ประชานิยมสุดแรงเกิด
มีนาคม 21, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, บทบรรณาธิการ
สถานการณ์สู้รับในลิเบียที่เป็นไฟสุมขอนมาระยะหนึ่ง
บัดนี้ได้ประทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่ากังวลและรุนแรงขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลกระทบอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายอย่างจะเป็นแรงบวกมาถึงประเทศไทย
ชัดเจนที่สุดก็เห็นจะเป็นราคาน้ำมันที่กูรูทั่วโลกได้ออกบทวิเคราะห์มาล่าสุดว่าราคาน้ำมันจะถีบตัวสูงขึ้นทะลุเพดานไปถึง 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นั่นหมายความว่า ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยจะมีราคาสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลกด้วยเช่นกัน
ณ ราคาปัจจุบันที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกจ่อที่ระดับ 100เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศไทยประเภทเบนซิน โดยเบนซิน 95 อยู่ที่ 40 กว่าบาทต่อลิต แก๊สโซฮอลล์95 อยู่ที่ 40 บาทต่อลิตร
เบนซิน 91 อยู่ที่ 30 บาทปลายๆต่ออลิตร แก๊สโซฮอลล์ 91 อยู่ที่ 30 บาทเกือบกลางๆต่อลิตร
ดีเซลอยู่ที่ 29.99บาทต่อลิตร โดยกองทุนน้ำมันอุ้มอยู่ประมาณ 5 บาท คือถ้าไม่อุ้มราคาดีเซลจะอยู่ที่ 35บาท
ดังนั้นหากกูรูรู้จริงและเดาถูกว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะทะลุ 120 เหรียญ
จะทำให้ราคาเบนซินทุกตัวเพิ่มขึ้นอีก 3 บาทต่อลิตรไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือแก๊สโซออลล์ ส่วนดีเซลจะไปอยู่ที่เกือบ 40 บาทต่อลิตร
โดยกองทุนน้ำมันจะต้องเอาเงินไปอุดลิตรละ 7 บาทราคาดีเซลในประเทศจึงอยู่ที่ 29.99บาทต่อลิตรตามนโยบายของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
แต่เงินกองทุนจะไม่พออุดไปจนถึงเดือนเม.ย.ตามที่นายกฯอภิสิทธิ์ตั้งใจเอาไว้
ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันว่านายกฯอภิสิทธิ์จะหาเงินที่ไหนมาอุดต่อ
อย่างไรก็ตาม กูรูทางการเมืองของเมืองไทยฟันธงไว้ว่านายกฯอภิสิทธิ์ จะไม่มีวันที่จะปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลเกินกว่า 30 บาทต่อลิตรอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง
เหตุผลดังกล่าวไม่ยากเย็นอะไรที่จะวิเคราะห์ว่าทำไมนายกฯอภิสิทธิ์จะไมมีวันปล่อยให้น้ำมันดีเซลทะลุไป 30บาทต่อลิตร
เพราะสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.อุตสาหกรรม ก็ได้เอากองทุนน้ำมันไปอุ้มราคาน้ำมันดีเซลเช่นกัน
โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันสูงถึง 1 แสนล้านบาท
ดังนั้นคงไม่แปลกอะไรที่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์จะใช้เงินจำนวนเท่ากันอุ้มราคาดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร
เพราะการใช้เงินแสนล้านบาทอุ้มราคาน้ำมันจะเกิดผลจากการวิพากษ์วิจารณ์ แต่จะไม่มีผลกระทบหรือมีผลกระทบน้อยมาก หากขึ้นราคาน้ำมันตามจริง
เสียงวิจารณ์การเอาเงินกองทุนน้ำมันไปอุ้มเป็นแสนล้านบาท ไม่นานก็จางหายไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ไม่อุ้ม เสียงจากทั่วสารทิศจะเกิดขึ้นระงม
ผลกระทบถึงตัวประชาชนเมื่อไหร่ นักการเมืองไม่ว่าจะหน้าตาหล่อแค่ไหนจะได้สัมผัสอย่างหนักหน่วง
ลบน้อยดีกว่าลบมาก
บวกมากดีกว่าบวกน้อย
ตรรกะง่ายๆตามแบบประชานิยม 2 ยุค แต่โมเดลเดียวกัน
วันนั้นก็ไม่ได้มีใครโกรธพ.ต.ท.ทักษิณและนายสุริยะจริงๆจังๆ
และยิ่งท่ามกลางศึกแย่งชิง “ประชาชน”ในสถานการณ์ไร้ความปรองดองก็ไม่แปลกอะไรที่นายกฯอภิสิทธิ์จะใช้วิธินี้
ถ้าจะบอกว่าเศร้าก็คงไม่ถึงกับเศร้าจนน้ำตาร่วง!!!

กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












