ปชป.ยื่นกมธ.พลังงานสอบ “ณัฐวุฒิ” ฮั้วประมูลปตท.
กุมภาพันธ์ 9, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ปชป.ยื่นกมธ.พลังงานสอบ “ณัฐวุฒิ” ข้องใจฮั้วประมูลรับงานที่ปรึกษาปตท. เล็งยื่นป.ป.ช.สัปดาห์หน้าคุ้ยข้อมูลยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ
ที่รัฐสภา น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้ยื่นเรื่องให้นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีสำนักข่าวอิศราระบุบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)ว่าจ้างบริษัทไทย คอนซัลแตนท์ แอนด์ พลับ บลิครีเลชั่น จำกัด เป็นที่ปรึกษามวลชนสัมพันธ์โครงการท่อส่งก๊าซ โดยที่บริษัทดังกล่าวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยถือหุ้นอยู่ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า การประกวดราคาเป็นที่ปรึกษาดังกล่าวเป็นไปตามพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือไม่ เพราะในการประกวดราคาดังกล่าว พบว่า บริษัท ไทยคอนซัลแตนท์ฯ กับอีกสองบริษัทคือ แมสมีเดีย แอนด์ คอนสตรักชั่น จำกัด และ บริษัทแอคทีพ คอนสตรักชั่น จำกัด ที่เข้าร่วมประกวดราคาเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันคือ 2991/2 ลาดพร้าว 101/3 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ โดย 3 บริษัทนี้ถือหุ้นไขว้กันไปมา จึงอยากให้ตรวจสอบว่า
การประกวดราคาดังกล่าวมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการแสดงบัญชีทรัพย์สินฯของนายณัฐวุฒิแม้จะระบุว่า ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวแล้ว แต่ปรากฏว่า นายณัฐวุฒิยังคงเข้าออกบริษัทดังกล่าวอยู่
และมีรูปแสดงให้เห็นว่า ยังเกี่ยวข้องกับบริษัทอยู่ ส่อให้เห็นว่ากระทำผิดกฎหมาย ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า นายณัฐวุฒิซุกหุ้น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินครบถ้วนตามความเป็นจริงหรือไม่
“อภิสิทธิ์” ข้องใจ ถามหาความรับผิดชอบรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”
กุมภาพันธ์ 9, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง-สำคััญ
“อภิสิทธิ์” ยังข้องใจ ถามหาความรับผิดชอบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หาก พรก. การเงิน 2 ฉบับถูกศาลรธน.ชี้ขัด รธน. ดักทางอย่าสร้างบรรทัดฐานที่เลว พร้อมแจงความต่างของ 4 พรก.การเงินรัฐปูแดงกับไทยเข้มแข็ง ตอกย้ำเหตุผลไม่ร่วมแก้ รธน.หวั่นลามกระทบสถาบันฯและริดรอนอำนาจองค์กรอิสระ แถมหมกเม็ดเพียบทั้งที่มา สสร. วิธีการ เปิดแผลรัฐไม่ทำตามสัญญาที่หาเสียง ขอตั้งสติใช้การเมืองแก้การเมืองอย่าใช้กำลัง
“อภิสิทธิ์” ถามหาความรับผิดชอบรัฐหากศาลชี้พรก.ผิด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบูล สกลายทีวี ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าได้แผนสำรอง หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้ พ.ร.ก.การเงิน 2 ฉบับขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยจะออกเป็น พ.ร.บ.แทนว่า กรณีนี้ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ป็นเรื่องปัญหาการบริหารจัดการน้ำท่วม กับ 2.ปัญหาในเรื่องการจัดการการเงินการคลัง ซึ่งหากพ.ร.ก.นี้ถูกตีความตามที่ฝ่ายค้านยื่นไปนั้น ในส่วนของเงินกู้ 3 แสน 5 หมื่นล้าน หากรัฐบาลเสนอมาเป็น พรบ. ก็จะสอดคล้องกับที่เตือนตั้งแต่แรกว่า ต้องให้ฝ่ายค้านมีโอกาสตรวจสอบทั้งวงเงินงบประมาณ ความจำเป็นรวมถึงวิธีการที่จะทำให้มีรายละเอียดของโครงการ ส่วนของกฎหมายโอนหนี้ให้ ธปท.นั้น ก็เป็นคนละเรื่องกันเพราะฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับหลักการที่รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบและไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ซึ่งเป็นปัญหามารยาททางการเมืองและความรับผิดชอบด้วย “รัฐบาลหากออกกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ แล้วมาพูดเฉย ๆ ว่าไม่เป็นไร ก็ทำผิด แล้วทำใหม่ อะไรทำนองนี้ ก็ไม่ค่อยเป็นบรรทัดฐานที่ดีเท่าไหร่ สำหรับการดำเนินการในทางการเมือง ก็แล้วแต่มุมมอง แต่เป็นเรื่องของปัญหาความรับผิดชอบตามระบบ ซึ่งเรื่องนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็จะสอดคล้องกับแนวคิดของฝ่ายค้านที่ต้องการให้ออกกฎหมายเป็น พรบ. เพื่อให้สภาฯ เป็นผู้ตัดสิน ”
แจงข้อแตกต่างกู้ไทยเข้มแข็งกับ พรก. 4 ฉบับ
ส่วนที่มีความพยายามเทียบเคียงเรื่องการออก พ.ร.ก.2 ฉบับที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นตีความกับพ.ร.ก. ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ดำเนินการกู้เงินเป็นโครงการไทยเข้มแข็งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความพยายามที่จะเปรียบ 2 เรื่องนี้ เพื่อจะบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ตอนเป็นฝ่ายค้านทำอย่างหนึ่ง ตอนเป็นรัฐบาลอีกอย่างหนึ่งหรือไม่อย่างไร แต่อยากให้ไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีพรก.ไทยเข้มแข็ง เพราะหากไปอ่านคำพูดของฝ่ายค้านในขณะนั้นซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนี้ แล้วใช้แนวคิดของฝ่ายค้านในขณะนั้น รับรองว่าไม่เพียงแต่ 2 ฉบับนี้เลยทั้ง 4ฉบับที่ออกมานั้นก็จะผิดหมด “เบื้องต้นต้องก่อนบอกว่าที่พยายามมาชี้ว่า ประชาธิปัตย์หรือฝ่ายค้านนั้นเคยพูดอย่างแล้วไปทำอีกอย่างหรือเปล่า แต่ตรงกันข้าม ฝ่ายที่ความเห็นขัดแย้งกับตัวเองโดยสิ้นเชิงขณะนี้คือฝ่ายรัฐบาล ไปอ่านดูได้เลยว่า การออกพรก. จะต้องเงื่อนไขอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ตอนที่ออก พรก. นั้น จะมีทีมการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญและถ้าอ่านแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นจะชัดเจนว่าหลักคิดนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง”
ตอกย้ำแก้รธน.หวั่นเพิ่มปมขัดแย้งเพิ่ม แถมหมกเม็ด
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้มี 2 ส่วนที่เป็นเหตุผลของพรรคประชาธิปัตย์ในการไม่เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อไปประกบ เพราะพรรคเกรงว่า จะไปกระทบต่อโครงสร้างหลักของประเทศ ในเรื่องสถาบันหลักของชาติ รวมไปถึงลักษณะการออกแบบ สสร. ที่อาจถูกครอบงำโดยพรรคการเมือง ซึ่งโดยรวมแล้วอาจทำให้นำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม ไม่มีคำตอบในเรื่องเป้าหมายที่แท้จริงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่าคืออะไร ส่วนใหญ่เหตุผลที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญนี้มาจากการรัฐประหาร แต่ไม่พูดความจริงว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน โดยผ่านกระบวนการของประชามติ และยังมีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งคือ มาจากพ.ต.ท.ทักษิณว่าจะมีความพยายามที่จะไปลดทอนอำนาจองค์กรอิสระ อำนาจศาล ลบล้างคดี โดยการพยายามพูดถึงว่าจะไปลบล้างบทเฉพาะกาลอะไรต่าง ๆ ซึ่งในทางกฎหมายแล้วจะวุ่นวาย ยุ่งยากในการตีความทางปฏิบัติมาก เมื่อดูเนื้อหาสาระที่จะแก้ไข โดยจะให้มี สสร. แต่ปัญหาของการออกแบบ สสร. แบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นการถูกครอบงำโดยการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้ตอกย้ำว่าจะเอาทั้ง 2 ส่วนมาบรรจบกัน ตัวคนที่จะมาสร้างรัฐธรรมนูญถูกครอบงำทางการเมือง กับวาระแอบแฝงที่อาจจะมี ดังนั้นทั้งหมดที่ทำไปนั้น จึงเดินไปสู่ความขัดแย้งในสังคมแน่นอน ซึ่งบ้านเมืองก็มีปัญหาเยอะอยู่แล้วที่รัฐบาลสมควรจะต้องเร่งเดินหน้าแก้ไข แต่กลับกลายเป็นว่ามาสร้างปมใหม่ในเรื่องความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก
ทวงคำสัญญารัฐ หาเสียงแล้วไม่ทำเพียบ
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีเรื่องที่น่าทำอีกมาก ในเรื่องคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับ 15 ล้านเสียง แทนที่จะมุ่งทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย คำถามก็คือว่ารัฐบาลยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าจะทำแล้วยังไม่ทำ เช่น ไปแก้ทบทวนนโยบายพลังงาน ไปดูเรื่องการจำนำข้าว จำนำมันสำปะหลังเกิดความเสียหาย เกิดความวุ่นวาย ความช่วยเหลือจริงไม่ถึงเกษตรกร การส่งออกเกิดผลกระทบ ไปดูว่าตกลงแล้วน้ำท่วมปีนี้จะมีหรือไม่ จะเตรียมการอย่างไรให้ชาวบ้านมั่นใจ ไปดูว่านโยบายต่าง ๆ ที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ ยังไม่เป็นตามคำมั่นสัญญา 300บาทต่อสวันหรือ เงินเดือน 15,000 บาทเหล่านี้ต่างหากที่ คนคาดหวังว่า 15 ล้านเสียงที่ชอบอ้างกันนั้น ขอให้มาทำ “พอมาหยิบยกเรื่องที่ต้องมีปัญหากันแล้วก็นำไปสู่ความขัดแย้งแล้ว นโยบายเหล่านี้ก็เดินยากขึ้น บ้านเมืองก็เดินยากขึ้น ก็ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร มีแต่คนอยากจะให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งผมก็เคยตั้งข้อสังเกตว่ามีบางคนมีผลประโยชน์ในแง่ที่ว่าถ้าบ้านเมืองวุ่นวายแล้วจะมีลุ้นเท่านั้นเอง”
แนะใช้การเมืองแก้ด้วยการเมืองไม่ใช่ใช้กำลัง
“การเมืองที่จะแก้ด้วยการเมือง ต้องไม่ใช่การเมืองที่แบ่งแยกประชาชน ต้องไม่ใช่การเมืองซึ่งเอะอะอะไรก็อ้างว่า ฉันจะทำ แล้วก็เจอกัน ทำนองนั้น อันนี้ไม่ใช่การเมืองที่จะไปแก้การเมือง การเมืองที่จะแก้การเมืองก็ต้องพยายามที่จะโอนอ่อนผ่อนปรนเข้าหาเจรจากัน ซึ่งอยากจะย้ำว่าสมัยรัฐบาลที่แล้ว เจอคนตั้งป้อมล้ม ถึงขั้นไปเตรียมการ มีกองกำลังติดอาวุธมา ก็ยังพยายามเจรจา เสนอทางออก แม้กระทั่งยอมที่จะบอกว่าจะยุบสภาวันนั้น วันนี้ แต่รัฐบาลนี้ไม่มีความสนใจใยดีในการที่ฟังเสียงคนอื่นว่าหยุดได้ไม๊ เรื่องที่จะไปแบ่งแยกประชาชน กลับพยายามตอกย้ำสิ่งเหล่านี้โดยตลอด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
กมธ.ตำรวจซัด “เฉลิม” ก้าวก่ายหน้าที่กมธ.พิจารณากรณีตร.ยิงวิศวะกร
กุมภาพันธ์ 8, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ที่รัฐสภา นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ พร้อมด้วยนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงโต้กรณีที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พาดพิง กมธ.ตำรวจ การรับเรื่องร้องเรียนของนายส่งเสริม แสงฤทธิ์ บิดาของนายไพโรจน์ แสงฤทธิ์ วิศวกรนิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในคดียาเสพย์ติด และได้มีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมมายัง กมธ. เพื่อเรียกร้องให้ ร.ต.อ. เฉลิม แสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากให้สัมภาษณ์ก้าวก่ายงานของกมธ. ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
โดยนายสมชาย กล่าวว่า กมธ.รับเรื่องนี้ตามอำนาจหน้าที่และเดินหน้าตรวจสอบพบว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ายิงไปเพียงนัดเดียวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะพยานพูดตรงกันว่ามีการยิงใส่ถึง 4 นัด ทั้งที่ไม่พบอาวุธใดๆในตัวผู้ตาย อีกทั้งผู้ตายก็ไม่ได้ต่อสู้ ดังนั้น คำกล่าวของ ร.ต.อ. เฉลิม จะกลายเป็นการให้ท้ายตำรวจและส่งสัญญาณให้เกิดความรุนแรง จนทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า สถานการณ์จะย้อนรอยกลับไปสู่การฆ่าตัดตอน ปี 2544-2548 นอกจากนี้การที่ ร.ต.อ. เฉลิม ระบุว่าเคยมีผู้มาร้องเรียนเรื่องนี้แล้วไม่รับ เพราะไม่โง่ แสดงว่ากมธ.ที่รับเรื่องโง่ จึงเป็นข้อสรุปว่า ความจริงคนที่จบด็อกเตอร์ก็ไม่ได้ฉลาดทุกคน
ด้านนายฉลอง กล่าวว่า ล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายอมรับแล้วว่ากระทำการผิดพลาดอย่างชัดเจน ดังนั้น การที่ ร.ต.อ. เฉลิม ออกมาพูดเช่นนี้ จึงถือว่าไม่มีข้อมูลเลย จึงอยากให้ร.ต.อ. เฉลิม ศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ให้ดี คิดก่อนพูด มาพูดก้าวก่ายกมธ.เช่นนี้เพราะจะทำให้กมธ.เสียหาย ลูกใครใครก็รัก เช่นเดียวกับร.ต.อ. เฉลิมที่ไม่สบายใจในเรื่องที่ลูกชายเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารด.ต.สุวิชัย รอดวิมุต หรือ ดาบยิ้ม นอกจากนี้จากการศึกษาของกมธ.ก็ได้ข้อมูลว่า ผู้ตายไม่มีอาวุธ ไม่มียาเสพติด ไม่ได้ขับรถชนเจ้าหน้าที่ และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม มาก่อน แต่กลับถูกไล่ล่า และยิงใส่ถึง 4 นัด การที่บอกว่าเป็นการยิงล้อ ถือว่าพูดแบบขาดความรับผิดชอบ ทั้งนี้ตนและร..ต.อ.เฉลิมก้อยู่พรรคเดียวกันทำไมจึงไม่มาถามกันก่อน ทั้งนี้หลังจากได้ข้อสรุปของกมธ.ออกมาก็จะรู้ว่าเป็นอย่างไร และในฐานะผู้บังคับบัญชาจะรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งตนไม่ได้องการให้ ร.ต.อ. เฉลิม ลาออก หรือ ขอโทษ แต่อยากให้ส่งสัญญาณให้ชัดเจนถึงขอบเขตและวิธีการทำงาน ไม่ใช่รู้ไม่จริง แล้วเหมือนออกมาแถลงปกป้องลูกน้องแบบนี้
มาร์ค ย้ำแก้รธน.อย่าโยนภาระให้ ส.ส.ร.ทุกเรื่อง
กุมภาพันธ์ 7, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“มาร์ค” ย้ำอย่าคิดโยนภาระให้ ส.ส.ร.ทุกเรื่อง จี้รัฐบาลขีดเส้นชัดไม่แก้รัฐธรรมนูญสนองใครสงสัยร่างแก้ไขไม่บอกวัคชตถุประสงค์ชัดเจน
เมื่อเวลา14.30 น .ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอประธานรัฐสภา แก้ไขมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 3 ขึ้นมายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯฝ่ายค้าน) กำลังหารือกัน และสัปดาห์หน้าน่าจะได้ข้อยุติ อย่างไรก็ตามวิปฯฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งดำเนินการดังกล่าวในช่วงที่ประเทศกำลังขัดแย้งกันมีความเหมาะสมหรือไม่ และแม้จะมีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา แต่จะอ้างให้ ส.ส.ร.รับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้ อย่างน้อยรัฐบาลก็ต้องขีดเส้นให้ชัดเจนเพื่อคลายความกังวลให้กับสังคมว่า จะมีแนวทางที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ทั้งนี้การแก้รัฐธรรมนูญบางส่วนเพื่อปรับโครงสร้างบางอย่างของประเทศให้ดีขึ้นนั้น สามารถทำได้ แต่เมื่อสถานการณ์ที่สังคมยังเห็นแตกต่าง และรัฐบาลยังไม่แสดงท่าทีชัดถึงความจริงใจก็ยังน่าเป็นห่วง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เฉพาะมาตรา291 ของพรรคเพื่อไทยตามที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนนั้น ตนยังไม่ทราบว่า คือร่างแท้จริงที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภาหรือไม่ และเท่าที่ดูเนื้อหาในร่างดังกล่าวนี้ก็ยังพบความน่าสงสัยหลายประการ อาทิ กรอบเวลา ขั้นตอนการดำเนินการ และความจำเป็นที่ต้องรื้อทั้งฉบับ แต่นั่นคือรายละเอียดที่ต้องว่ากันอีกครั้ง เพราะหลักใหญ่ของจุดประสงค์ของการแก้ไขรัฐบาลต้องระบุให้ชัดเจนเสียก่อน ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีพาดพิงว่า ขณะนี้กระแสคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญยังจุดไม่ติดนั้น เป็นเรื่องของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะคิดเช่นนั้น แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ควรจะอยู่เงียบๆเพื่อรับฟังส่วนอื่นบ้างก็คงจะดี
“เฉลิม” ฉุนปชป.จ้องจับผิดงบปราบยา
กุมภาพันธ์ 7, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“เฉลิม” ฉุน ปชป.จ้องจับผิดเบิกจ่ายงบปราบยาเสพติด จวก พวกอิจฉา มือไม่พายเท้าราน้ำ
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณปราบปรามยาเสพติดที่มีการเบิกจ่ายผิดปกติ ว่า ขอฝากถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่ามือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำ กรณีที่บอกว่างบปราบปรามยาเสพติดเบิกมากพวกท่านไม่เข้าใจวิธีการจัดทำงบประมาณ การจัดทำงบประมาณอยู่ที่นโยบายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เน้นการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติก็ต้องมีพันธกิจ และภารกิจต้องดำเนินการ การเบิกจ่ายงบประมาณ หน่วยงานต้องทำเรื่องแผนงานไปยังสำนักงบประมาณซึ่งจะตรวจดูว่าแผนงานที่ขอเบิกเงิน เป็นแผนงานที่ขออนุมัติไว้หรือไม่ แล้วจึงเสนอไปที่กรมบัญชีกลางเพื่อออกเป็นฎีกาให้ไปเบิกเงินกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่ใช่ทำสุ่มสี่ สุ่มหก แบบที่พรรคประชาธิปัตย์คิด ถามว่าทำไมถึงมีการเบิกจ่ายรวดเร็ว ตนก็ไม่รู้และไม่ใช่หน้าที่ตน ซึ่งหากเขามีการเบิกจ่ายที่เร็วก็ยังอยู่ในกรอบของงบประมาณ ไม่เหมือนสมัยพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้ทำ มัวแต่ตกใจ ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต ไม่ทุจริต ไม่ใช่ประชุมครม. 15 ชั่วโมงแบบรัฐบาลที่แล้ว
“มาพูดอย่างนี้ข้าราชการเสียขวัญ ผมไม่ยอมหรอกแน่จริงยื่นกระทู้สด ยื่นมาเลยวันพฤหัสบดีนี้ จะได้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ จะได้คะแนนเพิ่มขึ้น และหากเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการฯ ก็ไม่ใช่หน้าที่ผมที่จะต้องไปชี้แจง แต่ในฐานะที่เคยดูแลสำนักงบประมาณมา 3 ปี เลยปัญญาไม่ทึบมีความเข้าใจ เมื่อเป็นนโยบายก็ต้องใช้เงินแต่ยังอยู่ในกรอบที่ตรวจสอบได้ หากมีการทุจริต สตง.ก็เล่นงาน เขาเรียกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ อิจฉาไงเห็นผลงานเขามี เลยออกมาพูดให้คลุมเครือ แต่ผมไม่มีวันกลัว ผมตรงไป ตรงมา ผมไปต่างจังหวัดเบี้ยเลี้ยงซักบาทก็ไม่เคยเบิก ผมระวังเนื้อ ระวังตัว”รองนายกฯกล่าว
“ณัฐวุฒิ” ชกข้ามรุ่นกรีด “ชวน” ใจแคบ ย้อนแสบให้ควักเงินซุกชดเชย6 พันล้าน”มาร์ค”สั่งปราบปชช.
กุมภาพันธ์ 7, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“ณัฐวุฒิ” ชกข้ามรุ่น กรีดยับ “ชวน “ใจแคบให้เอาเงิน “แม้ว” เยียวยาแดง ไม่คิดว่าจะออกจากปากผู้ใหญ่ ย้อนเจ็บให้ควักเงินที่ซุกไว้จ่ายชดเชยงบ 6,000 ล้านบาท สั่งปราบปชช.
เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าให้รัฐบาลนำเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาจ่ายเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ว่า ไม่นึกเลย่วาจะได้เห็นท่าทีหรือได้ยินความคิดแบบนี้จากนักการเมืองอาวุโสระดับนายชวน ถ้าเป็นระดับโฆษกของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องพยายามแย่งชิงพื้นที่สื่อเพื่อแสดงบทบาททางการเมืองในพรรคก็เป็นเรื่องพอเข้าใจได้ แต่ท่าทีของนายชวนเป็นการบ่งบอกทิศทางหลักของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นการชี้นำทางความคิดของพรรคประชาธิปัตย์
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาของรัฐบาลนั้น ประกาศดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ากลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตร ประชาชนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ตำรวจและทหารฝ่ายปฏิบัติการรวมอยู่ในนี้ทั้งหมด การที่นายชวนแสดงความคิดเห็นเช่นนี้เป็นการแสดงความคับแคบทางความคิด เป็นความเห็นที่น่าเสียใจสำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร รัฐบาลประกาศตลอดเวลาว่าการเยียวยาเป็นการเริ่มต้นของการสร้างความปรองดอง แต่พอนายชวนแสดงท่าทีอย่างนี้ทำให้ไม่แน่ใจว่าคำว่าปรองดองของพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร และตนก็ไม่เข้าใจว่าเงิน 6,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการปราบปรามประชาชนจะต้องไปวางบิลที่ใคร ขอนุโมทนาว่าถ้าไม่เห็นด้วยขอให้แสดงความเห็นด้วยเหตุผล เพราะการแสดงความเห็นแบบนี้ไม่น่าออกมาจากคนระดับนายชวน
ปชป.ประกาศต้านขายหุ้นปตท.ทั้งใน-นอกสภา
กุมภาพันธ์ 5, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
เมื่อเวลา10.30น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการจัดงานเสวนา “เปิดหู เปิดตา พลังงานไทย” ขายหุ้นปตท.คนไทยได้หรือเสีย โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.สรรหา และนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมวงเสวนา ที่บริเวณลานพระแม่ธรณีพรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะขายหุ้นร้อยละ 2 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้กับกองทุนวายุภักษ์ เพื่อลดหนี้สาธารณะ ซึ่งถือเป็นการแปรรูป ปตท.ให้เป็นบริษัทเอกชน จะทำให้โครงสร้างการบริหารงานเปลี่ยนแปลง ไม่ได้อยู่ในอำนาจการควบคุมของรัฐ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรมว.พลังงานเงา กล่าวว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการขายหุ้นดังกล่าว ซึ่งรัฐควรให้ปตท.คงความเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไป เพื่อดูแลปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตและเป็นกลไกควบคุมราคาพลังงาน ก๊าซ เพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าประเทศไทยควรมีบริษัทน้ำมันแห่งชาติเป็นของประเทศเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ และหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะขายหุ้นและเปลี่ยนสถานะของ ปตท. ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยันที่จะคัดค้านเรื่องดังกล่าวทั้งในและนอกสภาให้ถึงที่สุด
ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่า ตามแนวคิดของนายวีรพงษ์ รามางกูร นั้น การขายหุ้นปตท.ไม่ใช่การแปรรูปให้เป็นบริษัทเอกชน แต่เป็นการโอนหนี้ของรัฐบาลให้กองทุนวายุภักษ์ ซึ่งรัฐบาลยังสามารถกำกับดูแลทั้ง2หน่วยงานได้ เนื่องจากกองทุนวายุภักษ์อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง แต่ส่วนตัวกังวลว่ากองกองทุนจะหมดอายุในปี2556 ซึ่งจะต้องเปิดขายหุ้นให้คนนอกซื้อได้อาจทำให้เกิดปัญหา จึงจำเป็นต้องหาวิธีจำกัดการขายหุ้นดังกล่าว เพื่อให้กองทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพลังต่อไป แต่อย่างไรก็ตามหากปตท.ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจจะมีข้อดีที่จะสามารถแข่งขันและบริหารงานได้คล่องตัวขึ้นแต่มัข้อเสียพือค่าครองชีพจะสูงขึ้น เพราะรัฐไม่สามารถกำกับได้
นางสาวรสนา มองว่าการขายหุ้น ปตท. ครั้งนี้แม้จะช่วยลดยอดหนี้สาธารณะได้บ้างแต่ก็ไม่มาก ดังนั้นเรื่องการโอนหนี้หรือขายหุ้นให้กองทุนวายุภักดิ์จึงเป็นเพียงขออ้างของรัฐบาลเท่านั้น ประโยชน์ที่ได้เพียงน้อยนิดแต่ผลที่จะตามมาทั้งเรื่องการกู้ยืม ขายหุ้น หรือการโอนหนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบให้กับคนทั้งประเทศและระบบเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงต้องมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้ระเอียดรอบคอบ
ส่วนนายอภิรักษ์ ระบุว่าการเตรียมการขายหุ้น ปตท. ของรัฐบาลครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาได้มีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน มีการลอยตัวราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลกระทบให้รายจ่ายแต่ละครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงกระทบไปยังค่าครองชีพของประชาชนในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย
“อภิสิทธิ์” ติงรัฐจ่ายเงินเยียวยาครอบคลุม เสมอภาค
กุมภาพันธ์ 4, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
“ อภิสิทธิ์” ติง รัฐ จ่ายเงินเยียวยาไฟใต้ ขอให้วางหงักเกณฑ์ชัดเจนให้ครอบคบุมและเสมอภาค หวั่นเกิดปัญหาตามมา
นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบยจากการเกิดในหลายจังหวัดพื้นที่ภาคใต้รายละ 7 ล้านบาทนั้นว่า ถ้าหลักการของการอนุมัติเรื่องการเยียวยาจากเหตุการณ์ทางการเมืองประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ก็ควรจะมีสิทธิ์ด้วย ตนขอฝากข้อสังเกตและเป็นหลักการที่ย้ำข้อแรก สำหรับกรณีใครก็ตามที่จงใจ กระทำความผิดไม่ควรได้รับการเยียวยา เพราะการเยียวยาตามหลักสากลจะใช้กับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ต้องไม่ส่งสัญญาณที่ผิด ข้อที่สอง เวลาที่พูดถึงภาคมใต้รัฐบาลยังวนเวียนอยู่กับ 2-3 เหตุการณ์ เพราะจริงๆแล้วเหยื่อทางภาคใต้เป็นเหยื่อของปัยหาการทำงานทางการเมืองทั้งหมดเพราะฉะนั้นต้องนึกถึงครู อาสา หรือใครที่ปฎิบัติหน้าที่แล้วเสียชีวิต มันไม่ได้อยู่ในเหตุกาณณ์ 2 -3 เหตุการณ์ที่พูดจากันเป็นพิเศษแต่คนเหล่านี้สมควรได้รับการเยียวยาบนความเสมอภาค
เมื่อถามว่า การที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุถึงการจ่ายเงินเยียวยาและตัวเลขจำนวนเงินที่จะจ่ายว่า มองจากจินตนาการนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่า ความหมายคืออะไร แต่การคำนวนตัวเลขต่างๆควรจะมีหลักเกณฑ์ และขอเตือนว่า การจ่ายเงินจะต้องมีกฎหมายและมีระเบียบรองรับ ถ้าไปจ่ายเงินแล้วไม่ถูกต้อง ก็จะมีปัญหาตามมา ต้องยอมรับว่า เวลานี้ประชาชนจำนวนมากมีความรู้สึกว่า รัฐบาลไม่พยายามพูดให้ชัดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆ กรณีของคนที่บริสุทธิ์สูญเสียที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้วก้ได้จ่ายชดเชยไปแล้ว แต่ถ้าจะทำเปฌนกรณีพิเศษ โดยการยกเหตุผลในเรืองวภาะพรวมการปรองดองและดูให้ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ คิดว่าสังคมรับได้ แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และต้องเฉพาะคนที่ถูกละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งต้องไม่รวมถึงคนที่กระทำความผิด รัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะคนที่สูญเสียมีทั้งชาวพุทธและมุสลิม จะไปแยกตามศาสนา อาจจะมีปัญหาตามมา อยากให้รัฐบาลตั้งสติให้ดี เพราะบางที่การเข้าไปแก้ปัญหาตจะกลายเป็นการไปสร้างปัญหาใหม่ ที่ไปกระทบความรู้สึกและเกิดความขัดแย้ง
โฆษกปชป. จับโกหกนายกฯปู 9 ข้อ
กุมภาพันธ์ 3, 2012 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“โฆษกปชป.” จับโกหก “นายกฯยิ่งลักษณ์” 9 ข้อ แขวะเลิกอุปทานหมู่คิดว่าตัวเองเป็นนายกฯ ปรับครม.เอง ทั้งที่ส.ส.บินไปดูไบ-ฮ่องกงมากกว่าไปหาที่บ้านอีก
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในรอบ 6 เดือนว่า เห็นได้ชัดว่านายกฯ ไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้แต่กลับมีพฤติกรรมโกหกประชาชนหลายเรื่อง หลายวาระ ซึ่งตนเห็นว่ามีการโกหกทั้งหมด 9 โกหกคือ 1. โกหกเรื่องนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ใช้หาเสียง เพราะไม่มีการยกเลิกกองทุนน้ำมัน แต่ราคากลับพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติศาสตร์ ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทก็ยั้งไม่ขึ้นทันทีทั่วประเทศ เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทก็ไม่ทำจริง ไม่ได้ใช้กับบริษัทเอกชน ส่วนที่จะขึ้นในภาครัฐก็ไม่ใช่เงินเดือนแต่เป็นเงินช่วยค่าครองชีพให้เท่านั้น โครงการรับจำนำข้าวก็มีการทุจริตมหาศาล 2. วาทกรรมเอาอยู่ ในเรื่องอุทกภัย ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย 4.8 ล้านครัวเรือน รวม 13.5 ล้านคนได้รับความเดือดร้อน และพื้นที่การเกษตร 11.2 ล้านไร่เสียหาย ยังไม่ต้องนับเรื่องถนน ปศุสัตว์ตายเป็นล้านตัว นอกจากนี้ ยังคนเสียชีวิต 815 คนจากการเอาอยู่ของนายกฯคนนี้ โกหกที่ 3. การเดินทางไปดาวอส ทัวร์ต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ กลับมาก็มาให้สัมภาษณ์ว่า นักลงทุนมั่นใจประเทศไทย แต่ตอนพูดเรื่องพรก.กู้เงิน กลับพูดเองว่า ที่ไปพบกับนักลงทุนร้อยละ 50 ยังไม่แน่ใจว่า จะกลับมาลงทุนในประเทศไทยอีกหรือไม่ นี่คือการโกหกชัดเจน และถ้านักลงทุนมั่นใจ ทำไมถึงไม่มีใครมาฟังปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจของนายกฯ ที่โรงแรมดุสิตธานีเลย ซึ่งปกติการปาฐกถาในเรื่องอย่างนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนสนใจมากที่สุด แต่เขารู้ว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พูด มันไม่มีความหาย พูดมาก็ทำไม่ได้ ก็โกหกอีก
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 4. โกหกเรื่องการเร่งรัดออกพ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาทในการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธปท. โดยอ้างเรื่องความเร่งรีบ ความมั่นใจ ในการแก้ปัญหาอุทกภัย แต่บุคลากรในกยน. ทั้งนายสมิทธ ธรรมสโรช เองก็บอกว่า กยน.ไร้ทิศทาง ไม่มีการร่วมมือ มีแต่เรื่องของตัวเลข นายปราโมท ไม้กลัด ก็บอกว่าทำงานแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะประชุมกันเดือนละครั้ง ไม่มีวาระการป้องกันที่จะเกิดขึ้นซ้ำในปีนี้
“สภาพัฒฯ เองก็บอกว่าใช้เงินแค่ 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่รัฐบาลกลับไปกู้ถึง 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการเบิกใช้งบตัวนี้ในปี 57 ดังนั้น รัฐบาลจะรีบกู้เงินเพื่ออะไร โกหกที่ 5.รัฐบาลบอกประชาชนว่ามีแผนการป้องกันอุทกภัยแล้วแต่บอกประชาชนไม่ได้ เพราะกลัวแตกตื่น รู้แล้วว่าฟลัดเวย์ แก้มลิงจะอยู่ไหน แต่ต้องปิดเป็นความลับ ตกลงว่าเราไม่ใช่คนไทยหรืออย่างไรถึงบอกไม่ได้ ถ้าไปสร้างทับที่ของครม.คงไม่มีใครว่า แต่ประชาชนเขาห่วงว่าพื้นที่เขาจะกลายเป็นที่รองรับน้ำ นอกจากนี้ บอกว่าน้ำท่วมทุ่งในพื้นที่ประชาชนเข้าใจผิด เพราะรัฐบาลตั้งใจเก็บน้ำไว้เพื่อการผลิตภาคการเกษตร แล้วที่มีน้ำขังอยู่ตามตรอกซอย จะอ้างเรื่องนี้ด้วยหรือไม่” นายชวนนท์กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โกหกที่ 6.เรื่อง มาตรา 112 ที่กลุ่มนิติราษฎร์เคลื่อนไหวมาตลอด 3 เดือน ไม่มีใครคัดค้าน แต่พอมีกระแสต่อต้านจากสังคม นายกฯ ก็โหนกระแสทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ทันที ทั้งนี้นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. ก็ออกมายอมรับว่า เป็นเนื้อเดียวกัน แต่การเสนอแก้ไขไม่ใช่ข้อเสนอในตอนนี้ ดังนั้น หากมั่นใจว่าจงรักภักดี ต้องไม่ห้าม เอาไปแถลงที่อิมพิเรียลเลยหากคิดว่าเป็นเรื่องดี แต่อย่ามาพูดว่า ที่ยังไม่เคลื่อนเพราะกระแสสังคมไม่ยอมรับ แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดเลยว่า แก้แล้วจะดีกับสถาบันในแง่ไหน อย่างไร โกหกที่ 7.น.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกเรื่องนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กลางสภาฯ ว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าติดแบล็คลิสจากสหรัฐ แต่หนังสือที่นางนลินีเคยนำมาโชว์กับสื่อมวลชนตอนที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหนังสือหนังสือที่ตอบจากนายอดัม เจ ยู บิน ผอ.สำนักควบคุมทรัพย์สินกระทรวงการคลังของสหรัฐ ว่าเรื่องของนางนลินีมีการสอบถามถึงสถานะจากรัฐบาลไทยก่อนแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พูดง่ายๆ คือมีการสอบถามมาก่อนแล้ว แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ทราบ ถ้าไม่ได้โกหกก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในสายการบังคับบัญชาในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทยแล้ว
“ส่วนที่บอกว่าเรื่องของนางนลินีเป็นคดีที่ยังไม่ได้ข้อยุตินั้น เป็นการเข้าใจผิด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่คดีความ ไม่มีการอุทธรไม่ใช่ศาล เป็นเรื่องของกระทรวงการคลังประเทศสหรัฐ ซึ่งจบไปนานแล้ว และที่บอกว่าไม่มีใครร้องเรียนนั้น ใครจะไปรู้ว่าจะตั้งใครเป็นรัฐมนตรี ทีหลังบอกให้พี่ชายนายกฯช่วยเปิดโผมาก่อน ประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบ นอกจากนี้ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพเรื่องส่วนตัวของนางนลินีนั้น ยืนยันว่า ไม่มีใครเอานางนลินีไปกักขัง แต่เป็นเรื่องของผลเสียของประเทศไทยเรื่องการทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ” ก็ขอให้มอบงานให้เดินทางไปสหรัฐดูว่าไปได้หรือไม่ นายชวนนท์กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า โกหกที่ 8.ที่บอกจะคืนความปรองดองให้ประเทศไทย แต่จังหวัดชายแดนใต้เกิดเหตุปะทะรายวัน แค่เฉพาะเดือนม.ค.มีผู้เสียชีวิตภายใต้การบริหารงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ 33 ราย บาดเจ็บอีก 41 ราย นี่หรือที่บอกจะใช้ความเป็นผู้หญิงสร้างความสงบ สันติ แต่นายกฯ ไม่เคยเหยียบภาคใต้เลย กรณีทหารยิงประชาชนที่จ.ปัตตานีเสียชีวิต 4 ราย แต่สิ่งที่นายกฯ ควรจะพูดคือเสียใจ ขอโทษ กลับไม่มีออกจากปากมาเลย ได้แต่แต่งตัวสวยออกจากบ้านไม่คิดถึงคนที่ตายเลย และ“ข้อที่ 9 สำคัญที่สุด เพราะถือเป็นการอุปทานหมู่อย่างร้ายแรงคือ การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกตัวเองว่าเป็นนายกฯ บอกว่าเป็นคนปรับครม.เอง มีอำนาจูงสุดในการบริหารประเทศไทย ทั้งที่รู้ตัวดีว่าทุกวันนี้เข้ามาได้เพราะอะไร ครม.ที่ปรับเปลี่ยนเพราะเขาบินไปดูไบ ฮ่องกง ส.ส.บินไปทุกอาทิตย์ อยากถามว่ามีใครเคยไปหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่บ้านหรือไม่ นี่คือการโกหกข้อสำคัญ ดังนั้น อยากให้หยุดโกหกตัวเองว่าเป็นนายกฯ ของไทย ทั้งหมดผมฝากไปด้วยความหวังดี อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นตัวของตัวเองนำพาประเทศรอดพ้นจากเศรษฐกิจและสังคม” นายชวนนท์กล่าว
“มาร์ค” จวก “ตู่” ปูดข่าวมั่วชี้แค่นิทานปลุกระดมแดง
กุมภาพันธ์ 3, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“มาร์ค” จวก “ตู่” ปูดข่าวมั่ว ชี้แค่ขบวนการสร้างนิยายล้มรัฐรายวันเพื่อปลุกะรดมมวลชนแดงอุ้มรัฐบาล ยัน เพื่อไทยข้วางงูไม่พ้นคอกรณี 112 ตอกย้ำ นายกฯเองเคยระบุจะแก้มาตรานี้ หลังเลือกตั้ง อย่าโยนบาปให้ ปชป. ห่วง ขัดแย้งใน มธ.บานปลาย แนะผู้บริหารเร่งหาข้อสรุปร่วมนิติราษฎร์โดยด่วน แนะ รัฐใช้กลไกบริหารช่วยคลายปม 112 มุ่งปกป้องสถาบัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ฟ้าวันใหม่” ทางบลูสกายแชนแนล ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพื่ดไทย ออกมาระบุว่า มีการบิดเบือนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อล้มรัฐบาลภายในเดือนเมษายนนี้ว่า ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิดล้มรัฐบาล เรื่องที่นายจตุพรออกมาระบุจึงเป็นเพียงแค่การสร้างนิยายหรือนิทานปลุกระดมเพื่อรักษามวลชน ที่เติบโตมาจากการเคลื่อนไหวของเขาเอง แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยอำนาจทางการเมืองจะเคลื่อนไหวก็ไม่ถนัด เพราะต้องรับผิดชอบบ้านเมือง จึงปลุกระดมว่า จะมีคนล้มรัฐบาลนี้ต้องออกมาปกป้อง ซึ่งขอยืนยันว่า ไม่มี
” เรื่องมาตรา 112 ที่รัฐบาลจะโยนให้ใครไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลเองทั้งนั้น คุณยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า จะสะสางกฎหมายนี้หลังชนะเลือกตั้ง แกนนำเสื้อแดงก็เคลื่อนไหวต่อเนื่อง แต่พอมาถึงวันนี้ จะไปโทษว่า พรรคประชาธิปัตย์ใส่ร้ายได้อย่างไร ผมถามย้ำอีกครั้งว่า นายโรเบิร์ต อัมเสตอดัม ทนายความส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ใช่คนของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เพราะเขาเข้ามาเคลื่อนไหวให้แก้ไขกฎหมายมาตรานี้ทำไม ถามว่ามีใครจ้างหรือไม่ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้อง ผมก็ย้ำอีกครั้งว่า ให้ปลดนายอัมเสตอดัมออกจากการเป็นทนายความส่วนตัวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจก่อน แต่ก็ไม่เห็นมีการดำเนินการอะไร ในเรื่องนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการเสนอทางออกเพื่อลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์จากกรณีมาตรา 112 ว่า ผู้บริหารและผู้ที่จะจัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัยต้องหารือกันว่า จะใช้เสรีภาพทางวิชาการโดยหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ความรุนแรง พร้อมชี้แจงให้ได้ในข้อสงสัยว่า จะตกเป็นเครื่องมือของกระบวนการทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร เพราะหากจะแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจ ก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามบานปลายออกไปกว่านี้ เพราะขณะนี้มีการรวมคนกดดันทางหนึ่งทางใดก็จะเกิดปัญหาตามมา และได้เคยเตือนแล้วว่า มาตรา 112 เป็นเรื่องอ่อนไหว รัฐบาลควรตัดไฟแต่ต้นลม หากต้องการปรับปรุงก็ให้การคุ้มครองปกป้องสถาบันไปได้ด้วยดี โดยวิธีการที่ดีที่สุด รัฐบาลต้องบอกว่า จะใช้มาตรการทางบริหารเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างไร โดยใช้วิธีการปรึกษาหารือเป็นการภายใน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเขื่อความศรัทธา วัฒนธรรม อาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย แม้ว่าทุกฝ่ายจะมีเสรีภาพจะมีแต่เรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คนที่จะใช้เสรีภาพต้องมีความรับผิดชอบด้วยเข่นเดียวกัน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเองก็คงไม่ต้องการที่จะปิดกั้นใครเป็นการเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้ต้องหาคำตอบโดยเร็วเพื่อประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและสังคมด้วย









กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












