“อนุดิษฐ์” เผย ครม.เห็บชอบมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว
พฤศจิกายน 1, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, มติ ครม.
“อนุดิษฐ์” เผย ครม.เห็บชอบมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว พร้อมสั่งให้กระทรวงดำเนินการแผนพร้อมตัวเลข
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครรทัพ รมว.ไอซีที กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.วันนี้( 1 พ.ย.) ได้เป็นการนำเอาสิ่งพูดคุยไว้เมื่อวันที่ 27พ.ย.ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและแผนการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดมาสรุปของความเห็น และครม.ก็ได้เห็นชอบตามที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้สรุป เรื่องของการกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน ทั้งด้านการเกษตร โรงานภาคอุสาหกรรม เอสเอ็มอีและประชาชนทั่วไป ไปถึงมาตรการหลังน้ำลดจะช่วยเยียวยาประชาชน หรือบรรเทาทุกข์ได้อย่างไร โดยเฉพาะมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงไปกำหนดมาตรการวางตัวเลขงบประมาณเพื่อให้เห็นเป็นแผนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการเสนอ ซึ่งให้แต่ละกระทรวงไปดำเนินการเพราะคงมีเงื่อนไขหลายเรื่องขึ้นอยู่กับแต่ละกระทรวง ส่วนนโยบายเดิมจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ก็ต้องมาพิจารณาถึงผลกระทบอีกครั้งรวมไปถึงว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ครม. ทุ่มเงิน 325,000 ล้านบาท ฟื้นฟู-เยียวยาหลังน้ำท่วม
ตุลาคม 25, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม.
ครม. ทุ่มเงิน 325,000 ล้านบาท กำหนดมาตรการฟื้นฟู-มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม
เมื่อเวลา 13.25 น. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง แถลงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งต้องการให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกำหนดมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม เป็นวงเงิน 325,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่1 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ที่รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ จำนวน 65,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีมาตรการเร่งรัดและป้อกันพิบัติบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะดำเนินการให้ทันหน้าฝนปีหน้า มีการจัดวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ทางรัฐบาลได้เจรจากับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจบิก และธนาคารพาณิชย์ในไทย เพื่อดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ในแง่ของนักลงทุนระหว่างประเทศ ยังพิจารณาขยายสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสิมการลงทุน และอำนวยความสะดวกในการอนุญาตการทำงาน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศสามารถลงพื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างทันถ่วงที
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า กลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม 170,000 ล้านบาท ได้กำหนดวงเงินช่วยเหลือไว้ 3 ส่วน คือ ส่วนแรก การปล่อยวงเงินสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ในไทย โดยจัดให้มีสินเชื่อส่งเสริมสภาพคล่อง เป็นวงเงิน 120,000 ล้านบาท โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(
บสย.) จะเข้าไปค้ำประกันไม่ให้เกิดหนี้เสีย และขยายเงินค้ำประกันสูงสุดร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังงดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเป็นระยะเวลา 3 ปี ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ในไทยได้ให้ความร่วมมือ คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าพิเศษ ร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
ส่วนสอง สินเชื่อต่ำ ธนาคารออมสิน นำเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะ 3 ปี และส่วนที่สาม สำนักงานประกันสังคม นำวงเงิน 10,000 ล้านบาท ฝากธนาคารพาณิชย์ให้มาปล่อยเงินกู้ต่อ เพื่อเสริมสภาพคล่อง และเพิ่มผลผลิตด้วย
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในกลุ่มที่3 คือ ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า และประชาชน จำนวน 90,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อ วงเงิน 20,000 ล้านบาท และ ธอส. จะปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้านและซ่อมแซมที่พักอาศัย เป็นเงิน 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธกส. จะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรและสหกรณ์ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเตรียมเงินพิเศษ จำนวน10,000 ล้านบาท เพื่อให้สถานประกอบการในวงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้แต่ละรายไม่เกิน 1ล้านบาท นอกจากนี้ ยังประกันคนว่างงานอีก 8,000 ล้านคน
คลังรื้อใหม่ยกเว้นอากรขาเข้า วัตถุดิบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ตุลาคม 14, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, เศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 18 ต.ค. กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบร่าง ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) (การปรับปรุงโครงสร้างอัตราอากรขาเข้าสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์) ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างประกาศ มีดังนี้ คือ
1. ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบที่นำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเพิ่มเติม จำนวน 48 รายการ ซึ่งจะครอบคลุมพิกัดอัตราศุลกากรที่เกี่ยวข้องในระดับ 8 หลัก จำนวนทั้งสิ้น 185 ประเภทย่อย
2. ปรับปรุงการกำหนดขนาดและอัตราอากรขาเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าตามประเภทย่อย 8504.23.29 เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปในประเทศมีการพัฒนาและมี ความสามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าในขนาดที่สูงขึ้นถึง 300,000 เควีเอ และโดยที่หม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปขนาดกำลังจ่ายเกิน 300,000 เควีเอ ปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ จึงเห็นควรยกเว้นอากรขาเข้าให้กับหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปที่มีขนาดกำลังจ่าย เกิน 300,000 เควีเอขึ้นไป และกำหนดอัตราอากรขาเข้าเท่ากับร้อยละ 10 สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าสำเร็จรูปตามประเภทย่อยดังกล่าวที่มีขนาดกำลังจ่ายต่ำ กว่า 300,000 เควีเอ
3. ยกเว้นอากรขาเข้าปัจจัยการผลิตที่ใช้ในการผลิตหม้อไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการผลิตได้ในประเทศ ดังนี้
3.1 กระดาษคราฟต์ที่เป็นฉนวนชนิดที่ใช้ในทางไฟฟ้าจำนวน 3 ประเภทย่อย ได้แก่ ประเภทย่อย 4804.31.10 ประเภทย่อย 4804.41.10 และประเภทย่อย 4804.51.10 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวง การคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดอัตราพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราอากรขาเข้าปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 5
3.2 น้ำมันสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าหรือน้ำมันสำหรับเครื่องตัดวงจรตามประเภทย่อย 2710.19.60 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 10
4. ยกเว้นอากรขาเข้ากล่องถ่ายบันทึกภาพดิจิทัลและกล้องถ่ายบันทึกวิดีโอตาม ประเภทย่อย 8525.80.20 ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 3 เพื่อให้เท่ากับอัตราที่ผูกพันไว้กับ WTO
5. ยกเว้นอากรขาเข้าแคโทดและส่วนของแคโทดตามประเภทย่อย 7403.11.00 เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ก.คลังชงลดภาษีศุลากรสินค้าให้เท่ากรอบอัตราอากรWTOรักษาการแข่งขัน
ตุลาคม 14, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมครม.วันที่ 18 ต.ค. กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) (การปรับปรุงอัตราอากรสินค้าตามกรอบทั่วไปที่มีอัตราสูงกว่าอัตราตามกรอบ WTO ให้มีอัตราอากรเท่ากัน) ทั้งนี้สาระสำคัญของเรื่องปรับปรุงอัตราสินค้าตามกรอบทั่วไปที่มีอัตราสูงกว่าอัตราตามกรอบ WTO ให้มีอัตราเท่ากัน ซึ่งมีสินค้าจำนวน 354 ประเภทย่อย โดยกระทรวง การคลัง เสนอว่า ปัญหาอุปสรรคส่วนหนึ่งที่อาจทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ลดลง เนื่องจากมีสินค้าที่อัตราอากรตามกรอบทั่วไปสูงกว่าอัตราอากรตามกรอบ WTO ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความสับสนในการใช้สิทธิลดอัตราอากร เนื่องจากปัจจุบันประเทศต่าง ๆ เป็นสมาชิก WTO เกือบหมดแล้ว ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิชำระอากรตามกรอบใดก็ได้ที่มีอัตราอากรต่ำกว่า บางครั้งในการนำเข้าผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิตามกรอบทั่วไปชำระอากรในอัตรา สูงไปแล้ว ต่อมาพบว่าอัตราอากรตามกรอบ WTO มีอัตราต่ำกว่าก็จะมาขอคืนค่าอากรภายหลัง ทำให้เกิดปัญหาข้อโต้แย้งทางกฎหมายอยู่เสมอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดังนั้นเพื่อลดปัญหาอุปสรรคดังกล่าว กระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างอัตราอากรศุลกากรทั้งระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเพื่อรองรับนโยบายเปิดการค้าเสรี
มติครม. สั่งแยกเรื่องความไม่สงบ3จว.ใต้ออกจากคอป.
ตุลาคม 4, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, มติ ครม.
มติครม.สั่งแยกเรื่องความไม่สงบ 3 จังหวัดใต้ออกจากคอป. เผยปคอป.กรรมการชุด”ยงยุทธ” อู้ฟู่เบี้ยประชุมงวดละหมื่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า หลังจากที่ครม.มีมติเมื่อ 20 ก.ย. 2554 รับ ทราบข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) และมอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะของคอป.หรือ ปคอป. เพื่อทำหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจ สนับสนุนการดำเนินงานของคอป. เสนอแนะมาตรการการเยียวยา ฟื้นฟูเหยื่อ และ ผู้เสียหาย ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรง หรือ ความขัดแย้งทางการเมือง ประสานขอความร่วมมือติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอของคอป. โดยที่เคยเสนอให้ดูเรื่องเกี่ยวกับความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คณะกรรมการเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง จึงเห็นควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดำเนินการอีกคณะหนึ่ง โดยให้รมว.ยุติธรรมเป็นประธาน พร้อมทั้งเสนอองค์ประกอบอำนาจหน้าที่ต่อครม.อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 197/2554 ในข้อที่ 4 ระบุว่า ให้คณะกรรมการ ปคอป. ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ในคราวที่มีการประชุมในอัตรา ประธานกรรมการ 10,000 บาท รองประธานกรรมการ 9,000 บาท และกรรมการ 8,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน และการบริหารจัดการอื่นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมายให้เบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจากงบประมาณของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ครม.เคาะธอส.ปล่อยกู้บ้านหลังแรก 0% 3ปี
ตุลาคม 4, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม., เศรษฐกิจ
ครม. อนุมัติ ธอส.ปล่อยกู้บ้านหลังแรกไม่เกิน 1 ล้านบาทปลอดดอกเบี้ย 3 ปีแรก ครอบคลุมบ้านมือสองที่อยู่ในกรรมสิทธิ ธอส.
น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีมติเห็นชอบโครงการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เพื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ในวงเงินปล่อยกู้ 20,000 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 ปีแรก ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองมาก่อนให้สามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้
ทั้งนี้มีเงื่อนไข คือ 1.ผู้ที่ขอสินเชื่อตามโครงการดังกล่าวจะต้องไม่เคยเป็นเจ้าของบ้านมาก่อน และต้องย้ายชื่อเข้ามาเป็นเจ้าบ้านและอยู่อาศัยจริงตามโครงการนี้ 2.ผู้ขอสินเชื่อต้องไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง 3.บ้านต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยรวมราคาที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างไว้แล้ว ทั้งนี้จะครอบคลุมบ้านมือสองที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของ ธอส. 4.วงเงินกู้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินที่ดิน พร้อมอาคาร หรือห้องชุด
5.ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี 6.ผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี 7.ผู้กู้สามารถติดต่อขอกู้เงินได้ตั้งแต่ 7 วันนับแต่วันที่ ครม.มีมติอนุมัติ จนถึง 30 ก.ย.55 โดยต้องทำนิติกรรมกับ ธอส.ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค.55 8.ธอส.จะสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หาก ธอส.ให้สินเชื่อเต็มวงเงินในโครงการแล้ว
พร้อมกันนี้ที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติให้ ธอส.ขอลดเงินนำส่งกระทรวงการคลัง 2,400 ล้านบาท ในปี 2554 – 2557 เพื่อชดเชยกับผลกระทบทางการเงินที่ ธอส. มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากต้นทุนเงินในการปล่อยสินเชื่อที่ 4% สำหับการปล่อยกู้ 2 หมื่นล้านบาท โดย ธอส. ขอลดเงินนำส่งกระทรวงการคลังในบัญชี 2554 จำนวน 133.33 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 800 ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 800 ล้านบาท และปี 2557 จำนวน 666.67 ล้านบาท
ครม.อนุมัติ จัดงานพืชสวนโลก99วัน
ตุลาคม 4, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, มติ ครม.
ครมอนุมัติจัดงานพืชสวนโลก 99 วัน เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ครบรอบ 84 พรรษา
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าครม.มีมติอนุมัติให้จัดงานพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ที่สวนราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9 พ.ย.54 ถึงวันที่ 15 ก.พ.55 เป็นเวลา 99 วัน ซึ่งการจัดงานพืชสวนโลกครั้งนี้ เป็นวาระมงคลใน 3 วโรกาส คือ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ครบรอบ 84 พรรษา เฉลิมพระชมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครบรอบ 80 พรรษาในปี พ.ศ.2555 และเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครบครบ 60 พรรษา ในปีพ.ศ.2555
นอกจากนี้น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมครม.รับทราบถึงรายการใหม่ที่จะออกอากาศทุกวันทางสถานี วิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย( สทท.11 ) แทนรายการที่หมดสัญญาไปแล้ว ชื่อรายการ “เวทีประเทศไทย” ที่ออกอากาศครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจะมีการเชิญแขกรับเชิญที่มีความรู้ในด้านต่างๆ มาออกอากาศ
โดยรูปแบบรายการจะเน้นเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และนำเสนอการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความ ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) รวมทั้งเสนอวาระการทำงานของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่ง ชาติ(คอ.นธ.) จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สนใจติดตามรายการดังกล่าวได้ที่ช่อง 11 เวลา 20.40 น.- 21.30 น.ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์.
ครม.ไฟเขียวซื้อแบล็คฮอว์ก 2 ลำ-สมาร์ทการ์ด17ล้านใบ
ตุลาคม 4, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, มติ ครม.
ครม.เห็นชอบ ซื้อแบล็คฮอว์ก 2 ลำ วงเงิน 2,841 ล้านบาท
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป หรือแบล็คฮอว์ก จำนวน 2 ลำ วงเงินประมาณ 2,841 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี 3 ปี คือ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 54-56 แบ่งเป็นปีงบประมาณ 54 จำนวน 570 ล้านบาท, ปีงบประมาณ 55 จำนวน 789 ล้านบาท และปีงบประมาณ 56 จำนวน 1,482 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมเสนอขอจัดซื้อแบล็คฮอว์ก รุ่น L รวม 3 ลำ แต่เนื่องจากปัจจุบันแบล็คฮอว์กรุ่นดังกล่าวได้ปิดสายการผลิตไปแล้ว จึงต้องเปลี่ยนไปจัดซื้อรุ่น M มาแทนซึ่งมีราคาสูงกว่า ทำให้งบประมาณเพียงพอสำหรับการซื้อแบล็คฮอว์กแค่ 2 ลำ จากเดิมที่ขออนุมัติไป 3 ลำ
ทั้งนี้แบล็คฮอว์กรุ่น M จะใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูง และมีอายุการใช้งานที่นานกว่ารุ่น L โดยรุ่น M จะมีระบบการควบคุมในตัวเครื่องและระบบช่วยเดินอากาศเป็นแบบดิจิตัล
อนุมัติ ซื้อสมาร์ทการ์ด 17 ล้านใบ วงเงิน 719 ล้านบาท
น.ส.ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ในโครงการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์(สมาร์ทการ์ด) โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด ซึ่งในปีงบประมาณ 55 คาดว่าจะต้องจัดทำ 17 ล้านใบ วงเงินประมาณ 719 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีไว้เพื่อดำเนินการในปีต่อๆ ไปด้วย โดยจำนวนบัตรที่จะต้องจัดหาใหม่นั้น ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีตามขั้นตอนต่อไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
ทัพเรือดีใจเก้อ “นายกฯ” ปล่อยไก่เรือดำน้ำ

วานนี้ (28 ก.ย. 54) นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินไปที่ห้องผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงกรณี นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมขออนุมัติซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์ในการจัดหาเรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ ว่า นายกรัฐมนตรีอาจจะฟังและเข้าใจว่าสื่อมวลชนถามถึงเรื่องดันน้ำ เนื่องจากมีเรื่องเข้าสู่วาระการพิจารณาของครม.มาก จึงตอบว่าผ่านการพิจารณาครม.แล้ว จึงได้รับมอบหมายจากนางฐิติมา ฉายแสง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจง เพราะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว
มติครม. ตั้ง “พระนาย” นั่งปลัดมท.- “วิเชียร” ที่ปรึกษานายกฯ
ที่ประชุมครม. วันนี้ (27 ก.ย. 54) เป็นไปตามคาด ครม.อนุมัติตั้ง นายพระนาย สุวรรณรัฐ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายวิเชียร ชวลิต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีผลหลังโปรดเกล้าฯ
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย
วิเชียร ชวลิต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
ครม.เห็นชอบตั้ง”พระนาย”ปลัดมท. ส่ง”อดุลย์”นั่งเพิ่มเลขาธิการปปส. ฟ้าผ่าศธ.โยก “ศศิธารา”นั่งปลัดศธ.เด้ง”อภิชาติ”ไปนั่งเลขา กอ.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแต่งตั้งให้พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปส. อีกตำแหน่งหนึ่ง โดยมีกำหนดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ท่ีประชุมครม.ยังเห็นชอบการ แต่งตั้งให้นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ และแต่งตั้งให้นายพระนาย สุวรรณรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ครม.มีมติให้นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และให้นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการการอาชีวศึกษา ให้ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม เห็นชอบให้นายนอภินันท์ โปรษานท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และให้นายปรีชา กันธิยะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา และให้นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้ไปดำรงตนำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขณะที่ให้นายชาย นครชัย ผู้ตรวจราชการ ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
กระทรวงแรงงาน ครม.เห็นชอบ ให้นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการจัดหางาน ขณะที่นายประพันธ์ มนทการติวงศ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และให้นายประพันธ์
ให้นายอาทิตย์ อิสโม ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และให้นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ รองปลัดกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิกรสำนักงานประกันสังคม
กระทรวงสาธารณสุข มีมติให้ นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ รองปลัดกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมควบคุมโรค และให้นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสุขภาพจิต /ให้นายอภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง / นางวิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทยทางเลือก ให้ดำรงตำแหน่อธิบดีกรมการแพทย์ / นายสุพรรณศรีธรรมา ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก / นายบุญชัย สมบูรณ์สุข ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ /นายนิทัศน์ รายยวา นายโสภณ เมฑธน ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายสมชัย นิจพานิช สาธารณสุขนิเทศน์ ให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุช















กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















