Get Adobe Flash player

ผบ.ทบ.เชื่อพรก.ฉุกเฉินแก้ปัญหาไม่ได้


“ประยุทธ์” เชื่อแผนบูรณการทุกส่วนราชการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ สั่ง ขส.ทบ.ตั้งศูนย์ขนส่งกองทัพบกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงจับมือร่วม ขส.มก. โวย พรก.ฉุกเฉิน ใช้ไม่ได้ถ้าประชาชนยังเผชิญกับเจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับกฎหมาย

วันเดียวกันที่ ศปภ. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่สนามบินดอนเมืองตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี  ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์​ให้ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงการกู้สนามบินดอนเมือง ว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ ซึ่งกองทัพพร้อมที่จะสนับสนุนทุกเรื่อง โดยทหารเข้าไปทำคันดินทางด้านทิศเหนือ แต่ปริมาณน้ำไหลเข้ามาจำนวนมาก ถ้าน้ำลดลงก็มีโอกาสทำคันกั้นน้ำ และสูบน้ำออกทำให้ดอนเมืองดีขึ้นในอนาคต โดยเป็นถุงทรายขนาด 2.5 ตัน มาทำคันกั้นน้ำ ซึ่งทางรัฐบาลพยายามเตรียมการอยู่ เราพร้อมสนับสนุนทางด้านกำลังพล และทำแนวสกัดกั้นเพิ่มเติม ส่วนใช้เวลา 3 วันในการกู้ดอนเมืองนั้น เป็นเรื่องของทางเทคนิคและหลักการที่ประเมินเอาไว้ แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาว่ามีมากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่า บางหน่วยงานที่ใส่เกียร์ว่างไม่ได้แก้ไขปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เกียร์ที่ที่พูดกันอยู่คงจะเป็นหน่วยราชการอื่น ๆ ก็อยากจะทำหน้าที่ให้เต็มที่แต่ขีดความสามารถในการทำมีไม่พอเพียง เช่น ขาดยานพาหนะ เรือ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ ที่ผ่านมาบ้านเมืองเราพบแต่ปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย น้ำปริมาณไม่มากนัก แต่ครั้งนี้น้ำท่วมยาวนาน และเป็นทุกพื้นที่ที่ผ่านมาข้าราชการทุกฝ่ายพยายามแก้ไขปัญหาแต่มาครั้งนี้น้ำท่วมนาน เหลือเฉพาะยุทโธปกรณ์ของทหารยานพาหนะที่มีความสูงสามารถวิ่งเข้าไปในพื้นที่ได้ ซึ่งกองทัพได้ให้นโยบายไปแล้ว เราไม่สามารถทำงานทุกงานต่อไปในอนาคตเพราะสถานการณ์มันมากขึ้น จึงให้ทหารทุกหน่วยเข้าไปบูรณาการกับทุกส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นการเมือง สก. สข. หรือ กทม. ที่ทำงานในพื้นที่ ช่วยแบ่งเป็นชุดย่อย ๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้อพยพ มิฉะนั้นจะทำให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง วันนี้ได้ทดลองทำในเขตวัฒนา และ เขตสายไหม ส่วนจะสำเร็จแค่ไหนอย่างไรประเด็นสำคัญคือจะต้องสร้างความเข้มแข็งกับทุกส่วนราชการ โดยให้ชุมนุมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ถ้าไม่ให้ชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะมีปัญหาตลอด เหมือนกับเขามองว่าส่วนหนึ่งเขาเสียส่วนหนึ่งเขาได้ แต่ถ้าจับทุกส่วนมาแก้ไขปัญหาในภาพรวมจะทำให้ลดภาระการกระทบกระทั่งได้มากขึ้นจะได้ไม่ต้องใช้กฎหมายอะไรมากมาย แต่ถ้าแก้ไขได้มันน่าจะดี

เมื่อถามว่า การบูรณาการสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การบูรณาการก็เหมือนกัน ทำให้กันใหม่ร่วมกัน ปัญหาสำคัญคือทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน และอดทนในการแก้ไขปัญหาส่วนราชการ ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ทหารเองก็อดทน เมื่อเข้าไปในพื้นที่ประชาชนก็เครียดพูดจาไม่ค่อยดี เราก็เห็นใจเพราะเขาเครียดแต่ขอให้เข้าใจว่าทหารพยายามเข้าไปช่วยเต็มที่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่งานของเราในบางเรื่อง แต่เราก็พยายามทุกให้ทุกเรื่อง ซึ่งมันจะมากบ้างน้อยบ้างจะทั่วถึงบ้างไม่ทั่วถึงบ้าง แต่ก็จะพยายามแก้ไขให้ไปทั่วถึง เพราะเกรงว่าหากยาวนานไปกว่านี้ชุมชนที่ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้จะเกิดความเครียด ส่ิงที่ตนพยายามแก้ไขคือการสัญจรไปมา โดยให้กรมการขนส่งทหารบกทำหน้าที่ในการวางแผนในการจัดยานพนะตามจุดต่าง ๆ ที่รถปกติวิ่งไม่ได้ในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง โดยตั้งเป็นศูนย์ขนส่งของทัพบก และระดมรถของทุกส่วนราชการที่สามารถเข้ามาสนับสนุน โดยขอทาง ศปภ. ประสานงานกับทาง ขส.มก. จัดรถมาร่วมในพื้นที่ที่เขาสามารถวิ่งได้ โดยรถทหารจะไปส่งขึ้นรถที่ ขส.มก. โดยจะใช้เส้นหลัก ๆ ที่มีปัญหาน้ำท่วม

เมื่อถามว่า มองว่าสถานการณ์จะยืดเยื้ออีกนานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากที่ฟัง ศปภ.ประเมินคงจะประมาณเดือน พ.ย.ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ซึ่งจะทยอยเป็นบางส่วน เพราะตอนนี้หลายอำเภอ หลายจังหวัดดีขึ้น แต่จะให้สถานการณ์ดีขึ้นทีเดียวคงไม่ได้ อย่างในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ดีขึ้น บางถนนก็ใช้งานได้แล้ว ส่วนจะให้ปกติทั้งหมดคงจะประมาณเดือน ธ.ค. ถ้าระหว่างนี้บริเวณไหนระบายน้ำได้มากก็จะลดลงได้เรื่อย ๆ คงจะต้องใช้ระยะเวลาเพราะน้ำไม่ได้ไหลเร็ว ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำให้การระบายเป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ แต่ถ้ายังมีการพังทลายคันกั้นน้ำอยู่ หรือไม่ยอมให้น้ำผ่านก็จะเป็นปัญหาจะทำให้น้ำเอ่อขังนานขึ้น และสร้างความเดือดร้อน ตนเห็นใจพี่น้องชาว กทม. แต่จะต้องนึกถึง จ.พระนครศรีอยูธยา และ จ.ลพบุรี ที่น้ำท่วมประมาณ 1-2 เดือน แต่ในพื้นที่ กทม. แค่ 2 อาทิตย์ ก็จะต้องนึกถึงคนอื่น  เพราะเขาก็อดทนเหมือนกับเรา ฉะนั้นถ้าเราอดทนอีกนิดหนึ่งน้ำจำนวนนี้ก็จะผ่านเราไป ส่วนจะผ่านไปอย่างไร และไม่ให้เสียหายเลยคงเป็นไปไม่ได้เพราะน้ำมันเยอะ เพราะฉะนั้นอยากนึกถึงคนอื่นมากกว่าตนเอง ไม่ว่าใครก็ตาม แม้ขนาดทหารเองยังนึกถึงคนอื่นมากกว่าตนเอง  เพราะบ้านทหารเองก็น้ำท่วม พลทหารบ้านอยู่ต่างจังหวัดก็ยังถูกน้ำท่วมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จ.ศรีสะเกษ 20 กว่าอำเภอก็น้ำท่วม ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ไปช่วยเหลือ และ กำลังพลส่วนหนึ่งของกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหนึ่งก็มาช่วยในพื้นที่ กทม. ดังนั้นเราจะต้องมองในภาพรวม และ ค่อยมาแก้ไขหลังจากน้ำลดแล้วว่าจะดูแลกันอย่างไร มันจะต้องไปทีละขั้น แต่ถ้ามาต่อต้านกัน ไม่ยอมกัน และจะไปสู่จุดสุดท้ายคงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นตรงนี้อย่ามาโทษใคร

เมื่อถามว่า ปัญหาคลองสามวาที่มีประชาชนพังทลายคันกั้นน้ำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่คลองสามวาตนไม่ได้ไปตำหนิใคร ซึ่งเขาเข้าใจว่าถ้ากั้นน้ำตรงนี้ได้ และระดับน้ำจะลดลง และน้ำจะท่วมน้อยลง แต่ถ้าถามว่าเบี่ยงน้ำไปแล้วจะลดลงได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์  มันก็ยังท่วมอยู่เหมือนเดิม อาจจะทำร่วมน้อยกว่าเดิมนิดหนึ่ง แต่ความคุ้มค่าของการที่น้ำเข้ามาในพื้นที่ กทม. มาก ๆ ทำให้น้ำท่วมทั้ง 50 เขต หรือเข้าไปในนิคมบางชันก็อาจจะทำให้หนักกว่าเดิมดังนั้จะต้องดูว่าจะดูแลกันอย่างไร ฉะนั้นตนคิดว่าฝ่ายการเมืองคงจะดำเนินการ ซึ่งตนไม่อยากไปก้าวก่าย เมื่อถามว่า พรก.ฉุกเฉิน จะใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า การใช้กฎหมายมีอย่างเดียวมีการบังคับใช้ว่าทำอย่างไรไม่ให้คนทำลายพนังกั้นน้ำ ก็คือการเอากำลังไปต่อสู้กับประชาชน ยกตัวอย่างเมื่อเดือน เม.ย. พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ให้ประชาชนออกมาชุมนุมในพื้นที่ที่กำหนดก็จำเป็นจะต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็เช่นเดียวกันต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในการห้ามประชาชนข้ามารื้อคันกั้นน้ำ ซึ่งกำลังเกิดเผชิญหน้ากันก็จะต้องสู้ก้นอย่างเมื่อวันก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดันกับประชาชน สรุปว่าชาวบ้านก็ดันแนวทะลุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำรุนแรงไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ถ้าจะแก้ปัญหาด้วย พรก.ฉุกเฉิน เพราะกฎหมายปกติกับ พรก.ฉุกเฉิน ไม่ต่างกัน ผิดหรือไม่ที่ออกมาขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แล้วถามว่าทำอะไรได้หรือไม่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะต้องรับผิดชอบก็จะต้องเอากฎหมายปกติ ถ้าใช้คนไม่ได้ก็จะต้องมีกระบี่กระบองไปสู้กัน หรือใช้มาตรการป้องกัน หรือ มาตรการการปราบจลาจลในทำนองนั้น โดยตั้งแนวเจ้าหน้าที่ไม่ให้ชาวบ้านเข้ามา แล้วท้ายที่สุดก็จะตีกัน ก็จะกลับไปเหมือนวงรอบเก่า เพราะตัวอย่างมีมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นั่นคือการใช้ พรก.ฉุกเฉิน

เมื่อถามว่า แสดงว่า พรก.ฉุกเฉิน ไม่มีประโยชน์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ มันก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้กันก็จะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแวงไปเรื่อย ๆ ปัญหาก็คือแล้วเราจะอยู่กันแบบนี้หรือ อยู่กันด้วยการใช้กฎหมายให้มันแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนหาทางออกไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถูกสั่งมาก็จะต้องทำประชาชนก็ไม่ยอม และท้ายที่สุดประชาชนก็ทะเลาะ ประเทศไทยจะอยู่กันแบบนี้หรือเปล่าตนไม่เข้าใจ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือจะต้องให้ความรู้กับประชาชนให้เข้าสู่จักเสียสละ รู้จักให้ รู้จักรับ และรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบประเทศไทยจะต้องอยู่กันแบบนี้ ถ้าอยู่กันด้วยกันกฎหมายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ จากน้ำท่วมเมื่อจบแล้วก็คงตีกันเรื่องอื่นก็จะต้องมาบังคับใช้กฎหมาย อยากถามว่าวันนี้ประชาชนยอมรับกฎหมายเท่าไหร่ ตนอยากถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ มันก็ผิดกันทั้งหมดจะเอามั้ยจับติดคุกให้หมดโดยเอากฎหมายขณะนี้ที่ทำลายพนังคันกั้นน้ำซึ่งมีรูปอยู่แล้วไปจับมาดำเนินคดีสิ่งนี้ทำได้หรือไม่ ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าใช้ พรก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ก็ถูกบังคับให้ต้องทำท้ายที่สุดก็จะต้องตีกับประชาชน และจะได้อะไรมาแต่ตนว่าไม่ได้ เมื่อติดคุก็จะต้องมีการประกันตัวสถานการณ์ก็จะกลับไปวงรอบเก่า แต่ถ้าสั่งมาให้ใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็ใช้ได้หมด

 

“รองโฆษกรบ.” แจงเหตุไม่ประกาศพรก.ฉุกเฉินฯ รบ.ไม่ยึดติดการเมือง

ตุลาคม 13, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews

วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ประชาชนบางส่วนมองว่าการที่รัฐบาลตัดสินใจ ไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย อาจเป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง ว่า ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนด้วยความเคารพว่า กฎหมายดังกล่าว มีไว้สำหรับควบคุมสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก ซึ่งกรณีน้ำท่วมที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่ามีการต่อต้าน ขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการ หรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย ยากแก่การควบคุม รัฐบาลไม่ได้มีพื้นฐานชุดความคิดจากประเด็นการเมืองแม้แต่น้อย และไม่เกี่ยวว่าแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย จะมีอคติกับกฏหมายดังกล่าวจากการที่รัฐบาลชุดก่อน เคยประกาศใช้เพื่อปราบปรามมวลชนคนเสื้อแดงจนเกิดเหตุจลาจล ในทางกลับกัน ถ้าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้วทำให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว แก้ปัญหาได้หมดจด เบ็ดเสร็จ รัฐบาลก็ไม่มีเหตุที่จะไม่ประกาศ แต่ข้อเท็จจริงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประกาศหรือไม่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเพียงอย่างเดียวขณะนี้รัฐบาลมั่นใจว่า ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริง ครบถ้วน รอบด้านแก่ประชาชน ขอเพียงแต่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ แต่การชี้ชัดว่าพื้นที่ใดน้ำจะท่วม หรือไม่ท่วมนั้น บางครั้งต้องมีข้อมูลแวดล้อมมาก การประกาศหรือแจ้งเตือนที่เกินกว่าเหตุ เกรงว่าอาจก่อให้เกิดการความตื่นตระหนก วุ่นวาย และขอความเห็นใจ วันนี้คนไทยทั้งประเทศกำลังช่วยกันทำสงครามกับน้ำ หรือ Water War อย่าให้ถึงขั้นทำ Air War ช่วงชิงพื้นที่ข่าวกันเลย