Get Adobe Flash player

เพื่อไทยเสนอยึดรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นโมเดลแก้รธน.

สิงหาคม 28, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

เพื่อไทยเสนอยึดรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นโมเดลแก้รัฐธรรมนูญ ยันไม่แทรกแซงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มอบอำนาจส.ส.ร.3 กำหนดประเด็นแก้ไขเอง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง การที่รัฐบาลเสนอแก้รัฐธรรมนูญ โดยการตั้งส.ส.ร.3 ว่า เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกัน โดยรูปแบบส.ส.ร.3 จะมาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด และกลุ่มนักวิชาการ กลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ มาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะส.ส.ร.จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ส่วนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ยังไม่ได้หารือว่า จะให้รัฐบาล ครม. หรือประชาชนเป็นผู้เข้าชื่อเสนอ ซึ่งในวันที่ 29 ส.ค. จะมีการประชุมวิปรัฐบาล ที่รัฐสภา อาจจะมีการหารือกรอบเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยหัวใจสำคัญคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใกล้เคียงสุดคือ รัฐธรรมนูญปี 2540 โดยพรรคเพื่อไทยมองว่า ควรใช้รัฐธรรมนูญปี 254รธน. 40 เป็นโมเดล ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย แสดงว่า ปากเป็นประชาธิปไตย แต่หัวใจเป็นเผด็จการ

“สุรพงษ์” จ่อ แจ้งความกลับ ปชป. ข้อหาใส่ร้ายรัฐบาลฯ

สิงหาคม 22, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, talk of the town, การเมือง

 

“พร้อมพงศ์” ระบุ “สุรพงษ์” จ่อ แจ้งความกลับ ปชป.ช่วงเช้าวันนี้ที่ สน.พญาไท ในข้อหาแจ้งความในข้อหาใส่ร้ายรัฐบาลฯ ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาพร้อมเตรียมยื่นยุบพรรค อังคารที่ 23 ส.ค.นี้…

เมื่อ (วันที่ 22 ส.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ สน.พญาไท ด้วยตนเอง โดยข้อกล่าวหาที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอภิสิทธิ์ และกรรมการบริหารพรรค จะมีใน 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นการแจ้งความในข้อหาใส่ร้ายรัฐบาล กรณีที่กล่าวหาว่า ให้การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น และข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา  ส่วนในวันอังคารที่ 23 ส.ค. นี้ ช่วงเช้า ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเรื่องการใส่ร้ายดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ก็มีส่วนรู้เห็นในเรื่องการใส่ร้ายด้วย

 

ปชป.ลั่น “พร้อมพงศ์” อย่าร้อนตัว หากบริสุทธิ์จริง

กรกฎาคม 17, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, talk of the town, การเมือง

ทีมกฏหมาย ปชป. ตีปาก “พร้อมพงศ์” อย่าร้อนตัว ลั่น หากบริสุทธิ์จริง ไม่ต้องกลัวโดนร้องยุบพรรค  จี้เลิกกดดัน กกต.

(วันที่17 ก.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ มีน้ำใจ และแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ให้ยุติการยื่นยุบพรรคเพื่อไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์มีน้ำใจ และความเป็นสุภาพบุรุษเสมอ เป็นสถาบันที่ดำเนินการทุกอย่างภายใต้หลักกฎหมาย ไม่ทราบว่ามีการร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทยจากองค์กรใดบ้าง ถ้าหากมีความบริสุทธิ์จริง ก็ไม่จำเป็นต้องหวั่นวิตกอะไร หากนโยบายที่ประกาศไป จะเป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ที่จะวินิจฉัย ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ เร่งรัดให้ กกต.รับรอง สส.ให้ครบ จะได้เปิดประชุมสภาได้ เพื่อให้รัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานนั้น ตนคิดว่า กกต.มีขั้นตอนในการพิจารณาตามกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว โดยต้องยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกร้องเหมือนกัน แต่เราก็ไม่เคยกดดันการทำงานของ กกต. และขอให้กำลังใจ กกต. ให้ทำหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวต่อแรงกดดันจากใคร

นายราเมศ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ นายพร้อมพงศ์ พูดถึงกรณีการร้องเรียนนายสาคร เกี่ยวข้อง ผู้สมัครส.ส.กระบี่ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนไม่ขอพูดในรายละเอียด เพราะอยู่ในชั้นพิจารณาของ กกต. แต่ขอเตือนว่าอย่ามาก้าวก่ายชี้นำการทำงานของ กกต. เรื่องที่ นายพร้อมพงศ์พูด ให้เตรียมตัวไว้ได้เลย เพราะมีบางเรื่องที่ไม่จริง ซึ่งสามารถดำเนินคดีนายพร้อมพงศ์ได้

 

พท.แถลงปราศรัยใหญ่เชื่อมสัญญาณทั่วประเทศ 375 ศูนย์

มิถุนายน 30, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการปราศรัยใหญ่ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานว่า แม้ว่าสนามจะจุถึง 70,000 คน แต่คาดว่า จะมีผู้มาร่วมฟังจนล้นสนามซึ่งจะทำให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยเฉพาะคนที่มาจากต่างจังหวัดดังนั้นทีมงานด้านเทคโนโลยี สื่อสารสนเทศจะจัดให้เชื่อมต่อสัญญาณการปราศรัย ผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบบไลฟสตรีม ไปยังศูนย์อำนายการเลือกตั้ง ทั้ง 375 ศูนย์ทั่วประเทศ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามนโยบายพรรคในการสื่อสารถึงประชาชน นอกจากนี้ประชาชนทั่วไปยังสามารถรับชมการปราศรัยผ่านเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ในวันดังกล่าวจะมีผู้เข้าชมทางอินเตอรน์เน็ตเป็นจำนวนมาก และอาจจะทำให้ระบบมีปัญหา ดังนั้นการเชื่อมต่อสัญาณไปทั้ง 375 ศูนย์ จะแยกส่งสัญญาณโดยเฉพาะ เพื่อให้การรับชมสมบูรณ์แบบและไม่สะดุด

“พร้อมพงศ์” แจงมีกลุ่มค่อยใส่ร้ายเพื่อไทย-มีนักการเมืองระดับแกนนำอยู่เบื้องหลัง

มิถุนายน 22, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

 

วันที่(22 มิ.ย.54) เมื่อเวลา10.30น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคออกออกแถลงการณ์ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งส.ส.วันที่ 3 ก.ค 2554 พรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบายต่างๆต่อประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจ ภาพรวมของการหาเสียงที่ผ่านมาถือว่าเป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ข้อเท้จริงได้ปรากฎว่ามีบางกลุ่มต้องการสกัดการขัดขวางพรรคเพื่อไทยด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องทำวิซีดีแจกจ่ายตามเขตเลือกตั้งต่างๆในพื้นที่กทม. กล่าวหาใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยโดยปราศจากมูลความจริง โดยมีนักการเมืองระดับแกนนำบางพรรคพยายามลุกกระแสเพื่อจูงใจให้ประชาชนไม่เลือกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาพรรคเพื่อไทยในเวทีหาเสียงต่างๆ การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และยังมีสถานีโทรทัศน์ของรัฐบางแห่งปล่อยให้มีการออกอากาศโจมตรีพรรคเพื่อไทยตลอดเวลา จึงขอชี้แจงต่อประชาชนดังต่อไปนี้
1.ขอเน้นย้ำว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ถือหลักการในการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใส่ร้ายใดๆกับผู้สมัครและพรรคการเมืองอื่นโดยมุ่งการนำเสนอนโยบายต่อประชาชนเป็นหลัก ตามแนวปรองดองของพรรค

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า 2.ขอให้ทุกพรรคการเมืองได้หาเสียงอย่างสร้างสรรค์โดยนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่โจมตีใส่ร้ายหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรคการเมืองอย่างอื่น 3.ขอเรียกร้องไปยังบุคคลหรือกลุ่มคนท่ร่วมกันผลิตและเผยแพร่ซีดีโจมตีพรรคเพื่อไทยว่า ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และหันมาร่วมกันสร้างบรรยากาศในการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อนำพาประเทศไปสู่การปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง

4.ขอให้สื่อของรัฐโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ยุติการออกอากาศรายการที่สร้างความแตกแยกในสังคม และโจมตีพรรคเพื่อไทย เพื่อประโยชน์ของบางพรรคการเมือง เพราะการกระทำดังกล่าวจะไม่สามารถชี้แจงการตัดสินใจของประชาชนได้

5.พรรคเคารพการแสดงออกของประชาชนภายใต้ขอบเขตแห่งสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการกระทำอันผิดกฎหมาย และมีลักษณ์ของการขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้งในทุกรูปแบบ

6.ขอความร่วมมือกรรมการบริหาร ผู้สมัครส.ส.ของพรรค เข้าหน้าที่พรรค และสมาชิกพรรค ไม่ให้เข้าไปบริเวณพื้นที่ปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 23 มิ.ย. 2554 บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจมีบุคคลสร้างสถานการณ์ให้เกิดควาไม่สงบขึ้นแล้วโดยความผิดให้กับพรรค ขอความร่วมมือผู้สนับสนุนของพรรค หากหลีกเลี่ยงได้ขอให้งดการ่วมฟังการปราศรัยดังกล่าว สุดท้ายหวังว่าเป็นอย่างยิ่งว่าช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งที่เหลืออยู่จะไม่มีเหตุการณ์ใดๆอันกระทบต่อการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประชาธิปไตยอันแท้จริงได้ตัดสินใจเลือกตั้งอย่างอิสระเสรี

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์วันที่23มิ.ย.นั้น พรรคได้รับการข่าวจากเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงว่าอาจจะมีการสร้างสถานการณ์ ก่อความวุ่นวายเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหาร ป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น โดยที่จะมีบางหน่วยงานฉวยประกาศพรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมเหตุการณ์ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาได้ ทั้งนี้ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ระบุเวทีปราศรัยนั้นจะเน้นเนื้อหาดับไฟประเทศ แต่เกรงว่าจะเป็นการเติมเชื้อ จุดไฟให้ประเทศมากกว่า

พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปิดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์จะมีคนจำนวนมากที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยร่วมด้วย รวมถึงผู้ไม่หวังดีเข้ามาร่วมสร้างสถานการณ์ ขอให้หน่วยงานความมั่นคงเอาใจใส่ตรวจตรา ป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น อย่าทำให้มีคนล้มตายเกิดขึ้นอีก

ขณะที่พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายขื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่มาร่วมงานเป็นหูเป็นตา ร่วมกันบันทึกภาพ เพราะถ้ามีการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาจริงจะได้ทราบว่าใครเป็นคนทำ

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนเริ่มต้นการปรองดอง พร้อมอธิบายขั้นตอนการเจรจาต่างๆในช่วงชุมนุมทางการเมือง และได้กล่าวหาคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและพรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์สร้างความวุ่นวายนั้น ถือเป็นการพูดเท็จที่บอกว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนเริ่มต้นการปรองดอง สถานการณ์ความขัดแย้งไม่ได้เกิดในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แต่เกิดมาก่อนหน้านั้นสมัยปี 2548 จนมาถึงช่วงชุมนุมที่ประชาชนออกมาต่อสู่เรียกร้องประชาธิปไตย แต่นายอภิสิทธิ์มีคำสั่งใช้กำลังทหาร ทำให้ประชาชนบาทเจ็บ ล้มตาย จากนั้นนายอภิสิทธิ์จึงเริ่มพูดคำว่าปรองดอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราได้เรียกร้องความสามัคคีมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการสนองตอบ ไม่ทราบว่าคำว่าปรองดองของนายอภิสิทธิ์การทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไม่เลือกวิธีการ ใช้อำนาจรัฐจัดการแล้วมาพูดปรองดองอย่างนั้นใช้หรือไม่

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในช่วงชุมนุมตนในฐานะตัวแทนนปช.ไปเจรจากับบุคคลต่างๆในรัฐบาล แต่ที่นายกอร์ปศักดิ์ระบุว่าการเจรจาล่มเกิดจากคนที่ดูไบส่งสัญญาณมาว่าถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่ได้อะไร ไม่รู้ว่าเป็นคำกล่าวอ้างจากอะไร ยืนยันได้ว่าผมไม่เคยได้ยินจากปากพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ช่วงชุมนุมได้มีโอกาสคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณบ้าง แต่เป็นแค่ความหว่งใจต่อประชาชนที่มาชุมนุม ไม่เคยออกเป็นคำสั่งหรือให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่มีคำพูดหนึ่งคำหลังจากเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไม่สำเร็จ ตนได้ประสานไปยังพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหาตอนนั้นให้นัดหมายวันที่ 19 พ.ค. 2553 ตนจะไปเจรจากับรัฐบาลอีกครั้ง โดยที่มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น เป็นคนกลาง วันนั้นควรเป็นวันเจรจา ไม่ใช่วันสังหาร เป็นวันที่เลือดประชาชนควรหยุดไหล ไม่ใช่เพิ่มการเสียชีวิต แต่พอถึงเวลาดังกล่าวมีข่าวว่าทหารได้เคลื่อนกำลังออกมาแล้ว ตนจึงประสานไปยังส.ว.อีกครั้ง แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่ามันสายไปแล้ว อยากถามว่าคำพูดนี้เป็นของรัฐบาลใช้หรือไม่ รัฐบาลมองประชาชนเป็นเหลื่อที่ปิดล้อมแล้วต้องขย่ำใช้หรือไม่

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยวันที่ 23 มิ.ย.ที่ราชประสงค์นั้น แม้ตนรู้สึกเจ็บปวด แต่ไม่ขอตอบโต้สร้างสงครามการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะถูกยั่วยุใดๆ จะไม่ขอตอบโต้บนกองเลือดประชาชน แต่หากมีการบิดเบือดข้อเท็จจริงจะใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินการ อย่างไรก็ตามได้รับข่าวมาว่าจะมีบางกลุ่มเตรียมสร้างสถานการณ์และไม่ได้คิดแค่พรรคประชาธิปัตย์เพียงฝ่ายเดียว มีมือที่มองไม่เห็น มือที่มองเห็น ปากที่มอง และปากที่มองไม่เห็น จึงขอส่งสัญญาณให้ประชาชนที่เป็นเสื้อแดง และไม่ว่าเสื้อสีไหนขอให้ตั้งสติให้ดี ขอให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะคนเสื้อแดงหากไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องออกมาเคลื่อนไหว เพราะอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย โดยรายงานที่ได้รับมาอาจจะมีชายฉกรรจ์จากอีสานใต้มาสร้างสถานการณ์ ทั้งขับมอเตอร์ไซค์ ขวางระเบิด ขวางขวดน้ำมัน ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่างขึ้นจริงขอบอกเลยไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นฝีมือของคนบางกลุ่มต้องการสร้างสถานการณให้เกิดขึ้น การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุว่าจะดับไฟประเทศ ทั้งที่ไฟที่ลุกขึ้นได้มอดไปแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับโหมไฟในใจประชาชนให้ลุกขึ้นมาอีกเพื่ออะไร สถานการณ์ความขัดแย้งวันนี้รอคลี่คลาย แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังโหมไฟในใจประชาชน เพียงเพื่อคะแนนเสียงประชาชนใช้หรือไม่ ขอยืนยันจะอดทนให้ถึงที่สุด พรรคเพื่อไทยจะจับมือประชาชนทั้งประเทศนำไปสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าฝ่ายตรงข้างจะเล่นงานหรือเล่นเกมทางการเมืองพุ่งมาที่พรรคเพื่อไทยอย่างไรก็ตาม

เพื่อไทยร้องกกต. ถอดรายการคลายปม เหตุพิธีกรบิดเบือนข้อเท็จจริง

พฤษภาคม 27, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทยได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยุติและระงับการกระทำอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง เนื่องจากกรณีการออกอากาศของรายการคลายปมทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาที่มีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายจิตรกร บุษบา เป็นพิธีกรประจำรายการดังกล่าวได้มีการดำเนินรายการที่มีเนื้อหาเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จและทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออันดับ1พรรคเพื่อไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวของบุคคลทั้งสองคนเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา53(5) และยังเป็นความผิดตามมาตรา 137 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังขัดต่อระเบียบของกกต. เรื่อข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้กกต.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และน.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผอ.สทท. ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ แต่กลับปล่อยให้สถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในการกำกับดูแลโฆษณาหาเสียงอันเป็นโทษกับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอให้กกต.ดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และมีคำสั่งระงับการออกอากาศยุติการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและระงับการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อการกระทำใดๆที่อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งและเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่กกต.กำหนดโดยพรรคเพื่อไทยได้นำซีดีวิดีโอคลิปรายการดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาผิดพลาดทุกกรณี

มีนาคม 8, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

เมื่อเวลา 10.10 น. วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดวันอภิปรายลดจาก 4 เหลือ 3 วันนั้น ตั้งข้อสังเกตว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกอภิปราย ประกอบด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้หารือกันจริงหรือไม่ จนนำไปสู่การลดจำนวนวันอภิปราย เพราะข้อสอบการอภิปรายไม่รั่วหลังจากที่ได้ยื้อการอภิปรายโดยไม่บรรจุระเบียบวาระญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยอ้างว่าลายเซ็น 5 ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ตรงกับลายชื่อ เพื่อปิดปากฝ่ายค้าน และต้องการปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้ทราบถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐบาล แค่นายกฯเห็นข้อมูลที่มีคนในรัฐบาลไปเอื้อการเลี่ยงภาษีของบริษัทบุหรี่เอกชนจากต่างประเทศเป็นเงิน 6.8 หมื่นล้านบาทก็ตกใจแล้ว ถึงแม้รัฐบาลอ้างว่าจำนวนวันลดลงจริง แต่จำนวนชั่วโมงเท่าเดิม โดยปล่อยให้อภิปรายล่วงเลยไปถึงตีสามตีสีได้ คงไม่มีประชาชนสนใจฟังในช่วงดังกล่าว ในประเด็นดังกล่าวพรรคเพื่อไทยได้สำรวจความเห็นของประชาชนในกทม.และปริมณฑลจำนวน 1,200 ตัวอย่างพบว่า รัฐบาลได้4.3จากคะแนนเต็ม 10 ที่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนวันอภิปราย ดังนั้นขอเรียกร้องรัฐบาลว่าหลังจากนี้วิปฝ่ายค้านจะไปหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาข้าวผิดพลาด เหมือนเลี้ยงไข้ จี้ทบทวนประกันราคาข้าวโดยด่วน ปูด พณ.ประมูลข้าว 5 ล้านตัน เอื้อเอกชนอิงการเมืองตุนเงินไว้เลือกตั้ง เตือนจะมีปัญหาเหมือนปาล์มน้ำมัน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าตามที่คณะรัฐมนตรี( ครม.)ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ออกมาประท้วงปิดถนน โดยได้ปรับขึ้นราคาประกันข้าว เป็น 11,000บาทต่อเกวียนนั้น หลังจากที่พรรคเพื่อไทยพร้อมทีมงานด้านเศรษฐกิจลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวนาในภาคกลางและภาคเหนือ ที่จ.อยุธยา พบว่าการแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาล น่าจะผิดพลาดในการมีนโยบายประกันราคาข้าว เพราะชาวนา มีต้นทุนเฉลี่ย7,500-8,000 บาท การที่รัฐบาลปรับราคาขึ้นเป็น 11,000บาท ก็เหมือนเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่า คงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา และเชื่อว่าจะมีการประท้วงของชาวนาต่อไปเพราะราคาที่เพิ่มขึ้นไม่คุ้มทุน หรือเพียงพอกับต้นทุนชาวนาไปเช่าที่นา หรือทำนาอย่างแน่นอนทำให้ขาดทุนมากกว่า เพราะการแก้ปัญหาข้าว ดูเหมือนรัฐบาลจะแก้ปัญหาแล้วไปเอื้อให้นายทุน ทั้งที่ๆข้าวใหม่นาปรังจะออกซึ่งรัฐบาลต้องทบทวนการประกันราคาข้าวโดยด่วน มิฉะนั้น ชาวนาที่เดือดร้อนอาจจะออกมาปิดถนนอีกก็ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาเดือดร้อนอย่างแน่นอนและคงจะกลายเป็นปัญหาเหมือนน้ำมันปาล์ม

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ในเรื่องการสต๊อกข้าว 5 ล้านตัน ที่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ไปเปิดประมูลให้บริษัท ที่เป็นผู้ส่งออกข้าว 5 รายในราคาต่ำ โดยได้ระบายขายข้าวเพียง5 แสนตัน ยังเหลือ 4.5ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวในประเทศราคาตกต่ำ ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปดูว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเอื้อผลประโยชน์กับบริษัทเอกชนที่อิงกับการเมืองหรือไม่ เพราะหากรัฐบาลดำเนินการระบายขายข้าวระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล อย่างที่อินโดนีเซียก็จะทำให้ข้าวได้ราคากว่านี้ แต่ปรากฎว่าเอกชนที่ประมูลข้าวไปกลับไม่ขายเก็บไว้เพื่อรอราคาข้าวของตลาดโลกขึ้น วันนี้คนที่เก็บสต็อกข้าวไว้เป็นนักการเมืองซักรัฐบาลเพื่อหวังใช้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

พท.แฉสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นพรวด จับตาสิ้นเดือนมีนาคม จะปรับราคาขึ้นอีก

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่าส่วนปัญหาสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มฝาสีชมพูที่บอกว่ากระจายไปทั่วก็ยังขาดตลาดแล้วพบว่าสินค้าทั่วไปกลับมีราคาแพงขึ้น และกำลังจะเข้าสู่การขาดแคลนเหมือนน้ำมันปาล์ม รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มอีก1ล้านขวด ปรากฎว่ายังไม่มีฝาสีชมพูออกมาจำหน่ายให้เพียงพอ กลับยังมีการจำกัดจำนวน สวนทางกับที่รัฐบาล กับกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจะมีการจำน่ายเพียงพอ อย่าตื่นตระหนก ซึ่งเป็นเพียงการสร้างภาพ แล้วยังมีน้ำมันปาล์มฝาสีฟ้าออกมาจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดอีก โดยหน้าร้านไม่มีจำหน่ายแต่หลังร้านกลับขายในราคาที่สูงกว่า

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสินค้าอีกหลายรายการได้ปรับราคาตัวสูงขึ้นร้อยละ15 ถึง 20 อาทิ ข้าวราดแกง ขึ้นเป็นจานละ 30 – 40 บาท ถ้าเพิ่มไข่ต้ม หรือไข่เจียว ก๊วยเตี๋ยว ปรับขึ้น 30-35บาท ปลากระป๋อง(ตราสามแม่ครัว)ปรับขึ้นจาก 14เป็น 16 บาท ซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์ ข้าวสารหอมมะลิดปรับขึ้น 198 บาทเป็น 210 บาท น้ำปลา ขึ้นจาก 20 เป็น 25 บาท กระทิกล่องปรับขึ้นจาก 30 เป็น กิโลกรัม 60-70 บาท มะขามเปียกไม่แกะเม็ดจาก30 บาทเป็น กิโลกรัมละ 80-100บาท รวมราคาน้ำตาลทราย ขึ้นจาก23.50 บาทขยับขึ้นเป็น 26-28 บาท

“สินค้าที่ปรับราคาขึ้น ยังไม่รวมผลกระทบราคน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้น ทราบว่าผู้ประกอบการสินค้ารายใหญ่ได้ทำหนังสือขอให้ปรับราคาสินค้า ไปยัง รมว.พาณิชย์ คาดว่าจะให้ผู้ประกอบการมีการปรับราคาในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะทำให้ราคาสินอุปโภคบริโภคจะมีการปรับราคาขึ้นอีกประมาณร้อยละ 20 “นายวิม ย้ำ

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า การที่รัฐบาล ดีเอสไอ ตำรวจ ไปตรวจสอบและมีการจับกุมซึ่งได้เพียงแค่พวกปลาซิวปลาสร้อย แต่ปล่อยให้ ส.พ.อ.ยังหากิน เป็นเพียงขบวนการ ส. พ. อ. และกินกันจนอ้วน

พท.โวยการเมืองบีบผบ.ตร.ไม่สั่งฟ้องพธม.แลกยุติชุมนุม

กุมภาพันธ์ 25, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตามที่พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผบ.ตร. ขอลาออกจากการทำหน้าที่หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อไทยประชาธิปไตยบุกยึดสนามบิน แต่พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.สั่งระงับพร้อมระบุว่าจะลงนามสั่งคดีตามที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นและส่งฟ้องต่ออัยการในวันที่ 25 ก.พ.แต่ขณะนี้ปรากฏชัดแล้วว่าไม่มีการลงนามสั่งฟ้องจริง หลังแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯยื่นขอให้สอบพยานเพิ่ม 13 ปากเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ ผ่าน ซึ่งสะท้อนนับยะการเมืองท่ามกลางกระแสข่าวว่าฝ่ายการเมืองกดดัน ผบ.ตร.โดยนำเรื่องคดีไปต่อรองกับการยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงขอถามไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ว่าการเมืองเข้าไปกดดันผบ.ตร.จริงหรือไม่ พร้อมกันนี้มองว่าคดีของพันธมิตรฯจะเป็นคดี 7 ชั่วโคตรเพราะผ่านมา 2 ปียังไม่มีการสั่งฟ้องทั้งที่ความผิดชัดเจนและข้อหาเดียวกับแกนนำนปช.ซึ่งถูกดำเนินคดีและคุมขังนานถึง 9 เดือนจึงได้รับอนุญาตประกันตัวสู้คดี

พท.เกาะติด 3 จี จี้ปลัดคลังตั้งสติ

กุมภาพันธ์ 24, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่จะมีการประชุมบอร์ดทีโอทีในวันที่ 25 ก.พ. เพื่ออนุมัติจ้างผู้ชนะประมูลโครงข่าย 3 จี วงเงิน 162,900 ล้านบาท โดยมีบริษัท สามารถ และล็อกซ์เล่ย์ เป็นแกนนำ ว่า หลังจากที่มีบอร์ดลาออกไป 3 คน ล่าสุดมีบอร์ดอีก 2 คน ที่มาจากอัยการสูงสุด และจากกรมสรรพากร ลาออกไป มันสะท้อนว่ามีเงื่อนงำอะไรหรือไม่ และทำไมถึงต้องเร่งรีบทำเรื่องนี้ ขอฝากเตือนไปยังปลัดกระทรวงการคลัง ที่เป็นประธานบอร์ดว่าอนาคตท่านยังอีกยาวไกล อย่าตกเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง ถ้ารู้ว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลก็ลาออกไปเสีย จะได้ไม่ต้องติดบ่วงไปด้วย และขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเข้าไปตรวจสอบ เพราะทราบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงเร่งรัด วันนี้ถ้าปล่อยให้มีการประมูลใหม่อาจใช้งบประมาณไม่เกิน 9,000 ล้านบาท จึงอยากรู้ว่าใครได้ส่วนต่างตรงนี้ไป มันไปเข้ากระเป๋าใคร

“เพื่อไทย” ปูดอีก 5 เสือพ่อค้ารวยน้ำมันปาล์มจนสะดือปลิ้น

กุมภาพันธ์ 23, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการทำงนรัฐบาล(คตร.) พรรคเพื่อไทยในวันนี้(23 ก.พ.) ได้มีการพูดถึงมติของคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติที่ออกมาล่าสุดว่าเป็นไปตามคาด รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ แกล้งโง่เพื่อหาเงิน เป็นการทุจริตเชินโยบาย จงใจเอื้อประโยชน์ นอกจากนักการเมือง“ส.-พ.-อ.”แล้ว ยังมี 5 เสือพ่อค้าที่คนในวงการน้ำมันปาล์มรู้จักกันดีอีกด้วย เรียกว่ารวยกันสะดือปลิ้นหลังคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวมีมติออกมาแบบตั้งธงมาก่อน วันนี้ประชาชนผู้บริโภคน้ำมันปาล์มถูกหลอกทั่วประเทศ เป็นละครที่คนในรัฐบาลสร้างขึ้น หวังที่จะได้ทั้งเงินทั้งกล่อง วันนี้จากที่ทะเลาะกันก็เคลียร์กันจบโดยประชาชนเป็นผู้รับกรรม เงินที่รัฐบาลเอาไปชดเชยก็คือภาษีของประชาชน เรียกว่าครม.สวาปาล์มคอนเน็คชั่น

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป


ผลสลากกินแบ่งฯงวด 16 พ.ค.55