วุฒิฯจี้กกต.เคลียร์ชาวบ้านให้ชัดบัตรปาร์ตี้ลิสต์
มิถุนายน 30, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report
ที่รัฐสภา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการจัดการเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยกรรมการฯหลายคน อาทิ นายโคทม อารียา พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส และนายพิเชตุ สุนทรพิพิธ แสดงความเป็นห่วงกรณีอาจเกิดบัตรเสียหลายล้านใบ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยเฉพาะที่ช่องหมายเลข 1 ที่อาจสร้างความสับสนแก่ประชาชนที่จะเลือก เพราะมีอักษรขนาดเล็กเขียนกำกับว่าให้กาช่องด้านขวามือของหมายเลข ซึ่งบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ต่างจากเลือกตั้งปี 50 ที่มีเพียง 2 ช่องคือ ช่องหมายเลขพรรคและช่องกาคะแนน แต่คราวนี้มีถึง 4 ช่อง และโลโก้พรรคที่ทางกกต.กำหนดรูปแบบไว้ ก็ต่างจากเอกสารที่ส่งไปให้ประชาชนทุกบ้าน จากกรณีดังกล่าวคณะกรรมการฯจึงเกรงว่า จะกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว หากมีบัตรเสียหลายล้านใบ และเป็นเฉพาะกรณีของพรรคการเมืองหนึ่ง กกต.จะรับผิดชอบไหวหรือ ดังนั้นทางคณะกรรมการฯจึงมีมติให้ทำหนังสือถึงกกต. โดยเสนอ 2 แนวทางแก้ไขคือ 1. ขอให้บัตรที่ประชาชนกาในช่องที่ 2 3 และ 4 หลังเบอร์พรรค ไม่เป็นบัตรเสีย 2. ขอให้กกต.ทำป้ายขนาดใหญ่ ติดตั้งไว้ทุกหน้าหน่วยเลือกตั้ง อธิบายหลักเกณฑ์การลงคะแนนที่ถูกต้อง
ครบ1ปี19พฤษภาฯกก.วุฒิฯสรุปนายกฯไม่เลี่ยงรุนแรง
พฤษภาคม 18, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report
ที่รัฐสภา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ อดีตประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีวันครบรอบ 1 ปี การสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ 19 พ.ค. ว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯได้ตรวจสอบข้อมูลและเชิญบุคคลมาชี้แจงทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อ ประชาชนทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ซึ่งได้ข้อมูลมากพอสมควรที่จะสรุปเบื้องต้น แต่น่าเสียดายที่ประธานวุฒิสภาคนก่อนสั่งยุบคณะกรรมการฯก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่งประธาน ทำให้กระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงสะดุดลง มีบางประเด็นคณะกรรมการฯได้ข้อมูลมากพอที่จะสรุปเบื้องต้นได้แก่ 1.เหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.53 เป็นเรื่องที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะก่อนวันดังกล่าว ส.ว.และบุคคลจำนวนหนึ่งได้พยายามประสานฝ่ายรัฐและแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งวันที่ 18 พ.ค.53 ยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่ แต่น่าเสียดายที่วันที่ 19 พ.ค. นายกฯตัดสินใจสั่งสลายการชุมนุม ถือเป็นข้อผิดพลาด เพราะนายกฯได้เวลายุบสภาช้าไป 6-7 เดือน กับการบาดเจ็บล้มตายของผู้คนซึ่งสร้างรอยแผลลึก จึงไม่คุ้มกัน ถ้านายกฯเชื่อคนที่พยายามประสานหารือ คงแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ยิ่งขมวดเงื่อนปมมากขึ้นได้ง่ายกว่านี้
นายจิตติพจน์กล่าวว่า 2.เมื่อเกิดเหตุวันที่ 19 พ.ค.แล้ว ต้องมีการแสวงหาความจริงเพื่อให้สังคมเรียนรู้และทำความเข้าใจร่วมกันในการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้อีกเหมือน 6 ตุลาฯ19 และพฤษภาฯ35 ที่สังคมยอมให้ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมทั้งตำรวจ อัยการ ดีเอสไอ ป.ป.ช. ศาล ต้องแสดงให้สังคมเห็นถึงการสอบสวนเหตุการณ์ที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ต้องให้มีการสู้คดีโดยเปิดเผยในชั้นศาล ไม่เช่นนั้นจะยิ่งหาทางออกจากปัญหายาก แต่คณะกรรมการฯกลับพบว่า กระบวนการเหล่านี้มีอุปสรรค เช่น คณะกรรมการฯของฝ่ายวุฒิสภาเอง ขอข้อมูลจากภาครัฐได้ยากมาก แต่โชคดีที่ได้ข้อมูลในช่องทางอื่นมากพอสมควร 3.เหตุวันที่ 19 พ.ค. ที่คณะกรรมการฯได้ข้อมูลพอสรุปได้คือ เหตุที่วัดปทุมวนารามค่อนข้างชัดเจน ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง มีพยานหลักฐานบุคคลและวัตถุว่ามีทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าจริง ขัดกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เคยชี้แจงในสภาว่าไม่มีทหารอยู่บนนั้น ส่วนเหตุตามจุดอื่นก็ค่อนข้างมีพยานหลักฐานชัดเจนพอสมควร ว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องให้ผู้ถูกกกล่าวหาได้ชี้แจงด้วย หวังว่ากระบวนการตรวจสอบหาความจริงจากภาคส่วนต่างๆจะเร่งดำเนินการต่อไป เพื่อให้ผลปรากฏต่อสังคม
“ไชยวัฒน์” ขู่ยื่นศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระ หากสมาชิกรัฐสภา ให้ผ่านเจบีซี ข้อหากบฏ
มีนาคม 24, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการเป็นประธานการประชุม โดยเชิญนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจ รักชาติมาชี้แจง กรณีการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนไพบูรณ์ ที่ถูกกัมพูชาจับตัว โดยนายไชยวัฒน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า แนวทางของรัฐบาลไทย ที่ให้ 2 คนไทยรับสภาพและขออภัยโทษ เท่ากับเป็นการยอมรับว่าไทยสูญเสียดินแดน และจะเป็นคำบันทึกไว้ในศาลของกัมพูชาด้วย เพราะคำฟ้องระบุแผนที่ฝรั่งเศส 1 ต่อ 2 แสน ขณะที่แนวทางของภาคประชาชน คือ ต้องการให้รัฐบาลระบุว่า 7 คนไทยถูกจับไปจากดินแดนไทย ซึ่งมีหลักฐานว่าตอนโดนจับอยู่ในเขตแดนไทยจริงๆ แต่ตอนนี้รัฐบาลพยายามชวนเชื่อว่า เรื่องทุกอย่างที่ดำเนินไปอย่างยากลำบาก เป็นเพราะมีกลุ่มประชาชนเคลื่อนไหวเรื่องนี้ หากไม่มีกลุ่มประชาชนดังกล่าวนี้ ทำให้การช่วยเหลือจบไปแล้ว ตนขอบอกว่าไม่เป็นเรื่องจริง
นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 25 มี.ค. นายการุณ ใสงาม และม.ล.วัลวิภา จรูญโรจน์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จะเดินทางเข้าไปพบนายวีระ และนางราตรี เพื่อสอบถามบุคคลทั้ง 2 คน ว่าะจะยืนยันเจตนาเดิมหรือไม่ในการอุทธรณ์ ซึ่งที่ผ่านมาสถานทูตไทยได้เลื่อนเรื่องการเข้าพบมาตลอด การที่รัฐบาลบอกว่า ช่วยเหลือเต็มที่จึงไม่เรื่องจริง และที่ผ่านมา นายวีระ ก็ไม่ได้เซ็นเอกสารใดๆ เพราะภาคประชาชนได้เข้าพบแค่ 1 ครั้งและทางการกัมพูชาห้ามไม่ให้เซ็นเอกสารใดๆ ข่าวต่างๆที่ออกมาว่า นายวีระ ต้องการขออภัยโทษ หรือเซ็นยินยอมแล้วจึงไม่จริง อย่างเรื่องการเจ็บป่วยของนายวีระ กาชาดสากลยืนยันว่า เป็นการเจ็บป่วยปกติ และได้เข้าไปดูอาการอยู่เสมอ แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมชี้แจงเพื่อให้ส่งแพทย์เข้าไปรักษาอาการนายวีระ
“รัฐบาลไม่ปกป้องดินแดนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือให้ทั้ง 2 คนกลับประเทศโดยสมศักดิ์ศรี แต่รัฐบาลไม่ดำเนินมาตรการอะไรเลยทั้งทางการทูต เศรษฐกิจ แถมวันที่ 25 มี.ค. รัฐสภาจะประชุมพิจารณารับรองบันทึกผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) ทั้ง 3 ฉบับ ตรงนี้เท่ากับยอมรับแผนที่ฝรั่งเศส ทราบว่า กรมแผนที่ทหารก็อึดอัดอยู่ ที่ผ่านมาเรายื่นข้อเรียกร้องไปถึงนายกฯตลอดแต่นายกฯก็ไม่ตอบ เลยไปยื่นพฤติกรรมรัฐบาลต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อให้ใช้อำนาจตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ทราบว่า ศาลได้บรรจุเป็นวาระประชุมแล้ว และถ้าวันที่ 25 มี.ค. เจบีซีผ่านการรับรอง จะยื่นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในวันที่ 28 มี.ค. ให้สอบสวนสมาชิกรัฐสภาที่ยกมือให้ผ่าน ในข้อหาเป็นกบฏ ทำให้แบ่งแยกราชอาณาจักร” นายไชยวัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นกรรมการฯพยายามสอบถามสายสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายฯกับกลุ่มพันธมิตรฯและรัฐบาลโดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เนื่องจากคนทั่วๆไปก็รู้ว่า เป็นพวกเดียวกัน และทำไมถึงไม่ยื่นเรื่องถอดถอน ซึ่งนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ไม่จริง เครือข่ายฯกับพันธมิตรฯไม่เกี่ยวกัน และตนได้พบนายกษิต ตอนได้รับเชิญขึ้นเวทีพันธมิตรฯเท่านั้นแล้วหมดภารกิจก็แยก ย้ายกันไป ไม่เคยติดต่อ แต่ถ้าถามว่า วันนี้คิดอย่างไร ก็ตอบเลยว่า อยากไล่นายกษิต ออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตนมองว่า ได้รับการหล่อมหลอมด้วยวัฒนธรรมแบบพรรคประชาธิปัตย์ คือ เน้นโวหาร แต่หลักคิดไม่น่าจะถึงขั้นเป็นนายกฯได้ เพราะการไม่แก้ปัญหาพิพาทกับกัมพูชาเด็ดขาด โดยอ้างว่า ยึดถือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องดินแดนไทย นายอภิสิทธิ์ ไม่เคยต่อสู้เรื่องใดๆ ไม่มีประสบการณ์บริหารหน่วยงานมากมาย
นายไชยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ถ้าตนเป็นนายกฯ มีมาตรการทางการทูต เศรษฐกิจ และทางทหาร ก็ต้องใช้เป็นขั้นๆ เพื่อไม่ให้เสียเกียรติของประเทศ ทำไมตอนวิศวกรไทยถูกจับในดินแดนกัมพูชากลับถอนทูตทันที แต่คราวนี้โดนจับในดินแดนไทยแท้ๆ กลับไม่ถอน แสดงว่าไม่ใช้มาตรการทางการทูต และยังไปตีกรอบห้ามทหารดำเนินการ จึงไม่รู้ว่า จะมีทหารไว้ทำไม และยังได้งบซื้ออาวุธมากมาย มีคนเคยพยายามพูดให้ตนเชื่อว่า รมว.กลาโหม มีผลประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ตนยังไม่เชื่อ ทั้งนี้ ตอนนี้ควรเริ่มกดดันทางการทูตได้แล้ว เอาทูตไทยกลับมา ส่งทูตกัมพูชากลับ ต่อด้วยปิดชายแดน ต่อด้วยเอาเอฟ 16 บิน ส่วนที่ไม่อยากยื่นถอด ถอนโดยเฉพาะกับนายกษิต นั้นเพราะไม่มั่นใจ ส.ว. และป.ป.ช. ก็ไม่น่าจะทำอะไรได้ จึงเสียเวลาประชาชน นอกจากนี้ ที่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ อาจเป็นเพราะไม่มีอำนาจต่อรอง และนักการเมืองมีผลประโยชน์กับบ่อนในกัมพูชา รวมไปถึง เจ้าหน้าที่ยังมีประโยชน์บริเวณตะเข็บชายแดน
“ธิดา”แจง กมธ.วุฒิ จวกกระบวนยุติธรรมมีปัญหาตั้งแต่ขั้นแรก
มีนาคม 10, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
คณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภาซึ่ง มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ เป็นประธานการประชุม เชิญนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ชี้แจงกรณีการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเดือนเมษายน-พฤษภาคม 53 โดยนางธิดา กล่าวว่า การทำงานของตนยึดถือว่า ไม่คำนึงถึงใครเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แกนนำคนเสื้อแดง หรือคนเสื้อแดง แต่คำนึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ซึ่งเมื่อตนเข้ามา ก็พบปัญหาการดำเนินคดีกับคนเสื้อแดง เช่น ที่เชียงใหม่ มีคนถูกตัดสินตั้งแต่ปี 51 โทษจำคุก 20 ปี และขอความช่วยเหลือมาว่า การตัดสินดังกล่าวไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน เพราะเมื่อเทียบกับคดีที่มีคนเคยขับรถทับตำรวจแล้วถอยหลังกลับมาซ้ำยังเพียง รอลงอาญา หรืออย่างกรณีช่างภาพญี่ปุ่น ตอนนี้ยังมาถกเถียงกันอยู่ว่า ปืนอะไร ใครเป็นผู้ยิง แต่ก็ตั้งข้อกล่าวหาใส่กันเสียแล้ว ทั้งนี้ สัมพันธภาพระหว่างคนในที่ชุมนุมกับคนที่อยู่ราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวเป็นพยานได้ว่า ผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือไม่มีอาวุธ ถูกจ้างมาหรือไม่ กระจกของห้างร้านไม่มีรอยขูดแม้แต่น้อยตลอด 3 เดือน แต่การตั้งข้อหาเกลื่อนไปหมดการตั้งข้อหาก่อการร้ายกับแกนนำ ที่เกินความเป็นจริง นี่คือปัญหาความไม่ยุติธรรมที่เกิดกับประชาชน เป็นกระบวนการลงโทษคน ไม่ใช่ใช้การพิสูจน์เพื่อลงโทษคน
“ หลายคนกล่าวหาว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา เราสู้เพื่อทักษิณ ถามว่า ถ้าใครจะเอาชีวิตไปเสี่ยงตายต้องใช้เงินจ้างเท่าไหร่ ฉะนั้น สติปัญญาของสังคม สื่อ และนักวิชาการหากยังไม่ตื่นขึ้น สังคมไทยก็คงจบลง วันนี้คนเสื้อแดงมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะที่เขามาสู้ประเด็นความยุติธรรม เพราะผู้ปกครองมองเห็นคนไม่เท่าเทียมกัน ทำให้ความยุติธรรมก็ไม่เท่าเทียมกัน สำแดงออกมาทางคดีความ ดิฉันไปหน้าศาลฎีกา มีเสา 6 ต้น หนึ่งนั้นคือ ความเสมอภาค และความยุติธรรมที่เราเรียกร้อง ถามว่า ที่มีคนไปล้อมทำเนียบฯตอนนี้ รัฐบาลกล้าใช้กฎหมายกับเขาหรือไม่ ถ้าเป็นคนเสื้อแดงจะโดนอะไร นี่อยุติธรรมชัดเจน ฉะนั้นคนเสื้อแดงไม่ได้ต่อสู้เกินเลยไปจากหลักประชาธิปไตย และขอฝากไปถึงกรรมการชุดนพ.ประเวศ วะสี และนายอานันท์ ปันยารชุนด้วย เราไม่ต้องการแก้เรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะปัญหาเฉพาะหน้าคือความยุติธรรม ส่วนเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ” นางธิดา กล่าว
ดีเอสไอแจงกก.วุฒิคดีนปช.อืด 258 คดี สอบเสร็จ 66 คดี
กุมภาพันธ์ 21, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
วันนี้(21ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว. ศรีสะเกษ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงความคืบหน้าประเด็นการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.2553 โดยเชิญอธิบกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดี เอสไอ) มาชี้แจง แต่ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ชี้แจงแทน โดยนายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กรรมการฯ กล่าวว่า วันนี้คนเสื้อแดงยังคงออกมาชุมนุมจำนวนมาก ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทำไมถึงยังคัดค้านการประกันตัว เปรียบกับคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ที่ถูกตั้งข้อหาใกล้เคียงกันกลับได้ประกันตัวหมด และยังส่งคดีให้สตช.โดยมี บชน.รับผิดชอบ แต่คดีเสื้อแดงกลับเป็นดีเอสไอ ซึ่งอธิบดีมีความใกล้ชิดกับรัฐบาล เป็นคณะกรรมการในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) แล้ว บชน.หรือสตช. เคยคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ ดีเอสไอทำให้เสื้อแดงมีเงื่อนไขปลุกระดมคนได้ ทำให้เห็นความไม่มีมาตรฐาน
นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กรรมการฯ กล่าวเสริมว่า สงสัยมานานว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ถ้าเอาความถูกผิดทางกฎหมายมาพูดจะไม่รู้จบ แต่สิ่งสำคัญที่เห็นคือ คดีที่เกิดขึ้นน่าจะมียุทธศาสตร์ในการวินิจฉัยให้เกิดผลทางจิตวิทยา อยากให้คิดสักนิดว่าขณะนี้กระแสต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง มีคนมองว่ากลุ่มแดงพยายามตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการดูแล ทั้งที่รัฐซึ่งเป็นฝ่ายบริหารพยายามบอกว่าจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ แต่ไม่ใช่พูดแต่ปาก ต้องทำให้เห็นผลทางจิตวิทยาด้วย
ด้านพ.ต.ท.พเยาวร์ชี้แจงว่า ความคืบหน้าคดีดังกล่าว สรุปแล้วมีคดีที่รับไว้เป็นคดีพิเศษทั้งที่เป็นคดีอาญา และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) สอบสวนแล้วโอนมาเป็นคดีพิเศษรวม 258 คดี สอบสวนแล้วเสร็จ 66 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 192 คดี ผู้ต้องหารวม 635 คน จับได้ 256 คน อยู่ระหว่างหลบหนี 377 คน แบ่งออกเป็น 1.คดีที่รู้ตัวผู้ทำผิดและจับได้ 54 คดี ทำคดีเสร็จ 51 คดี มีผู้ต้องหา 583 คน จับได้ 256 คน หลบหนี 325 คน 2.คดีที่รู้ตัวผู้ทำผิดและจับไม่ได้ 21 คดี ทำคดีเสร็จ 7 คดี มีผู้ต้องหา 52 คน หลบหนี 52 คน และ 3. คดีที่ไม่รู้ตัวผู้ทำผิดมี 183 คดี ทำคดีเสร็จ 8 คดี ส่วนการขอประกันตัวของกลุ่มนปช. ขณะที่เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนดีเอสไอต้องคัดค้านการประกัน แต่หากส่งความเห็นสั่งฟ้องไปยังศาลแล้ว เรื่องจะอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ยกเว้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ขอเป็นตัวแทนยื่นคำร้องให้อัยการค้านการประกันตัว เพราะที่ผ่านมานายจตุพรให้สัมภาษณ์ลงลึกถึงคดี ซึ่งกระทบกับพยานหลักฐาน นายธาริตจึงยื่นคำร้องคัดค้านการประกัน
พ.ต.ท.พเยาวน์ชี้แจงต่อว่า ล่าสุดวันที่ 21 ธ.ค.2553 มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้สตช. กรมคุ้มครองสิทธิและสำนักงานอัยการสูงสุด หารือเรื่องหลักเกณฑ์การประกันตัว หากใครสามารถประกันได้แต่ไม่มีทรัพย์สิน กรมคุ้มครองสิทธิจะช่วยหาเงินประกันตัวให้ ซึ่งยอดผู้ต้องหา 256 คน ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวนั้นตนยังไม่ทราบว่ามีกี่ราย เพราะไม่มีข้อมูล เบื้องต้นที่ดีเอสไอนำคดีเสียชีวิตของประชาชน 13 ราย ที่คาดว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำ อาทิ 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม การกราดยิงบนสกายวอล์ก มาสอบสวนใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 150 วรรค 3 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าเดือนมี.ค.น่าจะเรียบร้อย หากผลสอบออกมาเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำจะส่งไปอัยการไต่สวนต่อ แต่ถ้าไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอจะสอบสวนเหมือนเดิม
ซึ่งนายจิติพจน์ได้ซักว่า ดีเอสไอยังจะคัดค้านการประกันตัวแกนนำนปช.คนอื่นอยู่หรือไม่ ซึ่งพ.ต.ท.พเยาว์ชี้แจงว่า ยืนยันว่าดีเอสไอไม่มีการคัดค้านการประกันตัว แต่อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ตามปกติหากมีผู้ต้องหาฝากขังที่มีอัตราโทษจำคุกหลายปี ร้อยละ 99 พนักงานสอบสวนจะค้านการประกัน ทำให้นายจิตติพจน์ซักถามต่อว่า กรณีที่มีผู้เสียชีวิต 12 ราย แล้วมีการสรุปว่าเกิดจากผู้ชุมนุมเป็นคนทำ มีพยานหลักฐานเป็นวัตถุพยาน หรือพยานบุคคลอย่างไร พ.ต.ท.พเยาว์ชี้แจงว่า จำนวนผู้เสียชีวิตใน 8 คดีรวม 12 ราย เกิดจากกลุ่มผู้ชุมุนมด้วยสาเหตุที่ว่าอาวุธที่ใช้เป็นลักษณะที่ทหารไม่ใช้ เช่น ระเบิด เอ็ม 79 คิดตรรกะง่ายๆว่าทหารคงไม่ทำ ทหารคงไม่ขว้างระเบิดใส่ประชาชน หลังเกิดเหตุก็จับผู้ต้องหาได้ 12 ราย ขณะนี้ดีเอสไอกำลังสอบสวนต่อ ทำให้นายจิตติพจน์ถามย้ำเสียงเข้มว่า ดังนั้น 79 รายที่เหลือ เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากใช้ตรรกะเดียวกับที่ดีเอสไอคิด ที่ไม่ใช่ ก จึงเป็น ข แต่ไม่คิดกลับว่าไม่ใช่ ข จึงเป็น ก ด้วย และหากดีเอสไอมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ขอให้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อังษรส่งมายังคณะกรรมการฯภายใน 2 สัปดาห์ และการประชุมสัปดาห์หน้าจะเชิญฝ่ายอัยการมาชี้แจง กรณีให้คัดค้านการประกันตัวของกลุ่มนปช.ได้หรือไม่
วุฒิโวยสำนักงบฯเล่นแง่แจงงบฯปราบเสื้อแดง
กุมภาพันธ์ 20, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews
วันนี้(20ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมการฯมีมติให้ทำหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ช่วงสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง เนื่องจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งตัวแทนระดับผู้อำนวยการกองมาชี้แจง แต่ไม่สามารถตอบข้อซักถามหรือให้รายละเอียดอะไรได้ โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจ ไม่สามารถเปิดเผยได้ จึงทราบเพียงว่ามีการจัดแบ่งงบออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.งบลับ 2.งบปกติแต่ตีตราลับ และ3.งบเยียวยา ซึ่งทั้งหมดผู้มาชี้แจงไม่ยอมให้ข้อมูลรายละเอียดอะไรเลย ต้องให้คณะกรรมการทำหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไป เพื่อจะตอบกลับมาเป็นเอกสาร ไม่ขอชี้แจงเป็นวาจา เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีข้อสังเกตุว่าฝ่ายความมั่นคงใช้งบช่วงดังกล่าวหลายหมื่นล้านบาท นายจิตติพจน์ตอบว่า จากข้อมูลที่ได้มีการใช้จ่ายงบฯมาก แต่สุดท้ายจะปิดอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะต้องรายงานให้ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบ
“พนิช” ขวางอาเซียนเอี่ยวพิพาทไทย-เขมรใช้เวทีทวิฯแก้
กุมภาพันธ์ 7, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ เป็นประธานฯ โดยเชิญนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชี้แจงกรณีถูกศาลกัมพูชาพิพากษาตัดสินว่าลุกล้ำเขตแดนและพื้นที่ทางทหารของกัมพูชา โดยกรรมการหลายคนได้ซักถามสาเหตุการลงพื้นที่รวมถึงการประสานกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะพื้นที่เขตแดนที่ทับซ้อนกันมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นการลงพื้นที่ควรจะประสานงานก่อน ถ้าประสานถูกคนก็จะไม่มีปัญหาและไม่ควรตั้งธงในการเก็บข้อมูลเอาไว้ก่อน ขณะที่บางส่วนได้ขอให้นายพณิชส่งซีดีที่เป็นหลักฐานดังกล่าวให้คณะกรรมการด้วย
โดยนายพนิชชี้แจงว่า ซีดีที่จะส่งให้เป็นหลักฐานเดียวกับที่ได้ให้นายกฯ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นตัวเดียวกับที่ทางกัมพูชาใช้ในการตัดสินคดีนี้หรือไม่ สำหรับประเด็นเรื่องกล้องที่นำ เข้าไปหลายคนยังสับสนว่ามาจาก นายวีระ สมความคิด น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ นายตายแน่ มุ่งมาจน หรือน.ส.นฤมล กันแน่ เท่าที่ทราบคือ นายวีระมีกล้องรูเข็มขนาดเล็กติดตัวไปด้วย ก่อนจะถูกควบคุมตัวทุกคนถูกยึดของที่ติดมากับตัวทั้งหมด ทั้งกล่องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ แต่นายวีระไม่ได้ให้ไป โดยขณะที่ควบคุมตัวนายวีระได้บอกให้น.ส.ราตรีไปถ่ายเล่นดู พอถ่ายแล้วเก็บใส่กระเป๋าตัวเอง เมื่อถูกจับก็ถูกควบคุมโดยให้แยกกันเดินทางเข้ากรุงพนมเปญ ตั้งแต่ 16.00–23.00 น. ซึ่งทุกคนให้การเฉลี่ยคนละ 5 ชั่วโมง สำหรับตนต้องให้การถึง 06.00 น. ปรากฏว่ากล้องที่น.ส.ราตรีเก็บไว้มาโผล่เอาตอนเช้าที่ ตม. ซึ่งนายวีระไม่รู้ว่าน.ส.ราตรีถ่ายอะไรไปบ้างและไม่ทราบว่ากล้องถ่ายติดแล้ว ดังนั้นข้อกล่าวหาในชั้นอัยการจึงไม่มีกล้องตัวนี้ แต่ในชั้นการไต่สวนของศาลพบหลักฐานดังกล่าวทั้งสองคนเลยถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติม ว่าจารกรรมข้อมูลความมั่นคง ทั้งที่ทั้งสองคนต่างออกตัวและช่วยปกป้อกกัน แต่กลายเป็นว่าร่วมกันจารกรรมข้อมูล ซึ่งตนเชื่อว่าเขาซื้อมาเล่นมากกว่า ไม่ใช้ใช้เป็นกล้องสปาย
นายจิตติพจน์ซักถามว่า ปัญหาพิพาทดังกล่าวในฐานะเคยเป็นผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ คิดว่ามีวิธีการใดที่จะทำให้การปะทะยุติลง นายพนิชชี้แจงว่า ที่มาของการปะทะกัน คงมีการสะสมความรู้สึกกันมาระดับหนึ่ง การจะยุติลงได้ต้องมีการพูดคุยเจรจากัน ระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัวอยู่มีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งโจมตีกล่าวหารัฐบาลกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซ็น อย่างหนัก เขาจึงไม่พอใจ เหมือนกับการเติมเชื้อไฟให้แรงขึ้น เอ็มโอยู 43จะเป็นกรอบการพูดคุยของทั้งสองประเทศต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก หนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ที่จะให้เยกเลิกเอ็มโอยู 43 คงไม่เหมาะสม เพราะคิดว่าเป็นกรอบเจรจาที่จะทำให้ไม่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกัน และเชื่อว่าการแก้ปัญหาจะช้าหรือเร็วอย่างไรก็ต้องเดินตามกรอบเอ็มโอยู 43 นี้ ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ไม่มีสิทธิ์ที่จะคัดค้านได้ ซึ่งเราก็รับฟังคำเสนอของพันธมิตรฯ
นายพนิชกล่าวต่อว่า เอ็มโอยู 43 เป็นกรอบเจรจาที่มีพื้นฐานบางอย่าง ไม่ให้หน่วยงานอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยว แม้แต่อาเซียนก็ไม่ควรเข้ามา ตนเห็นด้วยกันนายกฯว่าควรแก้ปัญหาด้วยระดับทวิภาคีได้ ยกเว้นมันบานปลายมากกว่านี้ และในอนาคตอีก 5 ปี เราต้องเข้าประชาคมอาเซียนก็ไม่ควรมาติดตรงเงื่อนไขดังกล่าว อย่างไรก็ตามวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเรายังแบ่งแยกกันทำงาน ไม่เหมือนกัมพูชาที่ให้นายซก อัน รมว.ต่างประเทศ ทำมาเป็น 10 ปี เขาหลับตาก็รู้ว่าผลประโยชน์ของเขาอยู่ส่วนไหน หากของเราคือกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพยังรวมกันไม่ได้ มันก็คนละทิศละทางอย่างนี้

กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












