั้งในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และปริมณฑล
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้บริหาร รพ.พบว่าแต่ละแห่งมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันออกไป โดยบางแห่งอ้างว่าเจ้าหน้าที่คลังยาเป็นผู้ลักลอบนำยาออกไป บางแห่งอ้างว่ามีการทำเอกสารปลอม และปลอมลายมือชื่อ ดังนั้นจึงมีการนำพยานหลักฐานมาประกอบการชี้แจงด้วยทั้งในรูปของเอกสารและคลิปวิดีโอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นการสอบสวนพยาน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดทั้งสิ้น เพราะยังต้องรอการสอบพยานแวดล้อมอื่นเพิ่มเติมเช่น เอกสารการเงิน ความเชื่อมโยงของบุคคล เอกสารใบสั่งยา และใบเสร็จรับเงิน ส่วนกรณีทีผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี จ.อุดรธานี ให้การว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลคลังยา โดยอ้างคำรับสารภาพของเภสัชกรห้องยาซึ่งเป็นผู้นำยาซูโดอีเฟดรีนกว่า 7.2 ล้านเม็ด ออกไปเพียงคนเดียวนั้น ดีเอสไอไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก โดยถือเป็นคำให้การของพยานทั่วไป ซึ่งผอ.รพ.จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบแค่ไหนมีกำหนดไว้ในระเบียบพัสดุ
“ในส่วนของรพ.สยามราษฎร์ จ.เชียงใหม่ พบว่ามีการลักลอบนำซูโดอีเฟดรีนสูตรเดี่ยวกว่า 250,000 เม็ด ออกไปจากโรงพยาบาล จะมีความผิดตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ฯ เพราะเป็นยาซูโดฯชนิดเข้มข้น 60 มิลลิกรัม โดยยาชนิดนี้ 1 เม็ด สามารถนำไปผลิตเป็นยาบ้าเกรดเอ ได้ 2 เม็ด หรือนำไปผลิตเป็นยาบ้าเกรดต่ำเพื่อส่งขายผู้เสพตลาดล่างได้ 5 เม็ด”ผอ.สำนักคดีความมั่นคงกล่าว
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบลายมือลายเซ็นเพื่อเปรียบเทียบกับเอกสารที่พบภายในห้องยา รพ.กมลาไสย นั้น ดีเอสไอได้ส่งตัวอย่างลายมือลายเซ็นไปให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบแล้ว รวมทั้งยังได้ส่งตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอจากแผงยาแก้หวัดที่ถูกแกะเม็ดยาออกไปด้วย
“ธาริต”เผยเคยเสนอ ศอฉ.นิรโทษกรรม “เสื้อแดง-จทน.รัฐ” แต่โดนเมิน
เมษายน 20, 2012 by satartpandaz
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“ธาริต”เผยเคยเสนอ ศอฉ.นิรโทษกรรม “เสื้อแดง-จทน.รัฐ”หลังปราบจลาจลเสร็จ แต่โดนเมิน ชี้ คดี “เสื้อแดง” ทำเร็วไม่ได้ ลั่นอาจถึง 10 ปี ส่วน “พล.อ.ร่มเกล้า” ยังยืนยันเป็นฝีมือ “นปช.” รับยากให้ชี้ชัดตัวบุคคล ชี้คดีชุมนุมทางการเมืองพ้นมือ ดีเอสไอแล้ว พร้อมเร่งคดีละเมิดสถาบัน
เมื่อเวลา 09.40 น.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคคีการชุมนุมทางการเมือง ว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.คดีชุมนุมโดยไม่สงบที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีคดีค้างที่ดีเอสไอแล้ว เพราะส่งไปอัยการ อัยการก็ฟ้องไปที่ศาล 2.คดีล่วงละเมิดสถาบันยังเหลือคดีอยู่ในมือดีเอสไออยู่บ้าง ซึ่งกำลังเร่งรีบอยู่ เมื่อถามว่าส่วนญาติคดี 91 ศพบางส่วนบอกว่าอยากได้รับความจริงมากกว่ารับเงินชดเชย นายธาริต กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้เสียหาย แต่กระบวนการยุติธรรมมันก็มีขั้นมีตอน จะไปเร็วไม่ได้ หากสู้คดีไปถึงศาลฎีกาอาจใช้เวลาประมาณ 10 ปี การจะด่วนตัดสินอาจถูกใจแต่ไม่ถูกต้องตามหลักการ เมื่อถามถึงคดีพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง หลังจากที่ดีเอสไอเคยออกมาสรุปว่าเป็นการกระทำของเสื้อแดง แต่ก็เงียบหายไป นายธาริต กล่าวว่า เรายังทำอย่างต่อเนื่องมีการติดต่อกับภรรยาพ.อ.ร่มเกล้า ต้องมีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดได้ไม่อย่างนั้นศาลจะยกฟ้อง ซึ่งหลายประเทศที่เกิดจลาจลจะหาคนกระทำความผิดยาก หาได้เพียงว่าเป็นกลุ่มไหน แต่จะชี้ชัดว่าเป็นใครนั้นยากมาก เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดงกระทำ นายธาริต กล่าวว่า ใช่ครับ เรายังยืนยันเช่นนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนการที่เจ้าหน้าที่เอาอาวุธออกมาปราบปรามนั้น ก็อยู่ที่มุมมอง ทุกอย่างเหมือนเหรียญ 2 ด้าน ถ้าจะมองว่าเจ้าหน้าที่เอาอาวุธออกมาถูกต้องหรือไม่ อีกมุมมองหนึ่งคือผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือไม่ แล้วต่อสู้เจ้าหน้าที่หรือไม่ ในภาวะนั้นต่างฝ่ายต่างผิด
“ในความเห็นส่วนตัวผมในฐานะนักกฎหมาย หลังเกิดเหตุวุ่นวายปราบกันเสร็จแล้วผมเคยเสนอในที่ประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งผมก็เป็นเสียงเดียวและยังบอกว่าผมเสนอแปลก เกือบทั้งหมดไม่เห็นด้วย แล้วคนก็ค้านไม่พอใจด้วยซ้ำไป จะต้องนิรโทษกรรมกันทุกฝ่าย แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องปรองดองนะครับ มันมาถึงจุดที่ควรลบล้างกันไป อภัยให้แก่กัน การหันมาอภัยให้กันจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขขึ้น เพราะในฐานะนักกฎหมายเห็นว่าเรื่องที่เกิดความเห็นแตกแยกกันหนักขนาดนี้ วิธีที่ดีสุดือต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าวและอภัยให้กัน ถ้าต่างฝ่ายต่างอ้างความยุติธรรมของตัวเอง มันก็จะเป็นความยุติธรรมในหมู่มาก มันไม่ใช่ความยุติธรรมโดยแท้จริง ความแตกแยกในชาติขนาดนี้และก้าวล้ำเข้าไปในเรื่องที่ผิดกฎหมาย ดีสุดอภัยให้กัน และตอนนี้ก็ยังไม่สาย”นายธาริตกล่าว
เมื่อถามว่าจะนิรโทษให้ทุกฝ่ายทั้งคนที่ทำผิดกฎหมายเลยหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ต้องมาดูว่าขนาด ไหนมันมีระดับดีกรีผู้ร่วมชุมนุมธรรมดา หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะฆ่าเขา แต่เป็นการป้องกันทรัพย์สิน หรือป้องกันไม่ให้บ้านเมืองวุ่นวาย ก็ควรนิรโทษหรือไม่เพื่อไม่ให้มีความผิดติดตัว ส่วนมีหัวโจกที่เป็นตัวร้ายเลยก็ต้องดูระดับ หลักใหญ่ต้องดูว่าจะอภัยกันหรือไม่ เมื่อถามว่าเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้วทำไมไม่เสนอนายธาริต กล่าวว่า หน้าที่ตนเสนอไม่ได้ เพราะไม่มีศอฉ.2 เมื่อถามว่าหากมีใครเสนอเรื่องนี้พร้อมสนุนสนุนหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ตนไม่ใช่ฝ่ายการเมืองที่จะมีอำนาจในฐานะฝ่ายบริหารที่พูดว่าสนับสนุนหรือไม่
ดีเอสไอเรียก 11 ผอ.โรงพยาบาลสอบเอี่ยวทุจริตเบิกจ่ายยา “ซูโดอีเฟดรีน”
เมษายน 19, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเรียกผู้อำนวยการโรงพยาบาล 11 แห่ง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเบิกจ่ายยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมสารซูโดอีเฟดรีน หลังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการพบซองยาซูโดอีเฟดรีนที่อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยพนักงานสอบสวนของดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทยอยเข้าชี้แจงที่ห้องประชุมชั้น 8 อาคารบี ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยจะแบ่งเป็น 2 วัน ซึ่งในวันนี้จะมี 6 โรงพยาบาล ที่จะเข้าชี้แจงและในวันพรุ่งนี้อีก 5 โรงพยาบาล
สำหรับโรงพยาบาลที่จะเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทั้ง 11 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จ.อุดรธานี โรงพยาบาลดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ โรงพยาบาลฮอด จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลสยามราษฎร์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ โรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ โรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โรงพยาบาลนวมิทร์ 1 กรุงเทพฯ คลินิกสุรพรชัย จ.ลพบุรี และสัมพันธ์คลินิก จ.เชียงใหม่
ดีเอสไอออกหมายเรียก ผอ.โรงพยาบาล 11แห่งให้ปากคำ เรื่องยาแก้หวัด19-20เม.ย.นี้
เมษายน 13, 2012 by nate
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้อำนวยการโรงพยาบาล 11 แห่งเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอในวันที่ 19 และ 20 เม.ย. เพื่อให้ชี้แจงถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำยาแก้หวัดออกจากโรงพยาบาลหรือไม่ รวมถึงชี้แจงกฎระเบียบ ข้อบังคับ พร้อมแสดงหลักฐานให้ชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้กำชับให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้เข้าให้ข้อมูลพร้อมหลักฐานด้วยตนเอง ซึ่งพนักงานสอบสวนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ดีเอสไอนัดถกคดียาแก้หวัด
เมษายน 10, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ดีเอสไอนัดประชุมคืบหน้าคดีซูโดอีเฟดีน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดสรุปออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทร์ขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดียาแก้หวัดที่มีสารซูโดอีเฟดรีนรั่วไหลออกจากโรงพยาบาลจำนวนมาก ว่า สำหรับคดีนี้ มีความคืบหน้าไปมาก โดยเหตุเกิดในหลายพื้นที่และหลายกรณี อีกทั้งมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกัน
ดังนั้นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จึงต้องนำพยานหลักฐานมาพูดคุยกันในที่ประชุม เพราะการดำเนินคดี นี้ เป็นการทำงานแบบบูรณการหลายหน่วยงาน จึงต้องมีการหารือร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเม็ดยาซูโดอีเฟรดีน ต้องรอผลการตรวจสอบจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.เป็นหลักก่อน
ทั้งนี้ในวันนี้ เวลา 14.00 น.ของวันนี้ ดีเอสไอ จะมีการ ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) อย. กระทรวงสาธารณสุข โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดี (ดีเอสไอ) เป็นประธานในที่ประชุม โดยในวันนี้ จะสามารถสรุปได้ว่า การสอบสวนที่ผ่านมานั้น พยานหลักฐานเกี่ยวพันไปถึงใครจนสามารถดำเนินการออกหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการรายใดได้บ้าง
รัฐปัดแทรกแซง “อัยการ-ดีเอสไอ” ซัดโฆษกปชป.ไม่รู้กม. ใส่ร้ายตามอารมณ์
เมษายน 1, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, การเมือง
ต่อมาค่ำวันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาดรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้ กรณีที่นายชวนนท์อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่ารัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เวลาเพียง 2 วัน ใช้อำนาจเป่า 5 คดีสำคัญทิ้งว่า เป็นการสะท้อนว่า นายชวนนท์ไม่มีความรู้เรื่องกระบวนการทางกฎหมายการที่ทางอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี เป็นเรื่องอำนาจของอัยการรัฐบาลไม่สามารถไปแทรกแซงได้คนที่รู้กฎหมายจะรู้เรื่องนี้ดีว่าอัยการมีอิสระในการสั่งฟ้องคดีตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานอกจากนี้ จากที่ ดีเอสไอสั่งยุติคดี “ผังล้มเจ้า”เพราะเห็นว่าไม่มีหลักฐาน ซึ่งนายธาริตเพ็งดิษฐ์อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอก็ตั้งโดยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและทำงานในศอฉ.ร่วมกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์อย่างใกล้ชิดรัฐบาลท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แต่งตั้งมา
พอไม่ถูกใจพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาตำหนิทั้งที่รัฐบาลไปแทรกแซงดุลพินิจของดีเอสไอไม่ได้ขอเตือนว่าก่อนที่นายชวนนท์จะวิพากษ์วิจารณ์ถึงการสั่งฟ้องคดีของอัยการและดีเอสไอกรุณาศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์จากอารมณ์จากความรู้สึกที่ตัวเองอยากให้สั่งฟ้องทุกคดีสะท้อนว่าไม่มีความรู้เรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ว่างๆบรรดาทนายเทพเทวดาในพรรคน่าจะเรียกไปตบปากสักที เสียยี่ห้อพรรคประชาธิปัติย์หมดขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่แทรกแซงการทำงานของอัยการและดีเอสไอและพวกเราไม่ใช้ 2 หน่วยงานนี้มาทำลายคู่แข่งทางการเมืองรัฐบาลนี้ส่งเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายให้ดำเนินการทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง
“ดีเอสไอ” เตรียมแถลงทุจริตเบิกจ่ายยาออกจากรพ.พร้อมนัดประชุมคณะทำงานคดียาซูโดฯนัดแรก 2 เม.ย.นี้
เมษายน 1, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 2 เมษายน เวลา 14.00 น. ดีเอสไอเตรียมประชุมคณะทำงานร่วมกันครั้งแรกภายหลังรับคดีลักลอบนำสารซูโดอีเฟดรีน ไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การทำงานร่วมกัน โดยจะแบ่งชุดการงานออกเป็นหลายชุด ทั้งชุดสืบสวนหลัก ชุดสอบสวนหลัก คาดว่าการสืบสวนสอบสวนจะแบ่งตามพื้นที่ สภ.ที่เกิดเหตุ ประมาณ 8 ชุด ส่วนการทำงานของหน่วยงานอื่นๆ ต้องหารือในข้อกฎหมายว่าจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) จะมีความชัดเจนมากขึ้น
นายธาริตกล่าวว่า นอกจากนี้ในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 10.00 น. ตนพร้อมด้วย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน จะแถลงข่าวการทุจริตการเบิกจ่ายยาออกจากระบบสาธารณสุข












กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















