โปรดเกล้าฯ “อภิสิทธิ์” เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
กันยายน 19, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
เจ้าตัวประกาศขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มภาคภูมิ เน้นตรวจสอบเข้มเพื่อรักษาประโยชน์ชาติ ปกป้องสถาบันและแก้ไขปัญหาทุกข์ สุขของประชาชนคนไทยทั้งชาติเป็นสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายพิฑูรย์ พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่ประกาศว่า ได้มีประกาศ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประกาศ ณ. วันที่ 16 ก.ย. 2554 เป็นปีที่ 66 ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังเสร็จพิธีรับพระบรมราชโองการว่าฯ ตนและพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าหน้าที่ของส.ส.มีความสำคัญทั้งการดูแลปกป้องประโยชน์ของประชาชน สร้างศรัทธาในระบบรัฐสภา และประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งตนจะทุ่มเท ประสานและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสูงสุด ขณะนี้บ้านเมืองเรามีปัญหามากทั้งปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ภัยพิบัติ ปัญหาเศรษฐกิจ และความขัดแย้งในสังคม ดังนั้น การทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เราจะคำนึงถึงทุกข์ สุข ของประชาชน เราจะส่งเสริมให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย โดยจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมา มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ชาติตามกฎหมาย และปกป้องสถาบันหลักของชาติ เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยและอยู่ดีกินดี ทั้งหมดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยโดยแท้จริง
ประธานสภาฯนำชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นทูลเกล้าฯ
สิงหาคม 5, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมมีมติโหวตเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ แล้วส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงฝ่ายค้านนำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปจับมือแสดงความยินดีกับว่าที่นายกฯใหม่ จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ไปที่ห้องรับรองพิเศษของประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำเอกสารผลการโหวตนายกรัฐมนตรี ไปให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงชื่อ จากนั้นเวลา 13.00 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางออกจากรัฐสภาเพื่อนำรายชื่อของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยทันที
สภาเรียกประชุมเลือกนายกฯ 5สค. นี้
สิงหาคม 3, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report
วันนี้(3ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา นายพิทูรย์ พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับทราบว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีกำหนดการจัดพิธีรับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ในเวลา 14.00 น. โดยได้แจ้งให้ส.ส.ทุกคนทราบเพื่อให้เข้าร่วมในพิธีแล้ว สำหรับกำหนดเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งให้ทำหนังสือเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมในวันที่ 5 ส.ค. เวลา 09.30 น. ทั้งนี้เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีกำหนดนัดประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้
ผู้สื่ข่าวรายงานบรรรยากาศที่รัฐสภาว่า ล่าสุดคณะทำงานของนายสมศักดิ์ ได้เดินทางมาใช้ห้องทำงานของประธานสภาผู้แทนราษฏร ที่ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 โดยมีการเตรียมการเพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่ประธานสภาฯอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเปิดห้องรับรองพิเศษชั้น 2 ให้สมาชิกและข้าราชการเข้าร่วมแสดงความยินดี รวมถึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฏรต่อไป
“กำธร” ชี้แค่ข่าวลือถูกทาบนั่งรมว.กลาโหม ยันไม่เคยคุย “ทักษิณ ”
กรกฎาคม 12, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“กำธร”ชี้แค่ข่าวลือถูกทาบนั่งรมว.กลาโหม ยันไม่เคยคุย “ทักษิณ” เชื่อมีคนเก่ง-เหมาะสมเยอะ ถ่อมตนคงไม่ได้นั่งคุมกลาโหม ลั่นวาจาหลังเกษียณขอพักผ่อนอย่างอิสรชน ชี้รมว.คนใหม่ต้องทำปรองดอง-ประสานทุกฝ่ายได้ เตือนกองทัพอย่าล้ำเส้น ต้องรู้จักหน้าที่ตัวเอง ยันเดินหน้าเสนอขอซื้อ “เรือดำน้ำ”รบ.ใหม่
ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีส่งหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ( มปจ.) ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อ่าวเอเดน ประเทศโซมาเลีย ถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทาบทามให้ ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมว่า เป็นข่าวลือมากกว่า เพราะไม่มีการทาบทามอะไรเลย เป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันไป พูดกันมาว่า คนนั้นคนนี้จะเป็น รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นการคาดเดา และบางทีก็มีข่าวว่าตนเดินทางไปประเทศบรูไน โดยไปกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อวันที่ 5-7 ก.ค.ที่ผ่านมา ความจริงตนไปส่งเรือร่วมพิธีสวนสนามทางเรือครบรอบ 50 ปี กองทัพเรือบรูไน มีการจัดนิทรรศการด้านอาวุธ ซึ่งการไปครั้งนี้ไม่ได้มีการจัดทำ โผอะไรทั้งสิ้น และไม่ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่เป็นข่าว และ ตนไม่ได้เห็น และไม่ได้พบท่านเลย ได้เจอเพียง ผบ.เหล่าทัพของชาติต่างๆ และวันนั้นได้รับประทานอาหารกับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเท่านั้น
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลขอให้ท่านดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมเพื่อทำงานให้ประเทศชาติ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไร และวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่งพิจารณารับรอง ส.ส. อีกทั้ง ประธานรัฐสภาก็ยังไม่มี ตัวนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้มีการโหวต แม้แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่โดยส่วนตัว ตอนนี้อายุ 60ปี รับราชการมา 40 ปี เป็นเวลาที่ตนควรพักผ่อนอยู่กับครอบครัว เป็นเวลาที่จะทำในสิ่งที่ชอบ ได้พบกับความสุข ได้ศึกษาในเรื่องที่เราไม่เคยศึกษา ไม่ว่าทางโลก ทางธรรม ตนตั้งใจเช่นนี้มานานแล้ว
“คิดว่า รายชื่อที่เสนอมามีคนเหมาะสมเยอะแยะ คงไม่ใช่ผม ที่จะเก่งกาจอะไร คนเก่งๆ มีเยอะ ทั้งคนในเพื่อไทยเอง หรือ ตท.10 ที่ช่วยงานในพรรคแต่ไม่มีชื่อในปาร์ ตี้ลิสต์ คนที่มีขีดความสามารถก็มี คิดว่า ผมยังดำรงจุดมุ่งหมายของตน คือขอพักผ่อน หาความสงบ ดูแลครอบครัวเป็นพลเมืองที่ดี เป็นพ่อบ้านที่ดี และ เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จุดมุ่งหมายของตนเป็นแบบนั้น และเวลานี้ก็ยังไม่ได้มีการทาบทามจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ผมทำงานของผมทุกวัน ส่วนบุคลิกของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมนั้น จะต้องเป็นคนในหรือนอกกองทัพ.แล้วแต่พรรคการเมืองพิจารณา แต่ผมเป็นคนนอกมองว่า ใครก็ได้ที่มีความรู้ทางยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ทหาร รู้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนา ของกองทัพ และรู้ถึงว่าความปรองดองว่า จะทำอย่างไร สามารถประสานกับทุกๆ ฝ่ายได้ ให้เป็นที่เข้าใจกัน และเป็นคนที่มีความสะอาด ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใต้บังคับบัญชา และ ประชาชน คิดว่าหลายคนทำได้ จุดมุ่งหมายของผมเมื่อเกษียณแล้วก็จบกัน”พล.ร.อ.กำธร กล่าว
เมื่อ ถามว่า พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เหมาะสมหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ต้องไปถามท่าน ตนไม่อยากตอบแทนท่าน เมื่อถามว่า มองรัฐบาลที่มาจากพรรคเพื่อไทยอย่างไร พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาล แต่ตอบได้ว่า จากผลการเลือกตั้ง ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเลือกอย่างไรก็อย่างนั้น ส่วนใครจะตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)อย่างไร คิดว่า ต้องเลือกคนดี คนเก่งเข้ามาทำงาน และคนที่ทำงานอย่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดเองว่า ต้องเลือกคนที่มีความ สามาถในงานด้านนั้นๆ ซึ่งหลักการควรเป็นเช่นนั้น เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณ ขอร้องให้ท่านมาเป็นรมว.กลาโหม พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนจะดำรงจุดมุ่งหมายของตน ต้องการความสงบอยู่กับครอบครัว เป็นพ่อบ้านที่ดี เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี นั่นเป็นความฝันสูงสุดของตน ทุกครั้ง ทุกปี ทุกวันที่ 30 กย. นี้ของทุกปีที่ผ่านมา ตนอิจฉาผู้ที่เกษียณอายุราชการ เพราะเขาเป็นอิสรชน เอาภูเขาออกจากอกได้ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ แต่เราทำไม่ได้เพราะเราอยู่ในกรอบ
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่ารัฐบาล กับกองทัพจะมีปัญหากันเนื่องจากกองทัพถูกมองว่าอยู่ฝั่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มากเกินไป พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ไม่หรอกครับ ดูผลการเลือกตั้งแล้วจะทราบ ผลเลือกตั้งชี้ชัด ทั้งนี้พูดในหลักการ กองทัพมีหน้าที่และภารกิจของกองทัพ ถ้าทำภาระหน้าที่ของตนก็จบตามที่เขากำหนด ซึ่งเราต้องวางตัวให้ดี คิดว่าต้องทำตามหน้าที่ที่เขากำหนด ให้รู้จักหน้าที่ของตัวทุกอย่างก็จบ เมื่อถามว่า อยากฝากเรื่องเรือดำน้ำกับ รมว.กลาโหม และ รัฐบาลชุดใหม่อย่างไร พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่แล้วบอกให้เราเสนอเข้ารัฐบาลชุดใหม่ ตนเจอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็ถามถึงความก้าวหน้า ในการจัดหาเรือดำน้ำ ตนก็บอกว่าทางเยอรมันเขาต่ออายุถี งเดือน ก.ย.เขาก็สงวนสิทธิ์เป็นเดือนๆ ไป ใครจะมาซื้อเขาก็ขายได้ก่อน เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ตนยังขอบคุณนายอภิสิทธิ์ ที่ท่านยังห่วงใยไต่ถามเรื่องนี้ แต่ตนคงทำหน้าที่ในการเสนอต่อไป ทั้งรัฐบาลชุดใหม่ รมว.กลาโหมคนใหม่ สิ่งทีเสนอเป็นประโยชน์ต่อกองทัพ ประเทศชาติ ราคาสมน้ำสมเนื้อ สามารถพิสูจน์ถึงความโปร่งใส ความเหมาะสม ถ้าเขาเห็นสอดคล้องกับกองทัพเรือ ตนก็สามารถทำได้แค่นั้น ซึ่งกองทัพเรือมีความต้องการเหมือนเดิม จะให้ลูกน้องไปบรรยายก๋พร้อม หากเห็นตรงกันก็อนุเคราะห์ให้เรา เมื่อถามว่า เมื่อเป็น รมว.กลาโหม จะเสนอซื้อเรือดำน้ำเลยหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร ไม่ตอบคำถาม เพียงแต่หัวเราะ
สภาฯเตรียมรับรายงานตัวส.ส.ใหม่ คาดประชุมนัดแรกปลายก.ค.
กรกฎาคม 5, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ที่รัฐสภา นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงขั้นตอนการเตรียมการรายงานตัวของส.ส.หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้การรับรองว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ประสานกับสำนักงานเลขาธิการกกต.อย่างใกล้ชิดในกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้ง โดยทราบคร่าวๆ ว่าช่วงกลางเดือนก.ค.จะให้การรับรองส.ส.ได้ส่วนหนึ่ง โดยทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯได้จัดส่งเอกสารเพื่อชี้แจงถึงการเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อเข้ารายงานตัวที่สภาฯ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตกบกพร่อง นอกจากนี้ยังได้ส่งเอกสารชุดเดียวกันไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อแจ้งให้สมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งทราบด้วย ขณะนี้ได้จัดเตรียมพื้นที่รายงานตัวและอำนวยความสะดวกสมาชิกใหม่ โดยมีการซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายและสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.,ใบเบิกทางในการเดินทางโดยรถบขส. ,เครื่องบินและรถไฟตามสิทธิที่ได้รับ รวมถึงระเบียบในการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
เมื่อถามถึงกระบวนการเปิดประชุมเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฏรและรองประธาน ฯ นายพิทูร กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรเป็นครั้งแรกภายใน 30 วันเลือกตั้ง หากนับตามกฎหมายหลังวันเลือกตั้ง 30 วัน คือภายในวันที่ 3 ส.ค. โดยนายกรัฐมนตรีรักษาการต้องเป็นผู้เสนอร่างพระราชกฤษฏีกาเปิดสมัยประชุมโดยตามขั้นตอนปกติที่ผ่านมาสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ต้องดูที่จำนวนส.ส.ที่ได้รับการรับรองและองค์ประชุมว่าจะครบหรือไม่ โดยสำนักงานเลขาฯ ได้ประสานงานใกล้ชิดกับพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว เบื้องต้นในวันพรุ่งนี้ (6ก.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับสำนักงานเลขาธิกานายกรัฐมนตรี (สรค.) เพื่อกำหนดวันเวลาและขั้นตอนต่างๆ สำหรับขั้นตอนการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฏรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีจะอยู่ในขั้นตอนหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานแล้วโดยประธานสภาฯ จะเป็นผู้สั่งเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป
เมื่อถามถึงการจัดระบบดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นายกรัฐมนตรีที่อาจจะเป็นสุภาพสตรี นายพิทูร กล่าวว่า คงมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทหารหรือตำรวจหญิง โดยส่วนนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อจะจัดกำลังเข้ามาดูแล ส่วนของสภาฯ มีทีมรักษาความปลอดภัยที่เป็นผู้หญิงดูแลอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะมีการเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับการดำเนินการสร้างรัฐสภาใหม่หลังมีรัฐบาลใหม่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินการหรือไม่ นายพิทูร กล่าวว่า ตามที่ได้มีการดำเนินการมาระยะหนึ่งถือเป็นความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่ายที่จะให้สร้างรัฐสภาใหม่อยู่แล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะมีการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ที่สุดแล้วคงขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหาร
ผบ.ทร.ยันซื้อเรือดำนำมือสอง 6 ลำ
มีนาคม 30, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ผบ.ทร. ยัน ซื้อเรือดำน้ำมือสองเยอรมัน 6 ลำ เป็นเอกสารลับ อยู่ที่ รมว.กลาโหม เผย นายกฯรับรู้แล้ว ลุ้น ครม อนุมัติ ปลายเดือน เม.ย.นี้ โอดโอกาสสุดท้ายในรอบ 60ปี ยันคุ้มค่า รวมแพ็คเกจ ทั้งเรือ –อาวุธ ยันซื้อของเก่าไม่มีคอมมิชชั่น /การันตีดำได้แน่ในอ่าวไทย
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. กล่าวถึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำมือสอง 6 ลำจากเยอรมันวงเงิน 7.7 พันล้านบาทว่า กองทัพเรือมีความต้องการเรือดำน้ำมา 60 ปีแล้ว หลังจากปลดเรือหลวงมัจฉานุ ทั้งนี้กองทัพเรือเคยเสนอจัดซื้อมา 2 ครั้งคือจัดหาจากประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่ของเรือดำน้ำหมดไป อีกครั้งคือจัดซื้อจากประเทศอิสราเอล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้วิทยาการของเรือดำน้ำของกองทัพเรือหยุดไปกว่า 50 ปี
“นักเรียนนายเรือ เมื่อกลับมาจากการศึกษาต่างประเทศ และ นักเรียนจ่าทหารเรือ ไม่มีเรือดำน้ำใช้ จุดประสงค์ของกองทัพเรือ มีความเป็นห่วง ทั้งที่เราไม่ต้องการไปแข่งกับใคร แต่วิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ ต้องเป็นกองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค ตามวิสัยทัศน์ จะต้องมีความรู้ในด้านนี้ ไม่อย่างนั้นก็โง่ตาย ย่ำอยู่กับที่ เป็นทหารเรือโบราณ ถ้าเปรียบเทียบกับการเป็นทหารม้า แล้วเราขี่ม้าไม่ได้ หรือ เพื่อนบ้านขี่ยานเกราะกันแล้ว แต่เรายังขี่ม้าเนื้อ “
พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ประเทศเรามีปัญหาเรื่องงบประมาณ การจัดหาของใหม่ต้องใช้งบประมาณมาก เรือใหม่ราคาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้าน ถ้ามีประจำการอย่างน้อย 3 ลำ ราคาประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เราเคยตั้งงบประมาณจัดซื้อใหม่ประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก เข้าใจว่าประเทศชาติไม่มีงบประมาณ ตนเกษียณ หรือ ตายไปแล้ว ก็คงยังไม่ได้ ทั้งนี้เราต้องเจียมตัว จึงเสนอซื้อเรือที่ใช้งานแล้ว มีสภาพปลอดภัยและ คุณภาพ อย่างรอบด้าน ซึ่งเรือเก่า ก็เหมือนงูพิษแก่ กัดใครก็ตายเหมือนกัน
โครงการนี้มีเสนอเป็นเอกสารลับ และยังไม่ได้ข้อยุติ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ยังไม่ผ่านการอนุมัติในหลักการ ส่วนการจัดซื้อจะทันรัฐบาลที่จะยุบสภาต้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่นั้น ตนพยายามจะให้เร็วที่สุด ทำให้ทันปลายเดือน เม.ย.2554 นี้ เพราะ ถ้าไทยไม่เอาก็มีประเทศอื่นต่อคิวซื้ออยู่ ทั้งนี้ถูกโจมตีว่า เรือดำน้ำไม่สามารถดำในอ่าวไทยเนื่องจากน้ำตื้น ถ้าระดับน้ำใกล้เคียงกันก็ดำได้ ในหลักการด้านยุทธวิธีแล้วก็ต้องไม่อยู่ใกล้เรา ต้องอยู่ในที่ลึก ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ขณะเรือดำน้ำปฏิบัติการอยู่แม้แต่เครื่องบินก็มองไม่เห็น รวมถึง การปฏิบัติการตอนกลางคืน ก็ไม่สามารถตรวจจับได้ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายโจมตีว่า อย่าซื้อเลย บางคนบอกว่าดำแล้วไม่โผล่ ซึ่งทุกอย่างต้องมองให้รอบด้าน
พล.ร.อ.กำธร กล่าวอีกว่า ในการจัดซื้อจะมีการปรับงบประมาณประจำปีที่กองทัพเรือ ระยะเวลาก่อหนี้ผูกพัน 5 ปี ซึ่งไม่เกิดผลกระทบต่อเรือฟรีเกต และ เรือผิวน้ำ การจัดซื้อครั้งนี้ทำแบบแพ็คเกจ มีอาวุธมาให้พร้อม ซิมูเลเตอร์ การฝึกกำลังพล การปรับสภาพเรือใหม่โดยเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่ สามารถใช้ได้ 10 ปี ถ้าแพ็คเกจดีทุกอย่าง เสียงบประมาณปีละ 200-300 ล้านบาท และ สามารถยืดระยะเวลาใช้งานเป็น สิบๆปี ก็ถือว่าคุ้มค่า
เมื่อถามว่า หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และใช้งานได้สิบปีถือว่าคุ้มค่าหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า คิดว่าคุ้มที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและกองทัพ เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ตนไม่ได้คิดคนเดียว มีคณะกรรมการ ช่วยพิจารณา พอซื้อของเก่า ก็อย่ามาถามเรื่องค่าคอมมิชชั่นเพราะไม่มี ความจริงราคาสูงกว่านี้ แต่ความสัมพันธ์ที่ดีเลยลดลงมา ทุกอย่างเป็นแพ็คเกจ แม้แต่อาคาร กองบัญชาการกองเรือดำน้ำ ที่พักกำลังพล พร้อมทั้งอาวุธ ก็อยู่ในแพ็คเกจวงเงิน 7.7 พันล้านบาท ไม่รู้จะคุ้มอย่างไร ปลายเดือนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสอย่างนี้ ผลออกมาเป็นอย่างไร กองทัพเรือยอมรับ
พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนเคยบรรยายสรุปให้นายกฯฟังเมื่อหลายเดือนก่อน ตั้งแต่สมัยที่ประชุม ในกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นชอบ เพราะเรือดำน้ำในอาเซียนทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม กำลังสั่งซื้อ6 ลำ และพม่ากำลังส่งคนไปเรียนที่อินเดีย ทั้งนี้หากผ่านการอนุมัติแล้วจะใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อ 2 ปีก่อนเข้าประจำการ
“ผมไปเยือนมาเลเซียแล้วเขาบรรยายให้ฟัง ยังสะอื้นอยู่ในอก ทั้งนี้ถ้าเราไม่มีเรือดำน้ำ การปฏิบัติการก็ไม่ครบ 3 มิติ ตนได้ตั้งกองบัญชาการกองเรือดำน้ำ โดยให้ พล.ร.ต.สุริยะ พรสุริยะ เป็นผบ.กองเรือดำน้ำคนแรก รวบรวมทหารเรือที่จบจากต่างประเทศ มาหาความรู้โดยรวมวิทยาการไว้ที่เดียว แม้ว่าจะไม่ได้เรือดำน้ำก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้รวบรวมเอาไว้ เรามีเรือดำน้ำต่อไว้เองเป็นตัวเป้าขนาดเล็ก และ เรือดำน้ำขนาดเล็กอีกหนึ่งลำ มีโอกาสดีเมื่อไหร่เราก็สามารถบริหารโครงการได้ และ ตามหลักการการปราบเรือดำน้ำ จะใช้เรือฟรีเกต 3-4 ลำ และ เฮริลคอปเตอร์ 2 ลำ ถึงจะเอาอยู่ ดังนั้นเราสู้มีเรือดำน้ำ สู้กับเรือดำน้ำไม่ดีหรือ”พล.ร.อ.กำธรกล่าว
ผบ.ทร.เตรียมกำลังพล 200นายช่วยญี่ปุ่น
มีนาคม 15, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
“ผบ.ทร.” เผย รบ.เล็งประเมินความคุ้มค่าระหว่าง “เรือรบ-เรือสินค้า” หวั่นงบล้น 200 ล้านบาท ย้ำหาก รบ.สั่งการก็พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย “สึนามิ” ชี้เตรียมกำลังพล 200 นายออกเดินทางกับเรือหลวงสิมิลัน
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่นหลังเกิดภัยสึนามิว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติหลักการเพื่อให้ความช่วยเหลือและมอบหมายให้กองทัพเรือรับผิดชอบช่วยเหลือด้านการขนส่ง เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาเราได้มีการประชุมเพื่อเตรียมแผนช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ทั้งการเตรียมเช็คอาวุธยุทโธปกรณ์ว่าจะใช้ส่วนใดบ้าง รวมทั้งความพร้อมของกำลังพล และการกำลังบำรุง ซึ่งขณะนี้เรามีความพร้อมทุกอย่างรอเพียงให้รัฐบาลสั่งการมาเท่านั้น
“หากรัฐบาลสั่งการมาเราก็พร้อมปฏิบัติการทันที โดยได้เตรียมกำลังพลจำนวน 200 คนเดินทางไปกับเรือหลวงสิมิลันที่ได้เตรียมไว้ โดยจะใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 20 วัน คือ ไป 10 วันและกลับอีก 10 วัน แต่ทั้งนี้คงต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ออกปฏิบัติการเมื่อใด แต่เชื่อว่ารัฐบาลคงจะหาแนวทางที่ให้ประหยัดงบประมาณมากที่สุด เพราะมีวงเงินจำกัดเพียง 200 ล้านบาทตามที่ ครม.ได้อนุมัติมา ซึ่งอาจจะดูว่าการนำเรือรบออกไป หรือการใช้เรือจ้างสินค้าออกไปช่วยเหลือนั้นวิธีการใดจะประหยัดกว่ากัน คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล แต่หากมีคำสั่งให้กองทัพเรือดำเนินการเราก็พร้อมปฏิบัติการทันที “ พล.ร.อ.กำธร กล่าว
ทอ.-ทร.พร้อมระดมคนช่วยเหลือญี่ปุ่น
มีนาคม 14, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews
“ทร-ทอ.” พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึมานิที่ญี่ปุ่น หลัง ครม.อนุมัติแนวทางช่วยเหลือ “ผบ.ทร.” เผยพร้อมส่งเรือหลวงสิมิลัน-เฮลิคอปเตอร์ เข้าช่วยเหลือภายใน 7 วัน ขณะที่ ทอ.พร้อมส่ง C-130 ลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือเต็มที่
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการให้ความช่วยเหลือและสั่งการให้กองทัพเรือเตรียมความพร้อมด้านการขนส่งว่า เป็นการอนุมัติในวงกว้างว่า ให้ใครเข้าไปช่วยเหลือในส่วนใดบ้าง แต่ยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะต้องช่วยเหลืออย่างไร หรือขนส่งอะไรบ้าง แต่ในเบื้องต้นทางกองทัพเรือได้เตรียมการวางแผนแนวทางในการให้ความช่วยเหลือไว้แล้ว ซึ่งหลังจากที่ ครม.อนุมัติเราก็ได้มีการประชุมวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในเบื้องต้น โดยคาดว่าจะนำเรือสิมิลันพร้อมลูกเรือบรรทุกสิ่งของ เช่น ข้าวสาร และสิ่งอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยเรือสามารถบรรทุกข้าวสารได้ประมาณ 1 พันตัน ทั้งนี้คงต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการขนส่งไปช่วยเหลือเมื่อใด และต้องรอความพร้อมจากประเทศญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากในขณะนี้ทราบว่าภายในประเทศเองก็ยังมีความวุ่นวายอยู่ คงต้องรอให้จัดระบบรับความช่วยเหลือพร้อมก่อน
“เราได้เตรียมการโดยเตรียมเรือให้พร้อมหากรัฐบาลมีคำสั่งให้ดำเนินการ ซึ่งก็ได้มีการประชุมหารือและแบ่งมอบหน้าที่ไปในแต่ละส่วนแล้วว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ถ้ารัฐบาลสั่งมาเราก็พร้อมปฏิบัติการทันที ซึ่งนอกจากจะใช้เรือหลวงสิมิลันแล้วอาจจะต้องดูว่าจำเป็นใช้เฮลิคอปเตอร์ด้วยหรือไม่ คงต้องดูคำสั่งอย่างละเอียดจากรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็เตรียมพร้อมไว้ก่อนทั้งในส่วนของกำลังพล น้ำมัน การส่งกำลังบำรุงเบื้องต้น และขณะนี้กำลังคำนวณระยะเวลาอยู่ว่าจะใช้ประมาณกี่วันในการเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าหลังจากที่มีคำสั่งจากรัฐบาลมาก็น่าจะออกปฏิบัติการเข้าไปช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นได้ภายใน 7 วัน ส่วนงบประมาณที่ใช้ดำเนินการก็น่าจะให้อยู่ภายในวงเงิน 200 ล้านบาท ตามที่ ครม.อนุมัติมา” พล.ร.อ.กำธร กล่าว
ด้าน พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ไว้ช่วยเหลือ ซึ่งหากรัฐบาลสั่งการมาเราก็พร้อมออกปฏิบัติการทันที โดยเบื้องต้นเตรียมพร้อมไว้ 1 ลำแต่หากรัฐบาลต้องการเครื่องบินเพิ่มเติมทาง ทอ.ก็สามารถเพิ่มเครื่องบินในการปฏิบัติภารกิจได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานว่าจะให้ ทอ.ปฏิบัติภารกิจขนสิ่งใดไปที่ประเทศญี่ปุ่น และรับอะไรกลับประเทศไทย โดยขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกับผู้แทน ทอ.กำลังประชุมในเรื่องดังกล่าวอยู่ รวมทั้งการประสานกับทางประเทศญี่ปุ่นว่าต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้าง แล้วจึงพิจารณาว่าจะดำเนินการขนสิ่งของด้วยเครื่องบินการบินไทย หรือเครื่องบินของ ทอ.จะคุ้มค่ากว่ากัน รวมถึงความรวดเร็วในการเดินทางด้วย
“ในเรื่องความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมสนับสนุนทุกอย่างเพราะเป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อมิตรประเทศ ซึ่งเครื่องบิน C-130 ขนได้ทุกอย่าง ทั้งคนและสิ่งของ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าจะให้ใช้เครื่องบินจากการบินไทย หรือเครื่องบิน C-130 เพราะเครื่อง C-130 อาจจะบินช้ากว่าเครื่องบินของการบินไทย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ใช้ใบพัด นอกจากนี้ต้องใช้เวลาเดินทางจากสนามบินดอนเมืองแวะเติมน้ำมันที่ โอกินาว่า 7 ชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมัน1 ชั่วโมง ถึงจะสามารถเดินทางจากโอกินาวา เพื่อไปลงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะหรือฐานทัพอากาศญี่ปุ่นได้ในอีก 4 ชั่วโมง ซึ่งรวมใช้เวลาเดินทางขาไป 12 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ทุกอย่างอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กำหนด” พล.อ.ต.มณฑล กล่าว
ทร.ฝึกซ้อมรบติดชายแดนไทย-กัมพูชา
กุมภาพันธ์ 23, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2554 ที่สนามหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการฝึกที่กองทัพเรือได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยบูรณาการการฝึกของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือเข้าไว้ด้วยกันเพื่อประสานงานการปฏิบัติด้านการฝึก ในส่วนของกำลังรบ และการปฏิบัติ การสนับสนุนของส่วนบัญชาการ โดยเน้นการทดสอบแผนเผชิญเหตุของหน่วยต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบระบบการควบคุมระบบการบังคับบัญชาของกองทัพเรือ การสั่งการ อำนวยการด้านการส่งกำลังบำรุง โดยมุ่งเน้นฝึกให้เหมือนจริงและปฏิบัติให้เหมือนการฝึก เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะทำการฝึกระหว่างวันที่ 23 ก.พ. ถึง 29 เม.ย. 2554 โดยแบ่งการฝึกออกเป็นการฝึกปัญหาที่บังคับการ และการฝึกภาคสนามทางทะเล
พล.ร.ต. ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และ พล.ท.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทดสอบยิงอาวุธต่อสู้อากาศยาน ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมกับกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกซึ่งมี พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะสังเกตการณ์ฝึก ณ สนามฝึกยิงอาวุธหาดยาวทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งนี้ในการทดสอบอาวุธครั้งนี้เพื่อตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
สำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทำการทดสอบจัดจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 23 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ซึ่งมีอาวุธยุทโธปกรณ์ประกอบไปด้วย ปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มิลลิเมตร แอล 70 จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องควบคุมการยิงฟลาย แคทเชอร์ 2 ระบบ ปืนต่อสู้อากาศยาน 40/60 มิลลิเมตร จำนวน 3 กระบอก และอาวุธปล่อยวิถีแบบประทับบ่ายิง QW – 18 จำนวน 1 ชุดยิง หรือ 2 ท่อยิง ในส่วนกำลังของกองทัพบกที่ร่วมทดสอบจัดจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 กรมทหารต่อสู้อากาศยานที่ 1 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ซึ่งมีอาวุธยุทโธปกรณ์ประกอบด้วย ปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มิลลิเมตร แอล 70 จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องควบคุมยิงฟลายแคทเชอร์ 2 ระบบ อาวุธ นำวิถี IGLS – S จำนวน 2 ลูก และอาวุธนำวิถี NH – 5A (M) จำนวน 2 ลูก ในการทดสอบยิงอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งนี้ ทั้งสองกองทัพมีเขี้ยวเล็บใหม่มาทำการทดสอบด้วยคือ อาวุธนำวิถี IGLA – S ของกองทัพบกและอาวุธนำวิถีแบบประทับบ่ายิง QW – 18 ของ กองทัพเรือ
อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่การฝึกจะอยู่ในพื้นที่จันทบุรี- ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนทางบกและทางทะเลที่ติดกับบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา
ทร.ส่งเรือฟรีเกตุตรึงกลางทะเล จ.ตราด
กุมภาพันธ์ 14, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพเรือ ว่า พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.ได้สั่งการให้กองทัพเรือภาคที่ 1 นำเรือฟริเกตหรือเรือพิฆาต (เรือรบติดจรวจปล่อยนำวิถี) ให้ปรับแผนการปฏิบัติงานตามปกติ โดยให้นำเรือฟริเกตออกไปปฏิบัติงานเพื่อลาดตระเวนในพื้นที่ เกาะช้าง-เกาะกูด จ.ตราด ในภารกิจการป้องกันหากเกิดเหตุการณ์ปะทะ บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นการวางมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่น่านน้ำของไทย หรือในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล การรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย รวมถึงป้องกันการแทรกซึมการเข้ามาหาข่าวของกัมพูชา ที่สำคัญหากเกิดเหตุปะทะขึ้นเรือฟริเกตจะสามารถสนับสนุนทหารนาวิกโยธินในพื้นที่ทางบก หรือยิงปืนใหญ่สนับสนุนบริเวณชายฝั่งได้ทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้เรือฟริเกตเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ เกาะช้าง – เกาะกูด จ.ตราดแล้ว ภายหลังก่อนหน้านี้กองทัพเรือได้ระดมเรือตรวจการณ์ปืนเข้าไปปฏิบัติงานบริเวณดังกล่าวเช่นเดียวกัน



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












