ปชป. เผย5ประเด็นหลักร่างรธน. ส่อขัดกฏหมาย
พฤษภาคม 15, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, การเมือง
ทีมกฏหมาย ปชป. เผย 5ประเด็นหลัก ส่อขัดกฏหมาย จ่อเตรียมยื่นผู้ตรวจการฯ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง รัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย ต้นสัปดาห์หน้า
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่วาระ 3 ในวันที่ 5มิ.ย. ซึ่งทางคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ จะเตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในสัปดาห์หน้า เพื่อวินิจฉัยกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ สำหรับประเด็นที่ส่อว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 1. ขัดต่อมาตรา 291 เดิมที่กำหนดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้เพียงบางมาตรา ไม่ใช่จัดทำใหม่ทั้งฉบับเช่นนี้ 2.กรณีที่ประชาชนมอบอำนาจให้ส.ส. และส.ว.เป็นผู้จัดทำกฎหมาย แต่กลับมอบให้ส.ส.รเป็นผู้ดำเนินการแทน 3.กฎหมายการเลือกตั้ง ต้องเป็นกฎหมายเฉพาะการเลือกตั้งส.ส.ร.เท่านั้น แต่กลับนำกฎหมายเลือกตั้งส.ส.และส.ว.มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งก็พบว่ามีข้อบกพร่องอยู่หลายส่วน 4. ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดทำประชามติ ปี 2552ซึ่งกำหนดให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจในเนื้อหาก่อนทำประชามติ ไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้กลับให้เวลาน้อยกว่า 90วัน และ5.เมื่อส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ แทนที่จะส่งกลับให้สภาฯ เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง แต่กลับมอบอำนาจให้ประธานรัฐสภาตรวจสอบเพียงคนเดียว ซึ่งตนไม่เชื่อว่าเขาจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งนี้หลังจากที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในสัปดาห์หน้าแล้ว ทันทืที่วาระ 3ผ่านก็จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความต่อไป
ปชป.เชื่อข่าวปรับครม.ห้ามใครเด่นกว่านายกฯ
พฤษภาคม 13, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่อาจต้องใช้เวลาไปอีกระยะหนึ่งว่า คงไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้เพราะอำนาจที่แท้จริง อยู่ที่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเห็นได้จากกลุ่มบุคคลที่ต้องการตำแหน่งคณะรัฐมนตรีต้องเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณแต่เพียงผู้เดียว และการที่นายกฯออกมาปฏิเสธเป็นระยะเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่มีอำนาจที่แท้จริง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการปรับครม.ครั้งนี้ก็จะไม่มีการนำเอาบุคคลโดดเด่นขึ้นค้นมาเป็นรัฐมนตรี เพราะกลัวจะข่มรัศมีตัวนายกรัฐมนตรี เช่น กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่คงจะหมดสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งครม.ชุดใหม่ เพราะหากเข้ามาจริง ความโดดเด่นทางการเมือง ประสบการณ์ และบุคลิกภาพเหนือกว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุกๆด้าน และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์นายกฯที่ตกต่ำอยู่แล้ว ตกต่ำไปอีก ทั้งนี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวเชื่อได้ว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ก็รู้สถานการณ์เป็นอย่างดีจึงรีบปฏิเสธตำแหน่งใดในรัฐบาลก่อน
ปชป.หวังลต.ซ่อมชม.คะแนนเพิ่ม-แกนนำพรรคลงช่วยสิ้นเดือนนี้
พฤษภาคม 12, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
นายเทอดพงศ์ ไชยนันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำพรรคภาคเหนือ กล่าวถึงการช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.เชียงใหม่ ให้กับนางกัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคไม่ได้มีการวางแผนอะไรเยอะ แต่จะเน้นการลงพื้นที่ให้มาก โดยการพบปะกับชาวบ้านให้มากที่สุด และจะมีส.ส.ของพรรค โดยเฉพาะส.ส.ภาคเหนือ ไปช่วยกันหาเสียงด้วย ขณะที่นางกัลยกรณ์ ก็ได้เดินพบกับชาวบ้านมากอยู่แล้ว ซึ่งได้เน้นทำความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมกับการพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ ซึ่งตนเห็นว่านางกัลยกรณ์ ก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถจึงเอาจุดเด่นนี้ไปคุยด้วย ขณะเดียวกันก็ได้พยายามจะทำการหาเสียงอย่างเต็มที่ แต่ติดที่มีเวลาไม่มาก จึงเน้นมุ่งหน้าพบชาวบ้านให้มากที่สุด สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ก็จะเดินทางไปช่วยหาเสียงในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้ เนื่องจากขณะนี้ติดงานที่ต่างประเทศและติดงานการประชุมสภาฯ รวมทั้งผู้ใหญ่ของพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ก็จะไปช่วยหาเสียงด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการวางแผนว่าจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ มีปราศรัยใหญ่ แต่จะพบชาวบ้านให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น พรรคก็มีความหวังที่จะได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมบ้าง แต่ก็มีปัญหาเรื่องระยะเวลา เพราะส่วนใหญ่จะติดการประชุมสภาฯ และการพิจารณางบประมาณฯ แต่เมื่อลงสมัครแล้วก็ตั้งใจทำทุกอย่างเท่าที่ดำเนินการได้
“อภิสิทธิ์” จวก “รัฐบาลปู” ชี้ต้นเหตุ 9 เดือนบริหารงานผิดพลาด
พฤษภาคม 11, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report
“อภิสิทธิ์” ตีแสกหน้า “รัฐบาลปู” ชี้ต้นเหตุ 9 เดือนบริหารงานผิดพลาด ล้มเหลว ไม่เป็นท่า ตามที่ตั้งสร้างความหวังให้ชาวบ้าน เพราะรัฐมัวแต่มุ่งงานการเมืองเพื่อช่วย นายใหญ่ทุกช่องทาง ละเลยการแก้ไขปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูงไล่เรียงตัวนโยบายหลัก 300 บาท ค่าแรง 1.5 หมื่นเงินเดือนป.ตรี จำนำข้าว 1.5 หมื่นบาท รวมถึงมันสำปะหลังเปิดช่องทุจริต เกษตรกรเข้าไม่ถึง ตอกย้ำทีมเศรษฐกิจสอบตกกระชากค่าครองชีพสูงแทนที่จะลง ลั่นไม่ตอบโจทย์ประเทศที่หาเสียงไว้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลู สกาย แชลแนล ทีวีถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเวลา 9 เดือนว่า รัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการนโยบายด้านเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งชัดเจนมากทั้งเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทที่ตั้งความหวังให้ประชาชนว่าทำทันทีทั้งประเทศ ขณะที่เราหาเสียงว่าจะเพิ่ม 25 % ของค่าแรงใน 2 ปี และรัฐบาลเองก็ทำได้ 300 บาท แค่ 7 จังหวัด เท่านั้น หรือกรณีเงินเดือน 15,000 บาทที่สุดก็เป็นแค่เพิ่มเงินค่าครองชีพให้แค่ข้าราชการและลูกจ่างประจำของรัฐ ทั้งที่ในข้อเท็จจริงหากจะช่วยค่าครองชีพ หลักสากลจะช่วยทุกคนเท่าๆกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ ที่สำคัญสุดคือ นโยบายจำนำราคาข้าวที่ตั้งไว้ 15,000 บาทรับจำนำทุกเมล็ดข้าว ชาวนาส่วนใหญ่ได้ราคาไม่ถึง บางคนเข้าร่วมโครงการไม่ได้ เดือนร้อนที่สุดคือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง รวมถึงการกระชากค่าครองชีพให้ลงมาเริ่มต้นจากค่าน้ำมันด้วยการยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน แต่วันนี้นายกฯ พอถูกถามเรื่องของแพงก็พยายามจะอธิบายบอกว่า ที่คนรู้สึกว่าของแพงนั้น เพราะเงินในกระเป๋าลดลง จึงอยากถามว่า ถ้าได้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้แล้ว เงินในกระเป๋ามันจะลดลงได้อย่างไร เพราะพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า จะเพิ่มรายได้ให้ และจะลดรายจ่ายให้ จะปฏิเสธไปไม่ได้เรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นความล้มเหลวเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบไปถึงการส่งออกที่ทรุดตัวลง ไม่ใช่น้อยลงในแง่ของเศรษฐกิจ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจ ที่นายกฯ ยอมรับว่า เงินในกระเป๋าชาวบ้านลดลง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ด้านต่าง ๆ ก็มองด้วยความเป็นห่วงกังวลว่า เศรษฐกิจขณะนี้เจอทั้งภาวะเงินเฟ้อ แล้วก็ดูเหมือนกับว่าจะเจอลักษณะความฝืดเคืองไปพร้อมๆ กัน ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในเรื่องของการที่จะรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ตั้งแต่เรื่องการแทรกแซงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาจนถึงเรื่องของการกู้เงิน ซึ่งนโยบายประชานิยมเองก็ไม่มีคำตอบในเรื่องของรายได้ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเรื่องเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นเหมือนกัน เช่น ที่ จ.ขอนแก่น ที่ไปทำโพลล์เฉพาะพี่น้องชาวอีสานก็ยิ่งเป็นคำตอบที่ชัดว่า ในขณะที่อาจจะยังสนับสนุนทางพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาลอยู่ แต่ก็ยอมรับแล้วว่า รัฐบาลสอบไม่ผ่านในเรื่องของเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับด้านการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเรื่องประชาธิปไตย กับการปรองดอง แต่สิ่งที่เราเห็นมุ่งมั่นชัดเจนและทำอย่างต่อเนื่องทุกองคาพยพ คือความพยายามหาทางในการที่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสภาฯ ส.ส.ต้องอยู่ให้ครบองค์ประชุม ที่ประชุมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตั้งแต่ 9.30 น. จนถึงตี 2 ขยายสมัยประชุมออกไป โดยไม่มีกำหนด ให้ประชุมตั้งแต่จันทร์ – ศุกร์ หรือเสาร์ – อาทิตย์ก็ยังเคยจะประชุม แต่ถ้าเราเห็นการใช้พลังงานของรัฐบาลในลักษณะนี้ไปแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เผชิญกับปัญหาของแพง เข้าไปทำเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้มาก แต่กลับตรงกันข้ามที่ไปให้ความสำคัญในเรื่องของการเมืองและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น ฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นยืนยันได้ว่า สังคมมีความวิตกกังวลว่า กำลังจะนำไปสู่ปมความขัดแย้งใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม ที่ผ่านมา 9 เดือนจึงไม่ได้ตอบโจทย์ของประเทศไทย และไม่ได้เป็นไปตามแนวทางของการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้ความหวังกับพี่น้องประชาชน หนำซ้ำหลายเรื่องยังสวนทางจากเดิม เช่น การยกเลิกกองทุนน้ำมันช่วงแรก แต่ตอนนี้กลับมาไล่เก็บเงินประชาชนเข้ากองทุนน้ำมันอย่างเดียวด้วยการขึ้นค่าก๊าซ ค่าไฟ อย่างต่อเนื่อง แม้จะบอกชาวบ้านว่าพยายามตรึงราคาอยู่
“สาเหตุหนี่งเพราะรัฐบาลมัวทำแต่เรื่องการเมืองมาก จนเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้งานด้านเศรษฐกิจภาพรวมมีปัญหา เช่น เรื่องค่าแรงที่ขึ้นไป ก็ไม่มีมาตรการรองรับสำหรับผู้ประกอบการเท่าที่ควร การเตรียมการที่จะรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วม มีการออกพระราชกำหนดอะไรต่างๆ ไม่มีการติดตามเกาะติดสถานการณ์ ที่สำคัญไม่มีความจริงจังที่ดู ต้นทุนทางด้านพลังงานว่า เชื่อมโยงกับราคาสินค้าอะไรบ้าง ซึ่งส่งผลถึงชาวบ้านโดยตรง แต่ถ้าดูทางการเมืองจะรู้สึกว่า เข้มข้นมาก แม้กระทั่งอย่างเรื่องของแพง แทนที่ไปให้ความสำคัญกับการที่จะแก้ปัญหา ก็มาสนใจในการที่จะตอบโต้ทางการเมืองกับฝ่ายค้านมากกว่า ตั้งแต่รัฐบาลไปจนถึงปลัดกระทรวง ขณะที่ ครม. ส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนรับรู้ว่า งานที่รัฐบาลจะทำ จะเดินไปข้างหน้าแก้ปัญหาประชาชนได้อย่างไร มีอะไรบ้าง ผมยืนยันว่าตัวนายกฯ เองต้องเป็นผู้นำที่จะกอบกู้แนวทาง หากตัวนายกรัฐมนตรีไม่ขยับก็จะเป็นเรื่องยาก แม้จะมีการปรับ ครม.ใหญ่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งมีกรุงทพโพลล์ไปสำรวจ ครม.เป็นรายบุคคลพบว่า มีเพียง 4 – 5 คนเท่านั้นที่สอบผ่าน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามนำปัญหาทางเศรษฐกิจมาเป็นปัญหาทางการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุผลใด ที่รัฐบาลถึงกังวลว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองไปหมด แม้กระทั่งเมื่อของแพง ก็เริ่มต้นจากการตั้งโจทย์ในพรรคเพื่อไทยเสียก่อนว่า ของมันคงไม่ได้แพง แต่ว่า มันเป็นเรื่องที่ทางพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาลมาใช้คำว่า ปั่นกระแส สร้างกระแส ในเรื่องนี้ ซึ่งความจริง มันต้องดูตามความเป็นจริงด้วยว่า ของแพง หรือไม่แพงนั้น เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน เขาสัมผัสด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่มากล่าวหากันว่า พรรคฝ่ายค้าน สามารถที่จะสะกดจิตคนในสังคม ให้มีความสึกรู้ว่า ของแพง ได้ จึงเห็นว่าทุกเรื่อง เขาพยายามจะทำให้มันเป็นการเมือง “ ผมนั้นกลายเป็นบุคคลที่มีความเก่งกาจสามารถมากนะครับ ตั้งแต่ว่า สามารถทำให้น้ำท่วมได้ จนถึงสามารถสะกดจิตให้คนทั้งสังคม เชื่อว่าของมันแพงได้ครับ”
“เทพไท” เผยฝ่ายค้านกำหนดถกรธน.เสร็จวาระ2 ภายใน 15พ.ค.
พฤษภาคม 11, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐรรมนูญในวาระ 2 ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามรวบรัด ให้ผู้สงวนคำแปรญัตติได้อภิปรายในประเด็นสำคัญเพื่อลดเวลาการประชุมให้น้อยลง โดยตั้งเป้าว่า จะให้ลงมติในวาระที่ 3 ได้ ในช่วงวันที่ 30 หรือ 31 พ.ค.นี้ มิเช่นนั้นจะส่งกระทบกับการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆ ทั้งในส่วนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่มีแผนงานการศึกษาดูงานในต่างประเทศ รวมไปถึงกิจกรรมอบรมสัมมนาต่างๆในช่วงสมัยปิดประชุม ดังนั้นอยากจะให้ฝ่ายรัฐบาลได้ละเว้นการขัดขวางการอภิปราย โดยการประท้วงผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน เพราะจะเป็นการเสียเวลาโดยไม่จำเป็น และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะอภิปรายในมาตราสำคัญๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบต่อแนวทางการปกครองในระบอบประธิปไตย เช่น มาตรา 291/16 ว่าด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และประเด็นที่เกี่ยวกับข้อห้ามของ ส.ส.ร.ว่า ห้ามรับตำแหน่งทางการเมืองและเป็นคณะกรรมการในองค์กรอิสระ 5 ปีหลังจากพ้นตำแหน่ง เพื่อป้องกันไม่ให้การร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร.ทำเพื่อตัวเอง ส่วนมาตราอื่นๆ ก็จะมีอภิปรายไม่มากนัก จึงมั่นใจว่า ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือและเคารพการทำงานซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้การพิจารณาวาระ2 เสร็จสิ้นในวันที่ 15 พ.ค.และจะลงมติในวาระ 3 ได้ในวันที่ 30 หรือ วันที่ 31 พ.ค.เป็นอย่างช้า
“มาร์ค” แคลงใจ “ธาริต” เปลี่ยนสีไม่สั่งฟ้อง “จตุพร”
พฤษภาคม 10, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“มาร์ค” แคลงใจ “ธาริต” เปลี่ยนสี ไม่สั่งฟ้อง “จตุพร” ปราศรัยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เปิดทางนั่ง รมต. ชี้ ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ห่วง คดีค้างที่ “ดีเอสไอ” อาจถูกเป่าเพื่อเอาใจการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีคำสั่งไม่ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ที่กล่าวปราศรัยด้วยถ้อยคำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า รู้สึกข้องใจในดุลพินิจของดีเอสไอ เพราะเนื้อหาที่มีการปราศรัยมีความไม่เหมาะสมและมีเจตนาค่อนข้างชัด และการแถลงวันนี้สอดรับกับคำพูดของแกนนำคนเสื้อแดงก่อนหน้านี้ ซึ่งทางพรรคกำลังตรวจสอบที่มาที่ไปของคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวว่ามีความเป็นมาอย่างไร โดยคนที่ใช้ดุลพินิจตรงนี้ต้องมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย เมื่อถามว่า เป็นคำแถลงเพื่อรองรับตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับนายจตุพรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะรองรับได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่ตนยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นที่น่ากังขาและคนที่ใช้ดุลพินิจตรงนี้ต้องถูกตรวจสอบและจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย ซึ่งหากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ก็จะดำเนินการในเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้นายธาริตเคยระบุว่า กรณีนี้เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คิดว่าอะไรทำให้นายธาริตเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าตัว ยืนยันคนที่ใช้ดุลพินิจต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ทั้งนี้การทำงานของดีเอสไอก็มีแนวโน้มที่จะรองรับแกนนำเสื้อแดงและคนมีอำนาจพูดตลอดเวลา ซึ่งในที่สุดจะกระทบต่อหน่วยงาน จึงอยากย้ำว่าการใช้ดุลพินิจในเรื่องกฎหมายถูกผิดต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่ใช่เรื่องนโยบายและคนเป็นข้าราชการต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ซึ่งตนก็มีความเป็นห่วงคดีที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาของดีเอสไอ เพราะถ้าคำปราศรัยของนายจตุพรมีบรรทัดฐานว่าทำได้ ตนคิดว่ากฎหมายจะมีปัญหาแน่นอน
เมื่อถามอีกว่า หากอำนาจการเมืองเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นได้จะเกิดปัญหาอะไรกับบ้านเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะไม่มีความยุติธรรมในบ้านเมือง ซึ่งขณะนี้ก็มีความพยายามที่จะก้าวล่วงฝ่ายตุลาการ ดูได้จากคำชี้แจงของเสียงข้างมากในสภาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยืนยันว่าฝ่ายการเมืองต้องเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตราย เมื่อถามว่า ตอนนี้มีบางพรรคพยายามจะลดอำนาจตุลาการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนให้ตระหนักว่าในการติดตามตรวจสอบและการมีส่วนร่วมในกระบวนการต่าง ๆ จะได้คำนึงถึงตรงนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วหลักประกันความยุติธรรมในสังคมกับประชาชนก็จะไม่มี
มติปชป.ส่ง “กัลยกรณ์” ลงเลือกซ่อม ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่
พฤษภาคม 9, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, การเมือง
“อภิสิทธิ์”เผย มติพรรคปชป.ส่ง “กัลยกรณ์” ภรรยาเจ้าของสถานีวิทยุทหารเสือพระราชา เชียงใหม่ลงเลือกซ่อม ส.ส. เขต 3 เชียงใหม่ ปชป.ขอโอกาส
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติส่ง นางกัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนา ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่ในนามพรรค ซึ่งได้พิจารณาคุณสมบัติแล้ว เหมาะสมที่เป็นคนรุ่นใหม่และเป็นคนในพื้นที่ มีความตั้งใจทำงานให้กับประชาชน ส่วนผลการเลือกตั้งจะเกิดการพลิกล็อค ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ปทุมธานีหรือไม่นั้น คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฐานคะแนนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผลแตกต่างกันถึง 6 หมื่นคะแนน แต่ที่จ.ปทุมธานีต่างกันแค่ 1.7 หมื่นคะแนน ซึ่งแม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทางพรรคก็มีความตั้งใจจริงที่จะขอโอกาสในการเข้ามารับใช้ประชาชนชาวเชียงใหม่เขต 3 จึงเป็นโอกาสของคนเชียงใหม่เองที่จะส่งสัญญาณว่า แม้ว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเอง ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ตอบโจทย์ของประชาชนหลายเรื่อง ก็ให้ส่งสัญญาณไปยังพรรคเพื่อไทยได้ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ประชาชนสามารถจะบอกกับรัฐบาลว่า มีความพึงพอใจกับสิ่งที่รัฐบาลทำไว้ หรือไม่ อย่างไร โดยที่ไม่กระทบกับความเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า จะมีการปลุกปั่นประชาชนในพื้นที่ให้ต่อต้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กกต.ต้องเข้ามาตรวจสอบ พื้นที่นี้เหมือนกับบ้านของรัฐบาล ดังนั้นคงจะมีความพยายามทุกวิถีทาง อย่างไรก็ตามตนจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงด้วย แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลา
“อภิสิทธ์” ยันซักฟอกรัฐบาลแน่ เตือนนายกฯ ตั้ง “จตุพร” เป็นรมต. ดูความเหมาะสม
พฤษภาคม 9, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, การเมือง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในการประชุมสภาสมัยสามัญว่า ตอนนี้ชัดเจนว่า หลังการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะเสนอให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 โดยจะแจกเอกสารให้กับสมาชิกในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่ในการเตรียมอภิปรายฯ แต่ไม่ได้ตั้งธงว่าจะอภิปรายในงบประมาณส่วนไหนเป็นการเฉพาะ แต่นโยบายใดที่ล้มเหลว มีการทุจริตในจุดใด ก็ต้องอภิปรายตรงนั้น ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องไปว่ากัน ในการประชุมสภาสมัยสามัญ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้าง
เมื่อถามว่า เกรงว่าจะมีการปรับครม.เพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่ายังมีบางตำแหน่งที่จะไม่ถูกปรับเปลี่ยน อีกทั้งนโยบายหลายเรื่อง ยังเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครม. ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาตีกันไม่ให้นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ในการปรับครม.ที่จะถึงนั้น ตนคิดว่า ไม่ใช่เรื่องตีกัน แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม เป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อไทย แต่ที่สำคัญคือ อยากให้รัฐบาลหันมาสนใจปัญหาประชาชนมากกว่าสนใจปัญหาของพวกเดียวกันเอง เมื่อถามอีกว่า กรณีของนายจตุพร จะมีปัญหาคล้ายกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยท้วงติงเรื่องความเหมาะสม ดังนั้นนายกฯ ควรนำส่วนนี้มาพิจารณาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่านายกฯควรใช้ดุลยพินิจด้วยความระวัง เมื่อมีกรณีของนายณัฐวุฒิ และข้อสังเกตของผู้ตรวจการแผ่นดินมาแล้ว หากยังทำซ้ำอีกก็จะเป็นประเด็นอาจมีผลเรื่องจริยธรรม
ปชป.บี้รัฐ เร่งแก้ปมกุ้งราคาตก ม็อบขู่บุก กทม.
พฤษภาคม 8, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report
ปชป.บี้รัฐเร่งแก้ปมกุ้งขาวราคาตก ก่อนม็อบคนเลี้ยงกุ้ง 8 จ.ใต้ นักรวมตัวขึ้น กทม.บุก ปิดบ้านนายกฯปู ให้เวลา 3 วัน ขอ 4 พันล้านแทรกแซงซื้อกุ้งหวังดึงราคาขึ้น โอดราคาตกต่ำ จากเดิม กก.ละ 165 เหลือ 105 บาท
ที่รัฐสภา นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงกุ้งรายย่อย 8 จังหวัดภาคใต้ ได้ชุมนุมที่เชิงสะพานติณสูลานนท์ จ.สงขลา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยแก้ไขปัญหากุ้งขาวราคาตก เพราะเกษตรกรเลี้ยงกุ้งรายย่อยประสบปัญหาราคากุ้งสดตกต่ำ ขาดทุนมากว่า 3 เดือนแล้ว จากเดิมราคากุ้งขนาด 60 ตัวต่อ กก.ขายได้ 165 บาท ขณะนี้ กลับราคาตกต่ำเหลือเพียง กก.ละ 105 บาท ซึ่งที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรเคยเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แต่กลับยังไม่ได้รับการเหลียวแลเอาใจใส่จากรัฐบาล โดยเวลานี้เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการรับจำนำเช่นเดียวกับสินค้าราคาเกษตร ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 3,000 – 4,000 ล้านบาทเพื่อแทรกแซงซื้อกุ้งออกจากระบบไปแช่แข็งราว 3 หมื่นตันในระหว่างเดือนพ.ค.-ส.ค. ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้เป็นปี เมื่อกุ้งมีราคาสูงขึ้นจึงทยอยออกจำหน่าย ซึ่งรัฐบาลก่อนๆก็แก้ไขด้วยวิธีนี้มาโดยตลอด และเทียบกับการส่งออกกุ้งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละนับแสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับอนุมัติงบประมาณ 92 ล้าน ผ่านธนาคารเพื่อช่วยธุรกิจห้องเย็นให้กู้ในดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อนำเงินไปซื้อกุ้งจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อย ซึ่งเกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ ตนคิดว่ารัฐบาลไม่เข้าใจปัญหา จึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ เพราะกลุ่มเกษตรกรระบุจะเดินทางขึ้นมา กทม.ใน 3 วัน หากยังไม่ดำเนินการใดๆ โดยจะมีไปปิดถนนทางเข้าบ้านนายกฯแน่ จึงไม่เข้าใจว่า เกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งไม่ใช่คนไทยหรือจึงไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล
ปชป.ลั่น ได้ฤกษ์ยื่นซักฟอกรัฐ ดีเดย์ 1ส.ค.เอาแน่
พฤษภาคม 8, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ปชป.ลั่น ได้ฤกษ์ยื่นซักฟอกรัฐแล้ว ดีเดย์ 1ส.ค.เอาแน่ ไม่หวั่นรัฐบาลเลี่ยงดึงบ้าน 111 เสียบปรับ ครม.หนีการตรวจสอบ เชียร์ “ตู่”เหมาะนั่งมหาดไทย แสดงถึงการต่างตอบแทนคนจงรักภักดีนายใหญ่ ถาม ด้อยกว่า “เพื่อนเต้น”อย่างไร
ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการขยายเวลาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติออกไปอย่างไม่มีกำหนดว่า เป็นเกมที่รัฐบาลชุดนี้พยายามชิงไหวพริบ เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และไม่ได้เกินความคาดหมายว่า คงจะมีการฉวยโอกาสช่วงสมัยขยายสมัยประชุมออกไปนี้เพื่อยื่น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณพ.ศ.2556 เข้ามา “เกมนี้เป็นการช่วงชิงได้รับรู้กันในเฉพาะแกนนำรัฐบาล เพราะแม้แต่ตัวประธานวิปรัฐบาลยังไม่ทราบล่วงหน้าว่า จะมีการชิงเสนอ พ.ร.บ.งบประมาณเข้ามา แม้ว่าการยื่นร่างพ.ร.บ.งบประมาณเข้าในสมัยนิติบัญญัติโดยไม่ได้เปิดสมัยวิสามัญเพื่อปิดช่องทางการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านก็ตาม แต่ฝ่ายค้านสามารถใช้ช่วงระยะเวลาพิจารณางบประมาณวาระ 1 เป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจล่วงหน้าได้ และเมื่อถึงการเปิดสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค.ฝ่ายค้านจะได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่สามารถหนีการตรวจสอบได้” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า การหลีกหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทั้งคณะ มีเพียงทางเดียว คือ ปรับครม.ชุดใหญ่ โดยเอาผลโพลของเอแบคที่ได้ระบุว่า มีรัฐมนตรีในรัฐบาลสอบผ่านเพียงไม่กี่คน มาดำเนินการ เพื่อนำสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้ามาในครม.ได้ ทั้งนี้ ถึงจะมีการปรับครม.ทั้งชุดและเหลือน.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียวทางฝ่ายค้านก็พร้อมตรวจสอบนายกฯในฐานะผู้นำประเทศบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวในช่วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่จะให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้ามาเป็นรมช.มหาดไทย จนเกิดกระแสต่อต้านภายในพรรคเพื่อไทยนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่คนในพรรคเพื่อไทยพยายามแย่งชามข้าวซึ่งกันและกัน แต่เชื่อว่าไม่สามารถต้านทานความต้องการของนายใหญ่ได้ เพราะในเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงที่เขาใหญ่ก็ได้ประกาศชัดว่าจะปูนบำเหน็จให้นายจตุพรโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและคดีความที่ติดตัวอยู่
“เมื่อคนอย่างนายณัฐวุฒิสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ก็อยากถามว่านายจตุพรด้อยกว่านายณัฐวุฒิตรงไหน การกันเสื้อแดงฮาร์ดคอเข้าไปเป็นรัฐมนตรีเป็นยุทธศาสตร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการสร้างภาพให้เห็นว่า ใครก็ตามที่รับใช้ตัวเองอย่างสุดชีวิตก็จะได้รับการปูนบำเหน็จอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจะทำให้คนในระบอบทักษิณหลายคนก็พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้แบบถวายหัวให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ และพ.ต.ท.ทักษิณต้องการแสดงศักยภาพให้เห็นว่าในประเทศนี้ตัวเองเป็นผู้บงการและสามารถลิขิตชีวิตของกลุ่มผู้สนับสนุนตัวเองได้ทุกคน”นายเทพไท กล่าว











กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















