“สุเทพ” ไล่กกต.ใส่แว่นจะได้เห็นแดงคุกคาม “มาร์ค”
มิถุนายน 19, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, talk of the town
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผลสำรวจความเห็นประชาชนยิ่งใกล้เลือกตั้งคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ยิ่งตามหลังห่างพรรคเพื่อไทย ว่า ตนไม่ทราบ แต่ไม่ได้กลุ่มอกกลุ้มใจกับโพลเท่าไหร่เพราะเหลืออีก 13 วันจะไปกังวลใจอะไรกัน ประชาชนก็ไม่ควรไปให้ความสำคัญกับเรื่องโพลมาก ในใจจะเลือกตั้งก็รู้อยู่แล้วก็ว่ากันไป ผู้สื่อข่าวถามว่า บางโพลระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเพียง 43 คนเป็นไปได้หรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า จะไปเถียงกับโพลทำไมเพราะไม่มีความจำเป็น เพราะสิ่งที่ทำมาก็เป็นหลักฐานอยู่แล้ว เมื่อถึงวันเลือกตั้งก็จะเห็นว่าโพลไหนแม่น โพลไหนไม่แม่น ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่าคะแนนจะไม่ได้เป็นอย่างที่โพลสำรวจมาใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า แน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่หาเสียงของท่านและนายกรัฐมนตรีมีความรุนแรงขึ้นจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจึงได้ประณามพรรคเพื่อไทยและยืนยันว่าวิถีทางประชาธิปไตยไม่ทำกันอย่างนี้ เพราะคนที่เป็นอารยะจะไม่ใช้วิธีให้มวลชนจัดตั้งของตัวเองไปข่มขู่คุกคามพรรคกาเรมืองคู่แข่ง พวกตนก็พยายามอดทนเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีไปจนถึงวันเลือกตั้งเพราะเหลือกอีกไม่กี่วัน ก็ต้องอดทน ทำอะไรก็ทน ทนกับคนพวกนี้มาโดยตลอด แต่ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนดูพฤติกรรม ไม่ต้องมาปฏิเสธ เพราะคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นส่วนประกอบกัน มาจากคำสั่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเหมือนกันชัดเจน ถ้ายังทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คณะกรรมการการเลือกตั้งกกต.)ก็ควรจะพิจารณาดูบ้างว่าเหมาะสมถูกต้องหรือไม่กับการที่คนเหล่านี้มาคุกคามข่มขู่ กกต.ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองเพราะคนตั้งบุคคลเหล่านี้เข้ามาเป็นกกต.ก็ต้องดูซะบ้าง ชำเลืองออกมาดูว่าข้างนอกเกิดอะไรบ้าง เพราะสื่อก็ออกข่าวให้รู้อยู่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารหลักฐานอะไร กกต.อ่านไม่เห็นก็ไปซื้อแว่นมาใส่
ต่อข้อถามว่า กกต.ระบุว่าจะต้องมีคนร้องเรียนเข้ามมาก่อนจึงจะพิจารณาได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ให้กกต.พิจารณาตัวเองและให้ประชาชนพิจารณากกต.ด้วยเช่นกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่คนเสื้อแดงออกมาคุกคามจะสร้างผลเสียให้กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า จะอดทนไปจนค่ำของวันที่ 3 ก.ค.ผลการเลือกตั้งออกมาก็จบ ไม่ยอมอีกแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ยอมหมายความว่าอย่างไร นายสุเทพ ตอบว่า ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราก็ไม่ยอม
ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ย่านราชประสงค์นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า จะได้คะแนนหรือไม่อยู่ที่ประชาชน แต่เป็นหน้าที่ของพวกตนที่ต้องชี้แจงเพราะคนเสื้อแดงที่มาอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยก็ออกมาโจมตีนายกรัฐมนตรีว่าเป็นฆาตกร เป็นคนสั่งฆ่าประชาชนเพราะฉะนั้นก็ต้องเอาความจริงไปพูดกัน ส่วนดุลพินิจก็เป็นของประชาชน ผู้สื้อข่าถวามว่า จะทำให้คนเสื้อแดงลุกฮือมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า เป็นเรื่องที่เราต้องทำความจริงให้ปรากฎจะไปวิตกกังวลอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น โดยเราไม่ได้มองเรื่องของคะแนนเสียงหรือผลได้ผลเสียอะไร แต่มองว่าประเทศไทย คนไทยที่เป็นเจ้าของประเทศสมควรที่จะได้รับฟังข้อมูลครบถ้วนทุกด้านเพื่อจะได้ใช้ดุลพินิจ ไม่ใช่ให้พรรคเพื่อไทยพูดบิดเบือนอยู่ทุกวัน ส่วนที่นักวิชาการต้องการให้สู้กันที่นโยบายมากกว่าเพื่อความแตกแยกนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ถ้าสิ่งที่ตนทำประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้องก็จะตัดสินเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นไพ่ใบสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะตนที่ขออนุญาตพรรคว่าตนต้องการชี้แจงข้อเท็จจริง
“สุเทพ”ขู่ฟ่อเปิดหลักฐานแฉ”แม้ว”สั่งแดงเผาเมือง
“เทือก”เบิ้ลกลับ”ทักษิณ” จะแฉหลักฐานของจริงมัด”ทักษิณ”ตัวบงการสั่งการเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ปัดวุ่นปชป.ไม่มีตั้งทีมองครักษ์ทำลายจังหวะฝ่ายค้านซักฟอก ยันจะขอร้องส.สงปชป.ไฟเขียวฝ่ายค้านถล่มเต็มที่
ที่โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูน เมื่อเวลา 11.00น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงแ ละเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์เข้ามายังการชุมนุมของคนเสื้อแดงระบุว่าการอภิ ปรายไม่ไว้วางใจ จะทำให้ภาพการทำร้ายประชาชนชัดเจนขึ้น และรัฐบาลจะไม่สามารถชี้แจงได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้เราก็จะแสดงหลักฐานทั้งหลายให้พี่น้อปงระชาชนได้ประจักษ์ด้วยตัวท่านเองว่ากระบวนการที่เกิดเหตุความรุนแรงทั้งหมด เป็นเรื่องที่พ.ต.ท.ทักิณ สั่งการมาทั้งสิ้นและก็จะมีเหตุผลประกอบชัดเจน โดยตนจะอภิปรายตอบชี้แจงเรื่องนี้เอง ของที่จะนำมาแสดงเป็นเรื่องจริงหลักฐานจริง เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครไปแก้ไขได้ เมื่อถามว่า จะมีการตั้งวอร์รูมให้ทางกองทัพเข้ามาช่วยในการอภิ ปรายด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เคยทำงานร่วมกันตนสมัยที่แป็นผอ.ศอฉ.อยู่ ที่จะมาช่วยดูแลข้อมูลให้ตน
เมื่อถามว่า มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการตั้งทีมงานเพื่อทำลายจังหวะในการอภิปรายของฝ่ายค้าน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทำ จะให้เกียรติฝ่ายค้านเต็มที่ ขออย่างเดียวอย่าหยาบคาย อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่บังควร ตนจะให้โอกาสเต็มที่และจะขอร้องเพื่อนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้ปล่อยให้ฝ่ายค้านพูดให้เต็มที่ ไม่มีการขัดจังหวะ ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคมอบหมายให้นายเพทไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายกฯไปคัดส.ส.ฝีปากจัดจ้านมาประกบส.ส.ฝ่ายค้านนั้นเป็นข่าวลือไม่ใช่ข่าวจริง ยืนยันว่าจะไม่มีองค์รักษ์มาคอยช่วย นายกฯก็ไม่นิยมใช้องครักษ์ แต่อย่างใด
ผบ.ทอ.ชี้คนชุดดำเผาเซ็นทรัลเวิลด์
ผบ.ทอ.ชี้เปรี้ยง คนชุดดำถืออาวุธเผาเซ็นทรัลเวิล์ด อย่ามาโยนความผิดทหารไม่เผาแน่ จวกพวกโกหกหน้าตาเฉยใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.ป้องตัวเองในสภา ยันความจริงก็คือความจริง ขอให้รอกระบวนการยุติธรรมตัดสิน บ่นอุบทหารไม่อยากยุ่งด้วย การเมืองต้องแก้กันเอง
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี ที่ทางฝ่ายค้านจะนำเรื่องการเผาห้างเซ็นทรัลเวิล์ด ไปอภิปรายในสภาและจะสงผลกระทบถึงกองทัพ ว่า ตนไม่กังวล ความจริงก็คือความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่19 พ.ค. 2552 ถ้าย้อนกลับไปในแหตุการณ์วันนั้น การพยายามเผาห้างเซ็นทรัลเวิล์ด และในพื้นที่ต่างๆพยายามขอให้ทหารเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้ ขอให้คิดดูก็แล้วกันว่า คนที่แต่งชุดสีดำแล้วมีอาวุธ ใครเป็นคนเผากันแน่
“ปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมไทยน่าจะให้ความสำคัญ กับการพูดความจริงมากกว่า ไม่ใช่ใครที่พูดเก่ง ไปพูดโกหก ก็กลายเป็นว่า คนสนใจ โดยพฤติกรรมที่ผ่านมาเมื่อพูดไปแล้วถูกตรวจสอบปรากฏว่าไม่จริง ก็ยังไปติดตาม ผมคิดว่าประชาชนต้องให้ความสนใจในสิ่งที่คนออกมาให้ข่าว ใช้เวทีในการชุมนุม พูดแล้วอ้างว่า จะมาเปิดเผยความจริง ก็ลองดูความจริงที่เขาว่าจะถูกต้องแค่ไหน”ผบ.ทอ.กล่าว
เมื่อถามว่า ทหารต้องเตรียมหลักฐานเพื่อนำไปหักล้างในสภาด้วยหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ความจริงก็คือความจริง สิ่งต่างๆต้องระวังให้ดีว่า ข้อมูลรวมทั้งภาพ ปัจจุบันมีการตัดแต่งค่อนข้างง่าย การพูดบางทีโกหกหน้าตาเฉย ฉะนั้นต้องใช้วิจารณญาณใช้สติในการรับฟัง ไม่ใช่คนพูดเก่ง คนที่พูดในสภา แล้วพูดบางอย่างต้องวิเคราะห์ว่า มีความจริงแค่ไหน ถ้าเหตุการณ์ที่ว่ามีทหารเข้าไปจริง ก็คงพิสูจน์ได้ เรื่องต่างๆต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งออกมาพูด แล้วอ้างโน้นอ้างนี้ แล้วจะมาโยนว่า ทหารเป็นคนทำ ซึ่งไม่ยุติธรรม ทหารเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่ไปตั้งโต๊ะคอยปลุกระดมต่างๆ คงไม่ใช่ ทหารก็เสียเปรียบ เพราะเราพยายามอยู่ในกรมกอง ไม่ออกไปพูดทำให้เกิดประเด็นอะไรต่างๆ จะเห็นได้ว่าทหารไม่อยากไปยุ่งกับการเมือง ให้การเมืองแก้ด้วยการเมือง
เมื่อถามว่า เป็นเพราะ ส.ส.มีเอกสิทธิ์จะกล่าวอ้างอะไรก็ได้ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่อยากให้ผู้ที่รู้กฎหมาย มาให้ความรู้ กฎหมายออกมาเพื่อป้องกันและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำความผิด แต่สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นตัวอย่างอันหนึ่งคือ ใครทำผิดแล้วไปอยู่ในสภา แล้วมีเอกสิทธิ์ ตนคิดว่าไม่ใช่เอกสิทธิ์ ถ้าไปดูกฎหมายจะรู้ว่าช่วงไหนบ้างที่ท่านมีเอกสิทธิ์ ช่วงไหนที่จะดำเนินการเพื่อให้คนที่ทำความผิดจะต้องถูกสอบสวน ก็น่าจะรวมมือกันรวมทั้งในรัฐสภาด้วย ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วอ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์
“กฎหมายมีไว้เป็นการป้องกันไม่ให้คนที่ทำความผิดได้เอกสิทธิ์ ทุกคนที่ทำความผิดต้องเข้าสู่กระบวนการของศาล ไม่ใช่อ้างว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสิทธิพิเศษ ต่อไปคนที่อยากจะเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวายในประเทศ ก็จะไปเป็นนักการเมือง พออยู่ในช่วงสมัยประชุม ก็จะอ้างเรื่องนี้ขึ้นมา ก็น่าจะให้ผู้รู้ทั้งหลายที่รู้เรื่องกฎหมาย ถ้าทำความผิดไปแล้วช่วงไหนมีสิทธิแค่ไหน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทุกคนอ้างสิทธิเสรีภาพ ซึ่งไปล้วงละเมิดสิทธิคนอื่นหรือไม่ ขณะนี้คนอื่นก็อยากมีเสรีภาพในการที่จะใช้ชีวิตปกติ แต่ก็มาอ้างว่า ประชาธิปไตยต้องมีสิทธิ แต่ท่านเองก็ไปละเมิดสิทธิของคนอื่นเขา”ผบ.ทอ. กล่าว
เมื่อถามว่า หากข้อมูลไม่เป็นจริงจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า คนที่เขามีจริยธรรม เขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“ปู่ชัย” เร่งสภาพิจารณากม.ชุมนุมที่สาธารณะ 2 มี.ค.นี้ “ผบ.ตร.” ย้ำ ตร.ไม่มีอมเบี้ยเลี้ยง
กุมภาพันธ์ 26, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
(วันที่ 26 ก.พ.) ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ข้าราชการตำรวจ” รุ่นที่ 15 โดยมีข้าราชการระดับสูง รวมถึงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เข้าร่วมด้วย โดยนายชัย กล่าวตอนหนึ่งว่า ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครที่คิดดีก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงาน ตำรวจที่คิดดีก็จะได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ถ้าใครคิดไม่ดีก็จะมีอันเป็นไป เช่นเดียวกับส.ส. ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อให้อ้างว่าเสียงดีแค่ไหน แต่ถึงเวลากาคะแนนชาวบ้านเขาก็จะกาเบอร์อื่น สุดท้ายคนพวกนี้ก็สอบตก เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้มีจริงดังนั้นขอให้ทุกคนคิดดี ทำดีได้ ล่าสุดกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และพ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว และทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว เชื่อว่าตำรวจจะได้รับเงินตกเบิกในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะรีบพิจารณา เร่งรัดและแปรญัตติโดยเร็ว เพื่อส่งต่อให้กับวุฒิสภาได้พิจารณา โดยจะขอให้เร่งรัดเพื่อนำออกมาเป็นของขวัญให้กับ ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงการทำหน้าที่ในการดูแลกลุ่มม็อบว่า ในอดีตที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยรับเบี้ยเลี้ยงในส่วนนี้ ซึ่งตั้งแต่เดือนมิ.ย.51 เป็นต้นมา ถ้าเป็นตำรวจในกทม. ได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย400 บาท หักค่าข้าว 100 บาท ตำรวจต่างจังหวัดได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย 440 บาทหักค่าข้าว 100 บาท ซึ่งเราไม่มีการอมเบี้ยเลี้ยงแน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะมีทั้งเครื่องมือและบุคคลากรพร้อม แต่ปัญหาคือขาดกฎหมายที่ยังไม่สามารถเอามาบังคับใช้ได้ เพราะพ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นเพียงแค่การควบคุมสถานการณ์ แต่การสลายการชุมนุมจะต้องมีกฎหมายเฉพาะ ทั้งนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุกฎหมายดังกล่าวในระเบียบวาระแล้ว จึงอยากขอให้เจ้าหน้าตำรวจในพื้นที่ช่วยไปพูดกับ ส.ส. – ส.ว.ว่าเรามีปัญหาอะไรบ้างเพื่อให้ช่วยผ่านกฎหมายฉบับนี้ พร้อมขอฝากว่าตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก แต่เงินเดือนน้อย ในสังคมประชาธิปไตย ถ้าตำรวจเรามีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคมด้วยการซื่อสัตย์ สุจริต ตำรวจก็จะได้รับการยอมรับจากประชาชน ทั้งนี้ตำรวจจะเป็นกลไกของรัฐไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามาบริหารประเทศเราก็จะใช้ความเป็น ความเสมอภาคเท่าเทียมกันเพื่อให้สังคมเกิดความผาสุข
ด้าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทยที่ผ่านมาอาจเกิดจากความรู้สึกไม่เสมอภาคของประชาชน ดังนั้นบทบาทตำรวจในปัจจุบันที่สำคัญคือทำอย่างไรให้ความรู้สึกของประชาชนที่ไม่เท่าเทียมหมดไป ทั้งนี้ตำรวจจะต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพเป็นหลัก การใช้อำนาจเพื่อสร้างบารมีไม่สำคัญเท่ากับการสร้างความศรัทธาจากประชาชน ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตำรวจว่าทำงานด้วยความถูกต้อง เคารพสิทธิของประชาชน มีความโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน หรือให้ระบบอุปถัมภ์เข้ามาครอบงำหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ตำรวจจะต้องพึงระวัง อย่างไรก็ตาม ตนขอย้ำให้ตำรวจรักในอาชีพ อย่าประพฤติในทางมิชอบ ยึดหลักคุณธรรมและใช้ความรู้ทั้งหมดโดยตระหนักถึงความเป็นตำรวจอาชีพที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย
พรบ.ไม่มั่นคง
กุมภาพันธ์ 22, 2011 by nataya_p
Filed under บทบรรณาธิการ
การประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯเพื่อควบคุม ดำเนินการ ป้องกันการชุมนุมที่ผิดกฎหมายได้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลา 15 วัน
ซึ่งหมายความว่าพ.ร.บ.มั่นคงจะมีผลบังคับใช้วันสุดท้ายในรอบแรกวันที่ 23 ก.พ.นี้
แต่ทำท่าว่าจะมีการขอให้ต่ออายุพ.ร.บ.มั่นคงฯจากทีป่ระชุมครม.ในวันที่ 22 ก.พ.ซึ่งจะเป็น 1 วันก่อนที่พ.ร.บ.จะสิ้นสภาพการบังคับใช้
จากการชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากแปลม็อบ 2 ม็อบที่รายรอบอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ก็คือม็อบเสื้อเหลือง หรือม็อบที่ใครต่อใครรู้จักกันในนาม ม็อบเส้นใหญ่
การชุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาล กรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหารถูกจุดขึ้นมาและก่อม็อบรวมเวลาจนถึงวันนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้ว
ม็อบ 2 กลุ่มนี้มีการพัฒนาการเป็นระยะจากชุมนุมกันบนฟุตปาต บาทวิถี ก็ไหลเลื่อนลงมาปิดถนนพิษณุโลก ตั้งเต๊นท์ ตั้งเวทีกันเป็นมหกรรม
ก็อีหรอบเดิม!!!
ตามตำราม็อบเส้นใหญ่ ที่รัฐบาลเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วที่เป็นชื่อกล่าวขานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ยึกยัก อึกอักไม่ค่อยจะกล้าหรือเรียกว่ากล้าๆกลัวหรือกลัวมากกว่ากล้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายมั่นคง
จนพวกเราเห็นแจ่มแจ้งว่าม็อบเขาเส้นใหญ่จริงๆ
15 วันที่โหมประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ
คนที่ใช้กฎหมายและเอากฎหมายมาใช้เป็นไปแบบไร้ประสิทธิภาพ
ซึ่งหากการใช้กฎหมายหรือเอากฎหมายมาใช้ โดยที่คนใช้ไม่คิดจะทำอะไรต่ออะไรตามกฎหมายหรือเอาออกมาใช้แค่ขู่ๆหรือหลอกต้มคนไทยที่ไม่ใช่สายเสื้อเหลืองว่าสองมาตรฐานไม่มีอีกแล้วในประเทศไทย
หลอกได้ก็แค่ข้ามวัน แต่ลวงกันได้ไม่ทันข้ามคืนกับวิธีการพรรค์นี้
ดังนั้นวันที่ 22 ก.พ.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะขอมติครม.ต่อเวลาพ.ร.บ.มั่นคงฯฉบับเดียวกันนี้ แต่จะลดพื้นที่ควบคุม
มันจะเป็นวิธีฉมังตรงไหน หากการเอามาใช้มันไม่ทรงประสิทธิภาพ
ม็อบเสื้อเหลืองเดินเอาแหยียบย่ำ จนพ.ร.บ.มั่นคงเต็มไปด้วย “รอยเท้า”
ปิดถนน “ยำตีน”เศษกระดาษตามประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ
เสียเวล่ำเวลาปาหี่กันไปทำไม
อายเด็กมันเปล่าๆ
แดงจี้ศาลปล่อยตัวแกนนำ
กุมภาพันธ์ 19, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
ธิดา อ่านจดหมายปรับทุกข์ หน้าศาลฎีกา จี้ ปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดง 21 ก.พ. ขู่ชุมนุมใหญ่ 12 มี.ค. ก่อนเคลื่อนไปปักหลักอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา13.30 น. แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นางธิดา เจริญเศรษฐ ได้นำขบวนกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่มารวมตัวกันอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์เคลื่อนขบวนไปยังศาลฎีกา บริเวณสนามหลวง พร้อมกล่าวปราศรัยไปตลอดทาง
นายจตุพร กล่าวก่อนเคลื่อนขบวนว่า จากเดิมที่จะมีการบวงสรวงพระพรหมก่อนเคลื่อนขบวนแต่เมื่อ มีพิธีเทวาภิเษกเททองพระพรหม ก็สามารถขยับปรับเปลี่ยนกำหนดการได้ ซึ่งวันนี้ในการปราศรัย?ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีข้อมูลล่าสุดที่ทางนปช.ได้สูติบัตรของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจากประเทศอังกฤษ และข้อมูลอื่นๆอีกมากที่จะเปิดเผย
นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้จะต้องรอดูชะตากรรมของแกนนำที่ยังถูกคุมตัวว่าจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ซึ่งหากยังไม่ได้รับการปล่อยตัวก็จะกลับมาชุมนุมกันอีกในวันที่ 12 มี.ค. และหากยังไม่ปล่อยตัวอีกก็จะกลับมาชุมนุมกันอีกในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม การมาชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเป็นการมาอย่างสันติ ใช้สิทธิอยู่ร่วมกัน กับกลุ่มผู้ค้าย่านราชประสงค์ ซึ่งไม่มีการแสดงการรังเกียจกัน หากมีการรังเกียจมาก่อน กลุ่มเสื้อแดงก็จะแสดงการรังเกียจกลับทุกพื้นที่
จากนั้น 15.00 น. นายจตุพร และนางธิดา ได้นำคนเสื้อแดงมาถึงศาลฎีกา และได้ขึ้นปราศรัย โดยนายจตุพร ระบุว่า วันจันทร์ ที่ 21 ก.พ. จะขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขัง หากไม่ได้รับการปล่อยตัว ในการประชุมสภา ฯวันอังคาร ตนจะขอไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง และเข้าเรือนจำโดยดี ต่อจากนั้น นางธิดา เป็นผู้อ่านจดหมายปรับทุกข์ โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดงในวันที่ 21 ก.พ.
ด้าน นายวรวุฒิ กล่าวว่า หากไม่ปล่อยแกนนำในวันจันทร์นี้ กลุ่มเสื้อแดงจะมีการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 12 มี.ค.
16.00 น. แกนนำเสื้อแดงได้ประกาศเคลื่อนตัวจากศาลฎีกาไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com
ตร.ปราบจลาจลตรึงกำลังเข้มรอบศาลฎีกา รับมือม็อบเสื้อแดง
กุมภาพันธ์ 19, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจำนวนกว่า 300 นาย กระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบศาลฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตลอดถนนราชดำเนิน ได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดและวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ที่จะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ในวันนี้ โดยจะเคลื่อนขบวนออกจากสี่แยกราชประสงค์ในเวลา 13.00 น.มายังศาลฎีกา และปักหลักชุมนุมต่อที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงเวลา 24.00 น.
ทั้งนี้ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฝ่ายความมั่นคง ได้เรียกประชุมนายตำรวจทุกหน่วยเพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะการจัดกำลังดูแลความปลอดภัยเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้า มาสร้างสถานการณ์ได้
ตร.ตั้งจุดตรวจสกัด23จุด-กำลังกว่า 4 พันนายดูแลการชุมนุม
กุมภาพันธ์ 13, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, อาชญากรรม
วันทีี่(13 ก.พ.54) รายงานข่าวแจ้งวว่า พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น.และโฆษก บช.น. แถลงความพร้อมการดูแลกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะการเคลื่อนขบวนจากศาลอาญารัชดามายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณศาลอาญา และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้แล้ว ทาง บช.น.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.น.) 3 จุดหลัก คือ 1.ทำเนียบรัฐบาล ใช้กำลัง 11 กองร้อย มีพล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. และพล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.อคฝ. เป็นผู้รับผิดชอบ 2.ศาลอาญา ใช้กำลัง 5 กองร้อย มีพล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็นผู้รับผิดชอบ และ3.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใช้กำลัง 6 กองร้อย มีพล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็นผู้รับผิดชอบ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าที่รัฐสภาโดยใช้กำลัง 2 กองร้อย และพื้นที่โดยรอบ ใช้กำลัง 3 กองร้อย มีพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งหมด 27 กองร้อย หรือ 4,050 นาย และกำลังสนับสนุนภายใน 1 ชั่วโมงครึ่งอีก 9 กองร้อย หรือ 1,350 นาย ส่วนด้านจราจรมีพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.และพล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.บก.จร. เป็นผู้รับผิดชอบ สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณศาลอาญาเหตุการณ์ยังปกติ การวางกำลังเรียบร้อยดี มีผู้ชุมนุมประมาณ 300 คน สามารถใช้การจราจรได้ตามปกติ
“สำหรับเส้นทางที่ผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คาดว่าออกจากศาลอาญามุ่งหน้าแยกรัชโยธิน เลี้ยวซ้ายใช้เส้นพหลโยธิน ผ่านแยกลาดพร้าว มุ่งหน้าแยกสะพานควาย ตรงไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มาแยกราชเทวีเลี้ยวขวาเข้าเพชรบุรี มาหลานหลวง และเข้าสู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” ผบก.อก.บช.น. กล่าว
โฆษก บช.น. กล่าวอีกว่า ระหว่างเส้นทางเคลื่อนขบวนของกลุ่ม นปช. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 150 นาย ดูแลการจราจรตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังจัดชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็ว 6 ชุด คือ 3 ชุดแรก ค่อยสังเกตการณ์ดูแลความเรียบร้อยตามแยกต่างๆที่ผู้ชุมนุมเดินผ่านป้องกันการกระทบกระทั่ง และอีก 3 ชุด ปฏิบัติหน้าที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาฯ จากการข่าวขณะนี้เหตุการณ์ยังปกติไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง แต่ ผบช.น.ได้สั่งการเพิ่มเติมป้องกันการกระทบกระทั่งบริเวณเชิงสะพานมัฆวาน เพราะอาจมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยก่อเหตุได้ มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย เป็นผู้แลความเรียบร้อย
ส่วนพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง ใน 7 จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจสกัด 23 จุด ใช้กำลังของภูธร 1,2,7 และพื้นที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินขบวนผ่านเพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมตรวจกับตำรวจ ซึ่งในเวลา 14.00 น. บช.น.จะเข้ารายงานที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อรายงานการปฏิบัติของ บช.น.ทั้งหมด
โพลพระ
กุมภาพันธ์ 1, 2011 by nataya_p
Filed under บทบรรณาธิการ
เคยรับรู้การทำโพลเกี่ยวกับทางโลก แต่วันนี้มีการทำ โพลทางธรรมขึ้นมา โดยมหาวิทยาลัยราชภำสวนดุสิต
ความจริงการสำรวจดังกล่าวเป็นผลของงานการวิจัย ซึ่งมีการสำรวจพระสงฆ์ 512 รูป ชื่อโครงการคือ ทำไมพระสงฆ์ส่วนใหญ่เลือกฝ่ายเสื้อแดง ใช้ระยะเวลาในการสำรวจวิจัยมาตั้งแต่เดือนมีนาคม-ธันวาคมปี2553
เป็นการวิจัยในทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งได้มีการแยกแยะ “พระสงฆ์”ที่ได้เข้าไปสำรวจหลายกลุ่มมีทั้งกลุ่มที่มาร่วมชุมนุม และเน้นที่พระอาจารย์ นิสิต นักศึกษาที่ร่ำเรียนอยู่ใน 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์
ความจริงผลการวิจัยนี้ได้มีการสรุปมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่งมีบางสื่อนำมาเผยแพร่
อย่างไรก็ตามผลสรุปของงานวิจัยได้ระบุว่าจากการศึกษาสอบถามประสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกข้างทั้งเสื้อเหลือง-เสื้อแดง
เจาะลึกลงไปในการสำรวจพระสงห์ทางภาคใต้ปรากฎว่าประสงฆ์ภาคใต้ 68%ไม่เลือกฝ่ายไหนรองลงมาเป็นภาคกลาง ภาคเหนือและพระสงฆ์ที่มีการเลือกฝ่ายมากที่สุดคือคือพระจากภาคอีสาน
นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มสำรวจโดยผลการวิจัยในกลุ่มแรกที่มีการเลือกอยู่ข้างเสื้อแดงมากไปหาน้อยคืออีสาน เหนือ กลางและใต้ ซึ่งพระสงฆ์ในภาคใต้เลือกข้างน้อยที่สุดเพียง 4%กว่าๆ ขณะที่พระสงฆ์ภาคอีสานเปอร์เซ็นต์สูงถึง 57%
ส่วนพระสงฆ์ที่เลือกข้างเสื้อเหลืองก็จะตรงข้ามกับพระที่เลือกเสื้อแดงเรียงตามลำดับคือใต้ กลาง เหนือและอีสาน
ทั้งนี้ในกลุ่มพระสงฆ์ที่อยู่ในกลุ่มเลือกข้างยังเห็นด้วยว่า พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรรือรู้จักกันดีในชื่อว.วชิรเมธี เป็น “พระเสื้อเหลือง”
ส่วนพระราชธรรมนิเทศ หรือพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว นนทบุรี พระกลุ่มเดียวกันเห็นว่าเป็นพระเสื้อแดง
และที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือมีผลสำรวจว่าสาเหตุที่พระสงฆ์มาชุมนุมมาด้วยเหตุผลอะไร
ส่วนใหญ่มาชุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร แต่มาเพื่อเรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากเพียง 5.7%
ขณะที่พระสงฆ์ภาคใต้18%ต่อต้านรัฐประหาร 15%ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ !!!
นั่นจะเป็นสิ่งบอกเหตุได้หรือไม่ว่า…
นอกจาก “ทางโลก”จะก้าวข้ามผ่าน “ทักษิณ”ไปแล้ว
“ทางธรรม”ก็เป็นอย่างนั้นด้วย
แต่ถึงวันนี้ “ผู้มีอำนาจทางโลก”ได้ คิดและแก้กันได้หรือยัง…แบบจริงๆจังๆด้วยสามัญสำนึกที่เป็นคนไทย!!!
ฉวยจังหวะปลุกเร้า!!!
มกราคม 31, 2011 by nataya_p
Filed under บทวิเคราะห์
ม็อบใหญ่ 2 ม็อบทั้งม็อบเหลืองที่ปักหลักอยู่รายรอบทำเนียบรัฐบาล และม็อบแดงที่จัดงานอีเว้นเป็นช่วงๆทั้ง2ม็อบที่ตอบโจทย์คำถามสามัคคีชุมนุมรุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีเป้าหมายเดียวกันแบบไม่ได้นัดหมาย มีคำตอบสุดท้ายหัวใจตรงกัน “ขับไล่”รัฐบาล!!!
ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใส่เสื้อเหลืองยกกรณีอินเตอร์พื้นที่ทับซ้อน “ปราสาทพระวิหาร”กดดันรัฐบาล
ยื่นเงื่อนไขหนักหน่วงทวงแผ่นดินทับซ้อนคืนมา
ส่วนม็อบแดงจ้องหาจังหวะรัฐบาลเพรี่ยงพร้ำยำได้ทุกกรณี
สีเหลืองยืดเยื้อ…เสื้อแดงรอสกรัม!!!
ณ แรงกดดัน ปัจจุบันก็ทำรัฐบาลมาร์คสั่นเป็นเจ้าเข้า จะไปทางซ้ายหรือขวา จะเด้งหน้าเด้งหลังลล้วนแต่เสี่ยงพังพาบทั้งสิ้น
กรรมการเคาะระฆัง เหลือง-แดงก็ยังไล่ถลุงอยู่ดี
จับตาเงื่อนไขตัวใหม่ที่จะเป็น เงื่อนไข “ปลุกเร้า”เรียกพล2ม็อบใหญ่
ศึก“อภิปรายไม่ไว้วางใจ”จะเป็นตัวสาดน้ำมันเข้ากองไฟให้ 2 ม็อบมีเงื่อนไข “ปลุกใจ”สาวกเดินขบวน
ฟันธงไว้ล่วงหน้า “ฝ่ายค้าน”ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลไม่เลือกที่รักมักที่ชังเอามันทั้งคณะ!!!
ตอกย้ำความรู้สึก “ไม่ล้ายหล่างจาย”จากคนไทยทั้งชาติ
เปลี่ยนใจแฟนคลับซีกรัฐบาลจากเชียร์มาเป็นชัง…อย่างน้อยก็นั่งเฉยๆก็ยังดี
ตามยุทธศาสตร์ “สลายแนวร่วม”กองเชียร์รัฐบาล
ดาบสองตอกตะปูปิดฝาโลงเปิดงานมหกรรมทุจริตคอรัปชั่นเฟสติวัลที่เบิกบานสะพรั่งไปทั้งรัฐบาล
ทั้งคลิปทีเด็ดใบเสร็จทีขาด!!!
ฝ่ายค้านเป็นได้งัดออกมาเป็นซีรี่ส์น่าติดตามยิ่งกว่าหนังเกาหลี
ช็อทปลุกเร้าโหมกระแสม็อบแดงม็อบเหลืองเกาะติดไม่กระพริบตา
ขาม็อบ “อินเนอร์”เมื่อไหร่ถึงจังหวะไคลแมกซ์ “เรียกแขก”ออกมาชุมนุมรุมกันไล่รัฐบาลมาร์ค
จุดเปลี่ยนรัฐบาล…คอนเฟิร์ม!!!
พิราบ รำพัน

![พระ[1]](http://www.isnhotnews.com/wp-content/uploads/2011/02/พระ1.jpg)
กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












