มติครม. ประจำวันที่ 24 ม.ค. 55
มกราคม 24, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, มติ ครม.
นายกฯสั่งครม.น้อมนำกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้า
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุมครม.วันนี้ถือเป็นครั้งแรกของครม.ยิ่งลักษณ์ 2 โดยมีรัฐมนตรีใหม่เข้าร่วมการประชุมครบทั้ง 16 คน นายกฯได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 16 คน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ครม.ทุกคนน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่เกล้าใส่กระหม่อม ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ถอดข้อความจากกระแสพระราชดำรัสจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เนื่องในโอกาสที่นายกฯได้นำรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ครม.สั่งเฉียบหน่วยราชการลงมือเดินงานแก้น้ำท่วม 2 สัปดาห์ไม่คืบหน้า ยึดงบประมาณคืน
นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายภารกิจให้กับเลขาธิการครม.ไปรวบรวมแผนงานและงบประมาณแผนฟื้นฟูจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านพ้นไป หลังจากมีการปรับเปลี่ยนครม. โดยจะทำการสานต่ออย่างละเอียด พร้อมกันนั้นได้มอบหมายให้รัฐมนตรีเดิมไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าแผนการและงบประมาณดังกล่าวถูกต้องตามที่ได้ดำเนินการไว้แล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุด
ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติวงเงินงบประมาณ 120,000 ล้านบาท ที่ได้มีการทะยอยอนุมัติไปหลายครั้ง จากนี้ไปครม.จะต้องไปทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นแผนป้องกันน้ำหลากที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เช่น ประตูระบายน้ำ การขุดลอกคู คลอง ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน และใส่รายละเอียดเพิ่มเติมว่าส่วนราชการต้นสังกัดใดที่ได้รับกรอบวงเงินงบประมาณไปแล้ว ไม่ดำเนินการในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ ครม.จะนำงบดังกล่าวกลับมาพิจารณาใหม่ และจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ เพราะครม.ต้องการเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามกรอบนโยบายและงบประมาณที่ได้อนุมัติไปแล้วก่่อนหน้านี้ สำหรับโครงการที่ต้องทำอยู่แล้ว และกระทบกับโครงสร้างหลักของแผนป้องกันน้ำในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้านี้ เช่น เรื่องประตูระบายน้ำ การขุดลอกคู คลอง จะเป็นแผนเร่งด่วน ถ้าหากโครงการเหล่านั้นยังไม่ได้รับกรอบอนุมัติงบประมาณไป ก็ให้ไปจัดการสอบราคาในเบื้องต้นหาผู้ที่จะมาประกวดราคา เมื่อได้กรอบอนุมัติงบประมาณเรียบร้อย จึงจะทำการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และได้เน้นย้ำว่าครม.ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ต้องตรวจสอบได้บนพื้นฐานของความโปร่งใส
ครม.ลงพื้นที่ตรวจโครงการป้องกันน้ำท่วม 13-17 ก.พ.พร้อมทำผังแบ่งงานผู้รับผิดชอบชัดเจน
นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ วางแผนให้ครม.ลงพื้นที่เพื่อไปกำกับดูแผนงาน นโยบายในรายพื้นที่ว่าเมื่อได้อนุมัติงบประมาณไปแล้ว มีผลการปฏิบัติงานแค่ไหนอย่างไร โดยได้กำหนดวันที่ 13 – 17 ก.พ. ครม.จะลงพื้นที่ไปดูเนื้องานจริงๆ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ ภาคเหนือตอนกลาง ภาคกลาง และท้ายน้ำ พร้อมกันนี้นายกฯยังได้กำชับให้กทม.ที่ดูแลเรื่องคู คลอง กับปัญหาน้ำท่วมในกทม.ว่า ภายใน 1-2 เดือนนี้ ตั้งเป้าว่าคู คลองทุกแห่งที่เกี่ยวเนื่องกับการป้องกันปัญหาน้ำท่วม ต้องลอกคลองให้สะอาด โดยได้อนุมัติให้กทม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว 1,900 ล้านบาท ขณะเดียวกันครม.กำลังจัดทำแผนผังคลองทั้งกทม.และปริมณฑลทั้งหมด พร้อมอธิบายรายละเอียดประกอบว่าคลองใดในพื้นที่จังหวัดใด หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ และกทม.รับผิดชอบคลองใดบ้าง
นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายกฯได้กำหนดการประชุมครม.สัญจรครั้งที่ 2 ที่จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 21 – 22 ก.พ. โดยมีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งการประชุมครม.สัญจรลักษณะนี้จะมีขึ้นทุกเดือน
มติครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือยางพาราตกต่ำ
มกราคม 24, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม.
| ที่ประชุมคณะรัฐมนต มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเพื่อแก้ไขปัญหาราคา ยางพาราตกต่ำ ด้วยการอนุมัติวงเงินจำนวน 15,000 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ โดยวงเงินดังกล่าว จะแบ่งให้กับสถาบันที่ทำธุรกิจสวนยาง รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ 5,000 ล้านบาท และองค์การสวนยาง 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะปล่อยวงเงินสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ในการนำไปรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรในราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ 120 บาท นอกจากนี้ ยังอนุมัติวงเงินอีก 885 ล้านบาท เพื่อชดเชยให้แก่ ธ.ก.ส.ด้วย
ขอบคุณที่มาจาก ผู้จัดการออนไลน์ |
ครม.ตั้ง “พ.ต.ต.ศราวุฒิ” อดีตจำเลยคดีดาบยิ้มเป็นผอ.คลังสินค้า
ครม.อนุมัติตั้ง “พ.ต.ต.ศราวุฒิ” อดีตจำเลยคดีสังหารดาบยิ้มเป็น ผอ.องค์การคลังสินค้า
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 13 ธ.ค. ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอแต่งตั้ง พ.ต.ต.ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง 2. นายประสงค์ เสี่ยงโชคอยู่ รองอธิบดีกรมชลประทาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
อนึ่ง พ.ต.ต.ศราวุฒิ เคยตกเป็นจำเลยร่วมกับ นายดวงเฉลิม อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในคดีฆ่าด.ต.สุวิชัย รอดวิมุต หรือดาบยิ้ม ตำรวจกองปราบปราม ในคลับทเวนตี้ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 29 ต.ค.โดยพ.ต.ต.ศราวุฒิ ถูกอัยการยื่นฟ้องในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและทำร้ายร่างกาย ต่อมาศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง พ.ต.ต.ศราวุฒิ และอัยการไม่อุทธรณ์ ทำให้คดีนี้ถึงที่สุด
ครม. น้อมนำพระราชดำรัส สั่งเลิกมหรสพ นำเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นอกจากนี้ นายกฯระบุว่าโครงการเหล่านี้ถือว่าเป็นความคิดนอกกรอบ ขอให้นำรายงานเข้าที่ประชุม ครม.ด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น และประชาชนที่อยู่บริเวณตอนท้ายต้องดูแลด้วย เช่นประมงท้องถิ่น ยังพบว่ามีปัญหา ไม่สามารถทำประมงได้ เราต้องดูแลคนเหล่านี้ด้วย
ครม.ไฟเขียวโอนอำนาจให้ศอ.บต.
พฤศจิกายน 1, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 ต.ค.ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทุกภัย(ศปภ.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติร่างกฎก.พ.ว่าด้วยคณะอนุกรรมการสามัญประจำศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจำศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ “อ.ก.พ. ศอ.บต.” ทั้งนี้องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. ศอ.บต. มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับ อ.ก.พ. กรม ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และให้นำกฎ ก.พ.ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน.ก.พ. สามัญ พ.ศ. 2552 มาใช้ในการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน เพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. ศอ.บต.โดยอนุโลม
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการถ่ายโอนภาระกิจกิจการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่สำนังานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)เสนอ โดยให้งานของคณะกรรมการนโยบาย และอำนวยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอันสืบเนื่องจากสถานกาณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งมอบต่อให้ศอ.บต.เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมโอนงบประมาณที่ตั้งไว้ให้ศอ.บต.ดำเนินการต่อ ซึ่งด้านงบประมาณให้ศอบต.ไปตกลงทำความเข้าใจที่จะให้มีงบฯช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทันที และให้ศอ.บต.ไปตกลงกับกรมบัญชีกลาง เพื่อขออนุมัติเเงินทดลองราชการหรือเงินจ่ายล่วงหน้าทันทีเมื่อเกิดความเสียหายระหว่างรอเงินงบประมาณ นอกจากนี้ด้านระบบฐานข้อมูลจะโอนเอกสารหลักฐานไปให้ศอ.บต.ทั้งหมด รวมไปถึงบุคลาการที่จะถ่ายโอนจากสปน.ไปยังศอ.บต. และให้ศอ.บต.ไปพิจารณาทบทวนปรับปรุงระเบียบประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
“อนุดิษฐ์” เผย ครม.เห็บชอบมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว
พฤศจิกายน 1, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, มติ ครม.
“อนุดิษฐ์” เผย ครม.เห็บชอบมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว พร้อมสั่งให้กระทรวงดำเนินการแผนพร้อมตัวเลข
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครรทัพ รมว.ไอซีที กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.วันนี้( 1 พ.ย.) ได้เป็นการนำเอาสิ่งพูดคุยไว้เมื่อวันที่ 27พ.ย.ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและแผนการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดมาสรุปของความเห็น และครม.ก็ได้เห็นชอบตามที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้สรุป เรื่องของการกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน ทั้งด้านการเกษตร โรงานภาคอุสาหกรรม เอสเอ็มอีและประชาชนทั่วไป ไปถึงมาตรการหลังน้ำลดจะช่วยเยียวยาประชาชน หรือบรรเทาทุกข์ได้อย่างไร โดยเฉพาะมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงไปกำหนดมาตรการวางตัวเลขงบประมาณเพื่อให้เห็นเป็นแผนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการเสนอ ซึ่งให้แต่ละกระทรวงไปดำเนินการเพราะคงมีเงื่อนไขหลายเรื่องขึ้นอยู่กับแต่ละกระทรวง ส่วนนโยบายเดิมจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ก็ต้องมาพิจารณาถึงผลกระทบอีกครั้งรวมไปถึงว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ครม. ทุ่มเงิน 325,000 ล้านบาท ฟื้นฟู-เยียวยาหลังน้ำท่วม
ตุลาคม 25, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม.
ครม. ทุ่มเงิน 325,000 ล้านบาท กำหนดมาตรการฟื้นฟู-มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม
เมื่อเวลา 13.25 น. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง แถลงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งต้องการให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกำหนดมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม เป็นวงเงิน 325,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่1 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ที่รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ จำนวน 65,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีมาตรการเร่งรัดและป้อกันพิบัติบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะดำเนินการให้ทันหน้าฝนปีหน้า มีการจัดวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ทางรัฐบาลได้เจรจากับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจบิก และธนาคารพาณิชย์ในไทย เพื่อดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ในแง่ของนักลงทุนระหว่างประเทศ ยังพิจารณาขยายสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสิมการลงทุน และอำนวยความสะดวกในการอนุญาตการทำงาน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศสามารถลงพื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างทันถ่วงที
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า กลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม 170,000 ล้านบาท ได้กำหนดวงเงินช่วยเหลือไว้ 3 ส่วน คือ ส่วนแรก การปล่อยวงเงินสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ในไทย โดยจัดให้มีสินเชื่อส่งเสริมสภาพคล่อง เป็นวงเงิน 120,000 ล้านบาท โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(
บสย.) จะเข้าไปค้ำประกันไม่ให้เกิดหนี้เสีย และขยายเงินค้ำประกันสูงสุดร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังงดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเป็นระยะเวลา 3 ปี ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ในไทยได้ให้ความร่วมมือ คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าพิเศษ ร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
ส่วนสอง สินเชื่อต่ำ ธนาคารออมสิน นำเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะ 3 ปี และส่วนที่สาม สำนักงานประกันสังคม นำวงเงิน 10,000 ล้านบาท ฝากธนาคารพาณิชย์ให้มาปล่อยเงินกู้ต่อ เพื่อเสริมสภาพคล่อง และเพิ่มผลผลิตด้วย
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในกลุ่มที่3 คือ ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า และประชาชน จำนวน 90,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อ วงเงิน 20,000 ล้านบาท และ ธอส. จะปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้านและซ่อมแซมที่พักอาศัย เป็นเงิน 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธกส. จะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรและสหกรณ์ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเตรียมเงินพิเศษ จำนวน10,000 ล้านบาท เพื่อให้สถานประกอบการในวงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้แต่ละรายไม่เกิน 1ล้านบาท นอกจากนี้ ยังประกันคนว่างงานอีก 8,000 ล้านคน
คลังรื้อใหม่ยกเว้นอากรขาเข้า วัตถุดิบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ตุลาคม 14, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, เศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 18 ต.ค. กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบร่าง ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) (การปรับปรุงโครงสร้างอัตราอากรขาเข้าสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์) ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างประกาศ มีดังนี้ คือ
1. ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบที่นำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเพิ่มเติม จำนวน 48 รายการ ซึ่งจะครอบคลุมพิกัดอัตราศุลกากรที่เกี่ยวข้องในระดับ 8 หลัก จำนวนทั้งสิ้น 185 ประเภทย่อย
2. ปรับปรุงการกำหนดขนาดและอัตราอากรขาเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าตามประเภทย่อย 8504.23.29 เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปในประเทศมีการพัฒนาและมี ความสามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าในขนาดที่สูงขึ้นถึง 300,000 เควีเอ และโดยที่หม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปขนาดกำลังจ่ายเกิน 300,000 เควีเอ ปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ จึงเห็นควรยกเว้นอากรขาเข้าให้กับหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปที่มีขนาดกำลังจ่าย เกิน 300,000 เควีเอขึ้นไป และกำหนดอัตราอากรขาเข้าเท่ากับร้อยละ 10 สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปตามประเภทย่อยดังกล่าวที่มีขนาดกำลังจ่ายต่ำ กว่า 300,000 เควีเอ
3. ยกเว้นอากรขาเข้าปัจจัยการผลิตที่ใช้ในการผลิตหม้อไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการผลิตได้ในประเทศ ดังนี้
3.1 กระดาษคราฟต์ที่เป็นฉนวนชนิดที่ใช้ในทางไฟฟ้าจำนวน 3 ประเภทย่อย ได้แก่ ประเภทย่อย 4804.31.10 ประเภทย่อย 4804.41.10 และประเภทย่อย 4804.51.10 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวง การคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดอัตราพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราอากรขาเข้าปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 5
3.2 น้ำมันสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าหรือน้ำมันสำหรับเครื่องตัดวงจรตามประเภทย่อย 2710.19.60 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 10
4. ยกเว้นอากรขาเข้ากล่องถ่ายบันทึกภาพดิจิทัลและกล้องถ่ายบันทึกวิดีโอตาม ประเภทย่อย 8525.80.20 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 3 เพื่อให้เท่ากับอัตราที่ผูกพันไว้กับ WTO
5. ยกเว้นอากรขาเข้าแคโทดและส่วนของแคโทดตามประเภทย่อย 7403.11.00 เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ก.คลังชงลดภาษีศุลากรสินค้าให้เท่ากรอบอัตราอากรWTOรักษาการแข่งขัน
ตุลาคม 14, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมครม.วันที่ 18 ต.ค. กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) (การปรับปรุงอัตราอากรสินค้าตามกรอบทั่วไปที่มีอัตราสูงกว่าอัตราตามกรอบ WTO ให้มีอัตราอากรเท่ากัน) ทั้งนี้สาระสำคัญของเรื่องปรับปรุงอัตราสินค้าตามกรอบทั่วไปที่มีอัตราสูงกว่าอัตราตามกรอบ WTO ให้มีอัตราเท่ากัน ซึ่งมีสินค้าจำนวน 354 ประเภทย่อย โดยกระทรวง การคลัง เสนอว่า ปัญหาอุปสรรคส่วนหนึ่งที่อาจทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ลดลง เนื่องจากมีสินค้าที่อัตราอากรตามกรอบทั่วไปสูงกว่าอัตราอากรตามกรอบ WTO ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความสับสนในการใช้สิทธิลดอัตราอากร เนื่องจากปัจจุบันประเทศต่าง ๆ เป็นสมาชิก WTO เกือบหมดแล้ว ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิชำระอากรตามกรอบใดก็ได้ที่มีอัตราอากรต่ำกว่า บางครั้งในการนำเข้าผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิตามกรอบทั่วไปชำระอากรในอัตรา สูงไปแล้ว ต่อมาพบว่าอัตราอากรตามกรอบ WTO มีอัตราต่ำกว่าก็จะมาขอคืนค่าอากรภายหลัง ทำให้เกิดปัญหาข้อโต้แย้งทางกฎหมายอยู่เสมอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดังนั้นเพื่อลดปัญหาอุปสรรคดังกล่าว กระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างอัตราอากรศุลกากรทั้งระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเพื่อรองรับนโยบายเปิดการค้าเสรี
มติครม. สั่งแยกเรื่องความไม่สงบ3จว.ใต้ออกจากคอป.
ตุลาคม 4, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, มติ ครม.
มติครม.สั่งแยกเรื่องความไม่สงบ 3 จังหวัดใต้ออกจากคอป. เผยปคอป.กรรมการชุด”ยงยุทธ” อู้ฟู่เบี้ยประชุมงวดละหมื่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า หลังจากที่ครม.มีมติเมื่อ 20 ก.ย. 2554 รับ ทราบข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) และมอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะของคอป.หรือ ปคอป. เพื่อทำหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจ สนับสนุนการดำเนินงานของคอป. เสนอแนะมาตรการการเยียวยา ฟื้นฟูเหยื่อ และ ผู้เสียหาย ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรง หรือ ความขัดแย้งทางการเมือง ประสานขอความร่วมมือติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอของคอป. โดยที่เคยเสนอให้ดูเรื่องเกี่ยวกับความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คณะกรรมการเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง จึงเห็นควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดำเนินการอีกคณะหนึ่ง โดยให้รมว.ยุติธรรมเป็นประธาน พร้อมทั้งเสนอองค์ประกอบอำนาจหน้าที่ต่อครม.อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 197/2554 ในข้อที่ 4 ระบุว่า ให้คณะกรรมการ ปคอป. ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ในคราวที่มีการประชุมในอัตรา ประธานกรรมการ 10,000 บาท รองประธานกรรมการ 9,000 บาท และกรรมการ 8,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน และการบริหารจัดการอื่นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมายให้เบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจากงบประมาณของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี




กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












