สภาฯลุยเปิดประชุม 2-3 พ.ย. เลื่อนถกงบฯ55ไป 9-10 พ.ย.
ตุลาคม 31, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขณะนี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ส่วนวาระการประชุมประกอบด้วย กระทู้ถามทั่วไป ของสมาชิกสภาฯ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำคลองท่าแค ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง โดยน.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ 2.เรื่องขยายช่องจราจรถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 และซ่อมแซมถนนทางหลวงภายในจังหวัดศรีสะเกษ โดยนางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และ3.เรื่องรับจำนำสินค้าเกษตรอื่นที่นอกเหนือจากข้าว โดยนายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาวาระร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 นั้น เบื้องต้นนายสมศักดิ์ได้กำหนดไว้เป็นระหว่างวันที่ 9-10 พ.ย. เนื่องจากขณะนี้สมาชิกสภาฯเดินทางมารับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่อาคารรัฐสภาไม่มากเท่าที่ควร จึงเกรงว่าหากกำหนดวาระประชุมในวันที่ 2-3 พ.ย. สมาชิกสภาฯอาจนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปพิจารณาไม่ทัน โดยสภาฯได้ทำหนังสือแจ้งให้สมาชิกฯมารับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ทางรัฐบาลได้จัดส่งมาให้ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา
“มาร์ค” รอดูท่าทีปธ.สภาฯ หลังเสนอแก้ไขปัญหา “นายกฯปู” เลี่ยงตอบกระทู้ตลอด
ตุลาคม 7, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews
“มาร์ค” รอดูท่าทีปธ.สภาฯ หลังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการประชุมสภาฯ ประเด็น “ นายกฯปู” เลี่ยงตอบกระทู้ตลอด
เมื่อเวลา 06.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้สดในสภา ว่า ได้เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาแล้วว่า ควรทำหนังสือจากฝ่ายนิติบัญญัติไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้ฝ่ายบริหาร ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่งานของแต่ละฝ่ายต้องดำเนินต่อไปด้วย ทั้งนี้ยังไม่สรุปว่าหนทางเดียวที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามฝ่ายค้านในสภาได้ คือ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยขอรอดูบทบาทของประธานสภาว่าจะมีการหารือกับรัฐบาลอย่างไรให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน เพื่อให้บรรยากาศการทำงานในสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พท.-ปชป.แลกหมัดจี้ตั้งกมธ.สอบติดกล้องปลอม
กันยายน 26, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 ก.ย. จะมีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการตามที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ นอกจากนี้จะมีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเหตุระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่นายสุเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตามที่นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบกล้องซีซีทีวีในภาคใต้ ตามที่นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ
สภาป่วนอีกแล้ว! (ชมภาพชุด)
กันยายน 22, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
บรรยากาศการประชุมสภา การตั้งกระทู้ถามสดของฝ่ายค้านและนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.ปชป.ได้กล่าวเปรียบเปรยถึง”หมา”พร้อมกับกล่าวโทษนายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานสภาว่าทำหน้าที่ไม่
เป็นกลางทำให้ฝ่ายรัฐบาลไม่พอใจโต้เถียงกันไปมา และฝ่ายค้านบางส่วนก็ได้ประท้วงโดยการเดินออกนอกห้องประชุมไป
นายจิรยุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายเรื่องกล้องวงจรปิด cctv ของ กทม.ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ทำให้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.ปชป.ต้องลุกขึ้นชี้แจง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯตอบกระทู้ถามของนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ปชป.เรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม ที่ห้องประชุมรัฐสภา
จับตาวาระครม.คืนเงินรถคันแรก ลดภาษีนิติบุคคล
จับตาวาระครม. รบ.ปู ปั่นผลงานแรกทุ่ม 3 หมื่นล.จ่ายคืนภาษีรถคันแรกคันละแสน “คลัง” ชงยกเว้นภาษีต่อ 3 ปี หนุนวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็ก รมว.กษ.ขอหารือครม.จ่ายชดเชยน้ำท่วมช่วยชาวนาเพิ่มไร่ละ 1,500-2,000 บาท พณ.ชงของบ 2 พันล.จัดธงฟ้าขายของถูกช่วยปชช. น้ำท่วม ลุ้นมท.ชงตั้ง“พระนาย สุวรรณรัฐ”ปลัดมท. คนใหม่ เด้ง“วิเชียร ชวลิต”เด็กเนวิน เข้ากรุสำนักนายกฯ “ประชา”ชงย้ายล้างบางจัดแถวซี 10 ยธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 13 ก.ย.ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีระเบียบวาระที่น่าจับตาหลายเรื่อง ทั้งการเสนอขอช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยของหน่วยงานต่าง ๆ และเรื่องที่เป็นโครงการสำคัญ ๆ อาทิ เช่น กระทรวงการคลัง เสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการและแนวทางการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก โดยขออนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบฯ 2554 จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และขออนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบฯ 2556 จำนวน 30,000 ล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 100,000 บาทหลักเกณฑ์การคืนเงินให้การซื้อรถยนต์คันแรกจะต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 จนถึง วันที่ 31 ธ.ค. 2555 เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลบ.ซม./รถกระบะ/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก และเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นใประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ โดยรัฐจะคืนเงินให้เท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริงบแต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน โดยผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยการคืนเงินจะคืนให้เมื่อครองครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว(เริ่มจ่ายเช็คคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป)
สำหรับเรื่องเกี่ยวกับการช่วเยหลือฟื้นฟูอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศในขณะนี้ นอกจากทางศอส. จะสรุปความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมดินโคลนถล่ม ที่อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตร์ เพื่อขอุมัติแนวทางและงบประมาณในการช่วยหลือแล้วนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอให้ครม. อนุมัติงบประมาณปี 55 วงเงิน 2 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดงานธงฟ้าทั่วประเทศ 1 พันครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยน้ำท่วม-ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
ด้านธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะขอหารือที่ประชุมเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวที่ ประสบปัญหา น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงรอยตัวระหว่างโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลชุดเดิม และการเริ่มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบัน โดยจะเสนอให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกเหนือจากการจ่ายเงินชดเชยไร่ละ 2,222 บาท ซึ่ง ครม.เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ โดยการจ่ายเงินเยียวยา เพิ่มเติม จะเอาหลักการในโครงการประกันรายได้เดิมเข้ามาช่วย เช่น ชดเชยให้ในส่วนต่างระหว่างราคารับจำนำข้าวที่รัฐบาลกำหนดกับราคาขายข้าว ปัจจุบัน ซึ่งเท่าที่ดูข้อมูลเบื้องต้น จำนวนเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือในขณะนี้มีจำนวนไม่มากนัก คำนวณวงเงินออกมาแล้วน่าจะอยู่ประมาณ ไร่ละ 1,500-2,000 บาท
กระทรวงการคลัง ยังเสนอขอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การขยายเวลามาตรการภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชน) เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนที่มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1,800,000 บาท ต่อปี ยังคงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีความเข้มแข็ง และพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการค้าในอนาคตซึ่งสอดลคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน จึงเห็นสมควรให้มีการขยายเวลามาตรการภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชนต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับวิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54 ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 56 สำหรับเงินได้พึงประเมินปีละไม่เกิน 1,800,000บาท
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ขออนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกไปสาธารณัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย และกำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าจากลิเบีย พ.ศ….. ซึ่งเป็นการดำเนินการมาตรการคว่ำบาตรอาวุธต่อลิเบีย
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที เสนอให้ครม.พิจารณาชีขาดแนวทางการรักษาวงโคจรดาวเทียม โดยเสนอให้มีการเปิดทางให้บริษัทไทยคม จำกัด(มหาชน) ร่วมมือกับ บริษัท อาเชียแซทของฮ่องกง ร่วงรักษาสิทธิประเทศไทย ทั้งนี้ภายหลังจากทีไอทียูขีดเส้นตายสิ้นปีนี้ จะต้องมีดาวเทียมในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก
สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชกาที่ต้องจับจาคือ ต้องติตตามดุว่าจะมีกาเรสอนการแต่งตั้งปลัดรกทะรวงคนใหม่ โดยเสนอแต่งตั้งนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวง ขึ้นแทนนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวง มท.คนปัจจุบันหรือไม่
ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีวาระเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม จำนวน 3 ตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทำให้มีการโยกย้ายสลับตำแหน่งระดับ 10 หลายตำแหน่ง ได้แก่ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้นายพิทยา จิณาวัฒน์ จากรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และขอตัว พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. มาช่วยราชการ 1 ปี ในตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ายนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม แล้วแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์
นอกจากนี้ ย้ายนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใจภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม โดยสลับให้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มาเป็นเลขาธิการป.ป.ท.แทน สำหรับตำแหน่งของนายนัทธี จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ที่จะเกษียณอายุราชการอีก 1 ตำแหน่งนั้น แต่งตั้งให้นายฐานิส ศรียะพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ตรวจราชการ
สำหรับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อยู่ในคิวที่จะโยกสลับไปกินตำแหน่งเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 11 โดยจะเสนอเป็นวาระจรให้ที่ประชุมครม.พิจารณา หาก พ.ต.อ.ทวี ได้รับเลื่อนไปเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. จะส่งผลให้ระดับ 10 ในกระทรวงยุติธรรมว่างอีก 1 ตำแหน่ง จึงเลื่อนให้พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
เกือบงามหน้า “ประชุมร่วมฯ” นัดสุดท้ายหวิดล่ม
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นนัดสุดท้ายก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม แต่กว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมได้ต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากส.ส. และส.ว.ยังมาลงชื่อไม่ครบองค์ประชุม จนต้องเปิดให้สมาชิกหารือไปก่อน ต่อมาองค์ประชุมครบ นายชัยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าคณะรัฐมนตรีได้ขอถอนหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชการอาณาจักรไทยจำนวน 8 ฉบับ ได้แก่ 1.การดำเนินงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญยาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2.นุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง 3.ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน 4.บัญทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งออสเตรเลีย
หืดขึ้นคอส.ส.-ส.ว.หายหน้าเป็นแถว
5.บันทึกการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า และร่างความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า 6.ร่างกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบกระหว่างไทย-ลาว-จีน 7. บันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาครั้งที่ 7 และ 8. กฎบัตรสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ดังนั้นที่ประชุมจึงต้องลงมติว่าจะให้ถอนหรือไม่ ซึ่งนายชัยได้กดออดเพื่อนับองค์ประชุมนานกว่า 10 นาที แต่ยังเห็นว่าสมาชิกอยู่ในห้องน้อยมาก นายชัยจึงได้กล่าวว่ามีสมาชิกมาเซ็นชื่อเกือบ 400 คน ขอให้มาลงคะแนนจะได้รู้ว่าใครมาเซ็นชื่อแล้วไม่อยู่ในห้องบ้าง แต่ก็เข้าใจว่าใกล้เลือกตั้งแล้ว ตอนนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทย หายไปเกือบหมด ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายขอให้รัฐบาลส่งรัฐมนตรีมาชี้แจงเหตุผลที่ต้องถอนร่างดังกล่าวออกไป แต่รัฐบาลไม่ได้เตรียมรัฐมนตรีไว้คอยชี้แจง ทำให้นายชัยต้องสั่งพักการประชุม 10 นาที
เกือบงามหน้าองค์ประชุมผ่านฉิวเฉียด
เมื่อเปิดประชุมอีกครั้ง นายชัยกล่าวว่า ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อถึง 414 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครม. ได้ชี้แจงเหตุผลการถอนระเบียบวาระทั้ง 8 ฉบับออกไป ว่า เนื่องจากหนังสือสัญญาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และจะมีการออกกฎหมายลูก จึงขอถอนหนังสือสัญญาทั้งหมดออกไปก่อน ทั้งนี้นายชัยได้กล่าวก่อนจะขอมติการถอนร่างแต่ละฉบับว่า ขออ้อนวอน ขอความกรุณาเข้าห้องประชุม และช่วยอนุเคราะห์เสียบบัตรแสดงตนจะเป็นความกรุณาอย่างสูงยิ่ง คนที่อยู่ในห้องนี้ขอให้ได้รับเลือกตั้งทุกคนในรอบหน้า จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มทยอยลงมติ โดยเสียงข้างมากมีมติเห็นชอบให้ถอนหนังสือสัญญาทั้ง 8 ฉบับ จากนั้นนายชัยกล่าวว่า เราในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา ได้ทำหน้าที่ครบหมดไม่มีตกค้างในสภา แม้แต่เรื่องเดียว เราได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างมหาศาล ถึงจะยุบสภาวันนี้เราก็พร้อม เพราะเราทำหน้าที่พร้อมแล้ว ดังนั้นก่อนจากกันในฐานะประธานรัฐสภา โดยเลขาฯทั้งสองสภา ขอเชิญสมาชิกทุกคนร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน และสั่งปิดประชุมในเวลา 12.10 น.
“ปู่ชัย” ยันประชุมสมัยหน้าต้องแก้กฎนับองค์ประชุมแทนเสียบบัตร คาดยุบสภา 6 พ.ค.
เมษายน 29, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมสภาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ยังคงเกิดสภาล่ม มองว่าเป็นเรื่องของนิสัยคนไทย เราต้องอภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งตนได้กำชับและขอความร่วมมือกับ ส.ส. ทุกคนช่วยทำร่างพ.ร.บ. ทั้ง 7 ฉบับ ให้ผ่าน ถ้าในวันนี้มาครบองค์ประชุม ก็จะทำให้ร่าง พ.ร.บ. ที่พิจารณาอยู่ผ่านไปได้ แต่ถ้ามาไม่ครบองค์ประชุม ก็คงต้องค้างไว้ให้สมัยหน้าพิจารณาต่อไป เป็นเรื่องธรรมชาติของการเมือง ที่ ส.ส. ไม่ค่อยอยากสนใจเรื่องกฎหมาย สนใจแต่พบปะประชาชนเพราะกลัวสอบตก ตนคิดว่าถ้ารออีก 10 นาที องค์ประชุมคงครบ อีกทั้งท่านประธานในที่ประชุมใจร้อนไปหน่อย ถ้าเป็นตนคงจะอยู่รอจนครบองค์ประชุม และกฎหมายก็น่าจะผ่านได้ เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีแก้กฎข้อบังคับการประชุม นายชัย กล่าวว่า แน่นอน สมัยต่อไปคงต้องมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา อย่างสมัยก่อนไม่มีการเสียบบัตรแสดงตน ก็ต้องนับองค์ประชุมในห้องแทนก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอมีการเสียบบัตร ก็มีการให้เพื่อนเสียบบัตรแทน จนเกิดปัญหา
เมื่อถามว่า การประชุมสภาจะเสร็จสิ้นภายในวันไหน นายชัย กล่าวว่า คาดว่าจะมีประชุมวันสุดท้ายในวันที่ 4 พ.ค. ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณานำเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 2 พ.ค. ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยคาดว่าในวันที่ 2 พ.ค. อาจจะมีการพิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขอะไร จากนั้นจะส่งกลับเข้าสู่สภา และส่งให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อโปรดเกล้าฯ ประกาศยุบสภา โดยขั้นตอนนั้นจะมีการส่งเรื่องเสนอไปยังสำนักราชเลขาสู่พระองค์ท่าน เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยออกเป็นพระราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้เป็นกฎหมาย และ กกต. ก็รับช่วงต่อไปเพื่อประกาศวันที่เลือกตั้งแน่นอน
เมื่อถามว่า เชื่อว่ากระบวนทุกอย่างจะดำเนินการตามกรอบยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ตนคิดว่ากระบวนการยุบสภานั้นมีแน่นอน แม้ในเรื่องเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย – กัมพูชา ก็มีการลงนามหยุดยิงกันแล้ว แม้ว่าจะมีการปะทะกันบ้าง ก็เป็นการสะกิดกัน เป็นพี่น้องกันคงไม่มีอะไร เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีการหารือการยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่าไม่ได้หารือหรือคุยกัน แต่เรื่องนี้ตนเคยเรียนนายกฯมานานแล้วว่า การยุบสภาควรเป็นวันที่ 6 พ.ค. หลังจากวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสำคัญ ตนก็ได้บอกไปแค่นี้ อย่างไรก็ตาม หากมีการยุบสภาในช่วงวันเวลาที่นายกฯ กำหนดนั้น ในเรื่องการทำงานของสภาก็ยังคงมีวุฒิสภารับช่วงในการทำหน้าที่ต่อไปอย่างไรก็ตาม หากมีการยุบสภาในช่วงวันเวลาที่นายกฯ กำหนดนั้น ในเรื่องการทำงานของสภาก็ยังคงมีวุฒิสภารับช่วงในการทำหน้าที่ต่อไป
สภาฯล่มอีกแล้วทำตร.ฝันค้างกม.คุมม็อบ
เมษายน 21, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้วต่อเป็นวันที่ 2 โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายชัยได้ให้นายกว้าง รอบคอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน แทนพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตส.ส.สัดส่วนที่ลาออกไป ได้ลุกขึ้นปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง โดยนายชัยได้พูดกระเซ้าว่า ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่คงอยู่ได้ไม่นานเพราะเดี๋ยวก็ยุบสภาแล้ว จากนั้นจึงได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯต่อในมาตรา 8 เกี่ยวกับข้อห้ามพื้นที่ชุมนุม โดยกรรมาธิการฯได้เพิ่มเติมข้อความคำว่า “ไม่เข้าไป” และ “เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น” ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มเติมถ้อยคำดังกล่าว เพราะใน (1) ได้ระบุถึงสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระรัชทายาท รวมถึงสถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ ควรห้ามชุมนุมเด็ดขาดอยู่แล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการฯยอมตัดข้อความที่เพิ่มเติมทิ้ง
จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเรียงมาตราโดยมีมตราที่สำคัญซึ่งสส.ให้ความสนใจในการอภิปรายเป็นจำนวนมาก อาทิ มาตรา 19 ที่กำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน 24 ชั่วโมงหากจะดำเนินการชุมนุมต่อไป มาตรา 20 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องผ่านการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการควบคุมสถานการณ์และใช้เครื่องมือควบคุมได้ตามที่รัฐมนตรีกำหนด ขณะที่ มาตรา 22 ที่ประชุมสภาฯมีการแก้ไขโดยกำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเท่านั้นที่มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานรับผิดชอบดูแลการชุมนุม
ต่อมาเวลา 13.38 น.ภายหลังจากการพิจารณาเรียงรายมาตราในวาระ 2 เสร็จสิ้นทั้ง 39 มาตรา นายสามารถแก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานที่ประชุมได้กดปุ่มเรียกสส.มาลงมติในวาระ 3 ทั้งนี้การกดปุ่มเรียกสส.นายสามรถได้ใช้เวลานานกว่า 10 นาทีระหว่างนั้นสส.จากฝ่ายค้านและรัฐบาลเรียกร้องต่อนายสามารถขอให้รอสส.ก่อนเพราะอยู่ในระหว่างการเดินทางเข้าห้องประชุมสภาฯภายหลังจากการประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งนายสามารถได้กดปุ่มรออีกพักใหญ่ก่อนที่จะสั่งให้นับองค์ประชุมปรากฎว่ามีสส.อยู่เพียง 231 ไม่ครบองค์ประชุม 237 คนจากสส.ทั้งหมด 474 คน นายสามารถจึงสั่งปิดประชุมทันที โดยองค์ประชุมล่มครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ของสมัยประชุมนี้
“ชัย”ขู่ปิดประชุมสภาแต่เช้าหากไม่ครบเวลา10.30น.
เมษายน 7, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น.นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ 155 คน ยังไม่ครบองค์ประชุม ขอเลื่อนการประชุมออกไปเป็น 10.30 ถ้ายังไม่ครบก็จะปิดประชุม ทั้งนี้ตามเวลานัดหมายในการประชุมสภาเวลา 09.00 น.
สภาไทยทำแฮตทริก ล่ม3วันซ้อน!!
มีนาคม 31, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่(31 มี.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ว่า ว่าหลังจากการประชุมในช่วงเช้า มี ส.ส. เข้าร่วมอย่างบางตา ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมมาเป็น 10.30 น. จากเดิมมที่กำหนดไว้ 09.00 น. แต่ในระหว่างพิจารณา พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ก็ได้มีความพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้ลงมติและเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการแก้ไข แต่เมื่อมาถึง มาตรา15 ที่ต้องลงมติว่าจะเอาตามที่กรรมาธิการพิจารณาหรือตามที่มีการแปรญัตติ เอาไว้ โดยก่อนการลงมติ ได้มีการให้ ส.ส. แสดงตน ปรากฏว่าในครั้งแรกมี ส.ส. ร่วมประชุม 223 คน ซึ่งถือว่าไม่ครบองค์ประชุม แต่นายธนา ชีรวนิจ ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอให้แสดงตนใหม่ เพราะ ส.ส.กำลังทยอยมาจากห้องประชุม กรรมาธิกการเข้่ามาประชุม ซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในที่ประชุม ก็ได้รอเป็นเวลา 3 นาที ปรากฏว่าหลังจากแสดงตนอีกครั้งก็มี ส.ส. เข้าร่วมประชุม 218 คน น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือ 237 คน ทำให้ต้องปิดประชุมใน เวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ก่อนการลงมติพ.อ.อภิวันท์ ได้สั่งนับองค์ประชุมถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกนับองค์ประชุมได้จำนวน 223 คน ซึ่งนายธนา ชีรวินิจ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชอให้นับองค์ประชุมอีกครั้งเนื่องจากมีสส.จำนวนมากที่ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง3ฉบับกำลังเข้ามายังห้องประชุมเพื่อแสดงตน ซึ่งพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า จะรออีก 3 นาที จากนั้นได้ขอให้นับองค์ประชุมอีกครั้ง ปรากฎว่าเหลือจำนวนสส.เพียง 218 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งจำนวน 237 คนจากสส.ทั้งหมด 474 คน
การพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้นายชัย ได้กล่าวระหว่างการประชุมก่อนที่องค์ประชุมจะล่มว่าขอให้สส.ผู้เสนอคำแปรญัตติเห็นด้วยกับคำชี้แจงและการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ เพราะถ้าผู้เสนอคำแปรญัตติและกมธ.ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้ต้องตัดสินด้วยเสียงของที่ประชุมซึ่งอาจจะมีผลให้องค์ประชุมต้องล่มอีกเพราะมีสส.จำนวนหนึ่งไม่ได้เข้าห้องประชุม
ขณะเดียวกันมีรายงานว่าในวันที่ 1เม.ย.ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ประสานงานขอให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯงดการประชุมสภาฯโดยอ้างว่ามีสส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งจะต้องลงพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม แต่นายชัย ยังยืนยันจะกำหนดการประชุมตามเดิม เนื่องจากเป็นเพียงการพิจารณากระทู้ถามสดใช้องค์ประชุมเพียง 1 ใน 5 คน หรือเท่ากับ 95 คนเท่านั้น
สำหรับการประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติในสัปดาห์นี้ได้ยุติลงกลางคันมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ตั้งแต่การประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.และการประชุมสภาฯวันที่ 30 มี.ค.และล่าสุดในวันที่ 31 มี.ค.
นอกจากนี้ มีรายงานจากรัฐสภาว่า นายชัย ได้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือเวียนแจ้งสมาชิกรัฐสภาถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 19 และ 26 เม.ย. ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายรัฐมนตรี เตรียมประกาศยุบสภาในเดือนพ.ค.2554 เพื่อเร่งพิจารณาเรื่องที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระรอการพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา ตามมาตรา 190 จำนวน 18 เรื่อง
ในส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งกำหนดการประชุมเดือนเม.ย.ก่อนการยุบสภา เหลืออีก 8 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 7 เม.ย. ประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. วันที่ 8 เม.ย. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดและรายงานที่เสนอต่อสภาตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด วันที่ 20 เม.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. วันที่ 21 เม.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. วันที่ 22 เม.ย. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดและรายงานที่เสนอต่อสภาฯ วันที่ 27 เม.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. วันที่ 28 เม.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. และวันที่ 29 เม.ย. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดและรายงานที่เสนอต่อสภาฯ





















กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















