“มาร์ค” ห่วง ครก. เดินสายตจว.ชงแก้ ม. 112
กุมภาพันธ์ 6, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“มาร์ค” ห่วง ครก.เดินสายตจว.แก้ 112 ขยายความขัดแย้งเพิ่ม จี้ รัฐเร่งปลดชนวนก่อนลุกลาม แนะ เร่งคุยกับคนกันเอง ใช้กลไกบริหารแก้ปัญหาการบังคับใช้แทนแก้กฎหมาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย แชนนอล เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ ครก.112 ในการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อนและทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกรุนแรง ดังนั้นอะไรที่สามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ก็ควรทำ เนื่องจากกระทบความรู้สึกคนจำนวนมาก รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับคนที่เคลื่อนไหวด้วยการพูดคุยกันให้ชัดเจนเพราะเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ่้น หากต้องการให้บ้านเมืองสงบแต่มียังข้อห่วงใยในเรื่องมาตรา 112 ก็หารือว่ามีประเด็นไหนที่เป็นปัญหา ซึ่งที่สะท้อนมาก็เป็นปัญหาเรื่องการบังคับใช้ไม่ใช่ตัวกฎหมาย และอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลจะใช้วิธีการบริหารเข้าไปแก้ปัญหาเพื่อคลายความกังวลของผู้ที่มีความห่วงใยในกรบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้ได้ แต่ถ้ารัฐบาลปล่อยไปก็จะกลายเป็นการขยายความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เพราะมีการเตรียมเดินสายไปต่างจังหวัดด้วย โดยกตัวอย่างที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งตนเดินทางไปเมื่อวานนี้ (5 ก.พ. 55 ) ว่ามีการขึ้นป้ายคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112 หากมีการไปเคลื่อนไหวให้แก้ไขก็อาจมีปัญหาตามมา รัฐบาลจึงควรเร่งปลดชนวนความขัดแย้งเหล่านี้
“อภิสิทธิ์” ท้ารบ.แจงเคลียร์พรก.กู้เงินปชป.ยอมถอนตีความ
กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเป็นห่วงต่อความไม่ชัดเจนในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลโดยแนะนำว่า ภายในเดือนนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องการจัดทำระบบข้อมูลแบบจำลองการพยากรณ์เรื่องน้ำให้แล้วเสร็จ และต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบ เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจพื้นที่ตามแนวลุ่มนำเจ้าพระยาในวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์นี้ ก็ควรที่จะใช้โอกาสในการพบปะประชาชนในพื้นที่ื่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องการกำหนดพื้นที่รับน้ำ ทางผ่านของน้ำ และเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องปรับรูปแบบการลงพื้นที่ใหม่ไม่ใช่มุ่งแต่การสร้างภาพเพื่อประโยขน์ทางการเมือง เพราะหากลงพื้นที่แล้วให้คำม่ันสัญญาในเรื่องโครงการอย่างเดียวจะไม่มีประโยขน์ในการแก้ปัญหา เพราะสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้นประชาชนมีความวิตกกังวลมากและต้องการเห็นแผนที่เป็นรูปธรรม ซึ่งตนย้ำมาตลอดว่าการบริหารจัดการน้ำไม่มีทางสำเร็จได้ ถ้าประชาชนในพื้นที่ไม่ทราบหรือไม่เข้าใจ ในที่สุดก็จะมีปัญหาเกิดความขัดแย้ง ประชาชนจะไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลจึง ต้องเร่งทำความเข้าใจเพราะเวลาก็เหลือไม่มากแล้ว นอกจากนี้ควรรับฟังความเห็นในพื้นทีี่ด้วยว่ามีส่วนใดที่ยังไม่มีการขุดลอกคูคลองเพื่อเร่งรัดอนุมีติโครงการ เพราะรัฐบาลก็มีเงินอยู่ในมือมาก
ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันผ่านรายการ นายกฯยิ่งลักษณ์ พบประชาชนว่า มีควมจำเป็นที่จะต้องออก พรก. 4 ฉบับและกู้เงินเพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้วว่าถ้ารัฐบาลเอาแผนมาให้ฝ่ายค้านดูได้ว่ามีรายละเอียดในการใข้จ่ายเงินอย่างไรที่ต้องใช้เงินทันที เพื่อให้ฝ่ายค้านเห็นว่าเงินที่มีอยู่ในมือเกือบสองแสนล้านบาทไม่เพียงพอ ตนยินดีถอนชื่อจากการส่งให้ศาลรัธรรมนูญตีความ ถ้าเอามาให้เห็นได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่สามารถนำรายละเอียดมายืนยันได้ ก็จะกลายเป็นภาระของประชาชนที่ต้องแบกรับดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะเป็นการนำเงินมากองไว้ เหมือนคนมีแผนจะทำอะไรสักอย่างในอีก 5-6 ปีแต่กลับกู้เงินมาเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งก็จะเป็นภาระดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น โดยในส่วนของรัฐบาลเองที่พูดว่าต้องกู้เร่งด่วนนั้นควมจริงจะมีการกู้เกิดขึ้นในช่วงปลายปีหน้าด้วยซ้ำ สะท้อนว่ารัฐบาลใช้เรื่องน้ำท่วมและความทุกข์ของประชาชนมาเป็นข้ออางในการกู้เงิน
“มาร์ค” จวก “ตู่” ปั้นน้ำเป็นตัวกุข่าวขบวนการล้มรบ.
กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, การเมือง-สำคััญ
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญขีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีขบวนการล้มรัฐบาลและส่งคนคุกคามกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ตนอยากให้หยุดสร้างความหวาดระแวงและความขีดแย้งในสังคม หากมีอะไรผิดปกติ เช่นมีการข่มขู่ คุกคาม ก็ควรร้องขอเจ้าหน้าที่ และรัฐบาลเองก็มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งก็อยู่พรรคเดียวกับนายจตุพร ดังนั้นมีอะไรก็ควรบอกให้รัฐบาลดูแล ไม่ใช่มาสร้างประเด็นให้เกิดความหวาดระแวง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความพยายามที่จะปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ความจริงควรช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะเดินหน้าประเทศได้อยู่แล้ว
“มาร์ค” ติ รัฐ ตัั้งธงชิงปิดอภิปรายหวังปิดปากฝ่ายค้าน
กุมภาพันธ์ 3, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“มาร์ค” ติ รัฐ ตัั้งธงชิงปิดอภิปราบหวังปิดปากฝ่ายค้าน เตือนสติอย่าซ้ำรอยเดิมยุค “ทักษิณ”ที่บีบการเมืองลงท้องถนน แนะรัฐตั้งสติ เร่งทบทวนบทบาทรักษากลไกสภา เหน็บ พท. ปากอ้างเคารพระบบ ปชต. กลับไม่ให้ความสำคัญกับกลไกตรวจสอบตามระบบรัฐสภา ลั่นคำ อย่าเล่นแง่ทางเทคนิคเรื่องกระทู้ ระวังเจอสวนกลับให้นายกตอบเองห้ามมอบหมาย แนะ ปู มีเสียงข้างมากอย่ากลัวสภา จี้ แสดงภาวะผู้นำช่วยลดขัดแย้ง
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลใช้เสียงข้างมากปิดอภิปรายการพิจารณา พ.ร.ก.กองทุนประกันภัยและพ.ร.ก.ปล่อยสินเชื่อดอกเบียต่ำ 3 แสนล้านบาทวานนี้ (2 ก.พ.55) ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะทำให้การทำงานในสภาไม่ราบรื่น ฝ่ายค้านอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการของสภา เมื่อวานนี้จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ไม่มีรัฐมนตรีนั่งฟังการอภิปราย นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ จึงพยายามหาวิธีการที่จะให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของฝ่ายค้าน ซึ่งเมื่อร้ฐมนตรีเข้ามาในห้องประชุม นายบุญยอดก็ตั้งใจที่จะถอนญัตติ แต่ถูกส.ส.รัฐบาลโห่ฮาจึงทำใหบรรยากาศมีปัญหามากขึ้น และฝ่ายรัฐบาลก็จงใจ เพราะตนได้ยินเลยว่าตั้งใจที่จะเข้ามาเพื่อปิดอภิปราย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้ผ่านไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือต้องมองไปจ้างหน้าว่า จะทำอย่างไรให้บรรยากาศของสภามีควมราบรื่นกว่านี้ อยากให้รัฐบาลเปิดใจให้กว้าง เพราะหลายเรื่องมาจากความกังวลว่า ฝ่ายค้านจะมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทั้งที่รัฐบาลสามารถควบคุมเสียงข้างมากได้อยู่แล้ว โดยเห็นได้จากปัญหากระทู้ถามที่มีความขัดแย้งมาเกือบทุกอาทิตย์เป็นเพราะรัฐบาลปกป้องนายกรัฐมนตรีไม่ให้มาตอบกระทู้ มีความพยายามที่จะลดจำนวนกระทู้ลง ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เคยมีปัญหาเช่นนี้ และตนได้เริ่มต้นให้มีการถ่ายทอดกระทู้สดเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้รับทราบการทำงานของสภา โดยไม่ได้เกี่ยงในเรื่องเวลาการถ่ายทอดที่อาจเกินกว่าที่กำหนดไว้โดยมีการขยายเวลาให้ อีกทั้งต้นยังพยายามที่จะสร้างบรรทัดฐานด้วยการมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองโดยตลอด แม้กระทั่งในเรื่องที่มอบหมายให้รัฐมนตรีไปแล้วก็ยังมาฟังและอธิบายถึงทิศทางของรัฐบาล เพราะตนถือว่าการตรวจสอบของฝ่ายค้านเป็นหัวใจสำคัญของระบบรัฐสภา ซึ่งทั่วโลกก็ทำกันแบบนี้
“หลังการปิดอภิปรายรัฐบาลก็ไม่ได้ชี้แจง อีกทั้งประเด็นที่ฝ่ายค้านนำเสนอและค้างอยู่ก็เป็นประโยชน์ที่รัฐบาลควรจะนำไปปรับปรุงให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผมเป็นห่วงว่าการทำเช่นนี้ของรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองโดยไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ในระบอบประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้สภาทำงาน และบทเรียนอย่างหนึ่งจากยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือ เมื่อพยายามปิดกั้นทุกวิถีทางสุดท้ายการเมืองก็ออกสู่ท้องถนน มีความขัดแย้งมาจนถึงทุกวันนี้” นายอภิทธิ์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุคว่า รัฐบาลใช้เผด็จการรัฐสภาปิดปากฝ่ายค้านในสภาจะทำให้การเมืองออกมานอกสภา ทำให้พังกันทั้งหมดมองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่อยากให้รัฐบาลเรียนรู้ ซึ่งตนรู้สึกแปลกใจเพราะพรรคเพื่อไทยมักจะอ้างเสมอว่า ตัวเองต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อระบบรัฐสภา แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับกระบวนการของสภาเมื่อเข้ามามีอำนาจทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์ ยังแสดงความไม่สบายใจเกี่ยวกับการทำหน้ที่ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯเกี่ยวกับการบรรจุกระทู้สดที่ควรจะรักษาผลประโยชน์ของสภาในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ด้วยการเข้มงวดกับฝ่ายริหารว่า ประธานฯต้องทำหน้าตามรัฐธรรมนุญและข้อบังคับที่กำหนดชัดถึงการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะต้องรับผิดชอบต่อสภา ส่วนเหตุการณ์ระหว่างการนับองค์ประชุมเมื่อวานนี้นั้น ส่วนตัวก็เห็นใจนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานที่ทำหน้าที่ในขณะนั้นว่า ได้พยายามที่จะไกล่เกลี่ย แต่เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากใช้เสียงข้างมากดำเนินการตามความ้องการของตัวเองทำให้ประธานในขณะนั้นไม่มีทางเลือก แต่การทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์นั้น ตนอยากให้ใจเย็น ๆ และรับฟังทางฝ่ายค้านให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกระทู้ถาม เช่น กระทู้ที่นายกรณ์ ชาติกวณิช สอบถามเกี่ยวกับการแปรรูป ปตท.ซึ่งมีข้อตกลงค้างจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยประธานในขณะนั้นให้เลื่อนกระทู้มาถามในสัปดาห์นี้ และประเด็นที่จะถามก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นประโยชน์่ต่อประชาชน หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่สามารถมาตอบได้ ก็สามารถเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้าได้ โดยรักษาสิทธิของสภาเอาไว้ให้เป็น 4 กระทู้ก็ไม่มีปัญหา
“ผมเตือนว่าอย่าเล่นแง่ทางเทคนิคว่า เมื่อเลื่อนกระทู้ไปแล้วต้องมายื่นใหม่เหมือนที่ทำในสัปดาห์นี้ เพราะถ้าจะทำแบบนี้ ฝ่ายค้านก็จะยึดตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดว่า ถ้าถามนายกฯจะมอบหมายไม่ได้ ต้องมาตอบด้วยตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้ทำ เพราะเราทราบว่า บางทีนายกฯอาจมีภารกิจสำคัญ หรือมอบให้รัฐมนตรีตอบแทนได้ แต่เรื่องที่นายกต้องมาตอบเองก็ต้องมาด้วยตัวเอง ผมอยากให้รัฐบาลเปิดใจกว้างมากกว่านี้ ทบทวนการทำงานทั้งหมดอย่าบีบให้การเมืองต้องออกมาอย๋นอกถนนมีการประท้วงกันตามถนนเลย ในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เริ่มจากการปิดรายการโทรทัศน์ จนถึงการทำให้กลไกสภาทำงานอย่างยากลำบากทำให้เกิดปัญหา ผมอยากบอกนายกว่า อย่ากังวลจนเกินไปในการตอบกระทู้เพราะแค่ตอบตามปกติก็จบแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวในสภา สำหรับรัฐบาลเพราะมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เราต้องช่วยกันรักษากลไกทางสภาไว้เพราะจะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปัญหาความขัดแย้งสังคมได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
“มาร์ค” หวั่น ไฟใต้ลุกเพิ่ม แนะประสานชาวบ้านลดความหวาดระแวงจนท.
มกราคม 31, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
“มาร์ค” หวั่น ไฟใต้ลุกเพิ่ม แนะประสานชาวบ้านลดความหวาดระแวงเจ้าหน้าที่ ให้รัฐยึดหลักกฏหมายใช้ความยุติธรรมนำแก้ไข
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ช่อง Blue Sky Channel ถึงกรณีเหตุคนร้ายโจมตีชุดปฏิบัติการทหารพราน จ.ปัตตานีจนเกิดการปะทะกันเมื่อคืนวานว่า น่าเป็นห่วง และรัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางในการสร้างความชัดเจน เพราะหากไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในแนวทางของรัฐบาลได้ จะยิ่งทำให้เรื่องลุกลาม ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายตรงกันข้าม ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่พูดว่าจะใช้นิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์นั้น มีความจำเป็นมาก ถ้าทำตรงนี้ได้สำเร็จจะเป็นผลดี เพราะมิเช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเหยื่อ เขาจะไปพูดว่ารัฐใช้ความรุนแรงกับคนของเขา ส่วนความยากของการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้สมัยที่เป็นรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ฝังรากลึก ดังนั้นการที่จะแก้ไขปัญหาจึงต้องลงลึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความไว้เนื้อเชื่อใจ หากประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง เห็นว่าทางการของไทยทำไม่ถูกต้องก็จะไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ดังนั้นการจะสร้างความไว้วางใจว่าทุกอย่างทำมาอย่างถูกต้อง อยู่ในกรอบของกฎหมายจึงมีความสำคัญมาก
“ช่วงที่เรามีปัญหามาก ๆ คือ มีช่วงหนึ่งที่ไม่ได้ทำอย่างนี้ อันนี้คือประเด็นสำคัญ ซึ่งจะต้องเอาเรื่องของการพัฒนา เรื่องความยุติธรรมเป็นตัวนำ ซึ่งถ้าทำตรงนี้ได้ก็จะเป็นผลดี ผมขอย้ำว่าความจริงแล้วเงินก็มีความจำเป็นในการแก้ปัญหา แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการที่เราทำให้เขามีความรู้สึกว่าเขาได้เป็นเจ้าของในกระบวนการของการพัฒนา เมื่อถามว่าที่ผ่านมาประสบความสำเร็จแค่ไหน ก็แน่นอนว่าปัญหายังไม่หมดไป แต่มีตัวบ่งชี้หลายตัวว่า เมื่อเราเอาเงินงบประมาณเข้าไปและเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตแล้ว ปรากฎว่าความยอมรับในเรื่องของอำนาจรัฐ ในเรื่องการให้ความร่วมมือ ความไว้เนื้อเชื่อใจพอไปสำรวจแล้วดีขึ้น”นายอภิสิทธิ์กล่าว
“มาร์ค” ห่วง ปชต.ไทยเข้าสู่ยุคยกพวกตีกัน ปลุกคนรุ่นใหม่ต้านทุจริต
มกราคม 30, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
มาร์ค ห่วง ปชต.ไทยเข้าสู่ยุคยกพวกตีกัน ปลุกคนรุ่นใหม่ต้านทุจริต รับข้อมูลหลากหลาย ใช้เหตุผลแก้ปัญหา หวังรัฐบาลหยุดสร้างเงื่อนไขทำร้ายประเทศ มุ่งแก้ปัญหาประชาชน ย้ำ 20 ปี อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ฝันรีเทิร์นเก้าอี้นายกฯต่อยอดระบบสวัสดิการสร้างความมั่นคงให้คนไทย
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความคิดทางการเมืองการปกครอง” ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ โดยชี้ให้้เห็นถึงความท้าทายต่อระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยและความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่จะมีผลต่อความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตยว่า ระบอบประชาธิปไตยที่มีความมั่นคงต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวในทางการเมือง โดยเฉพาะการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจในการเลือกผู้บริหารประเทศ อละความสำคัญของการดีเบตในระบอบประชาธิปไตยว่า ทำให้ประชาชนได้เห็นวิส้ยทัศน์ของผู้สมัครว่ามีความสามารถในการบิรหารประเทศจริงหรือไม่ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจอย่างถูกต้องในการเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดมาเป็นผู้บริหารบ้านเมือง และยุคนี้การบริหารบ้านเมืองมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยเห็นว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง นักการเมืองจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ราะปัญหาของประเทศไม่มีแค่เรื่องเศรษฐกิจ มีเรื่องความมั่นคง ภัยพิบัติ และความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน ในฐานะประชาขนก็ต้องติดตามเอาใจใส่และประเมินความเป็นไปได้ และกำหนดทางเลือกที่ดีของสังคมด้วย ดังนั้นประชาธิปไตยจึงเป็นระบบที่ต้องเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเวลา โดยสถาบันการศึกษาต้องกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและเรียนรู้จากสังคมให้หลุดพ้นจากการเป็นสังคมฉาบฉวย
” ถ้าสามารถแลกเปลึ่ยนสนทนาการเมืองอย่างมีหตุผล บนข้อมูลและหลักฐานก็จะเป็นสังคมที่มีระบอบประชาธิปไตยที่ราบรื่นตอบสนองต่อการแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าไม่อยู่กับความรู้และความจริง ประชาธิปไตยจะมีโอกาสเป็นเพียงแค่การยกพวกตีกัน เป็นความน่าห่วงของสังคมไทย เพราะประเมินจากพฤติกรรมในขณะนี้ ยึดบุคคล พรรคพวก มากกว่าเหตุผล ยิ่งเมื่อสื่อมวลชนมีความเปลี่ยนแปลงไป ประชาชนร้บสื่ออย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ทีวีดาวเทียม และบางช่องมีจุดยืนทางการเมืองที่พุดข้อมูลด้านเดียวก็เป็นปัญหา ทำให้คนมีความเข้าใจแตกต่างกันในประเด็นเดียวกัน เช่นโทรทัศน์เสื้อแดง คนดูทุกวันก็จะบอกว่าน้ำท่วมเพราะผมแกล้งรัฐบาลเก็บน้ำไว้ในเขื่อน แกล้งแพ้เลือกตั้ง รู้ว่าพายุจะเข้ามา ปล่อยน้ำเต็มเขื่อนเพื่อล้มรัฐบาล ผมกลัวว่าถ้าแผ่นดินไหวจะหาว่าผมวางแผนไว้อีก เราหัวเราะกันกับการมห้ข้อมูลอย่างนี้ แต่คนที่รับข้อมูลดานเกียวเขาเชื่อจริง ๆ จนเป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะเท่ากับการตัดสินใจทางการเมืองไม่อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ซึ่งจะกระทบคุณค่าของประชาธิปไตยและการบริหารบ้านเมือง จึงเป็นโจทย์ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรในเรื่องนี้”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พัฒนาการของสื่อสารมวลชนจากการอ่านผ่นหน้ากระดาษมาเป็นระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้คนในสังคมเลือกอ่านเฉาพะเวปไซด์ที่ถูกใจตัวเอง และจะเลือกอยู่ในสังคมที่คิดคล้ายกัน ทำให้สังคมแยกตัวออกจากกันมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกันแต่ไม่รุนแรงเท่าในประเทศไทย จึงอยากฝากนักศึกษาว่าหากต้องการให้ประชาธิปไตยราบรื่นต้องใฝ่รู้เลือกรับข้อมูลหลากหลาย ยอมรับความแตกต่าง และหาข้อยุติโดยสันติวิธีไม่รุนแรง ไม่เอาเสียงข้างมากมาชนะคะคานอย่างไร้เหตุผล และต้องช่วยกันรณรงค์สร้างค่านิยมที่จะให้สังคม ปชต.เดินหน้าอย่างราบรื่นว่าจะต้องเขื่อมโยงกับคุณธรรม จริยธรรม ไม่ใช่บอกว่าต้องการความซื่อสัตย์แต่กลับยอมรับการทุจริตถ้าตัวเองได้ประโยขน์ถือเป็นเรื่องอันตราย เพราะค่านิยมที่จะส่งเสริมระบอบประชาธิปไตต้องส่งเสริมการต่อสู้ทางความคิดโดยยึดโยงกับความถูกต้องและจริยธรรมด้วย
“ในต่างประเทศเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยในหลายประเทศเมื่อผู้บริหารมีปัญหาทุจริต หรือจริยธรรม กระบวนการทางสังคมจะมีความเข้มแข็งมากโดยไม่ต้องพึ่งพากลของกฎหมายในการทำให้คนที่ละเมิดสิทธิเหล่านี้ต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่ค่านิยมในสังคมแรงพอที่จะกดดันให้นักการเมืองต้องแสดงความรับผิดชอบ จึงจะเห็นจากสหรัฐ ยุโรป หรือ อเมริกา มีการแสดงความรับผิดชอบแม้ว่าเป็นเรื่องที่คนไทยมองว่าเล็กน้อย ในขณะที่นักการเมืองไทยยังอ้างว่ารัฐธรรมนูญไม่ห้าม รอศาลตัดสินก่อน ปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่วนเวียนกับการนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ก็มาจากความสับสนเรื่องกฎหมาย และเสียงข้างมาก ถ้าไม่หาความพอดีจะเป็นปัญหา เราเจอปัญหาสองด้าน คือ เสียงข้างมากทำได้ทุกอย่างลบล้างความผิดคนได้ อีกด้านหนึ่งบอกต้องล้มคนไม่ดี ทำให้ทะเลาะกันไม่จบ การยุติความัดแย้งต้องวางความพอดีว่าอะไรเป็นเรื่องเสียงข้างมาก ถูกผิดองค์กรใดตัดสิน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สภาพเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง แต่หลายเรื่องเรากลับทำร้ายตัวเอง ดังนั้นต้องให้การเมืองมาแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่เพิ่มปัญหา ซึ่งรัฐบาลพรรค์ไทยสามารถอยู่ครบวาระ 4 ปีได้อย่างสบาย ๆ หากไม่เพิ่มความขัดแย้งในสับคม เดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ถ้ายังสร้างเงื่อนไขความปรองดองก็เกิดไม่ได้
ผู้นำฝ่ายค้านฯยังตอบคำถามนักศึกษาเกี่ยวกับความภาคภูมิใจในฐานะนักการเมืองว่า ได้กำหนดนโยบายที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม สร้างระบบสวัสดิการที่ดีให้คนไทยมีความมั่นคงในชีวิต ซึ่งตนได้เริ่มผลักดันมาแล้ว หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะมุ่งเน้นในเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนี้การที่ใช้ชีวิตบนถนนการเมืองเกือบ 20 ปี ด้วยความซื่อสัตย์โดยไม่สูญเสียอุดมการณ์ของตัวเองเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจทีีสุดในชีวิตนักการเมือง พร้อมกับอธิบายถึงวิธีการรับมือกับแรงกดดันจากการต่อต้านด้วยความรุนแรงและถ้อยคำหยาบคายว่า จะเตือนสติตัวเองว่าคนเป็นผู้นำต้องเป็นแบบอย่างมีความอดทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แสดงให้เห็นว่าสามารถตั้งสติได้ เพราะถ้าผู้นำไม่มีความอดทน ขาดสติ ประชาชนจะพึ่งพาผู้นำและรัฐบาลได้อย่างไร โดยในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรีสิ่งที่หนักที่สุดคือเหตุการณ์ทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย แต่ก็รอดพ้นมาได้ด้วยสติและความอดทน ดังนั้นสิ่งที่ต้องตระหนักตลอดเวลาคือ มีคำตอบในทุกการกระทำและเป็นหลักให้กับสังคมได้
ครม.เงาจับตา “มาร์ค” จ่อชงตีความพรก.การเงินเพิ่ม
มกราคม 25, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ครม.เงาจับตาตัวเลขหนี้สาธารณะ หลังรัฐบาลพยายามแปรรูป ปตท. ด้วยการโอนหุ้น 2 %ไปให้กองวายุภักษ์ หวังตกแต่งบัญชีเพื่อหาทางกู้เพิ่ม ชี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อนโยบายแก้ปัญหาพลังงาน พร้อมจับตาใครมีส่วนได้เสียหลังปตท.ถูกเปลี่ยนสภาพจากรัฐวิสาหกิจสู่มือนายทุน เตรียมขายสมบัติชาติ ขณะที่“อภิสิทธิ์”เผย ปชป.เตรียมยื่นตีความพ.ร.ก.การเงิน รวม 2 ฉบับ ไม่ชอบด้วยกฏหมายให้ศาลรธน.ชี้ขาด
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกครม.เงา พรรคประชธิปัตย์ แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมครม.เงา ได้มีการพิจารณากรณีการแปรรูป ปตท. ที่รัฐบาลระบุจะใช้เงินในกองทุนวายุภักดิ์ไปซื้อหุ้นของ ปตท.เพื่อเปลี่ยนสถานะของ ปตท.จากการเป็นรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทเอกชนที่มุ่งหวังผลกำไรเป็นที่ตั้ง โดยที่ประชุมมองว่า เป็นการขยับให้รัฐบาลสามารถไปก่อหนี้สินเพิ่มเติมได้เพิ่มมากขึ้น จะทำให้หนี้สาธารณะลดลงเฉพาะตัวเลขเท่านั้น โดยครม.เงาให้คณะทำงานด้านเศรษฐกิจไปศึกษาว่า ในช่วง 5-6 เดือนจากนี้ ที่จะเกิดขึ้นตัวเลขหนี้สาธารณะที่แท้จริงจะเป็นจำนวนเท่าไร หลังจากมีการตกแต่งทำบัญชี เพื่อกู้เพิ่มจึงต้องติดตามดูว่าการปรับให้กองทุนวายุพักเข้าไปใครมีส่วนได้ส่วนเสียในครั้งนี้ “แค่เริ่มต้นก็เสียวแล้ว มีการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแบ็งค์ชาติ ตอนนี้กำลังจะเอาสมบัติของชาติไปขายอีก จึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษว่า ที่อ้างว่าต้องการขยับเพื่อกู้หนี้ได้เพิ่มเป็นการเอาสมบัติชาติไปขายหรือไม่” นายอรรถวิชช์กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลโอนหุ้นร้อยละ 2 ให้กองทุนวายุภักษ์ไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของปตท.เพราะบอร์ดปตท.ก็ยังเหมือนเดิม จึงไม่ส่งผลต่อนโยบายด้านพลังงานเพียงแต่ขยับหนี้สาธารณะให้ลดลงเท่านั้น เพราะหนี้สินที่ปตท.ก่อทุกปีจะถูกนับรวมให้เป็นหนี้สาธารณะ ขณะนี้ปตท.มีหนี้มากถึง 2.52 แสนล้านบาท จาก 4.3 ล้านล้านบาท เมื่อปตท.แปรรูปไปแล้วจะทำให้หนี้สาธารณะลดฮวบ
ด้านนาย.สรรเสริญ สะมะลาภา ส.ส.กทม.ในฐานะ รมช.คลัง เงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพยายามลดหนี้สาธารณะเป็นเพียงข้ออ้างเพราะยังมีเพดานในการกู้อีกมาก ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ครั้งนี้รัฐบาลเพียงแค่เลี่ยงบาลีเท่านั้น หากจะมีการลดหนี้สาธารณะเพื่อจะนำไปสู่การกู้ใหม่ ก็ต้องขอดูแผนการกู้ว่า ทำไมถึงกู้มากมายขนาดนี้ และแม้จะไม่มีการโยกหนี้สาธารณะปตท.ก็ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว เพราะรวยมาก จึงน่าจะมีวาระซ่อนเร้นมากกว่าในการลดหนี้สาธารณะ “สิ่งที่น่าสังเกตคือ มีความพยายามนำกองทุนวายุภักษ์เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้หุ้น 17 เปอร์เซนต์ ไปอยู่ในมือนายทุน เราไม่เชื่อใจรัฐบาลชุดนี้เพราะมีความพยามมาตั้งแต่แรก ที่จะฮุบปตท.จากมือประชาชนไปสู่นายทุน เพราะภาระของ ปตท.ไม่ได้มีอยู่แค่ดูแลด้านพลังงาน แต่มีการลงทุนอีกหลายอย่างเช่น โครงการท่อก๊าซ 3 หมื่นล้านบาท หรือการลงทุนร่วมไทย-เขมร ในโครงการแหล่งก๊าซธรรมชาติ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่ า นอกจากพ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธปท.รับภาระแล้ว พรก.เงินกู้ 3.5แสนล้านบาท ก็เป็นสิ่งที่พรรค จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วยเท่ากับว่าจะยื่นตีความ 2 ฉบับ เพราะข้อมูลชัดเจนขึ้นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเร่งด่วนตามที่รัฐบาลอ้าง ส่วนที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ออกมาอ้างว่า ตัวเลขภาระหนี้ต่องบประมาณที่เหลือร้อยละ9.33 แทนที่จะเป็นร้อยละ 12 เป็นเพราะมีการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ1.14 ล้านล้านบาท ให้แบงค์ชาติรับผิดชอบจากการออก พ.ร.ก.ว่า ประเด็นหลักคือ ไม่ว่าจะกี่เปอร์เซนต์ ล้วนแต่ฟ้องว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.หรือไปยุ่งวุ่นวายกับหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เพราะยังอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันแล้วว่าตัวเลขอยู่ที่ร้อยละ 9.33 และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่ความพยายามสร้างเรื่องขึ้นมารองรับการออก พ.ร.ก. จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้เกิดความสับสนในเรื่องนี้
ปชป.เอาจริงยื่นถอดถอน “ปู – ปึ้ง” ดีเดย์ 24 ม.ค.นี้
มกราคม 20, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
ปชป.เอาจริงยื่นถอดถอน “ปู – ปึ้ง” ดีเดย์ 24 ม.ค.นี้ ข้อหาออกพาสปอร์ตให้แม้วโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามบี้คดีอาญา 157 ยกก๊วน อธิบดีกรมการกงศุลเข้าปิ้งด้วย ชี้ ตั้งแต่มีประเทศไทย “แม้ว” เป็นรายแรกได้พาสปอร์ตทั้งที่หนีคดี
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กรณีออกหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี โดยจะยื่นต่อประธานวุฒิสภาภายในวันอังคารที่ 24 มกราคมนี้ และจะดำเนินคดีอาญาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โยมิชอบหรือละเว้นการปฏิติหน้าที่ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 กับ นายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ และข้าราชการอีกสามรายที่สมรู้ร่วมคิดในการทำผิดกฎหมายครั้งนี้ด้วย
“ภายในวันจันทร์วันอังคารนี้จะยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศสาระคือทำผิดกฎหมาย เพราะหลักทั่วไปทั้งโลกและหลักของกระทรวงการต่างประเทศจะไม่ออกหนังสือเดินทางให้กับผู้กระทำความผิดที่ศาลพิพากษาแล้ว และผมได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีหให้เพิกถอนแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีไม่ปฏิัติ จึงถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงจะยื่นถอดถอนไปประธานวุฒิส่งต่อให้ปปช.ไต่สวน และจะยื่นตรงต่อ ปปช.ในกรณีทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย” นายวิรัตน์ กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะตนได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีส่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมารับหนังสือดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผิดกฎหมายแน่นอน เพราะนับตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมามี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรายแรกที่กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือเดินทางให้นักโทษและผู้หลบหนีคดี จากพยานหลักฐานที่มีจึงมั่นใจว่าสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ ซึ่งจะดำเนินคดีกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการซึ่งขณะนี้มีรายชื่อข้าราชการที่เกียวข้องแล้ว 2-3 คน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นระดับอธิบดีกรมการกงศุลด้วยใช่หรือไม่ นายวิรัตน์กล่าวว่า เป็นตัวการสำคัญ ซึ่งจะได้ยื่นดำเนินคดีอาญาพร้อมกับนายกระฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศด้วย
“มาร์ค” จี้ “นายก- สุรพงษ์” ถอนคำเตือนก่อการร้ายทำการท่องเที่ยวเสียหาย
มกราคม 20, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
“มาร์ค” จี้ “นายก- สุรพงษ์” ทำงานหนัก ถอนคำเตือนก่อการร้ายของ 18 ประเทศ ติง อย่าทำเหมือนไม่มีปัญหา เพราะกระทบความปลอดภัยประชาชนและการท่องเที่ยว แนะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เชื่อมข้อมูลสหรัฐแทนการเจรจาอ้อนวอน อัด งานด้านความมั่นคงของรัฐมั่ว ขาดความชัดเจนทำประชาชนสับสน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ 18สถานทูตของต่างประเทศในไทย ยังไม่มีการถอนคำเตือนพลเมืองเกี่ยวกับการก่อการร้ายใน กทม. ว่า รัฐบาลต้องแถลงอย่างเป็นทางการว่า ถ้ายืนยันว่าคำเตือนที่มีในขณะนี้ไม่มีเหตุผล ไม่เช่นนั้นคนของแต่ละประเทศที่ออกคำเตือนก็จะเชื่อตามนั้น ปัญหาคือมีการประสานข้อมูลที่เป็นที่มาของคำเตือนและมีการอธิบายในเรื่องที่เกี่ยว้องกับที่มาของคำเตือนหรือยัง เพราะเวลาผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่กลับยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นประเด็นว่าจะส่งนายธานี ทองภักดี โฆษกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจาขอร้องประเทศที่ออกคำเตือน แต่เป็นการแสดงออกถึงความพร้อมและความมั่นใจของรัฐบาลว่าภัยที่มีการเตือนนั้นได้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นหัวใจทำให้ประเทศต่าง ๆ ทบทวนคำเตือนของตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่สามารถสร้างความมั่นใจใหัสหรัฐอเมริกาถอนคำเตือน แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเตรียมจะไปประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐเพื่อถามเหตุผลและกดดันให้ถอนคำเตือนแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรตามมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าสถานทูตสหรัฐจะสามารถเปิดเผยข้อมูลให้กัวคนนอกได้แค่ไหน แต่รัฐบาลมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะให้สหรัฐให้ข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงของไทย และฝ่ายความมั่นคงก็ต้องมาอธิบายกับคนไทยให้ได้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เพราะสิ่งที่ทางตำรวจหรือฝ่ายความมั่นคงดำเนินการมาทั้งหมด ยังไม่มีการยืนยีนจากสหรัฐว่าเป็นเรื่องเดียวกัน หรือเป็นไปในแนวทางที่สหรัฐคิดว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ จึงตอบยากว่าอะไรเป็นอะไรเพราะข้อมูลสองส่วนนี้ยังไม่เชื่อมกันเลย
“ผมคิดว่างานด้านความมั่นคงของรัฐบาลมีปัญหาในเรื่องการประสานงานแน่นอน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงเพียงฝ่ายเดียว ในส่วนของรมว.ต่างประเทศต้องทำงานหนักกว่านี้ เช่นเดีนวกับนายกรัฐมนตรีจะทำเหมือนกับว่าไม่มีปัญหาไม่ได้เพราะกระทบธุรกิจการท่องเที่ยว และทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่มั่นใจในความปลอดภัย นายกรัฐมนตรีต้องทำงานหนักกว่านี้ในการคลี่คลายสถานการณ์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
คำถามถึง “มาร์ค”
มกราคม 19, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, การเมืองอดรีนาลีน
ครม.ปู2ปรับไปทั้งหมด16ตำแหน่ง มีทั้งหน้าใหม่ หน้้าเก่าที่สลับสับโยกและมีรัฐมนตรีที่กระเด็นตกเก้าอี้ไป10คน
ก็เรียกว่าเซอร์ไพร์สเล็กน้อยที่เดิมคาดว่าจะปรับ5-10ตำแหน่ง แต่เอาเข้าจริงปรับมากถึง16ตำแหน่งก็ต้อง “ชม”คนทุบโต๊ะปรับเปลี่ยนครม.ว่าช่างกล้า
นายแน่มาก!
ด้วยเหตุผลว่า5เดือนกว่าๆปรับมากมายหลายเก้าอี้ไม่แน่จริงไม่กล้าปรับเยอะขนาดนี้
เพราะขนาดรัฐบาลที่แบ๊กดีอย่างอดีตนายกฯอภิสิทธิ์คิดจะปรับครม.ทีคิดแล้วคิดอีก คิดจนนอนไม่หลับ
ขนาดแค่คิดจะปรับ “ปณิธาน วัฒนายากร”ออกจากโฆษกรัฐบาลยังไม่กล้า
ก็ต้องย้ำว่ายังไม่กล้า ทั้งๆที่บ่นวันละ3เวลาหลังอาหารก็ยังไม่ปลด
ที่ต้องเอ่ยถึงอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ก็เพราะการที่นายกฯยิ่งลักษณ์ปรับครม.รอบนี้เขย่าใหญ่16ตำแหน่งมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคเพื่อไทย
เนื่องจากนายกฯอภิสิทธิ์ได้แสดงความเห็นเรื่องครม.ปู2ทำนองว่าอยากจะรู้เหตุผลว่าทำไม นายกฯยิ่งลักษณ์จึงปรับครม.มากมายขนาดนี้
ซึ่งนายกฯอภิสิทธิ์ก็ตอบเองเออเองว่าที่ปรับครม.เยอะแบบนี้สะท้อนว่าการทำงานที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลว
ลีลาตอดนิดตอดหน่อยตามสไตล์ประชาธิปัตย์ที่ติดตัวนายกฯอภิสิทธิ์ก็ยังแก้ไม่หาย
คำถามที่ต้องการจะถามอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ก็คือ…
ในสมัยที่นายกฯอภิสิทธิ์เรืองอำนาจนั่งอยู่ชั้น2ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลในฐานะ “นายกฯ”ตลอด2ปีกว่า
มีหรือไม่ที่อยากปรับครม.ชุดท่านเองให้เยอะอย่างนี้ แต่ท่านไม่ทำ
คำถามที่2คือการที่ท่านปรับครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลที่ปรับแค่2-3ครั้ง
มีมาร์ค1-3
ใจจริงท่านอยากปรับมากกว่านั้นหรือไม่
คำถามต่อมา…
ยุคท่านติดขัดทางการเมืองใช่มั้ยที่เป็นเหตุผลหลายๆครั้งที่อยากปรับ แต่ปรับอย่างที่ใจต้องการไม่ได้
คำถามที่4ท่านต้อง “ฟัง”ใครต่อใครหลายคนใช่หรือไม่กว่าจะปรับครม.ได้แต่ละครั้ง
อีกคำถามขอถามว่าขนาดปรับครม.ครั้งสุดท้ายยังโดน “ลูกพรรค”คนหนึ่งทุบโต๊ะไม่เอารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมอย่างหัวเด็ดตีนขาด
จนต้องเอารมว.วัฒนธรรมให้ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ”ไปนั่ง
แล้วให้บางคนไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีที่ดีกว่า
จริงปะ?
และยังเคยคิดจะปรับ “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี”ออกจากรองนายกฯไปนั่งรมว.แรงงาน แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
ถูกมั้ย?
โดยเฉพาะไม่ต้องเอ่ยถึงเก้าอี้รมว.กลาโหมที่พูดอยู่สม่ำเสมอว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์มีเยอะแยะที่เต็มไปด้วยคนคุณภาพทั้งนั้น แต่ทำไมต้องตั้งคนนอกมาเป็น?
และคำถามที่ลืมเสียมิได้ก็คือทำไมเชื่อมือ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ”นักหนา แต่กลับต้องให้ออกจาก “รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ”มานั่งเป็น “เลขาธิการนายกฯ”
ชัดสนด้วยเหตุและผลอะไร?
อีกคำถามโดนใจว่าทำไมถึงต้องให้กระทรวงมหาดไทย คมนาคมและพาณิชย์กับพรรคภูมิใจไทย
กระทรวงเกษตรฯและท่องเที่ยวให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา
เล่นเอาคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านนั่งหัวหน้าพรรคด่ากันขรม
เหล่านี้ก็เป็นเพียงคำถามที่คงไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับท่านอดีตนายกฯอภิสิทธิ์
แต่อาจจะสำคัญมากสำหรับคนที่อยากรู้ความจริง!
ดังนั้นอย่าคิดไปเองคนเดียวหรือหลายคนว่าปรับครม.น้อยครั้งจะหมายถึงครม.ทรงอานุภาพ เจ๋ง เก่ง เลิศเลอ
ประวัติศาสตร์มันลบไม่ได้ เมื่อลบไม่ได้ก็ต้องมีคนจำได้
อย่างไรเสียก็ย้อนกลับไปดูครม.เงา มาวันนี้คนยังจำไม่ได้เลยว่ารัฐมนตรีเงาที่ตั้งกันขึ้นมา
ใครนั่งกระทรวงไหน
ประวัติศาสตร์อาจบันทึกก็ได้ว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยก็เคยมีรัฐมนตรีเงาที่โลกลืม นั่งข้ามวันข้ามคืนยังนึกชื่อไม่ออกว่าใครนั่งเก้าอี้อะไร
ไม่คิดจะปรับครม.เงาให้อินเทรนกับเขาบ้างหรือนายกฯเงาอภิสิทธิ์!!!



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












