Get Adobe Flash player

ปชป.แฉเงินเดือน5หมื่นป.ตรีรบ.ตบตาปชช.

กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท เริ่ม 1 เมษายน นี้นั้นต้องพูดให้ครบด้วยว่า เป็นการตบตาประชาชนเพราะค่าแรงที่หาเสียงไว้ต้องขึ้นทันทีทั่วประเทศ แต่นี่กลับนำร่องเพียง 7 จังหวัด และกว่าจะขึ้นได้ท่านต้องใช้เวลาถึง 9 เดือน คุณอนุสรณ์ต้องบอกประชาชนให้ครบด้วยว่าเมื่อขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่ใดแล้ว พื้นที่นั้นจะไม่มีการปรับค่าแรงในอีก 2 ปีข้างหน้า  และนโยบายนี้ก็ทำให้เอกชนหลายบริษัทย้ายฐานการผลิตออกจากไทยไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้จบปริญญาตรีมีรายได้ 15,000 บาท/เดือน นั้นก็สร้างความเหลื่อมล้ำให้กับข้าราชการผู้ที่จบสายวิชาชีพ และยังไม่ครอบคลุมถึงวิชาชีพอื่นนอกจากข้าราชการ ทั้งที่ในช่วงหาเสียงระบุว่ารวมเอกชนด้วย ที่สำคัญคือค่าครองชีพจะพุ่งสูงขึ้นอีก แม่ค้าเขาไม่ดูนะครับว่าจะขายของให้พนักงานเอกชนถูกกว่าข้าราชการ เพราะยังไม่ได้รับการปรับอัตราเงินเดือน ตามที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ คนรับเคราะห์ก็คือประชาชนอีกเช่นเดียวกัน

นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์อ้างว่า ชาวนารวยขึ้นด้วยนโยบายจำนำข้าวนั้นถือเป็นการโกหกประชาชน ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้มีปริมาณข้าวในโครงการเพียง 8 ล้านตันจากที่ตั้งเป้่าหมายไว้ที่ 25 ล้านตัน โดยที่เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงเพราะถูกกดราคา มีปัญหาการสวมสิทธิ์ ทุจริตกันทุกขั้นตอน นอกจากนี้นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังทำลายอนาคตการส่งออกข้าวไทยอย่างรุนแรง โดยเห็นได้จากสถิติการส่งออกเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่ส่งออกได้เพียง 3.5 แสนตัน ต่างจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วที่ส่งได้ถึง 7.3 แสนตันลดลงถึง 52% เนื่องจากรัฐบาลกำหนดราคารับจำนำที่สูงกว่าราคาตลาด หากยังไม่ทบทวนนโยบายก็จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงตามมาแน่นอน นอกจากนี้นโยบายจำนำข้าวยังส่งผลให่ราคาข้าวถุงแพงขึ้นอีก 10 % ด้วย และคนซวยก็คือประชาชนอีกเช่นเคย

สำหรับกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท และยกระดับการแข่งขันและเสริมศักยภาพชุมชน ด้วยกองทุนSML นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย กองทุนหมู่บ้าน ที่นอกจากไม่ได้ทำให้หมู่บ้านพัฒนาขึ้นแล้วยังสร้างหนี้ให้กับประชาชนในหมู้บ้านด้วย และต้องดูด้วยว่่าจะมีการเลือกปฏิยัติจัดสรรให้พรรคพวกตัวเองก่อนหรือไม่

นายชวนนท์ ยังแสดงความประหลาดใจที่ นายอนุสรณ์ นำเรื่องสร้างรถไฟความเร็วสูงถึงเมืองจีนมาเป็นผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ปูทางไว้รัฐบาลชุดนี้เพียงแค่มาสานต่อเท่านั้น และประเด็นที่นายอนุสรณ์บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถสร้างความเชื่อมั่นผลักดันให้เห็นอนาคตกับยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วมบนเวทีดาวอสนั้นก็เป็นการโกหกทั้งประชาชนและตัวเอง เพราะเอกชนหลายรายมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับด้วยว่าขณะนี้มีเอกชนร้อยละ 50 ที่อาจย้ายฐานการผลิตออกจากไทยเพิ่มอีก นอกจากนี้ยุทธศาสตร์น้ำท่วมก็ขาดความชัดเจน จนกรรมการ กยน.หลายคนทนไม่ได้ต้องออกมาพูดให้สังคมรับรู้ว่า รัฐบาลคิดแต่จะใช้เงินโดยไม่มีแผนเป็นรูปธรรมซึ่งจะทำให้ประชาชนเสี่ยงกับภาวะน้ำท่วมซ้ำรอยปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ประชาชนอีกจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาทจากปัญหาอุทกภัยในปี 2554 ด้วยซ้ำ

โฆษกปชป.ดักคอจัดฉากผลาญงบปราบยา6ด.600ล.

กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคใต้

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษฏรัฐบาลภูมิใจว่าเอาชนะยาเสพติดได้มีคะแนนเหนือกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ทุกโพล ว่าต้องดูในระยะยาวยังตัดสินขณะนี้ไม่ได้ แต่ตนจะเปรียบเทียบให้นายอนุสรณ์เห็นว่าแม้แต่การทำสงครามยาเสพติดยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประชาชนชื่นชอบนั้นเมื่อเทียบกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็มีความแตกต่างในทางสถิติการจับกุมอย่างเห็นได้ชัดดังนี้ โดยจากข้อมูล ปปส. การจับกุมยาเสพติด เฉลี่ยต่อปี ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวนคดี 7 9,074.39 จำนวนผู้ต้องหา (คน) 86,509.94 ของกลาง (กิโลกรัม) 58,903.20 ขณะที่ยุคอภิสิทธ์ จำนวนคดี 149,749.60 จำนวนผู้ต้องหา (คน) 164,362.80 ของกลาง (กิโลกรัม) 107,229.32

นายชวนนท์ กล่่วว่า จากข้อมูลนี้จะเห็นชัดว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์จริงจังกับการแก้ปัญหายาเสพติดและทำอย่างครบวงจรไม่ใช่หวังสร้างภาพพาสื่อล้อมปราบ จนเกิดคำถามว่ามีการจัดฉากหรือไม่ ที่สำคัญคือรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่มีนโยบายฆ่าตัดตอนเพื่อความสะใจเรียกคะแนนนิยมจากประชาชน เพราะรู้ว่าไมใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจับตาคุกซุปเปอร์แม๊กซ์ หวั่นกลายเป็นคุกซุปเปอร์แด๊กหังงาบงบ 3 พันล้าน 

“ผมให้ความรู้คุณอนุสรณ์ครับว่า การกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำที่พวกท่านกำลังตีปี๊บอยู่ตอนนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ทำมานานแล้วครับ ย้ายนักโทษยาเสพติดไปคุกเขาบินเราก็ทำและยังติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีความพร้อมให้พวกท่านย้ายนักโทษคดียาเสพติดมาอยู่ที่คุกเขาบินไงครับ. ที่สำคัญคือ คุณอภิสิทธิ์ ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรีทำงานในภาคปฏิบัติครับไม่ใช่มุ่งแต่การสร้างภาพ ท่านเอาใจใส่เรื่องนี้ด้วยการติดตามประเมินผลด้วยตัวเองทุกเดือน ซึ่งผมเชื่อว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่มีทางทำ เพราะหัวใจที่ห่วงใยประชาชนมันต่างกันมาก สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำได้ก็เพียงแค่อ่านตามโพยว่าจะลดยาเสพติด 80 % ภายใน 1 ปีเท่านั้น  ที่สำคัญคือ คุณอนุสรณ์ ต้องจำให้ขึ้นใจครับว่า นายตำรวจใหญ่ที่ดูแลปัญหายาเสพติดยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.คนปัจจุบันที่พวกท่านยกย่องเชิดชูว่ามีผลงานปราบปรามยาเสพติดนั่นแหละครับ” นายชวนนท์ กล่าว

นายชวนนท์ ยังกล่าวถึง การใช้งบประมาณปราบปรมยาเสพติดของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่มีการจัดง บประมาณไว้ที่ 1,811.23 ล้านบาท แบ่งเป็นงบยาเสพติด 1,735.22 ล้านบาท แก้ปัญหาคอรัปชั่น 76.01 ล้านบาท ซึ่งมีการเบิกจ่ายตามตัวเลขที่สื่อมวลชนนำเสนอไว้ ณ วันทีี่ 6 ม.ค. 2555 ใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วในส่วน ยาเสพติด 635.29 ล้านบาท และ คอรัปชั่นอีก 27.36 ล้านบาท รวม 2 นโยบายใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,811.23 ล้านบาท ณ วันที่ 6 ม.ค. 2555 มีการเบิกจ่ายงบไปแล้วจำนวน 662.65 ล้านบาท หรือประมาณ 36% ของงบประมาณที่ตั้งไว้

“ผมยอมรับว่าพวกท่านใช้เงินกันรวดเร็วจริง ๆ 6 เดือนท่านใช้ไปแล้ว 662.65 ล้านบาท ถ้าใช้แก้ปัญหาโดยไม่มีการตกหล่นระหว่างทางพวกผมไม่ขัดข้องครับ แต่เราไม่ยอมแน่ถ้าจะมีใครจัดฉากสร้างหนังฆาตกรรมดึงความสนใจของประชาชนแล้วแอบผลาญงบประมาณของชาติ เรื่องนี้ผมจะเสนอให้กรรมาธิการติดตามงบประมาณไปตรวจสอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม แจกแจงรายละเอียดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสด้วย เพราะตอนนี้ท่านจะของบประมาณเพิ่มกันอีกแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะขออีก 3 พันกว่าล้านสร้างคุกซุปเปอร์แม็กซ์ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม ก็จะของบเพิ่มให้ ปปส. น่าแปลกใจนะครับที่การแก้ปัญหาทุกเรื่องของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งต้นจากการใช้เงินก่อนการใช้สติปัญญาในการบริหารทั้งสิ้น ซึ่งผมย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาหากการใช้จ่ายจะเป็นไปเพื่อประชาชน แต่ไม่ยอมแน่ถ้าจะมีใครแปรโครงการคุกซุปเปอร์แม๊กซ์ไปเป็นโครงการซุปเปอร์แด๊กเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว” นายชวนนท์ กล่าว

“อภิสิทธิ์” ท้ารบ.แจงเคลียร์พรก.กู้เงินปชป.ยอมถอนตีความ

กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเป็นห่วงต่อความไม่ชัดเจนในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลโดยแนะนำว่า ภายในเดือนนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องการจัดทำระบบข้อมูลแบบจำลองการพยากรณ์เรื่องน้ำให้แล้วเสร็จ และต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบ เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจพื้นที่ตามแนวลุ่มนำเจ้าพระยาในวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์นี้ ก็ควรที่จะใช้โอกาสในการพบปะประชาชนในพื้นที่ื่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องการกำหนดพื้นที่รับน้ำ ทางผ่านของน้ำ และเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องปรับรูปแบบการลงพื้นที่ใหม่ไม่ใช่มุ่งแต่การสร้างภาพเพื่อประโยขน์ทางการเมือง เพราะหากลงพื้นที่แล้วให้คำม่ันสัญญาในเรื่องโครงการอย่างเดียวจะไม่มีประโยขน์ในการแก้ปัญหา เพราะสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้นประชาชนมีความวิตกกังวลมากและต้องการเห็นแผนที่เป็นรูปธรรม ซึ่งตนย้ำมาตลอดว่าการบริหารจัดการน้ำไม่มีทางสำเร็จได้ ถ้าประชาชนในพื้นที่ไม่ทราบหรือไม่เข้าใจ ในที่สุดก็จะมีปัญหาเกิดความขัดแย้ง ประชาชนจะไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลจึง ต้องเร่งทำความเข้าใจเพราะเวลาก็เหลือไม่มากแล้ว นอกจากนี้ควรรับฟังความเห็นในพื้นทีี่ด้วยว่ามีส่วนใดที่ยังไม่มีการขุดลอกคูคลองเพื่อเร่งรัดอนุมีติโครงการ เพราะรัฐบาลก็มีเงินอยู่ในมือมาก

ผู้นำฝ่ายค้าน ยังกล่าวถึงกรณีที่เริ่มมีการขยับจากภาคประชาชนที้จะคัดค้านการบริหารจัดการลุ่มน้ำของรัฐบาลแล้ว เนื่องจากไม่มีการทำความเข้าใจในพื้นที่ล่วงหน้าว่า รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจและตั้งหลักในเรื่องระบบการบริหารงานใหม่ เพราะคนไทยไม่ต้องการเห็นภาพซ้ำเหมือนปีที่แล้ว ที่การบริหารน้ำขึ้นอยู่กับมวลชน เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลขาดความชัดเจน และประชาชนก็หวาดวิตกเพราะไม่รู้ว่าข้อมูลการริหารน้ำของรัฐบาลเป็นอย่างไร ซึงรัฐบาลต้องเรียนรู้ความผิดพลาดจากการที่ปล่อยให้การเมืองมาบริหารน้ำในช่วงปีที่แล้งจนเกิดความสูญเสียเกินความจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอีกในปีนี้ ทั้งนี้ทั้งหมดก็อยู่ที่แผนของรัฐบาลว่ามีความขัดเจนหรือไม่ มีอะไรที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลจะเดินตามแผนนั้น ไม่ใช่จำนนต่อแรงกดด้นในเรื่องของการเมือง ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลต้องมีความชัดเจนมากกว่าปัจจุบันเพราะว่าเวลานี้รัฐบาลมักพูดถึงแต่เรื่องการทำโครงการนั้นโครงการนี้มากกว่า ซึ่งความเป็นริงแม้จะมีโครงการแต่ถ้าการบริหารจัารไม่ดีก็ป้องกันไม่ได้

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันผ่านรายการ นายกฯยิ่งลักษณ์ พบประชาชนว่า มีควมจำเป็นที่จะต้องออก พรก. 4 ฉบับและกู้เงินเพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้วว่าถ้ารัฐบาลเอาแผนมาให้ฝ่ายค้านดูได้ว่ามีรายละเอียดในการใข้จ่ายเงินอย่างไรที่ต้องใช้เงินทันที เพื่อให้ฝ่ายค้านเห็นว่าเงินที่มีอยู่ในมือเกือบสองแสนล้านบาทไม่เพียงพอ ตนยินดีถอนชื่อจากการส่งให้ศาลรัธรรมนูญตีความ ถ้าเอามาให้เห็นได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่สามารถนำรายละเอียดมายืนยันได้ ก็จะกลายเป็นภาระของประชาชนที่ต้องแบกรับดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะเป็นการนำเงินมากองไว้ เหมือนคนมีแผนจะทำอะไรสักอย่างในอีก 5-6 ปีแต่กลับกู้เงินมาเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งก็จะเป็นภาระดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น โดยในส่วนของรัฐบาลเองที่พูดว่าต้องกู้เร่งด่วนนั้นควมจริงจะมีการกู้เกิดขึ้นในช่วงปลายปีหน้าด้วยซ้ำ สะท้อนว่ารัฐบาลใช้เรื่องน้ำท่วมและความทุกข์ของประชาชนมาเป็นข้ออางในการกู้เงิน

“มาร์ค” จวก “ตู่” ปั้นน้ำเป็นตัวกุข่าวขบวนการล้มรบ.

กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง-สำคััญ

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญขีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีขบวนการล้มรัฐบาลและส่งคนคุกคามกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ตนอยากให้หยุดสร้างความหวาดระแวงและความขีดแย้งในสังคม หากมีอะไรผิดปกติ เช่นมีการข่มขู่ คุกคาม ก็ควรร้องขอเจ้าหน้าที่ และรัฐบาลเองก็มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งก็อยู่พรรคเดียวกับนายจตุพร ดังนั้นมีอะไรก็ควรบอกให้รัฐบาลดูแล ไม่ใช่มาสร้างประเด็นให้เกิดความหวาดระแวง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความพยายามที่จะปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ความจริงควรช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะเดินหน้าประเทศได้อยู่แล้ว

“เป็นความพยายามที่จะรักษามวลชนไว้เป็นฐาน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีความพยายาที่จะผลักด้นในบางเรื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดความยัดแย้งในสังคมจึงพยายามเลี้ยงกระแสให้เกิดมวลชนเข้ามา การทำเข่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้รัฐบาลบริหารงานยากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้รัฐบาลไม่แก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย ประชาชนก็จะเดือดร้อน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นผลดีกับรัฐบาล แต่นายจตุพรอาจจะคิดถึงเรื่องอื่นมากกว่า ผมคิดว่าคนที่ทำงานโดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีควรจะตักเตือนคนในพรรคว่าอย่าทำให้บรรยากาศการเมืองเสียอยู่ตลอดเวลา หยุดสร้างความขัดแย้ง หันมาช่วยกันให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานแก้ปัญหาของประเทศ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ปชป. จี้ รัฐเยียวยาเหยื่อไฟใต้ เท่าหว่านเงินให้เสื้อแดง 7.75 ล้านบาท

มกราคม 31, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

ปชป. จี้ รัฐเยียวยาเหยื่อไฟใต้จากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ เท่าหว่านเงินให้เสื้อแดง 7.75 ล้านบาท  เตรียมตั้งกระทู้ ยื่นหนังสือกระทุ้ง ยิ่งลักษณ์ จริงใจดับไฟใต้  โวพร้อมชำแหละ พ.ร.กงการเงิน 2 ฉบับคาสภาฯ  ตอกย้ำรัฐหนีการตรวจสอบออกเป็นพ.ร.บ.งบเพิ่มเติมได้ ไม่ทำ กลับออก พรก. ยันต่างจากยุครัฐบาลปชป.แน่  ยกคำพูด “กิตติรัตน์” ยอมรับแล้ว ซ้ำดักทางรัฐหาก ศาลรธน.ชี้ว่าพรก.การเงินผิด ต้องลาออกหรือยุบสภารับผิดชอบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  กล่าวภายหลังการประชุมพรรคถึงเหตุการณ์ภาคใต้ที่มีผู้เสียชีวิต 4 รายและบาดเจ็บ 4 ราย โดยอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าหากเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐจะเยียวยาอย่างไร เพราะถ้าใช้หลักการเดียวกับคนเสื้อแดงประชาชนเหล่านี้น่าจะได้มากกว่า 7.75 ล้านบาท จะสอบถามรัฐบาลในการตั้งกระทู้ถามและยื่นหนังสือให้รัฐบาลดำเนินการดูแลประชาชน 3 จังหวัดใต้อย่างจริงจัง เพราะรัฐบาลบอกจะแก้ปัญหามาตั้งแต่ต้น แต่ผลที่ออกมารัฐบาลไม่เคยส่งบุคลากรในการแก้ปัญหาลงไปในพื้นที่เลย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีแสดงถึงความไม่จริงใจละเลยแก้ปัญหา คนใต้รู้สึกถูกทอดทิ้งทั้งเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเมื่อเจอกับการเยียวยาสองมาตรฐานยิ่งเป็นบาดแผลลึกในใจคนใต้ พรรคจึงอยากให้รัฐบาลดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่ประสบเหตุจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ต้องได้รับการเยียวยาทันที

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงพระราชกำหนด  ( พ.ร.ก.) 2 ฉบับที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 1 ก.พ.  ในเรื่องการให้ ธปท.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3 แสนล้านบาทและกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้านบาท  พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ต้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความ พรก.สองฉบับ คือ พรก.โอนหนี้ฯของกองทุนฟื้นฟูให้ ธปท.และพรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทว่า มีความแตกต่างจากในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเคยดำเนินการอย่างไร  โดยในขณะนั้นรัฐบาลประชาธิปัตย์มีความจำเป็นต้องกู้เงินมาประคับประคองเศรษฐกิจชดเชยเงินคงคลัง  ซึ่งก็ได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอย่างดี  ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลนี้ที่สามารถจัดทำงบประมาณขาดดุลย์เต็มวงเงินในปี 2555 ได้ แต่กลับไม่ทำ

นอกจากนี้ทั้ง กยน.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็พูดชัดเจนว่า  ไม่มีแผนในการใช้เงินอีกทั้งหลายแผนงาน ซึ่งอาจไปใช้จ่ายในอีก 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังได้ระบุความจำเป็นเร่งด่วนอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับวงเงินที่สามารถขาดดุลย์ได้จากการทำงบประมาณปี 2555  แต่รัฐบาลกลับไปใช้วิธีออก พ.ร.ก.เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบการใช้จ่ายจากฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนการปล่อยสินเชื่อดอกเบิ้ยต่ำ 3 แสนล้านบาทนั้น  รัฐบาลสามารถใช้ธนาคารออมสินแทนธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ซึ่งกรณีนี้พรรคจะติดตามจับตาดูต่อไป  และเห็นว่าการดำเนินการช้าเกินไป  อีกทั้งการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ และชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในเดือนมกราคม ปี 2555 ได้ประโยชน์จากเนื้อหาของ พ.ร.ก.นี้  เป็นสิ่งที่ต้องสอบถามรัฐบาลด้วย  นอกจากนี้ยังห่วงเงินตั้งต้นในกองทุนการประกันภัยจำนวน  5 หมื่นล้านบาท น่าจะไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาทำให้ไม่สามารถเรียกความมั่นใจากนักลงทุนได้  ซึ่งหากวงเงินไม่เพียงพอจริง รัฐบาลจะทำอย่างไร เรื่องนี้รัฐบาลต้องมีคำตอบด้วย และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.การเงิน ที่พรรคส่งตีความขัดรัฐธรรมนูญ  ก็ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกหรือยุบสภาเพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีกับสังคมการเมืองไทย

ปชป.จวกแดงชิ่งหนี ม.112 โยนผิดให้ “ปรากฏการณ์แดงเทียม”

มกราคม 31, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ปชป. สับละเอียด แกนนำแดง ตีชิ่งหนี ม.112   โยนผิดให้ “ปรากฏการณ์แดงเทียม” หยัน ท้าปลด “อัมสเตอร์ดัมส์” พ้น “ทนายทักษิณ” แจงละเอียดความสัมพันธ์โยงกลุ่มแดงเร่งแก้ ม. 112

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยมีแนวคิดในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 พร้อมระบุว่า ผู้ที่สวมเสื้อแดงไปฟังการอภิปรายของกลุ่มนิติราษฎร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นกลุ่มเสื้อแดงเทียมว่า  ขณะนี้เกิดแนวคิดเดิมๆในการชิ่งหนีเอาตัวรอด เหมือนการสละเรือ และคณะนิติราษฎร์ไม่ได้ตายที่ ม.ธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ได้ตายคาแผ่นดินไทยไปแล้ว และทั้งนี้ตนอยากเห็นความจริงใจผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันแน่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็เคยให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ อาทิ ไทม์ออนไลน์ โดยมีคำพูดจาหมิ่นเหม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสถาบันมาตลอด

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะถามมากกว่านั้นคือ กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ถูกแนะนำตัวในฐานะทนายความส่วนตัว ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อ 12ตุลาคม 2554 นายโรเบิร์ตอัมสเตอร์ดัม กลับเดินทางไปเยี่ยมคนเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ในกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลาง ลาดยาว โดยมีนายคารม พลทะกลาง ทนาย นปช. พาเข้าเยี่ยม และในครั้งนั้นนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์ ยังเคยบอกว่า ม.112 แก้ยาก และต้องใช้เวลา เพราะมีมือที่มองไม่เห็นเป็นผู้ควบคุมกฎหมายฉบับนี้อยู่ ทำให้ประชาชนไม่สามารถต่อสู้กับกฎหมายนี้ได้ ดังนั้นตนอยากถามว่านายโรเบิร์ต พูดเอง หรือพูดในฐานะทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ

“ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ อาทิ เมื่อ 15 ม.ค.55 นายโรเบิร์ต ก็ไปร่วมกับการลงชื่อแก้ม.112 ด้วย หรือวันที่18ม.ค.55 นางธิดา กับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์ ก็ไปร่วมแถลงข่าวคนเสื้อแดงเกี่ยวกับการขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติ 43.8ล้านบาทเงินให้แก่คนเสื้อแดง และผู้ต้องทำผิดในคดี ม. 112 ทั้งนั้น   เหตุนี้จึงต้องถามว่า นายโรเบิร์ต  สนใจกฎหมาย มาตรา112  เป็นการส่วนตัวหรือ มีคนสั่งตีตั๋วให้ไปนั่งเพื่อแสงความเห็นในเรื่องนี้  อีกทั้งเมื่อสรุปทั้งหมดแล้วน่าสงสัยว่านายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์กับพวกนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  นายก่อแก้ว พิกุลทอง  แกนนำคนเสื้อแดง ยังเป็นพวกเดียวกันหรือไม่   และนายโรเบิร์ตพูดเรื่องนี้ในฐานะอะไร   ซึ่งหาก พ.ต.ท.ทักษิณ จงรักภักดีกับสถาบันฯจริงต้องปลดนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์ออก เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ที่ต้องไปตบปากนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ว่าอย่าพูดอะไรเช่นนี้อีกและต้องบอกให้ชัดว่าเสื้อแดงที่ไปฟังคณะนิติราษฎร์คือกลุ่มเสื้อแดงเทียมทั้งหมด จะได้รู้ว่ามีแดงเทียมแฝงทุกเรื่องที่สังคมไม่เห็นด้วย” นายชวนนท์ กล่าว

ปชป.ครองแชมป์ได้รับบริจาคเงินภาษีจากประชาชนปี53 มากที่สุด

มกราคม 31, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

ปชป.ครองแชมป์ได้รับบริจาคเงินภาษีจากประชาชนปี53 เป็นเงิน 8,181,900 บาท

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่กรมสรรพากรได้กำหนด ให้ประชาชนยื่นแบบเสียภาษี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 31 มี.ค.55 ผ่านแบบฟอร์มการยื่นเสียภาษี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยวิธีการแสดงเจตนาในช่องประสงค์บริจาคภาษี 100 บาท และกรอกรหัสพรรคการเมืองที่ประสงค์จะบริจาคให้ 1 พรรค โดยในปีนี้มีพรรคการเมืองประจำปีภาษี 2554 จำนวน 56 พรรคการเมือง ซึ่งประชาชนผู้เสียภาษีสามารถดูรหัสพรรคการเมืองได้ที่สถานที่เสียภาษี หรือทางเว็บไซด์สำนักงานกกต.หรือ เว็บไซด์ของกรมสรรพากร ทั้งนี้พรรคการเมืองที่ได้รับเงินบริจาคจากภาษีของ ประชาชนมากที่สุดในปี2553 คือพรรคประชาธิปัตย์ มีผู้บริจาคจำนวน 81,819 คน เป็นเงิน 8,181,900 บาท รองลงมาพรรคเพื่อไทย มีผู้บริจาค 22,440 คน เป็นเงิน 2,244,000 บาท และพรรคการเมืองใหม่ มีผู้บริจาค 20,495 คน เป็นเงิน 2,049,500 บาท

ทีมกฏหมาย ปชป. สอนมวย โฆษกพท. อย่าโวยกลัวการตรวจสอบตามระบอบปชต.

มกราคม 30, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

ทีมกฏหมาย ปชป. สอนมวย โฆษกเพื่อไทย อย่าโวยวายกลัวการตรวจสอบตามระบอบปชต.  แนะดูอดีต “เด็จพี่”เดินสายยื่นซองน้ำตาลร้องเรียน รัฐปชป. ไม่มีต่อว่า ชี้หากทำถูกต้องไม่ต้องกลัว  พร้อมแขวะรัฐอย่าส่งสัญญาณผิดพลาดซ้ำรอยยุค “ทักษิณ” ตอกย้ำแผล 2,500 ศพ ยังคาอยู่ ขอปราบยายึดหลักกฏหมายตามกระบวนการยุติธรรม

 

นายราเมศ   รัตนะเชวง   คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่า เล่นเกมทางการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และปูดข่าวขบวนการจ้องล้มรัฐบาลว่า    พรรคประชาธิปัตย์ทำงานยืนอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายทุกประการ  ถ้ารัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบของฝ่ายค้าน แต่ถ้ารัฐบาลยังทำในสิ่งที่ขัดต่อหลักกฎหมายหลักนิติธรรม  อย่าว่าแต่ถูกตรวจสอบ แต่สักวันระวังจะติดคุกกันทั้งคณะรัฐมนตรี  เพราะการตรวจสอบเป็นการทำหน้าที่ในระบบประชาธิปไตย ดังนั้นโฆษกพรรคเพื่อไทยอย่ากลัวจนเกินเหตุ แล้วมาพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สร้างความสับสนให้ประชาชนจะเข้าใจผิดได้  เมื่อมีการตรวจสอบ คนของพรรคเพื่อไทยจะออกมาโวยวายเสมอว่า เป็นการดิสเครดิสจ้องล้มรัฐบาล  นายพร้อมพงศ์คงลืมไปแล้วว่า ซองสีน้ำตาลที่นายพร้อมพงศ์ ถือไปยื่นเพื่อตรวจสอบรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แทบทุกวันเกือบทุกหน่วยงาน  พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยว่ากล่าวหรือโวยวาย เพราะเราเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล  เหมือนขึ้นเวทีชกแล้วอย่าร้อง จึงไม่ต้องกลัวว่า จะมีใครจ้องล้มรัฐบาล เพราะหากรัฐบาลไม่ยึดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ที่สุดรัฐบาลก็จะล้มลงโดยน้ำมือของรัฐบาลเอง 15 ล้านเสียงที่ชอบอ้าง ก็ไม่มีทางช่วยได้ เชื่อว่าความศักดิ์สิทธิของกฎหมายบ้านเมืองยังคงมีอยู่ และจะแสดงความศักดิ์สิทธิให้เห็นในเร็ววัน

 

นายราเมศ  กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลถือเป็นเรื่องดีในการเร่งปราบปรามยาเสพติดเพราะเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมและประเทศชาติ  แต่ต้องอย่าลืมว่าประเทศของเราปกครองโดยกฎหมายมีขั้นตอน กระบวนการ การจับกุม การตรวจค้นจะต้องปฎิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับการตัดสินลงโทษโดยศาลสถิตยุติธรรม  อย่าทำเหมือนในยุครัฐบาลทักษิณ ที่สงสัยใครแล้ววิสามัญทิ้ง 2,500 ศพยังเป็นเรื่องที่เจ็บปวดในกระบวนการที่ผิดครรลอง  แม้ว่าเขาจะผิดจริง เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีสิทธิไปฆ่าเขา  การส่งสัญญาณว่า จะมีการฆ่าตัดตอนของผู้กระทำความผิดด้วยกันเองนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่อันตรายต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะ 2,500 ศพก็มีการส่งสัญญาณแบบนี้เช่นกัน  ดังนั้นอย่าส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่กระทำการที่ขัดต่อหลักกฎหมายบ้านเมือง เพราะปัญหาอื่นๆจะตามมาอีกมากมาย จึงขอเรียกร้องให้ยึดหลักกฎหมายโดยเคร่งครัดในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่าทำย้ำรอยเดิมที่เคยทำผิดพลาดมาเหมือนสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยอีกเลย

ปชป.จวกยับรัฐเพิ่งตื่นต้าน “นิติราษฏร์”

มกราคม 30, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

โฆษก ปชป.จวกยับรัฐเพิ่งตื่นต้าน “นิติราษฏร์” ชี้สังคมไทยยังไม่วางใจ เพราะก่อนหน้านี้ “ยิ่งลักษณ์”สัมภาษณ์สื่อนอกเหมือนส่งสัญญาณแก้แน่ ยิ่งวตอกย้ำเมื่อรองโฆษกรัฐออกมาอัดคนต้าน “นิติราษฏร์” จึงต้องถามจุดยืนรัฐเอาไงแน่

 

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเริ่มออกมาต่อต้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ว่า สังคมวิจารณ์เรื่องข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ที่ขอแก้ไขกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะให้ความสนใจท่าทีของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยตลอดจนผู้หนุนรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศที่ต่างออกมาต่อต้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่ดูจะรุนแรงกว่าฝ่ายที่ต่อต้านมาตั้งแต่ต้น  ทำให้สังคมเกิดการตั้งข้อสงสัยว่า คนเหล่านี้อยู่ดีๆ  ทำไมถึงเพิ่งออกมามีอาการ เพิ่งจะมาเอาเป็นเอาตายกับกลุ่มนิติราษฎร์ ทั้ง ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลก็สนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ด้วยซ้ำไป และคนในพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านเหมือนกับตอนนี้ หรือเพราะพรรคเพื่อไทย ขอตีกินโหนกระแสขอเอาตัวรอดไปด้วย

 

นายชวนนท์  กล่าวต่อว่า  แต่สังคมไทยก็ยังไม่ไว้วางใจเพราะท่าทีของรัฐบาล ตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง ก็เริ่มมีการส่งสัญญาณในเรื่องนี้  เช่น บทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 3 ก.ค. หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมีการไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ดิเอ็นเดอเพนเด้นของอังกฤษ โดยระบุว่า เมื่อคำนึงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศและปัญหาความผิดอาญาฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ซึ่งปกติมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี  สำหรับการแสดงความเห็นหมิ่นเบื้องสูง ควรจะสะสางให้เสร็จสิ้น เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวที่ต้องหาผู้ชำนาญการพิเศษมาแก้ไขปัญหานี้ เพราะไม่ต้องการให้คนไทยใช้กฎหมายนี้ในทางที่ผิด  ฟังจากบทสัมภาษณ์ของนายกฯ จะแปลว่า ส่งสัญาณว่าเห็นด้วยในการแก้ไขมาตรานี้หรือไม่  ถึงทำให้กลุ่มนิติราษฎร์มาเสนอแก้ไขดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้น อยากให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ เพราะนายกฯ อ้างว่าพูดอังกฤษแล้วผิด หรือจะโทษความอ่อนด้อยในการใช้ภาษาตัวเองไม่ได้

 

นายชวนนท์  กล่าวต่อว่า  ยังมีการส่งสัญญาณจากคนในรัฐบาลนี้ โดยนายพิชัย นริพทะพันธ์ เมื่อวันที่ 6 ม.ย. 54  ในรายการตอบโจทย์ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ควรจะมีการแก้ไขรับผิดชอบโดยเฉพาะในเรื่องนี้  เพื่อไม่ให้มีการใช้สถาบันมาทำร้ายคู่ต่อสู้  ควรมีหน่วยงานเฉพาะมาทำในเรื่องนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณจากนายกฯ และนายพิชัย  ทั้งหมดนี้จะไม่ทำให้คนเข้าใจผิดได้อย่างไรว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดจะแก้ไขกฎหมายดังกล่าว  และกลุ่มนิติราษฎร์จะไม่เข้าใจผิดได้อย่างไรว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่านายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล วิจารณ์ถึงน.ส.จิตร์ภัส ภิรมย์ภักดี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ควรจะกลับไปดูในเนื้อหาสาระข้อเสนอของกลถุ่มนิติราษฎร์ เพราะเท่าที่ดูก็มีเนื้อหาปกป้องสถาบันนั้น อยากถามว่าตกลงจะเอาอย่างไร เพราะคนในรัฐบาลทั้งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ ก็ออกมาต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ แต่รองโฆษกรัฐบาลกลับมีท่าทีแตกต่างกัน ทำอย่างนี้จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไร ชัดเจนว่าไว้วางใจไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการร่วมมือแก้ไขปัญหา หวังแต่ตีกินไปวันๆ เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาประชาชน

โฆษกปชป.ชี้ ธนาคารพาณิชย์ ต้าน พ.ร.ก.การเงิน ไม่ลดดอกเบี้ย

มกราคม 27, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

โฆษกปชป.ชี้ แบงค์พาณิชย์ไม่ยอมลดดอกเบี้ย ทำปชช.ไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายกนง. ห่วงราคาข่าวแกงจานพุ่งละ100 บ.หลังสมาคมค้าข้าวประกาศขึ้นราคาข้าวถุง จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาด่วน เตือน “รมต.เต้น”แก้ปัญหาราคายางตกต่ำไม่ง่ายเหมือนปลุกม๊อบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงผลกระทบจากการที่ พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯให้ ธปท. มีผลบังคับใช้ว่า  ทำให้การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ร้อยละ 0.25 ไม่มีผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไม่ยอมลดดอกเบี้ยตามเพราะมีความเสี่ยงจากภาระที่ต้องส่งเงินชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู ตาม พ.ร.ก. บัญญัติไว้ เนื่องจากสถาบันการเงินมีภาระที่ต้องชำระหนี้กองทุนผ่านการจ่ายค่าธรรมให้กับแบงค์ชาติ จึงมีต้นทุนเพิ่มทันทีทำให้ไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยตามที่กนง.กำหนด ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ ซึ่งยังไม่รวมกับการที่ประชาชนจะถูกผลักภาระให้ต้องรับผิดชอบกับต้นทุนของธนาคารที่สูงขึ้น โดยในอนาคตผู้ฝากเงินจะได้ดอกเบี้ยต่ำลง ส่วนผู้กู้จะได้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น
นายชวนน์ยังแสดงความเป็นห่วงกรณีที่สมาคมค้าขาวประกาศขึ้นราคาข้าวถุงร้อยละ10 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโครงการจำนำข้าว ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่มีรีบแก้ไขปรับปรุงจะทำให้ข้าวราคาสูงขึ้น 20 บาทต่อถุง โดยรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ของขวัญกับประชาชนโดยการขึ้นราคาทุกอย่างพร้อมกันหมดทั้งพลังงานและข้าว โดยภายในดือนมีนาคมประชาชนอาจจะต้องกินข้าวแกงจานละ 100 บาท จึงขอเตือนให้เตรียมตัวล่วงหน้ากับการต้องเผชิญปัญหาข้าวยากหมากแพงในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์   นอกจากนี้ปัญหาการส่งออกที่อัตราตัวเลขลดลงร้อยละ9.2 โดยเฉพาะ ยางพาราลดลงพร้อยละ 15 หากนายณัฐวุฒิใสเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์จะแก้ปัญหาเรื่องนี้คงต้องภาวนา เพราะไม่ง่ายเหมือนการปลุกปั่นในการชุมนุมทางการเมือง และการพูดบนเวทีให้คนหลงเชื่อ  “ผมขอให้เอาจริงเอาจังเพราะเรื่องบ้านเมืองไม่ง่ายเหมือนเกมการเมืองข้างถนนที่นายณัฐวุฒิถนัด หวังว่าจะไม่เอายางมาเผาเพื่อให้ราคายางพาราขึ้น”

นายชวนนท์  กล่าวอีกว่า ส่วนการทำแผนบริหารจัดการน้ำและการออก พรก.กู้เงิน3.5แสนล้านบาท ที่นักวิชาการใน กยน.พูดชัดเจนว่าไม่มีการพูดถึงสาระแก้ปัญหาพูดแต่เรื่องการใช้เงินเพียงอย่างเดียว พยายามทำทุกวิถีทางขยายเพดานกู้เงินเพื่อมาถลุงใช้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าจงใจให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการกู้เงินหรือไม่ ส่วนสถานการณ์น้ำยังไม่มีหลักการแก้ปัญหา แต่กลับหมกมุ่นกับการใช้เงิน โดยมีข่าวลือว่ามีการตั้งบริษัทนอมินีหักหัวคิวร้อยละ10-20 เพื่อมารับงานจากรัฐบาล หรืออาจจะเป็นเหมือนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พูดคือ รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้เพราะปัญหาการทุจริต ในขณะที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

หน้าต่อไป