กต.เปิดตัวสมุดปกขาวแจงข้อพิพาทไทย-เขมร
กุมภาพันธ์ 9, 2012 by satartpandaz
Filed under breakingnews, การเมือง
กต. เปิดตัวสมุดปกขาว แจงข้อพิพาทไทย-กัมพูชา หวัง ประชาชนเข้าใจปัญหา มีความเห็นอย่างเป็นเอกภาพ
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมนายภาสกร ศิริยะพันธุ์ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก และนายธัชชยุติ ภักดี รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารและการเจรจาเขตแดนไทย-กัมพูชา” เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลแก้ประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
นายภาสกร กล่าวว่า เมื่อ 28 ต.ค. 2551 รัฐสภาไทยได้ให้ความเห็นชอบกรอบเจรจาการสำรวจจัดทำหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนว หรือ ดีมาร์เคชั่น ภายใต้กรอบการเจรจาของคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม หรือ เจบีซี ไทย-กัมพูชา ซึ่งการเจรจาดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ และหากได้ข้อสรุป จะต้องนำเข้ารัฐสภาให้พิจารณาตามมาตรา 190 วรรค 2 และ 3 ระบุไว้ว่า เป็นหน้าที่ที่รัฐมนตรีจะต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ว่าสนับสนุนการับรู้ และความเข้าใจของประชาชนต่อปัญหาเขตแดน ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงได้ให้ข้อมูลแก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
โดยหนังสือเล่มดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อเป็ส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข้อมูลด้วย จัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรก 20,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายให้ส่วนราชการ และสถานศึกษาในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถเดินทางมาขอได้ที่กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ หรือ สามารถเข้าชมได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยหวังว่า หนังสือดังกล่าว จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาได้ตรงกัน และดำเนินงารอย่างมีเอกภาพมากขึ้น
ปชป. แฉ “สุรพงษ์” ผิดมติปล่อยต่างชาติล่วงเข้าแดนไทย เสี่ยงเสียดินแดนให้เขมร
ธันวาคม 20, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
โฆษก ปชป.กัดไม่ปล่อย “สุรพงษ์” แฉซ้ำล่าสุด ฝืนมติครม. เปิดช่อง ให้ตัวแทนรัฐบาลเขมรจับมือต้อนตัวแทนยูเนสโก ขึ้นตรวจพื้นที่ข้อพิพาท “ปราสาทพระวิหาร” โดยไม่มีตัวแทนฝั่งไทยเข้าร่วม ผิดมติชัดเจน ฐานปล่อยให้ต่างชาติล่วงเข้าแดนไทย เชื่อจะเป็นจุดอ่อน เพราะฝ่ายไม่ทักท้วง เสี่ยงจะเสียดินแดนไทยให้เขมร ในคดีต่อสู้ข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนในศาลโลก
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุลว่า มีการกระทำความผิดซ้ำซาก เพราะขาดคงามเอาใจใส่ในการบริหารราชการแผ่นดินและากรรักษาผลประโยน์ของชาติ มุ่งแต่ดูแลแก้ปัญหาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์เตรียมข้อมูลใกล้เสร็จเรียบร้อยเพื่อดำเนินการกับนายสุรพงษ์ตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่านายสุรพงษ์ได้กระทำการฝ่าฝืนมติ ครม. 2 ธันวาคม 2551 โดยปล่อยให้ผู้แทนยูเนสโก้เดินทางไปตรวจตัวปราสาทพระวิหารโดยไม่ขออนุญาตจากฝ่ายไทย และไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยร่วมคณะในการตรวจสอบดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีการประท้วงกรณีที่ตัวแทนยูเนสโก้กล่าวหาทหารไทยว่าสร้างความเสียหายให้กับตัวปราสาท ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียท่าทีในการเจรจาเพื่อรักษาสิทธิอธิปไตยของชาติในการต่อสู้คดีที่ศาลโลกและในการประชุมคณะกรรมกาคมรดกโลก
นายชวนนท์ กล่าวว่า มติครม. 2 ธ.ค. 51 มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการ เห็นชอบแนวทางการใช้อำนาจของตัวแทนยูเนสโก้ไว้ 9 ข้อ อาทิ 1 ให้เดินทางไปได้เฉพาะตัวปราสาทโดยไม่ผ่านดินแดนไทยและให้เจ้าหน้าที่ติดตามสังเกตุการณ์จากเขตไทย 2 หากมีการเดินทางผ่านดินแดนไทยให้ทำการแจ้งเตือนเพื่อให้ตระหนักว่าไม่ควรเข้ามาในดินแดนไทยเว้นแต่จะได้ด้รับอนุญาต 3 ถ้าเข้าไปเฉพาะตัวปราสาทโดยผ่านดินแดนไทยต้องขออนุญาตไทยอย่างเป็นทางการเพื่อแสดงการใช้อำนาจอธิปไตยของไทย หากไม่อนุญาตเห็นควรแจ้งไม่อนุญาตให้เดินทางผ่าน 5 บริเวณนอกตัวปราสาทไม่อนุญาตให้เข้าไม่ว่าจะขออนุญาตหรือไม่. 6 ผู้แทนยูเนสโก้ต้องจำกัดเฉพาะตัวปราสาทและไทยต้องเข้าร่วมมิฉะนั้นไทยต้องทำการประท้วงในระดับรัฐบาล
“ผมถามว่า นายสุรพงษ์เดินทางไปด้วยหรือไม่ ส่งเจ้าหน้าที่ไปหรือเปล่า การกระทำเช่นนี้ขัดมติ ครม. 2 ธ.ค. 2551 ชัดเจน จนผมไม่ทราบว่า นายสุรพงษ์จะมีเวลาสู้คดีหรือไม่ เพราะนอกจากทำผิดกฎหมายแล้ว ยังฝ่าฝืนมติครม.ด้วย ผมอยาก ให้ตามต่อว่าเรื่องนี้จะไปถึงจุดไหน เพราะที่ผ่านมาได้มีหนังสือแจ้งยูเนสโก้เกี่ยวกับมติ ครม.ของไทยในขณะนั้นแล้ว แต่คราวนี้รัฐบาลเพื่อไทยกลับไปเปิดช่องให้ตัวแทนยูเนสโก้เดืนทางเข้ามาผ่านดินแดนไทยและยังปล่อยให้กล่าวโจมตีทหารไทยว่าเป็นผู้รุกรานกัมพูชาด้วย เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ รมว.ต่างประเทศเอาแต่หมกมุ่นช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ จนลืมทำงานเพื่อประชาชน ผมคิดว่าประเทศไทยจะเสียหายกว่านี้อีกมาก ถ้ารัฐบาลนี้ยังอยู่บริหารบ้านเมืองต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่า รัฐบาลยังไม่มีการยกเลิกมติ ครม.ฉบับนี้ ดังนั้นการปล่อยให้คนต่างขาติขึ้นปราสาทพระวิหารโดยไม่ทักท้วง ไม่มีตัวแทนฝ่ายไทย จะทำให้กัมพูชาจะแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของในพื้นที่ดังกล่าว และใช้เหตุการณ์เหล่านี้ไปกล่าวอ้างในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่จะพิจารณารับรองแผนบรอหารจัดการพืเนที่รอบปาสาทพระวิหารของกัมพูชาว่า ไทยยอมรับแผนบริหารจัดการนั้นแล้ว ซึ่งอาจส่งผลทำให้คณะกรรมการมรดกโลกรับรองแผนบริหารพื้นที่ตามที่กัมพูชาเสนอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลประชาธิปัตย์ต่อสู้เรื่องนี้อย่างต่อเนื่องตลอดเกือบสามปีที่นายอภิสิทธิื เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี จนกัมพูชา ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์
“ที่ผมเป็นห่วงอย่างมากคือ ในขณะนี้ใกล้ที่จะถึงการตัดสินของศาลโลกเกี่ยวกับคดีที่กัมพูชาขแให้ศาลขยายคำพิพากษาในปี 2505 เกี่ยวกับพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งอาจจะมีคำพิพากษาในช่วงต้นปีหรือกลางปีหน้า กัมพูชาอาจนำเหตุการณ์ที่ไทยยอมให้ตัวแทนยูเนสโก้เดินทางไปปราสาทพระวิหารไปใช้ในการต่อสู้คดี จนทำให้เกิดผลลบต่อประเทศไทยซึ่งผมขอประกาศไว้เลยว่าหากมีความเสียหายเกืดขึ้น พรรคประชาธืปัตย์และภาคประชาชน ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ยอมรับและจะต่อสู้ตามกฎหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่ สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ในขณะนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออธิปไตยของไทย 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร หรือว่ารัฐบาลกำลังสานต่อในสิ่งที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เคยสร้างความเสียหายเอาไว้ รัฐบาลพูดเสมอว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา แต่ผมยังไม่เห็นว่าประเทศชาติจะได้ประโยชน์ อะไรจากความสัมพันธ์ที่ดีนี้ ถ้าจะมีใครได้สัมปทานก๊าซธรรมชาติจากเขมรผมก็ไม่คิดว่าจะคุ้มค่ากับที่เราต้องเสียแผ่นดินให้กัมพูชา แม้แต่ตารางนิ้วเดียวก็ไม่คุ้มค่า” นายชวนนท์ กล่าว
บัวแก้วดึงปชป.ร่วมรับผิดชอบหากแพ้คดีเขาพระวิหาร
พฤศจิกายน 16, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
บัวแก้วยันการปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวศาลโลก ถอนทหารจากพื้นที่พระวิหาร ไม่กระทบต่อการสู้คดีในศาลโลก ดึงประชาธิปัตย์ร่วมรับผิดชอบ หากแพ้คดีต่อศาลโลก ส่ง รมว.กลาโหม ลุยกัมพูชา หารือถอนทหารจากพื้นที่ทับซ้อน
ที่รัฐสภา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภารับทราบการดำเนินการตามคำสั่งชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรณีปราสาทพระวิหาร ว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม จะเดินทางไปกัมพูชาวันที่ 18 พ.ย.เพื่อเจจราปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวของศาลโลกให้ทั้งสองฝ่ายถอนทหาร โดยมีประเด็นที่ฝ่ายไทยเตรียมไปเจรจา 5 ประเด็นอาทิ การมีจุดตรวจร่วมในพื้นทื่ว่า มีจุดใดขึ้นได้หรือไม่ได้ รวมถึงฝ่ายไทยจะเสนอว่า ให้คงกำลังทหารบางส่วนไว้ แต่ให้ปลดอาวุธหนักออก มีเพียงปืนเล็กยาว หรือปืนเล็กสั้น โดยข้อสรุปทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเจรจากับกัมพูชา เมื่อได้ข้อสรุปการเจรจาเรื่องการปรับกำลังแล้ว จะยกร่างสัญญาเพื่อลงนามร่วมกัน แล้วนำเข้ารัฐสภาให้ความเห็นขอบตามมาตรา 190 ต่อไป ยืนยันว่า การดำเนินการตามคำสั่งชั่วคราวไม่กระทบต่อการสู้คดีในศาลโลก ซึ่งกระทรวงต่างประเทศได้เตรียมข้อมูลสู้คดีไว้พร้อมและเดินแนวทางเดียวกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ทุกประการคือ ยืนยันในหลักการว่า ไม่จำเป็นต้องตีความคำพิพากษาศาลโลก ปี 2505 อีก อย่างไรก็ตามหากเกิดแพ้คดีแล้ว จะมาโทษรัฐบาลนี้คงไม่ได้ รัฐบาลที่แล้วและรัฐสภาต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะดำเนินการด้วยกันมา
“เขมร” แถลงกฤษฎีกาตั้ง “ปราสาทพระวิหาร” เป็นที่ท่องเที่ยว
กันยายน 11, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคอีสาน
คณะทำงานพิเศษพระวิหารของเขมร อ่านกฤษฎีกากำหนดรมณียสถานปราสาทพระวิหาร พร้อมรายงานกิจกรรมอนุรักษ์พัฒนาพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น เข้าร่วม
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ รายงานจากหนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ รายงานว่า ในที่ทำการคณะทำงานพิเศษระดับชาติพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ได้มีพิธีอ่านกฤษฎีกากำหนดรมณียสถานปราสาทพระวิหาร โดย นายจุจ เภือน เลขาฯ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา และเป็นประธานองค์การพระวิหารแห่งชาติ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่น โมริตะ นักเทคนิคโบราณคดีประจำเอเชีย และนักวิชาการประจำเอเชีย นายอำ มารา ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร นายซัวะ ยารา รองเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นรองประธานคณะทำงานพิเศษฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่อำเภอจวมกสาน นายทหารระดับสูง และผู้บัญชาการหน่วยประจำพื้นที่
นายซัวะ ยารา ได้อ่านกฤษฎีกากำหนดรมณียสถานปราสาทพระวิหาร พร้อมกล่าวรายงานกิจกรรม และการดำเนินงานของคณะทำงานพิเศษระดับชาติพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ด้านการอนุรักษ์และพัฒนา ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกันนั้นได้มีการตั้งผู้แทนระดับสูงของคณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชา ร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ และองค์การยูเนสโก
ส.ว.ตั้งวงเสวนาชำแหละปัญหาปราสาทพระวิหาร 26 ส.ค. นี้
สิงหาคม 22, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการวุฒิสภา 7 คณะ อาทิ คณะกรรมิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการทหาร ร่วมแถลงข่าว “มรดกโลกกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา” เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายเฉลิมชัย เครืองาม ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กรรมธิการทั้ง 7 คณะของวุฒิสภา ได้จัดเสวนา เพื่อรับฟังสภาวะการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับปัญหามรดกโลกกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในวันที่ 26 ส.ค.เวลา 08.30-16.30 น. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงของหน่วยงานต่างๆ นักวิชาการ ในการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ยังไม่มีข้อยุติ จึงเป็นห่วงว่า จะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งการตัดสินให้ถอนทหารไทยออกมาน่าเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาเราเป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะปราสาทพระวิหารที่มีปัญหา แต่มีปราสาทส่วนอื่นๆอีก เชื่อว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ และข้อคิดให้รัฐบาลใหม่ได้
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและเขมร แห่ขึ้นชมปราสาทพระวิหารคึกคัก
สิงหาคม 10, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคอีสาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 10 ส.ค.)ที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ติดกับผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ขณะนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น เนื่องจากว่ามีหมอกปกคลุมรอบบริเวณเขาพระวิหาร มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและชาวกัมพูชา จำนวนประมาณ 200 คน พากันขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหาร
ขณะเดียวกันก็มีบรรดาเด็กผู้หญิง ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกเมียของทหารกัมพูชาพากันมาอาศัยอยู่รอบบริเวณปราสาทพระวิหารมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลักษณะเหมือนกับเป็นโล่มนุษย์ป้องกันทหารกัมพูชา หากมีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาเกิดขึ้น แต่ว่าบรรยากาศโดยทั่วก็ยังอยู่ในสภาพปกติ
ส่วนทหารกัมพูชา โดยเฉพาะหน่วยรบพิเศษ รพศ. 911 ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของกัมพูชาที่มีประสิทธิภาพการรบสูง ก็ได้มารวมพลอยู่ที่ฐานทหารบ้านสวายจรุม ต.กันตร๊วจ อ.จอมกะสานต์ จ.พระวิหาร ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทพระวิหาร ประมาณ 10 กม. และพร้อมที่จะเคลื่อนกำลังมาสนับสนุนการรบที่บริเวณปราสาทพระวิหารได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ทหารกัมพูชาก็ได้มีการสร้างบังเกอร์เพิ่มขึ้นอีกที่บริเวณหน้าวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร โดยเป็นบังเกอร์ขนาดใหญ่ โดยมีความกว้าง 8 คูณ 8 เมตร
ส่วนทหารไทยก็ได้มีการสร้างบังเกอร์เพิ่มเติมขึ้นมาเช่นกัน โดยมีขนาดความกว้าง 4 คูณ 4 เมตร ทำด้วยหินและปูนอย่างดี เพื่อพร้อมรับการโจมตีจากทหารกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันที่บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวรัสเซีย จำนวนประมาณ 100 คน พากันมาเที่ยวชมความสวยงามตามธรรมชาติของผามออีแดง ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จำนวน 4 คน ได้พากันเดินมาเที่ยวชมที่บริเวณประตูเหล็กตรงข้ามปราสาทพระวิหาร เพื่อที่จะได้ชมความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชาและบันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร และชมสภาพภูมิประเทศ ภายหลังจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ในห้วงวันที่ 4 ก.พ.54 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปราย โดยมีกำลังทหารพราน จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และกำลังตำรวจ สภ.บึงมะลู มารักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่
ส่วนที่บริเวณร้านจำหน่ายอาหารและขายของที่ระลึก ปรากฏว่ามีบรรดาพ่อค้า แม่ค้าพากันมาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าประมาณ 3 – 4 ร้านเท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่พ่อค้า แม่ค้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าไม่มาก ก็เนื่องจากว่าบริเวณร้านค้าของผามออีแดงยังไม่มีการต่อกระแสไฟฟ้าเข้ามาให้พ่อค้า แม่ค้าได้ใช้บริการ
นายสมศักด์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนได้ประสานงานไปยังสำนักงานการไฟฟ้า จ.ศรีสะเกษ เพื่อขอให้ไปทำการติดตั้งระบบไฟฟ้า เพื่อให้บริการแก่พ่อค้า แม่ค้าที่บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแล้ว แต่คาดว่าคงอยู่ในช่วงของการดำเนินการ ซึ่งตนคาดว่าในเร็ว ๆ นี้ ระบบสาธารณูปโภคและการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวก็จะครบถ้วนสมบูรณ์อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปเที่ยวชมผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ปรากฎว่า ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศพากันขึ้นไปเที่ยวชมผามออแดงคึกคักมาก รวมแล้วจนกระทั่งบัดนี้ประมาณ 4,000 คนแล้ว และคาดว่าในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดราชการต่าง ๆ จะมีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปเที่ยวชมผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร คึกคักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวของ จ.ศรีสะเกษ ให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ได้มีบรรดานายทหารและนายตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตรของประเทศกัมพูชาพากันเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในเขตแดนไทย เพื่อเดินทางเข้าไปหาซื้อทองคำที่บริเวณตลาดสด อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ กันอย่างคึกคัก
ทั้งนี้ เนื่องจากทองคำมีราคาแพงมากยิ่งขึ้นบาทละกว่า 25,000 บาท ทำให้นายทหารและนายตำรวจของกัมพูชาพากันมาหาซื้อทองคำเพื่อนำเอาไปกักตุนไว้ ซึ่งทองคำของประเทศไทยจะมีคุณภาพของเนื้อทองและราคาจะดีกว่าทองคำของประเทศกัมพูชานั่นเอง ทำให้บรรยากาศร้านค้าทองในเขต อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ค่อนข้างคึกคักมากในขณะนี้
“เลขาฯอาเซียน” แนะประเทศที่สามเข้าสังเกตการณ์ กรณีปัญหาปราสาทพระวิหารสองฝ่ายพร้อม
กรกฎาคม 28, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงกรณีที่หลังคำตัดสินของศาลโลกให้สองประเทศถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร แต่ทางกัมพูขาออกเรียกร้องให้ประเทศที่สามอย่างอินโดนีเซียเข้ามาสังเกตการณ์โดยเร็ว ว่า ที่ผ่านมาได้มีการเริ่มกระบวนการไปแล้ว แล้วแต่ความพร้อมของทั้งสองฝ่ายประธานอาเซียนบอกว่ารออยู่ ตรงนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาทุกแง่ทุกมุมของความเห็นของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ส่วนเมื่อไหร่จะพร้อมนั้นเข้าใจว่าประธานจะได้รับการทาบทามและแจ้งให้ทราบเพราะที่ผ่านมามีการเอ่ยถึงว่าจะให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร ทั้งที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และ ศาลโลก ถ้าหากทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหมาะสม เมื่อไหร่ก็ตาม ก็พร้อมที่จะช่วยทำหน้าที่ในการทำหน้าที่อำนวยความสะดวก
เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาเรียกร้องให้ อินโดนีเซียเข้าไปทันทีแต่ทางฝั่งไทยเห็นว่าควรจะพร้อมทั้งสองฝ่าย เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า คงจะเป็นในเวลาที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมเมื่อนั้นทุกอย่างก็จะเดิน
“กัมพูชา” ถอนทหารออกห่างปราสาทพระวิหาร 100 กม.
กรกฎาคม 27, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
ทหารกัมพูชาได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่สามเหลี่ยม ไทย-ลาว-เขมร ห่างจากปราสาทพระวิหารร่วม 100 กม. เพื่อให้ดูเหมือนว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกที่ให้ถอนทหารจากบริเวณปราสาท แต่ยังยืนยันการถอนทหารไทย-กัมพูชาออกจากพื้นที่ที่ศาลโลกกำหนดจะต้องทำพร้อมกันเมื่อผู้สังเกตการณ์เข้าไปแล้ว
เวบไซต์ฟิฟทีนมูฟของนักเคลื่อนไหวเรื่องปราสาทพระวิหาร ได้รายงานตามสำนักข่าวซีอีเอ็นของกัมพูชาในวันนี้(27 ก.ค.) ระบุว่าตามคำสั่งของนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และข้อเสนอแนะของคณะบัญชาการหน่วยสมรภูมิแนวหน้า กัมพูชาได้ถอนทหารจำนวนหนึ่งกองพันในสังกัดภูมิภาคทหารที่ ๑ ออกจากพื้นที่ชายแดนสามเหลี่ยมไทย-ลาว-กัมพูชา หรือมุมเบ็ย ในเขตจังหวัดพระวิหาร โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลับสู่ที่ตั้งเดิมในภูมิภาคทหารที่ ๑ จังหวัดสตึงแตรง
การถอนทหารดังกล่าวมี พล.อ.กุน กีม รองผู้บัญชาการและเสนาธิการร่วมในกองทัพแห่งชาติกัมพูชา เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้ง พล.อ.เจีย ดารา รองผู้บัญชาการและเป็นประธานคณะบัญชาการหน่วยสมรภูมิแนวหน้าด้านภูมิภาคทหารที่ ๔ และผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการหน่วยแนวหน้าเข้าร่วมจำนวนมาก
“วีรชัย”พอใจคำตัดสินศาลโลก ชี้ให้ความยุติธรรมไทย
กรกฎาคม 18, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
มีรายงานว่า นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ในฐานะตัวแทนไทย และหนึ่งในคณะดำเนินการทางกฎหมายกรณีปราสาทพระวิหาร กล่าวแสดงความพอใจในคำตัดสินของศาลโลก ต่อกรณีที่กัมพูชาร้องให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยถือว่า ศาลโลกให้ความยุติธรรมกับฝ่ายไทยอย่างมาก
กต.หวังศาลโลกให้ความยุติธรรมไทย ไม่เข้าข้างกัมพูชา
กรกฎาคม 8, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
กต. หวังศาลโลกให้ความยุติธรรมไทย ไม่เข้าข้างกัมพูชา ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวปราสาทพระวิหาร ตามคำขอ
(วันที่8 ก.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก มีคำสั่งนัดไทย และกัมพูชา เข้ารับฟังคำตัดสิน กรณีที่กัมพูชาร้องขอให้ออกมาตราการคุ้มครองชั่วคราวปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ โดยยืนยันว่า ประเทศไทยได้ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก ปี 2505 อย่างครบถ้วน และไม่เห็นว่า ศาลโลกมีอำนาจกำหนดมาตรการใดๆ เนื่องจากคำตัดสินครั้งที่แล้ว ไม่ได้พูดถึงเขตแดนใดๆ ส่วนแนวโน้มคำตัดสินของศาลโลกจะออกมาอย่างไรนั้น ได้คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะเป็นไปได้ใน 3 แนวทาง ได้แก่ ศาลโลกอนุมัติให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวฯ หรือ ศาลโลกไม่อนุมัติให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว หรือ มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ทั้งไทยและกัมพูชาจะมีภาระร่วมกัน แต่ฝ่ายไทยหวังว่า ศาลโลกจะให้ความยุติธรรมให้ไทย จะไม่มีการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวฯ ตามที่กัมพูชาร้องขอเลย
อย่างไรก็ตาม ผลจะออกมาอย่างไร ฝ่ายไทยก็ต้องยอมรับ ซึ่งที่ผ่านมาคณะดำเนินการด้านกฎหมายของไทยก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ และยอมรับรัฐบาลใหม่ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับกัมพูชา ทั้งนี้ที่ผ่านมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่มีอยู่อย่างถูกต้อง โดยไม่ได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












