Get Adobe Flash player

“ยิ่งลักษณ์” เคารพศพ7ทหารกล้าและศรวิชัยที่ลพบุรี

กรกฎาคม 26, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เดินทางมาที่วัดดงสวอง จ.ลพบุรี เพื่อเคารพศพนายทหารที่ประสพอุบัติเหตุจากเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอร์คตก ได้แก่ พ.ต.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน นักบินที่ 1 พ.ต.ชูพันธ์ พลวรรณ นักบินที่ 2 จ.ส.อ.สมคิด วงษ์ตาแสง ช่างเครื่อง และ ส.อ.อร่าม วงษ์สิงห์ ช่างเครื่อง รวมถึงเคารพศพนายทหารที่ประสพอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ตก ได้แก่ พ.ต.ธีรวัจน์ แก้วกมล นักบินที่ 1 ร.ท.บูรณา หวานใจ นักบินที่ 2 และ จ.ส.อ.วิเชียร จันทรพัฒน์ ช่างเครื่อง ขณะปฏิบัติภารกิจที่แก่งกระจาน จ.เพรชบุรี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพด้วย เนื่องจากต้องเดินทางไปร่วมเคารพศพพร้อมทั้งร่วมฟังสวดอภิธรรมศพนายศรวิชัย คงตันนิกูล ช่างภาพททบ.5 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในภารกิจนี้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้สมาชิกพรรคที่เป็นเตรียมทหารรุ่น10 ฟังสวดอภิธรรมศพแทน

จากนั้นเวลา 18.50 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาถึงวัดมณีชลขัณฑ์ ตำบลพรหมมาศ อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อเข้าเคารพศพพร้อมร่วมฟังสวดอภิธรรมนายศรวิชัย คงตันนิกูล ช่างภาพททบ.5 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอร์คตก ที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

โดยเมื่อมาถึงวัดมณีชลขัณฑ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับพ.ท.ประยุทธ คงตันนิกูล และนางวิลาวัลย์ คงตันนิกูล บิดาและมารดานายศรวิชัย โดยพ.ท.ประยุทธ ได้กล่าวขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ให้เกียรติมาร่วมฟังสวดอภิธรรมศพบุตรชาย จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าไปเคารพศพพร้อมร่วมฟังสวดอภิธรรมศพในเวลา 19.30 น. ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ด้วย

“พร้อมพงศ์” จี้พรรคปชป. อบรมทีมโฆษก

กรกฎาคม 10, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

วันนี้(10ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ขอชี้แจงว่านโยบายที่ใช้หาเสียง นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี จะนำใส่ไปในนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา แต่วันนี้ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และทีมกฎหมายยังออกมาพูดดิสเครดิตหวังเตะ ตัดขา ทั้งที่พรรคยังไม่ได้บริหาร เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อยากให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย เรียกทีมโฆษกพรรคและทีมกฎหมายไปอบรม

“การเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนเลือกให้พรรคเพื่อไทยมาทำหน้าที่ฝ่าย บริหาร ประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากยังมายื่นตรวจสอบเหมือนเป็นการหาเรื่องรายวัน แค่การสร้างประเด็นข่าว และรู้สึกผิดหวังที่มีสมาชิกประชาธิปัตย์ออกมาดำเนินการเช่นนี้ วันนี้ควรปรับพฤติกรรมของคนในพรรคตัวเองก่อนที่จะมาตรวจสอบ ขอให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ นส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ทันแถลงนโยบาย ขอเวลาให้นส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำงานก่อน”นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ความพยายามกล่าวหาทั้งการเชื่อมโยง กรณีกล่าวหานายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรค ซึ่งพรรคได้ตรวจสอบแล้ว เป็นลักษณะแฮคพาสเวิร์ดนำข้อความไปตัดต่อ พรรคเพื่อไทยไม่เคยจัดเลี้ยงหรือให้เงินสื่อเพราะเราเป็นพรรคใหญ่มีสื่อมวล ชนมาทำข่าวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้เงิน ไม่อยากให้มีการดิสเครดิตหรือสร้างกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้พรรคเพื่อ ไทยเสียหาย

ส่วนกรณี ที่ถูกร้องเรียนประเด็นที่เคยติดสินบนทีมทนาย ทั้งที่กกต.ได้รับรองคุณสมบัติเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใดๆ รวมทั้งเว็บไซต์ของนายพิชิตชื่นบานดอทคอม ได้ชี้แจงไว้อย่างละเอียดแล้ว หากพรรคประชาธิปัตย์ยังมีการกล่าวหาลักษณะนี้เกรงว่าอาจถูกนายพิชิตยื่นฟ้อง ได้เช่นกัน

เช่นเดียวกับกรณีนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ว่าที่ส.ส.นครปฐม ที่ถูกร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติที่มีข้อกล่าวหาล้มละลาย ทั้งที่กกต.ก็ได้รับรองครบถ้วน พรรคเพื่อไทยไม่อยากให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้น ใส่ร้ายรายวัน ผลเลือกตั้งประชาธิปัตย์ที่แพ้พรรคเพื่อไทยจนมีการปรับโครงสร้างพรรค ก็อยากให้นำบทบาทที่ผ่านมามาทบทวน อยากให้ค้านแบบสร้างสรรค์ การเลือกตั้ง5ครั้งหลังก็แพ้มาโดยตลอด อยากให้ปรับบทบาทตรงนี้ เราเองในนามพรรคเพื่อไทยไม่อยากบริหารการเมือง อยากบริหารบ้านเมืองมากกว่า ขอให้โอกาสพรรคได้บริหารก่อน หากพบปัญหาก็ยื่นกระทู้หรือยื่นอภิปรายในสภาฯได้ แต่ไม่อยากให้มีการดิสเครดิตรายวันเช่นนี้

เพื่อไทยชื่นมื่นตะโกนลั่น “เราชนะแล้ว”

วันนี้(3ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่าจากผลโพลล์นับคะแนนเลือกตั้งเป็นที่แน่ชัดแล้ว ว่าเราได้เสียงข้างมาก อย่างไรก็ตามต้องรอดูผลคะแนนอย่างเป็นทางการเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พรรคเพื่อไทย ว่าก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึงในเวลา 14.55 น.มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนให้การสนับสนุนโห่ร้องตะโกนต้อนรับ “ยิ่งลักษณ์ นายกฯ “นายกฯยิ่งลักษณ์” พร้อมชูนิ้วชี้หนึ่งนิ้ว และเมื่อเดินทางมาถึง ทั้งประชาชนและสื่อมวลชนก็กรูเข้าไปหาพร้อมมอบดอกไม้อย่างแน่นขนัด ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์กว่าจะฝ่าฝูงชนเข้าไปภายในพรรคได้ก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ทั้งนี้ทันทีที่มีการประกาศผลเอ็กซิทโพลล์ ประชาชนก็โห่ร้อง ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “นายกยิ่งลักษณ์” และ “เราชนะแล้ว”

พท. ร้องศาลปกครองสูงสุด ขอคุ้มครองออกคำสั่งระงับระเบียบบัตรเสีย หวั่นปชช.เข้าใจผิด

มิถุนายน 23, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงานกกต. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-2 ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินและกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาในกรณีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่สัญลักษณ์หรือโลโก้ของพรรคเพื่อไทยมีขนาดเล็กจนไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเครื่องหมายอะไร และทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นช่องลงคะแนน

ประกอบกับคำอธิบายได้กำหนดให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมายด้านขวามือของหมายเลขพรรคการเมือง ซึ่งการพิจารณาจากบัตรเลือกตั้งย่อมหมายถึงช่องเครื่องหมายพรรคการเมือง ว่าแม้ในบัตรเลือกตั้งจะมีช่องทำเครื่องหมายไว้ก็ตาม ความเข้าใจที่แตกต่างกัน หากไปกากบาทในช่องเครื่องหมายพรรคการเมือง อาจทำให้เกิดบัตรเสียทันทีตามระเบียบ กกต. ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพรรคได้ร้องเรียนต่อกกต.แล้ว ยังไม่มีความชัดเจนจึงร้องขอให้ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งชั่วคราวให้ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2554 ข้อ 107(7) และตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นระเบียบและตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง และมีคำสั่งให้ กกต.แก้ไขระเบียบและตัวอย่างบัตรเลือกตั้งให้ถูกต้อง

รวมทั้งขอให้มีคำพิพากษาว่า เครื่องหมาย พรรคเพื่อไทย ในบัตรเลือกตั้ง มีขนาดเล็กกว่าพรรคอื่นๆ เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยขอให้มีคำสั่งให้ กกต.แก้ไขบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อในช่องเครื่องหมายพรรคให้ถูกต้องเหมาะสม และขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้ กกต.นำระเบียบ กกต.ว่าด้วยการการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2554 ข้อ 147 (7) มาใช้กับกรณีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่มีการทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้งให้กับพรรคการเมืองในช่องเครื่องหมายพรรคการเมืองเพียงช่องเดียว โดยไม่ให้ถือว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นบัตรเสีย และให้นำไปนับเป็นคะแนนเลือกตั้งได้

เพื่อไทยร้องกกต. ถอดรายการคลายปม เหตุพิธีกรบิดเบือนข้อเท็จจริง

พฤษภาคม 27, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทยได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยุติและระงับการกระทำอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง เนื่องจากกรณีการออกอากาศของรายการคลายปมทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาที่มีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายจิตรกร บุษบา เป็นพิธีกรประจำรายการดังกล่าวได้มีการดำเนินรายการที่มีเนื้อหาเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จและทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออันดับ1พรรคเพื่อไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวของบุคคลทั้งสองคนเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา53(5) และยังเป็นความผิดตามมาตรา 137 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังขัดต่อระเบียบของกกต. เรื่อข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้กกต.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และน.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผอ.สทท. ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ แต่กลับปล่อยให้สถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในการกำกับดูแลโฆษณาหาเสียงอันเป็นโทษกับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอให้กกต.ดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และมีคำสั่งระงับการออกอากาศยุติการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและระงับการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อการกระทำใดๆที่อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งและเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่กกต.กำหนดโดยพรรคเพื่อไทยได้นำซีดีวิดีโอคลิปรายการดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

“อภิชาต”ย้ำกกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งหลังนายกฯประกาศยุบสภาทันที

พฤษภาคม 1, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.49 น.ที่วัดบวรนิเวศวิหาร นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย นายประัพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมผู้บริหาร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานพิธีเททองหล่อพระไพรีพินาศ ประจำสำนักงานคณะกรรมการ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัด

นายอภิชาต กล่าวภายหลังการทำพิธีเททองหล่อพระฯ ว่า อันนี้ไม่ได้เป็นสัญญาณอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เป็นการทำพิธีเททองหล่อพระประจำสำนักงานกกต.ทั่วประเทศ หากต่อไปหากมีการเลือกตั้งกกต.จังหวัดจะนำไปเพื่อการสาบานตนในการเลือกตั้งก็สามารถใช้ได้ แต่จุดประสงค์หลักเพื่อให้สำนักงานกกต.ได้มีพระที่หล่อหลอมมาจากที่เกี่ยวกัน และให้เหมือนกันทัวประเทศ ซึ่งก็เป็นแนวทางเดียวกับศาลอื่นๆที่เขาทำกันซึ่งเราก็จะมอบให้สำนักงานกกตประจำจังหวัดละ 1 องค์ ส่วนพระกริ่งไพรีพินาศ พระชัยวัตน์ไพรีพินาศ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ พนักงาน หรือประชาชนที่มีจิตศรัทธาสามารถเช่าไปบูชาได้

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้ระบุว่าสัปดาห์หน้าจะยุบสภาแล้วสิ่งที่กกต.จะต้องดำเนินการเป็นเรื่องแรกคืออะไร นายอภิชาต กล่าวว่า ตอนนี้กกต.พร้อมทุกอย่างแล้ว คนของกกต.ก็พร้อมหมดแล้วและการแบ่งเขตเลือกตั้งก็ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ก็ได้มีการอบรบกันอยู่ตลอดเวลาถ้ายุบสภาก็พร้อมที่จะเริ่มงานได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือ45-60 วัน ก็จะต้องได้เลือกตั้งกัน ส่วนที่มีการประเมินกันว่าจะมีการยุบสภาแต่อาจจะไม่มีการเลือกตั้งนั้น

“มาถึงตอนนี้แล้วผมไม่เกรงอะไรทั้งสิ้น มันแล้วแต่สถานการณ์บ้านเมืองพวกผมมีหน้าทีต้องเ่ป็นกรรมการการเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งผมก็ต้องทำหน้าที่จัดการให้มีการเลือกตั้งเป็นไปให้ดีที่สุด” นายอภิชาต กล่าวและว่าในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.) กกต.ได้เชิญพรรคการเมืองต่างๆที่มีอยู่ประมาณ 50 กว่าพรรคมาพร้อมกันเพื่อมาแสดงความคิดเห็นกันในเรื่องที่ทางกกต.จะพิจารณาในเีืรื่องที่ออกระเบียบการหาเสียงเลือกตั้งโดยไม่นำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะมีตัวแทนของพรรคการเมืองต่างๆมาร่วมแสดงความคิดเห็นกัน ส่วนพรรคการเมืองจะมอบให้คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิมาเป็นตัวแทนพรรคหรือไม่เราไม่ได้ห้าม เพราะเราไม่ได้เจาะจงเชิญใครมีสิทธิหรือไม่มีสิทธิอย่างไร เพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นไม่ได้จำกัดสิทธิอะไร แต่บทบาทต้องระมัดระวังอย่าให้ถึงกับเป็นบทบาทของกรรมการบริหารพรรคก็แล้วกัน

เมื่อถามว่า เพื่อความมั่นใจจะมีการลงสัตยาบันร่วมกันหรือไม่ ประธานกกต.กล่าวว่า ต้องแล้วแต่ความเห็นของที่ประชุมว่าอยากจะลงสัตยาบันร่วมกันหรือไม่ ซึ่งทางกกต.ไม่ได้บังคับว่า เพียงแต่เราได้เชิญมาเพื่อแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าหากว่าพวกเขาจะมีความเห็นร่วมกันในทางใดทางหนึ่งกกต.ก็พร้อมที่จะสนับสนุน

เมื่อถามย้ำว่าในการส่งหนังสือเชิญไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ก็เห็นว่าได้ขอความร่วมมือไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ในการลงสัตยาบันร่วมกันเพื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายอภิชาต กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ แต่ตนก็พึ่งเห็นในการประชุมคราวที่แล้วก็ได้มีกกต.คนหนึ่งได้เสนอเข้ามา ว่าซึ่งอาจเป็นแบบอย่างประเทศทั้งหลายที่เขาจะมาร่วมกันลงนามร่วมมือกันในทางที่ดีทางใดทางหนึ่งอย่างนี้ เราก็จะมีการแจกเอกสารให้ แต่ไม่ได้เ็ป็นการบังคับกกต.ไม่ต้องการเพราะการจะทำอะำำำไรก็ต้องทำด้วยความสมัครใจ เป็นเีืรื่องการตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆเอง

พท.เตรียมยื่นปปช.ฟันนายกฯพักโรงแรมฟรี ซัดเที่ยวสบายลืมทุกข์คนใต้

เมษายน 17, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงวันหยุดสงกรานต์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพักผ่อนที่โรงแรมหรู เกาะสมุย ในขณะที่พี่น้องชาวใต้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ำท่วม ไม่มีที่อยู่ ที่ทำกิน ขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภค กระทั่งเงินเยียวยา 5,000 บาท จากรัฐบาลก็ยังเบิกไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ได้ไปพักที่โรงแรมบันยันทรี หาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ราคาที่พักเกือบ 5 หมื่นบาทต่อคืน ตนกำลังให้คณะทำงานด้านกฎหมายตรวจสอบว่านายอภิสิทธิ์ได้จ่ายค่าที่พัก อาหาร ทั้งของตนเอง ผู้ติดตาม และทีมรปภ.หรือไม่ หากได้รับบริการฟรี หรือได้รับการลดราคาใดๆ เกินกว่า 3,000 บาท จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และผิดหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินของป.ป.ช. กรณีนี้ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว คงนำไปคืนเจ้าของไม่ได้เหมือนที่รอดจากกรณีรับงาช้างจากนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม โดยตนจะยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวน และถอดถอนนายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งภายในสัปดาห์นี้

พท.ยันทักษิณเสนอนิรโทษกรรม ทางออกประเทศ

เมษายน 14, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

เพื่อไทย ยัน “ทักษิณ” เสนอนิรโทษกรรม เป็นทางออกประเทศ ด้าน ปชป. บอกนิรโทษกรรมไม่ตอบโจทย์ประเทศ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกับสำนักข่าวเนชั่น ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการนิรโทษกรรม ว่า ตนมองเป็นทางออกของบ้านเมือง เพราะขณะนี้ ทุกกลุ่มก็ต่างถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็น พันธมิตรฯ นปช. บ้านเลขที่111 และ 109 ถ้านิรโทษกรรมบ้านเมืองจะดีขึ้นแน่นอน เพราะหลังจากการปฏิวัติปี 49 ประชาชนมีความเห็นต่างทางการเมือง การนิรโทษกรรม จึงเป็นแนวทางในการสมานฉันท์ ส่วนอดีตนายกฯจะทำเพื่อตัวเองหรือไม่ ตนมองว่าก็มีบางกลุ่มมองอย่างนั้น แต่ต้องมองด้วยความเป็นธรรม การนิรโทษกรรมจะทำให้ประเทศดีขึ้น เป็นสิ่งที่ยุติความขัดแย้ง การมองแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ควรให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีกองทัพและดีเอสไอ ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กับอีก 2 แกนนำ ว่า วันนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ต้องปล่อยเป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่รัฐบาลเอาเรื่องความจงรักภักดี มาใช้ประโยชน์ทางการเมืองและชอบทำตัวเป็นศาลเสียเอง เรื่องนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามหลักการ
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นเดียวกันนี้ว่า กฎหมายนิรโทษกรรมไม่ตอบโจทย์การเมืองไทยในขณะนี้ และเชื่อว่าจะสร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น คดีความผิดที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกคำพิพากษานั้นเป็นความผิดอาญา ซึ่งจะออกกฎหมายเพื่อเลิกรากันไปไม่ได้ อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคยใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีมาแล้ว แต่เมื่อคำพิพากษาของศาลไม่ตรงกับความต้องการจึงหนีไป เช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ต้องถูกดำเนินคดีจาก การกระทำต่างๆเช่นกัน ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่อยากให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบ แต่แนวทางการปรองดองไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้ผู้มีความผิดใช้ช่องทางอะไรก็ ได้เพื่อไม่ต้องรับโทษ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช .กล่าวว่า ถึงที่สุดประเด็นนิรโทษกรรมจะไม่มีทางเป็นจริงได้ และกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีหรือไม่มีการนิรโทษกรรม เพราะคนเสื้อแดงมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่ต้องการความยุติธรรม ไม่มี 2มาตรฐานในสังคม และจะไม่ยอมให้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซงกระบวนการต่างๆ

“บิ๊กจิ๋ว”เตรียมถกผู้สมัครส.ส.ใต้ กำหนดนโยบายหาเสียง

เมษายน 3, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 เม.ย. ที่จะถึงนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดสัมมนาผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ ซึ่งจะมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นแม่งาน โดยจะหารือถึงการจัดทำนโยบายภาคใต้ รวมทั้งจะนำเรื่องเรื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้น นำมาประกอบเป็นนโยบาย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาไฟใต้ การท่องเที่ยว ราคายางพารา การคมนาคมในภาคใต้ นอกจากนี้จะคุยเรื่องการทุจริตเลือกตั้งในภาคใต้ที่เป็นปัญหาใหญ่อีกอัน หนึ่ง

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาผิดพลาดทุกกรณี

มีนาคม 8, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

เมื่อเวลา 10.10 น. วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดวันอภิปรายลดจาก 4 เหลือ 3 วันนั้น ตั้งข้อสังเกตว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกอภิปราย ประกอบด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้หารือกันจริงหรือไม่ จนนำไปสู่การลดจำนวนวันอภิปราย เพราะข้อสอบการอภิปรายไม่รั่วหลังจากที่ได้ยื้อการอภิปรายโดยไม่บรรจุระเบียบวาระญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยอ้างว่าลายเซ็น 5 ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ตรงกับลายชื่อ เพื่อปิดปากฝ่ายค้าน และต้องการปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้ทราบถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐบาล แค่นายกฯเห็นข้อมูลที่มีคนในรัฐบาลไปเอื้อการเลี่ยงภาษีของบริษัทบุหรี่เอกชนจากต่างประเทศเป็นเงิน 6.8 หมื่นล้านบาทก็ตกใจแล้ว ถึงแม้รัฐบาลอ้างว่าจำนวนวันลดลงจริง แต่จำนวนชั่วโมงเท่าเดิม โดยปล่อยให้อภิปรายล่วงเลยไปถึงตีสามตีสีได้ คงไม่มีประชาชนสนใจฟังในช่วงดังกล่าว ในประเด็นดังกล่าวพรรคเพื่อไทยได้สำรวจความเห็นของประชาชนในกทม.และปริมณฑลจำนวน 1,200 ตัวอย่างพบว่า รัฐบาลได้4.3จากคะแนนเต็ม 10 ที่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนวันอภิปราย ดังนั้นขอเรียกร้องรัฐบาลว่าหลังจากนี้วิปฝ่ายค้านจะไปหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาข้าวผิดพลาด เหมือนเลี้ยงไข้ จี้ทบทวนประกันราคาข้าวโดยด่วน ปูด พณ.ประมูลข้าว 5 ล้านตัน เอื้อเอกชนอิงการเมืองตุนเงินไว้เลือกตั้ง เตือนจะมีปัญหาเหมือนปาล์มน้ำมัน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าตามที่คณะรัฐมนตรี( ครม.)ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ออกมาประท้วงปิดถนน โดยได้ปรับขึ้นราคาประกันข้าว เป็น 11,000บาทต่อเกวียนนั้น หลังจากที่พรรคเพื่อไทยพร้อมทีมงานด้านเศรษฐกิจลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวนาในภาคกลางและภาคเหนือ ที่จ.อยุธยา พบว่าการแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาล น่าจะผิดพลาดในการมีนโยบายประกันราคาข้าว เพราะชาวนา มีต้นทุนเฉลี่ย7,500-8,000 บาท การที่รัฐบาลปรับราคาขึ้นเป็น 11,000บาท ก็เหมือนเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่า คงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา และเชื่อว่าจะมีการประท้วงของชาวนาต่อไปเพราะราคาที่เพิ่มขึ้นไม่คุ้มทุน หรือเพียงพอกับต้นทุนชาวนาไปเช่าที่นา หรือทำนาอย่างแน่นอนทำให้ขาดทุนมากกว่า เพราะการแก้ปัญหาข้าว ดูเหมือนรัฐบาลจะแก้ปัญหาแล้วไปเอื้อให้นายทุน ทั้งที่ๆข้าวใหม่นาปรังจะออกซึ่งรัฐบาลต้องทบทวนการประกันราคาข้าวโดยด่วน มิฉะนั้น ชาวนาที่เดือดร้อนอาจจะออกมาปิดถนนอีกก็ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาเดือดร้อนอย่างแน่นอนและคงจะกลายเป็นปัญหาเหมือนน้ำมันปาล์ม

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ในเรื่องการสต๊อกข้าว 5 ล้านตัน ที่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ไปเปิดประมูลให้บริษัท ที่เป็นผู้ส่งออกข้าว 5 รายในราคาต่ำ โดยได้ระบายขายข้าวเพียง5 แสนตัน ยังเหลือ 4.5ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวในประเทศราคาตกต่ำ ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปดูว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเอื้อผลประโยชน์กับบริษัทเอกชนที่อิงกับการเมืองหรือไม่ เพราะหากรัฐบาลดำเนินการระบายขายข้าวระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล อย่างที่อินโดนีเซียก็จะทำให้ข้าวได้ราคากว่านี้ แต่ปรากฎว่าเอกชนที่ประมูลข้าวไปกลับไม่ขายเก็บไว้เพื่อรอราคาข้าวของตลาดโลกขึ้น วันนี้คนที่เก็บสต็อกข้าวไว้เป็นนักการเมืองซักรัฐบาลเพื่อหวังใช้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

พท.แฉสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นพรวด จับตาสิ้นเดือนมีนาคม จะปรับราคาขึ้นอีก

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่าส่วนปัญหาสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มฝาสีชมพูที่บอกว่ากระจายไปทั่วก็ยังขาดตลาดแล้วพบว่าสินค้าทั่วไปกลับมีราคาแพงขึ้น และกำลังจะเข้าสู่การขาดแคลนเหมือนน้ำมันปาล์ม รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มอีก1ล้านขวด ปรากฎว่ายังไม่มีฝาสีชมพูออกมาจำหน่ายให้เพียงพอ กลับยังมีการจำกัดจำนวน สวนทางกับที่รัฐบาล กับกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจะมีการจำน่ายเพียงพอ อย่าตื่นตระหนก ซึ่งเป็นเพียงการสร้างภาพ แล้วยังมีน้ำมันปาล์มฝาสีฟ้าออกมาจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดอีก โดยหน้าร้านไม่มีจำหน่ายแต่หลังร้านกลับขายในราคาที่สูงกว่า

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสินค้าอีกหลายรายการได้ปรับราคาตัวสูงขึ้นร้อยละ15 ถึง 20 อาทิ ข้าวราดแกง ขึ้นเป็นจานละ 30 – 40 บาท ถ้าเพิ่มไข่ต้ม หรือไข่เจียว ก๊วยเตี๋ยว ปรับขึ้น 30-35บาท ปลากระป๋อง(ตราสามแม่ครัว)ปรับขึ้นจาก 14เป็น 16 บาท ซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์ ข้าวสารหอมมะลิดปรับขึ้น 198 บาทเป็น 210 บาท น้ำปลา ขึ้นจาก 20 เป็น 25 บาท กระทิกล่องปรับขึ้นจาก 30 เป็น กิโลกรัม 60-70 บาท มะขามเปียกไม่แกะเม็ดจาก30 บาทเป็น กิโลกรัมละ 80-100บาท รวมราคาน้ำตาลทราย ขึ้นจาก23.50 บาทขยับขึ้นเป็น 26-28 บาท

“สินค้าที่ปรับราคาขึ้น ยังไม่รวมผลกระทบราคน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้น ทราบว่าผู้ประกอบการสินค้ารายใหญ่ได้ทำหนังสือขอให้ปรับราคาสินค้า ไปยัง รมว.พาณิชย์ คาดว่าจะให้ผู้ประกอบการมีการปรับราคาในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะทำให้ราคาสินอุปโภคบริโภคจะมีการปรับราคาขึ้นอีกประมาณร้อยละ 20 “นายวิม ย้ำ

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า การที่รัฐบาล ดีเอสไอ ตำรวจ ไปตรวจสอบและมีการจับกุมซึ่งได้เพียงแค่พวกปลาซิวปลาสร้อย แต่ปล่อยให้ ส.พ.อ.ยังหากิน เป็นเพียงขบวนการ ส. พ. อ. และกินกันจนอ้วน

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป


ผลสลากกินแบ่งฯงวด 16 พ.ค.55