ปชป.ถล่ม“ปู”อย่าบีบน้ำตาบริหารประเทศ
พฤศจิกายน 10, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ปชป.ส่งส.ส.หญิงถล่ม“ปู”อย่าบีบน้ำตาหนีรับผิดชอบ
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555วงเงิน 2.38 ล้านล้านบาท ในวันที่ 2 ได้เริ่มเมื่อเวลา 08.30 น. ทั้งนี้เนื้อหาการอภิปรายส่วนใหญ่ยังคงพูดถึงสถานการณ์น้ำท่วม และการเรียกร้องให้รัฐบาลตัด งบโครงการประชานิยมบางส่วน เพื่อไปใช้ฟื้นฟูและเยียวหลังน้ำท่วม ซึ่งเป็นการอภิปรายสลับกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านกับรัฐบาล นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาน้ำท่วมขอให้พิจารณาช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เนื่องจากการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานที่ผ่านมา พบว่ามีการให้เงินช่วยเหลือเฉพาะพื้นที่ที่เป็นของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 7คนเท่านั้น ส่วนพื้นที่ของ ส.ส.ต่างพรรค ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่ไม่ได้รับการเยียวยา
น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายประชานิยมที่เป็นภาระงบประมาณชาติโดยไม่จำเป็น เช่น การแจกแท็บเล็ตพีซีของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเป็นเครื่องมือไปสู่การพัฒนาการศึกษา ตรงกันข้ามอุปกรณ์ดังกล่าวเด็กนักเรียนติดเกมคอมพิวเตอร์มากขึ้น และยังไม่มีความชัดเจนถึงการจัดการในเรื่องนี้ เช่น ถ้าเกิดเครื่องเสียหรือหายใครจะรับผิดชอบ และยังไม่เห็นการจัดครูสอนการใช้เครื่อง ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยเรียกร้องถึงความเท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิง ที่จะมาเป็นผู้นำ ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วย แต่เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว ก็อย่าใช้น้ำตามาบริหารประเทศ หรือเป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายแจกแทปเล็ตเดิมทีรัฐบาลระบุว่าจะแจกให้เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนในระบบ รวมกว่า 12 ล้านคน ต่อมาบอกว่าจะเริ่มแจกชั้น ป.1 แต่ล่าสุดในงบประมาณได้ปรับลดเหลือเพียง 5-6 แสนเครื่องเท่านั้น ทำให้ไม่มั่นใจว่าแทปเล็ตที่นำมาแจกจะมีคุณภาพหรือไม่ และกระบวนการจัดสรรงบส่วนนี้แทนที่จะอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ แต่ถูกจัดไปอยู่ในงบสมดุล ซึ่งไม่ถูกต้อง และสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เข้าใจกระบวนการพัฒนาการเรียนการสอน คือขาดแผนการพัฒนาครู
ด้านนายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ส.ส.ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลจัดงบแบบเลือกปฏิบัตินั้น ไม่จริง เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดจะพบว่างบกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้รับการจัดสรรมากกว่าจังหวัดในภาคอีสาน หรือจังหวัดพื้นที่ส.ส.เพื่อไทย
“ชวนนท์” แนะ นายกฯเลิกเหวี่ยงใส่สื่อ จี้สภาฯ อย่าปิดประชุมหนีญัตติน้ำท่วม
พฤศจิกายน 1, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

โฆษก ปชป. แนะ นายกฯตั้งสติเลิกเหวี่ยงใส่สื่อ แนะ 5 ข้อฝ่าวิกฤต ห่วงจลาจลกลางเมืองแย่งอาหาร อัด “จตุพร” บิดเบือนข้อมูลทิ้งมวลชนจมน้ำ ทำคนเสื้อแดงตาสว่าง ดักคอ ประธานสภาฯ อย่าปิดประชุมหนีญัตติน้ำท่วม ยันเปิดสภา 2-3 พ.ย. พรรคประชาธิปัตย์ จัดหนักปมรัฐล้มเหลวแก้น้ำท่วม ด้าน รมช.มท.เงา ปชป.หอบข้อมูลแฉกลับ รัฐบาล“นายกฯปูนิ่ม” บริหารน้ำผิดพลาดกักเก็บน้ำเข้าเขื่อนเพียบแปร้จนเกินเขื่อนรับไหวเข้าขั้นวิกฤต สุดท้ายต้องปล่อยออกกว่า 1.3 หมื่นล้าน ลบ.ม. ถามกลับ หรือตั้งใจให้น้ำท่วมโยงการเมืองหรือ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์. โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งสติเพื่อเป็นหลักในการนำประชาชนฝ่าวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ไปให้ได้ เพราะถ้าคนเป็นผู้นำประเทศังไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเองจนแสดงอาการกราดเกรี้ยวผ่านสื่อมวลชน ย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนที่กำลังทุกข์ยากจนเกิดความท้อแท้หมดหวัง. จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นอยู่กับการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ใน 5 เรื่องสำคัญ ดังนี้
1. การประเมินสถานการณ์น้ำจะต้องมีความเป็นเอกภาพและให้ความจริงกับประชาชน ไม่ใช่พูดไปคนละทางสะท้อนความขัดแย้งใน ศปภ รัฐมนตรีพูดไม่ตรงกันในเรื่องตัวเลข จนประชาชนเกิดความสับสน รวมทั้งมาตรการของรัฐบาลต้องสอดรับกับสถานการณ์ด้วย ไม่ใช่ประกาศให้คนอพยพแต่กลับไม่มีการขยายวันหยุดราชการ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการระบายน้ำลงทะเลในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2. ต้องยอมรับความจริงว่า ขณะนี้ไม่มีพื้นที่ไหนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย 100% การวางแผนเพื่ออพยพคนจึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในจุดนี้ว่า มีความจำเป็นที่จะต้องไปอยู่ในต่างจังหวัดชั่วคราว ดีกว่าเสี่ยงอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะหากเส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพถูกตัดขาดจนเมืองหลวงกลายเป็นอัมพาต แม้แต่รัฐบาลก็จะไม่สามารถดูแลประชาชนได้. เช่น ประชาชนที่อยู่ที่ดอนเมืองขาดแคลนทั้งน้ำ อาหาร ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยเฉพาะอาหารสำหรับเด็กอ่อน รัฐบลต้องเข้าไปแก้ไข
3. ต้องเร่งแก้ปัญหาสินค้าจำเป็นขาดแคลนให้ตรงจุด ไม่ใช่สินค้าขาดแล้วใช้วิธีนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการผลิตแต่เป็นปัญหาการกระจายสินค้า เช่น ไข่ไก่ในยุครัฐบาลปูแพงถึงฟองละ 10 บาท รวมถึงการกักตุนสินค้า อีกทั้งการนำสินค้าราคาถูกไปวางขายที่ตลาด อตก.ของกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง เนื่องจากคนที่จมน้ำไม่สามารถเดินทางมาซื้อไข่ไก่ราคาถูกที่ อตก.ได้ แนวทางของกระทรวงพาณิชย์จึงเป็นเพียงการสร้างภาพว่าได้แก้ปัญหา แต่ความจริงแล้วสินค้าจำเป็นราคาถูกเหล่านั้นจะไปอยู่ในมือของประชาชนที่ไม่ใช่ผู้ประสบอุทกภัยแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ปัดสวะให้พ้นตัวบริหารเหมือนไม่ได้บริหารควรจะมีฝีมือมากกว่านี้
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องบริหารจัดการของบริจาคอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อกระจายให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอย่างทันท่วงทีด้วย โดยได้นำภาพสุขาลอยน้ำที่ค้างอยูใน ศปภ.โดยไม่มีการขนย้ายไปให้ผู้ประสบอุทกภัยมาเป็นตัวอย่างการบริหารที่ล้มเหลวของ ศปภ. เพราะนายกรัฐมนตรียืนยันไม่ย้ายออก ทำให้ประมาทไม่มีการขนของบริจาคออกไป ทำให้เกิดภาพทิ้งประชาชน ทิ้งสาธารณูปโภคที่จำเป็นไป จึงแสดงให้หเ็นว่าของบริจาคที่ทิ้งไว้ไม่ใช่ของไม่มีคุณภาพแต่คนบริหารต่างหากที่ไม่มีคุณภาพ และ 4. รัฐบาลต้องแบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียด ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นให้เป็นผู้บริการประชาชนในจุดที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าไม่ถึง โดยส่วนกลางตั้งศูนย์บริการ อาหาร น้ำดื่ม ในจุดที่ใกล้ที่สุด มอบเรือให้ท้องถิ่นไปบริหารเพื่อการนำอาหารไปให้ชาวบ้าน รวมทั้งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในยามที่จำเป็น เพราะลำพังการทำงานของรัฐบาลกลางย่อมไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชนในขณะที่ปัญหากระจายตัวเป็นวงกว้างครอบคลุมในหลายพื้นที่ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญต้องกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วย หากยังไม่มีระบบการบริหารที่ดีการขาดแคลนอาหารของประชาชนที่ประสบอุทกภัยอาจกลายเป็นการจลาจลกลางเมืองได้ในเวลาไม่ช้านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องคนสู้กับน้ำ แต่เป็นเรื่องระหว่างคนกับคนแล้ว
5. รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำ หรือพนังกั้นน้ำ เพื่อชี้แจงถึงการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และกำหนดให้ชัดเจนถึงมาตรการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ที่อาจต้องเสียสละรับน้ำ.มิเช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งเหมือนที่คลองสามวาจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นตามมา จนรัฐบาลอาจอยู่ในสภาพมีอำนาจแต่บริหารไม่ได้ กลายเป็นรัฐล้มเหลวที่ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ ทั้งนี้พรรคยังยืนยันว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเพื่อบริหารบ้านเมืองในภาวะไม่ปกติ นอกจากนี้การแก้ปัญหามวลชนคลองสามวาโดยให้เปิดประตูระบายน้ำ 100 เซ็นติเมตรโดยไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนปลายน้ำ รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรม จะเกิดผลกระทบตามมา ถือเป็นการบริหารงานที่ล้มเหลสไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง หากทำเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลและรัฐบาลไม่ควรบริหารแบบลอยตัว เพราะกลายเป็นว่าน้ำคือผู้บริหารแผ่นดินในขณะนี้ไปแล้ว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมองความอยู่รอดของประชาชนและบ้านเมืองเหนือความอยู่รอดทางการเมืองของตัวเอง โดยต้องสั่งให้คนของตัวเองหยุดการใส่ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกให้สังคม เช่น กรณี นายจตุพร พรหมพันธ์. ส.ส. เพื่อไทยออกมาระบุว่าเป็นโชคดีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ไม่เช่นนั้นจะมีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลภายในเดือนธันวาคม แต่ไม่สามารถทำได้เพราะน้ำท่วมเสียก่อน “ผมคิดว่าเป็นคำพูดที่เลือดเย็น ใจดำและโหดเหี้ยมกับคนไทยอย่างที่สุด ท่านพูดได้ยังไงครับว่าเป็นโชคดีที่น้ำท่วม ทำให้คนล้มรัฐบาลไม่ได้ มันแสดงชัดเจนว่าท่านเห็นความอยู่รอดของรัฐบาลสำคัญกว่าความทุกข์ยากของชาวบ้าน ถ้าท่านยังมีอำนาจอยู่ประชาชนจะจมน้ำตายช่างหัวมัน นี่คือผู้แทนปวงชนหรือครับ นายจตุพรอ้างถึงนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำว่า ท่านมอบให้กองทัพดู 5 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยเพราะถ้าล้มเหลวจะได้เฉลี่ยความรับผืดชอบไป 50 % เท่ากับว่าท่านคิดทุกอย่างเป็นการเมืองหมด หวังโยนบาปให้กองทัพ เป็นที่มาของความล้มเหลวในทุกด้านของรัฐบาล ผมคิดว่าพี่น้องเสื้อแดงคงตาสว่างมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะที่พะเยาเท่านั้น เพราะหลายพื้นที่พี่น้องเสื้อแดงน้ำท่วมแต่นายจตุพรกลับขึ้นรถแห่หาเสียง” นายชวนนท์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพรได้กล่าวหาว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้กักน้ำในเขื่อนภูมิพลไว้มาก จนเป็นสาเหตุน้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้ นายชวนนท์ กล่าวว่า ทุกอย่างยืนยันด้วยสถิติน้ำในเขื่อนได้ ซึ่งในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ระดับน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 55 % ไม่ได้สูงผิดปกติ แต่เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยไม่มีการพร่องน้ำอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้ต่างหากที่รัฐบาลต้องตอบว่าทำไมจึงไม่มีการบริหารจัดการน้ำจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่มีคนเสียชีวิตแล้วเกือบ 400 ราย ถ้าหากกล่าวหาว่าประชาธิปัตย์วางยา หมายถึงว่าประชาธิปัตย์แกล้งแพ้เลือกตั้งด้วยใช่หรือไม่
“นายจตุพร ควรไปอ่านคำสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะทราบว่าใครต้องรับผิดชอบกับความเสียหายของชาติในเวลานี้ ผมทบทวนคำพูดของนายกรัฐมนตรีให้ฟังก็ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่า เราดูแลมา 3-4 เดือนแล้ว บางส่วนเข้ามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และเจอพายุ 4 ลูกติดต่อกัน โดยปกติแล้วเจอพายุลูกหนึ่ง ก็จะถูกระบายผ่านเขื่อน และมีช่วงพักในการระบายน้ำ แต่วันนี้ไม่ใช่ เจอลูกหนึ่งก็เก็บไว้ๆ และเจออีกหลายลูก ก็ยังเก็บต่ออีก จึงกลายเป็นปริมาณน้ำที่สะสมมาถึง 4 ลูก. ชัดเจนน่ะว่า รัฐบาลไหนที่บริหารจัดการน้ำล้มเหลว เรื่องนี้อย่าโยนบาปให้อธิบดีกรมชลประทานหรือหาแพะหลังสถานการณ์น้ำท่วม แต่ควรสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังว่า ใครทำให้การบริหารน้ำล้มเหลว อย่าให้มีการกล่าวอ้างว่าไม่บริหารน้ำไปบางพื้นที่เพราะมีเศรษฐีตะวันออกไปซื้อที่นาไว้ทำนา หรือท่านไปตกลงลับ ๆ กับนิคมอุตสาหกรรม หรือมีนักการเมืองเอาปืนไปจ่อหัวเจ้าหนาที่กรมชลประทาน ทำให้ระบายน้ำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ รัฐบาลต้องทำทันทีหลังน้ำลด และประธานสภาไม่ควรเบี้ยวการเปิดประชุมอีก ไม่ต้องกลัวพรรคประชาธิปัตย์จะขยี้รัฐบาล เพราะประชาชนเตรียมขยี้รัฐบาลอยู่แล้ว หากไม่ยอมเปิดสภาหรือปิดสภานี้ ก็คือ เผด็จการใช้กลไกรัฐสภาพื่ดตัวเอง แต่ประชาธิปัตย์ใช้เวทีนี้เพื่อประชาชน ยืนยันสองวันนี้คือวันที่ 2 และ 3 นี้จัดหนักแน่นอน” นายชวนนท์ กล่าว
ขณะที่ นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง รมช.มหาดไทยเงา พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำข้อมูลสถิติระดับน้ำที่เก็บในเขื่อนภูมิพลในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อให้เห็นว่าระดับน้ำในเขื่อนภูมิพล ยุคที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนไว้ให้ไม่เกิน 1หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร โดยค่อยทะยอยปล่อยน้ำไม่ให้มากเกินความจุเขื่อน แต่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับปล่อยให้มีการเก็บน้ำเหนือเขื่อนสูงมากถึง 9 พันล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 3 สิงหาคมี่ผ่านมา และได้ปล่อยให้มีการเก็บน้ำต่อไปอีกจนในเขื่อนมีน้ำสูงมากถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเก็บน้ำจนเข้าขั้นวิกฤตจึงสั่งให้ปล่อยน้ำออกมาจำนวนมาก ซึ่งต่างจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่จะพร่องน้ำจากเขื่อนเมื่อระดับน้ำสูงไม่เกิน 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร โดยตั้งคำถามกลับไปที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯว่า ทำไมรัฐบาลชุดนี้ได้กักน้ำเหนือเขื่อนไว้มากมากถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเกินกว่าระดับที่เขื่อนจะรับไหวและสั่งปล่อยทีเดียวจำนวนมากจนน้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคเหนือตอนล่าง เท่ากับตั้งใจให้เกิดน้ำท่วมใช่หรือไม่ สิ่งที่พูดไม่ใช่การโยนความผิดไปมา เพราะข้อมูลน้ำทั้งหมดที่อ้างอิงก็นำมาจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ http//tiwrm.haii.or.th แต่ก็ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลจะปกปิดข้อมูลน้ำที่เผยแพร่ผ่านเวปไซต์ดังกล่าวแล้วหรือยัง
พท.เบรกปชป.ใช้เวทีสภาโจมตีรัฐบาล
ตุลาคม 31, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
เพื่อไทยเบรกปชป.อย่าฉวยโอกาสใช้เวทีประชุมสภาฯ 2-3 พ.ย. ถล่มรัฐบาลบ้อท่าแก้วิกฤตน้ำท่วม ติงให้วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ หยุดจ้องดิสเครดิต หาผลประโยชน์ทางการเมือง ยันรัฐบาลแก้ปัญหาเต็มที่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะให้สมาชิกพรรคที่ได้ลงพื้นที่ไปช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยตามพื้นที่ต่างๆ มาแสดงความเห็นถึงปัญหา อุปสรรค ข้อร้องเรียน และแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วม และการฟื้นฟูภายหลังจากน้ำลด จากนั้นในวันที่ 2-3 พ.ย.จะนำปัญหาเรื่องน้ำท่วมไปหารือต่อในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่มีความเป็นห่วงว่า พรรคประชาธิปัตย์จะใช้เวทีประชุมสภาฯเป็นช่องทางในการโจมตี ดิสเครดิตรัฐบาล แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะระบุว่า พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลแก้ปัญหา แต่กลับปล่อยให้พวกลิ่วล้อออกมาโจมตีรัฐบาลตลอดเวลา เหมือนกับปากว่าตาขยิบ จึงขอร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ใช้เวทีการประชุมสภา ในวันที่ 2-3 พ.ย. ช่วยกันระดมความคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ต้องให้กำลังใจรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่แก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ อย่าใช้เวทีสภามาเล่นเกมการเมืองเพื่อหวังผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว
สภาฯลุยเปิดประชุม 2-3 พ.ย. เลื่อนถกงบฯ55ไป 9-10 พ.ย.
ตุลาคม 31, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขณะนี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ส่วนวาระการประชุมประกอบด้วย กระทู้ถามทั่วไป ของสมาชิกสภาฯ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำคลองท่าแค ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง โดยน.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ 2.เรื่องขยายช่องจราจรถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 และซ่อมแซมถนนทางหลวงภายในจังหวัดศรีสะเกษ โดยนางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และ3.เรื่องรับจำนำสินค้าเกษตรอื่นที่นอกเหนือจากข้าว โดยนายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาวาระร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 นั้น เบื้องต้นนายสมศักดิ์ได้กำหนดไว้เป็นระหว่างวันที่ 9-10 พ.ย. เนื่องจากขณะนี้สมาชิกสภาฯเดินทางมารับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่อาคารรัฐสภาไม่มากเท่าที่ควร จึงเกรงว่าหากกำหนดวาระประชุมในวันที่ 2-3 พ.ย. สมาชิกสภาฯอาจนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปพิจารณาไม่ทัน โดยสภาฯได้ทำหนังสือแจ้งให้สมาชิกฯมารับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ทางรัฐบาลได้จัดส่งมาให้ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา
“มาร์ค” รอดูท่าทีปธ.สภาฯ หลังเสนอแก้ไขปัญหา “นายกฯปู” เลี่ยงตอบกระทู้ตลอด
ตุลาคม 7, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews
“มาร์ค” รอดูท่าทีปธ.สภาฯ หลังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการประชุมสภาฯ ประเด็น “ นายกฯปู” เลี่ยงตอบกระทู้ตลอด
เมื่อเวลา 06.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้สดในสภา ว่า ได้เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาแล้วว่า ควรทำหนังสือจากฝ่ายนิติบัญญัติไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้ฝ่ายบริหาร ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่งานของแต่ละฝ่ายต้องดำเนินต่อไปด้วย ทั้งนี้ยังไม่สรุปว่าหนทางเดียวที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามฝ่ายค้านในสภาได้ คือ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยขอรอดูบทบาทของประธานสภาว่าจะมีการหารือกับรัฐบาลอย่างไรให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน เพื่อให้บรรยากาศการทำงานในสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พท.-ปชป.แลกหมัดจี้ตั้งกมธ.สอบติดกล้องปลอม
กันยายน 26, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 ก.ย. จะมีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการตามที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ นอกจากนี้จะมีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเหตุระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่นายสุเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตามที่นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบกล้องซีซีทีวีในภาคใต้ ตามที่นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ
สภาป่วนอีกแล้ว! (ชมภาพชุด)
กันยายน 22, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
บรรยากาศการประชุมสภา การตั้งกระทู้ถามสดของฝ่ายค้านและนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.ปชป.ได้กล่าวเปรียบเปรยถึง”หมา”พร้อมกับกล่าวโทษนายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานสภาว่าทำหน้าที่ไม่
เป็นกลางทำให้ฝ่ายรัฐบาลไม่พอใจโต้เถียงกันไปมา และฝ่ายค้านบางส่วนก็ได้ประท้วงโดยการเดินออกนอกห้องประชุมไป
นายจิรยุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายเรื่องกล้องวงจรปิด cctv ของ กทม.ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ทำให้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.ปชป.ต้องลุกขึ้นชี้แจง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯตอบกระทู้ถามของนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ปชป.เรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม ที่ห้องประชุมรัฐสภา
จับตาวาระครม.คืนเงินรถคันแรก ลดภาษีนิติบุคคล
จับตาวาระครม. รบ.ปู ปั่นผลงานแรกทุ่ม 3 หมื่นล.จ่ายคืนภาษีรถคันแรกคันละแสน “คลัง” ชงยกเว้นภาษีต่อ 3 ปี หนุนวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็ก รมว.กษ.ขอหารือครม.จ่ายชดเชยน้ำท่วมช่วยชาวนาเพิ่มไร่ละ 1,500-2,000 บาท พณ.ชงของบ 2 พันล.จัดธงฟ้าขายของถูกช่วยปชช. น้ำท่วม ลุ้นมท.ชงตั้ง“พระนาย สุวรรณรัฐ”ปลัดมท. คนใหม่ เด้ง“วิเชียร ชวลิต”เด็กเนวิน เข้ากรุสำนักนายกฯ “ประชา”ชงย้ายล้างบางจัดแถวซี 10 ยธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 13 ก.ย.ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีระเบียบวาระที่น่าจับตาหลายเรื่อง ทั้งการเสนอขอช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยของหน่วยงานต่าง ๆ และเรื่องที่เป็นโครงการสำคัญ ๆ อาทิ เช่น กระทรวงการคลัง เสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการและแนวทางการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก โดยขออนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบฯ 2554 จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และขออนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบฯ 2556 จำนวน 30,000 ล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 100,000 บาทหลักเกณฑ์การคืนเงินให้การซื้อรถยนต์คันแรกจะต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 จนถึง วันที่ 31 ธ.ค. 2555 เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลบ.ซม./รถกระบะ/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก และเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นใประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ โดยรัฐจะคืนเงินให้เท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริงบแต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน โดยผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยการคืนเงินจะคืนให้เมื่อครองครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว(เริ่มจ่ายเช็คคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป)
สำหรับเรื่องเกี่ยวกับการช่วเยหลือฟื้นฟูอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศในขณะนี้ นอกจากทางศอส. จะสรุปความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมดินโคลนถล่ม ที่อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตร์ เพื่อขอุมัติแนวทางและงบประมาณในการช่วยหลือแล้วนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอให้ครม. อนุมัติงบประมาณปี 55 วงเงิน 2 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดงานธงฟ้าทั่วประเทศ 1 พันครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยน้ำท่วม-ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
ด้านธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะขอหารือที่ประชุมเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวที่ ประสบปัญหา น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงรอยตัวระหว่างโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลชุดเดิม และการเริ่มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบัน โดยจะเสนอให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกเหนือจากการจ่ายเงินชดเชยไร่ละ 2,222 บาท ซึ่ง ครม.เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ โดยการจ่ายเงินเยียวยา เพิ่มเติม จะเอาหลักการในโครงการประกันรายได้เดิมเข้ามาช่วย เช่น ชดเชยให้ในส่วนต่างระหว่างราคารับจำนำข้าวที่รัฐบาลกำหนดกับราคาขายข้าว ปัจจุบัน ซึ่งเท่าที่ดูข้อมูลเบื้องต้น จำนวนเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือในขณะนี้มีจำนวนไม่มากนัก คำนวณวงเงินออกมาแล้วน่าจะอยู่ประมาณ ไร่ละ 1,500-2,000 บาท
กระทรวงการคลัง ยังเสนอขอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การขยายเวลามาตรการภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชน) เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนที่มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1,800,000 บาท ต่อปี ยังคงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีความเข้มแข็ง และพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการค้าในอนาคตซึ่งสอดลคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน จึงเห็นสมควรให้มีการขยายเวลามาตรการภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชนต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับวิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54 ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 56 สำหรับเงินได้พึงประเมินปีละไม่เกิน 1,800,000บาท
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ขออนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกไปสาธารณัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย และกำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าจากลิเบีย พ.ศ….. ซึ่งเป็นการดำเนินการมาตรการคว่ำบาตรอาวุธต่อลิเบีย
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที เสนอให้ครม.พิจารณาชีขาดแนวทางการรักษาวงโคจรดาวเทียม โดยเสนอให้มีการเปิดทางให้บริษัทไทยคม จำกัด(มหาชน) ร่วมมือกับ บริษัท อาเชียแซทของฮ่องกง ร่วงรักษาสิทธิประเทศไทย ทั้งนี้ภายหลังจากทีไอทียูขีดเส้นตายสิ้นปีนี้ จะต้องมีดาวเทียมในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก
สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชกาที่ต้องจับจาคือ ต้องติตตามดุว่าจะมีกาเรสอนการแต่งตั้งปลัดรกทะรวงคนใหม่ โดยเสนอแต่งตั้งนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวง ขึ้นแทนนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวง มท.คนปัจจุบันหรือไม่
ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีวาระเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม จำนวน 3 ตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทำให้มีการโยกย้ายสลับตำแหน่งระดับ 10 หลายตำแหน่ง ได้แก่ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้นายพิทยา จิณาวัฒน์ จากรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และขอตัว พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. มาช่วยราชการ 1 ปี ในตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ายนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม แล้วแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์
นอกจากนี้ ย้ายนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใจภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม โดยสลับให้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มาเป็นเลขาธิการป.ป.ท.แทน สำหรับตำแหน่งของนายนัทธี จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ที่จะเกษียณอายุราชการอีก 1 ตำแหน่งนั้น แต่งตั้งให้นายฐานิส ศรียะพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ตรวจราชการ
สำหรับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อยู่ในคิวที่จะโยกสลับไปกินตำแหน่งเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 11 โดยจะเสนอเป็นวาระจรให้ที่ประชุมครม.พิจารณา หาก พ.ต.อ.ทวี ได้รับเลื่อนไปเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. จะส่งผลให้ระดับ 10 ในกระทรวงยุติธรรมว่างอีก 1 ตำแหน่ง จึงเลื่อนให้พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
เกือบงามหน้า “ประชุมร่วมฯ” นัดสุดท้ายหวิดล่ม
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นนัดสุดท้ายก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม แต่กว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมได้ต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากส.ส. และส.ว.ยังมาลงชื่อไม่ครบองค์ประชุม จนต้องเปิดให้สมาชิกหารือไปก่อน ต่อมาองค์ประชุมครบ นายชัยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าคณะรัฐมนตรีได้ขอถอนหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชการอาณาจักรไทยจำนวน 8 ฉบับ ได้แก่ 1.การดำเนินงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญยาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2.นุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง 3.ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน 4.บัญทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งออสเตรเลีย
หืดขึ้นคอส.ส.-ส.ว.หายหน้าเป็นแถว
5.บันทึกการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า และร่างความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า 6.ร่างกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบกระหว่างไทย-ลาว-จีน 7. บันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาครั้งที่ 7 และ 8. กฎบัตรสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ดังนั้นที่ประชุมจึงต้องลงมติว่าจะให้ถอนหรือไม่ ซึ่งนายชัยได้กดออดเพื่อนับองค์ประชุมนานกว่า 10 นาที แต่ยังเห็นว่าสมาชิกอยู่ในห้องน้อยมาก นายชัยจึงได้กล่าวว่ามีสมาชิกมาเซ็นชื่อเกือบ 400 คน ขอให้มาลงคะแนนจะได้รู้ว่าใครมาเซ็นชื่อแล้วไม่อยู่ในห้องบ้าง แต่ก็เข้าใจว่าใกล้เลือกตั้งแล้ว ตอนนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทย หายไปเกือบหมด ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายขอให้รัฐบาลส่งรัฐมนตรีมาชี้แจงเหตุผลที่ต้องถอนร่างดังกล่าวออกไป แต่รัฐบาลไม่ได้เตรียมรัฐมนตรีไว้คอยชี้แจง ทำให้นายชัยต้องสั่งพักการประชุม 10 นาที
เกือบงามหน้าองค์ประชุมผ่านฉิวเฉียด
เมื่อเปิดประชุมอีกครั้ง นายชัยกล่าวว่า ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อถึง 414 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครม. ได้ชี้แจงเหตุผลการถอนระเบียบวาระทั้ง 8 ฉบับออกไป ว่า เนื่องจากหนังสือสัญญาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และจะมีการออกกฎหมายลูก จึงขอถอนหนังสือสัญญาทั้งหมดออกไปก่อน ทั้งนี้นายชัยได้กล่าวก่อนจะขอมติการถอนร่างแต่ละฉบับว่า ขออ้อนวอน ขอความกรุณาเข้าห้องประชุม และช่วยอนุเคราะห์เสียบบัตรแสดงตนจะเป็นความกรุณาอย่างสูงยิ่ง คนที่อยู่ในห้องนี้ขอให้ได้รับเลือกตั้งทุกคนในรอบหน้า จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มทยอยลงมติ โดยเสียงข้างมากมีมติเห็นชอบให้ถอนหนังสือสัญญาทั้ง 8 ฉบับ จากนั้นนายชัยกล่าวว่า เราในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา ได้ทำหน้าที่ครบหมดไม่มีตกค้างในสภา แม้แต่เรื่องเดียว เราได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างมหาศาล ถึงจะยุบสภาวันนี้เราก็พร้อม เพราะเราทำหน้าที่พร้อมแล้ว ดังนั้นก่อนจากกันในฐานะประธานรัฐสภา โดยเลขาฯทั้งสองสภา ขอเชิญสมาชิกทุกคนร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน และสั่งปิดประชุมในเวลา 12.10 น.
“ปู่ชัย” ยันประชุมสมัยหน้าต้องแก้กฎนับองค์ประชุมแทนเสียบบัตร คาดยุบสภา 6 พ.ค.
เมษายน 29, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมสภาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ยังคงเกิดสภาล่ม มองว่าเป็นเรื่องของนิสัยคนไทย เราต้องอภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งตนได้กำชับและขอความร่วมมือกับ ส.ส. ทุกคนช่วยทำร่างพ.ร.บ. ทั้ง 7 ฉบับ ให้ผ่าน ถ้าในวันนี้มาครบองค์ประชุม ก็จะทำให้ร่าง พ.ร.บ. ที่พิจารณาอยู่ผ่านไปได้ แต่ถ้ามาไม่ครบองค์ประชุม ก็คงต้องค้างไว้ให้สมัยหน้าพิจารณาต่อไป เป็นเรื่องธรรมชาติของการเมือง ที่ ส.ส. ไม่ค่อยอยากสนใจเรื่องกฎหมาย สนใจแต่พบปะประชาชนเพราะกลัวสอบตก ตนคิดว่าถ้ารออีก 10 นาที องค์ประชุมคงครบ อีกทั้งท่านประธานในที่ประชุมใจร้อนไปหน่อย ถ้าเป็นตนคงจะอยู่รอจนครบองค์ประชุม และกฎหมายก็น่าจะผ่านได้ เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีแก้กฎข้อบังคับการประชุม นายชัย กล่าวว่า แน่นอน สมัยต่อไปคงต้องมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา อย่างสมัยก่อนไม่มีการเสียบบัตรแสดงตน ก็ต้องนับองค์ประชุมในห้องแทนก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอมีการเสียบบัตร ก็มีการให้เพื่อนเสียบบัตรแทน จนเกิดปัญหา
เมื่อถามว่า การประชุมสภาจะเสร็จสิ้นภายในวันไหน นายชัย กล่าวว่า คาดว่าจะมีประชุมวันสุดท้ายในวันที่ 4 พ.ค. ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณานำเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 2 พ.ค. ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยคาดว่าในวันที่ 2 พ.ค. อาจจะมีการพิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขอะไร จากนั้นจะส่งกลับเข้าสู่สภา และส่งให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อโปรดเกล้าฯ ประกาศยุบสภา โดยขั้นตอนนั้นจะมีการส่งเรื่องเสนอไปยังสำนักราชเลขาสู่พระองค์ท่าน เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยออกเป็นพระราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้เป็นกฎหมาย และ กกต. ก็รับช่วงต่อไปเพื่อประกาศวันที่เลือกตั้งแน่นอน
เมื่อถามว่า เชื่อว่ากระบวนทุกอย่างจะดำเนินการตามกรอบยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ตนคิดว่ากระบวนการยุบสภานั้นมีแน่นอน แม้ในเรื่องเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย – กัมพูชา ก็มีการลงนามหยุดยิงกันแล้ว แม้ว่าจะมีการปะทะกันบ้าง ก็เป็นการสะกิดกัน เป็นพี่น้องกันคงไม่มีอะไร เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีการหารือการยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่าไม่ได้หารือหรือคุยกัน แต่เรื่องนี้ตนเคยเรียนนายกฯมานานแล้วว่า การยุบสภาควรเป็นวันที่ 6 พ.ค. หลังจากวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสำคัญ ตนก็ได้บอกไปแค่นี้ อย่างไรก็ตาม หากมีการยุบสภาในช่วงวันเวลาที่นายกฯ กำหนดนั้น ในเรื่องการทำงานของสภาก็ยังคงมีวุฒิสภารับช่วงในการทำหน้าที่ต่อไปอย่างไรก็ตาม หากมีการยุบสภาในช่วงวันเวลาที่นายกฯ กำหนดนั้น ในเรื่องการทำงานของสภาก็ยังคงมีวุฒิสภารับช่วงในการทำหน้าที่ต่อไป
















กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












