Get Adobe Flash player

ไทย-เขมร ยันปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก

ธันวาคม 21, 2011 by blackkat  
Filed under การเมือง

ประชุม จีบีซี ได้ข้อตกลง ไทย-เขมร ยันปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวศาลโลก ถอนทหาร – รับผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่พระวิหาร พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมกัน 12 ข้อ หลังปิดห้องคุยยืดเยื้อนานหลายชั่วโมง

เมื่อเวลา 07.30 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 8 เดินทางไปประชุมที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) พล.ร.อ. สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ร่วมด้วย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้ง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม พล.ท.ธวัชชัย สุมทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ที่เดินทางไปประชุมก่อนในรายละเอียดก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ที่ประชุมมี พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพกัมพูชา โดยเฉพาะ พล.ท.ฮุน มา เน็ต รองผู้บัญชาการทหารบก ก็ร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การหารือกันในครั้งนี้ถึงความร่วมมือของ 2 ประเทศ ทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ รวมถึงวาระที่เราจะดำเนินการตามคำสั่งชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) ว่าทั้ง 2 ประเทศจะดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยสาระการประชุมทั้ง 17 ข้อ ประกอบด้วย ด้านความมั่นคงและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน 1.ความร่วมมือด้านแรงงาน 2. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 3.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดน 4.ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย 5.ความร่วมมือในการเก็บกู้ กวาดล้างทุ่นระเบิด 6.ส่งเสริมความมั่นคงทางทะเล 7.การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยทหารและตำรวจของกัมพูชากับหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยในพื้นที่ชายแดน 8.ประเด็นอื่นๆ

นอกจากนี้ ด้านความร่วมมือด้านอื่นๆ ประกอบด้วย 1.ความร่วมมือด้านการค้าบริเวณชายแดน 2.ความร่วมมือด้านเกษตร 3.ความร่วมมือด้านสาธารณสุข 4.ความร่วมมือด้านท่องเที่ยว 5.ความร่วมมือด้านรักษาสิ่งแวดล้อม 6.ความร่วมมือด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 7. ความร่วมมือด้านบรรเทาภัยพิบัติ 8.ความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวสารสาธารณะ 9. เรื่อง อื่น ๆ ส่วนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ 5 ข้อ นั้น คือ 1.การปรับกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายที่ประจำการในพื้นที่เขตปลอดทหาร 17.3 ตางรางกิโลเมตร 2.รายละเอียดในการเข้าปฏิบัติงานของผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย-ไทย -กัมพูชา ฝ่ายละ 9 คน รวม 27 คน 3. จุดตรวจร่วม 3 จุด ประกอบด้วย ประตูเหล็ก เขาช่องบันไดหักวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ 4. การจัดระเบียบวัดแก้วศิขาคีรีสวาระ ตลาด และชุมชนโดยรอบปราสาทพระวิหาร 5.การออกหลักเกณฑ์ในการเข้าออกพื้นที่ปราสาทพระวิหารของเจ้าหน้าที่องค์การยูเนสโก

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ พร้อมด้วย พล.อ.เตีย บัน และนายทหารระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศ ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังประชุมมาราธอนเกือบ 10 ชั่วโมง ทั้งนี้เนื้อหาสาระที่ร่วมกันแถลงในครั้งนี้ ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ โดยอ้างอิงสำนักข่าวซีอีเอ็นของประเทศกัมพูชาที่รายงานการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา หรือ GBC ครั้งที่ 8 ระดับรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายกัมพูชา นำโดย พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา และฝ่ายไทย นำโดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อช่วงเช้า ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ ทั้งนี้สองฝ่ายได้ยืนยันจุดยืนที่จะปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2554 อย่างเต็มที่และโดยเร็ว ในการถอนทหารออกจากชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร และได้เห็นชอบร่วมกันเสนอให้มีการจัดตั้งและส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียเข้าไปยังพื้นที่โดยด่วน นอกจากนี้ สองฝ่ายยังเห็นชอบที่จะปรับกำลังทหารที่ประจำการปัจจุบันในเขตปลอดทหารออกพร้อมกัน

หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ร่วม 12 ประเด็น ดังนี้

1. การประชุมครั้งที่ 8 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ดำเนินด้วยบรรยากาศมิตรภาพและอบอุ่น ที่สะท้อนให้เห็นจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างประเทศใกล้เคียงทั้งสอง

2.สองฝ่ายได้แสดงความเชื่อมั่นต่อกัน เพื่อผลักดันให้มีสันติภาพและความปลอดภัยตามแนวชายแดนระหว่างประเทศทั้งสอง และประสงค์จะแก้ปัญหาพรมแดนโดยสันติวิธีภายใต้มิตรภาพ สองฝ่ายรับทราบว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตร เป็นประเทศข้างเคียงที่ดี และความร่วมมืออย่างเต็มที่ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม

3. สองฝ่ายได้เห็นชอบสนับสนุนความพยายามของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ต่อปัญหาเขตแดน สองฝ่ายยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ควรกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองอีก

4. สองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะดำเนินการร่วมกันในกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่อยกระดับความมั่นคงทางทะเล และเพื่อสกัดกั้นกิจกรรมละเมิดกฎหมายต่าง ๆ ตามพื้นที่ชายแดน

5. การประชุมได้เห็นชอบว่า เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องถึงการรายงานข่าว สองฝ่ายจะเสนอข่าวเฉพาะข้อเท็จจริงและเป็นเชิงบวก เพื่อให้มีความเข้าใจและไว้ใจกัน เป็นประเทศข้างเคียงที่ดี

6. สองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเสริมความร่วมมือในการสกัดกั้นและการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ประกอบด้วย การลักลอบขนยาเสพติด การค้าวัตถุโบราณ โจรกรรมยานยนต์ การตัดไม้ผิดกฎหมาย การตัดทำลายป่าไม้ และการข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย

7. ให้ความสำคัญกับศูนย์ทำลายทุ่นระเบิดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศทั้งสอง ในการกำหนดพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดนสำหรับการดำเนินการเก็บกู้ระเบิด ภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)8. สองฝ่าย ได้ยืนยันความจำเป็นให้มีความร่วมมือในด้านสุขภาพสาธารณะตามแนวชายแดน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และความสุขสบายของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจัดมาตรการตรวจสอบและสกัดกั้นโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดนกและโรคเอดส์

9. สองฝ่ายเห็นชอบเสริมความร่วมมือในด้านการอบรม ศาสนา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม โดยความร่วมมือในด้านดังกล่าวทั้งหมดนี้ มีความสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ เช่นเดียวกับการเพิ่มพูนความเคารพและไว้วางใจกัน10. ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งที่ 9 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่พระราชอาณาจักรไทยใน พ.ศ. 2555 โดยช่วงเวลาในการประชุมจะกำหนดภายหลังผ่านช่องทางการทูต

11. (ข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา) สองฝ่าย ได้ยืนยันอีกครั้งที่จะปฏิบัติอย่างเต็มที่และเร่งด่วน ตามมาตรการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ออกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 (กัมพูชา แย้งต่อไทย ) และได้เห็นชอบร่วมกันเสนอให้มีการจัดตั้งและส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียให้ได้โดยเร็ว หลังลงนามในบันทึกข้อตกลงของการประชุมครั้งที่ 8 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันด้วยที่จะปรับกำลังทั้งหมดออกจากที่ตั้งประจำการปัจจุบันในพื้นที่ปลอดทหารชั่วคราว พร้อมกันโดยโปร่งใสภายใต้การตรวจสอบของอินโดนีเซีย

12. (ข้อเสนอฝ่ายไทย) สองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เช่น ที่ตั้งยุทธภัณฑ์ระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) เพื่อรับประกันความปลอดภัยในพื้นที่ของจุด A B C D

ทั้งนี้ซีอีเอ็นรายงานเพิ่มเติมล่าสุด เมื่อ 15.06น. การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่นำโดย พล.อ.เตีย บัน และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ ล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งตามกำหนดเดิม การประชุม GBC ครั้งที่ 8 เริ่มเวลา 9.30 น. – 10.00 น. โดยกองเลขานุการฯ ฝ่ายไทย รายงานผลการประชุมของกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ที่ได้ประชุมกันมาเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม ต่อคณะกรรมการชายแดนทั่วไปฯ เวลา 10.15 น. – 11.00 น. เป็นการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาและไทย จากนั้น ตั้งแต่ 11.15 น. – 12.00น. เป็นพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ การประชุม และพิธีปิด จากนั้นจะมีการถ่ายรูปและแถลงข่าวร่วมกัน แต่จนถึงเวลา 15.00 น. การประชุม GBC แบบปิดห้อง หารือระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมสองประเทศยังไม่เสร็จสิ้น

“ยูเนสโก” เชิญธงชาติ “ปาเลสไตน์” ขึ้นสู่ยอดเสา หวังเป็นก้าวแรกสู่ “รัฐอิสระ”

ธันวาคม 14, 2011 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาสแห่งปาเลสไตน์ ได้ทำพิธีเชิญธงชาติปาเลสไตน์ขึ้นสู่ยอดเสา บริเวณสำนักงานใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ในกรุงปารีส ฝรั่งเศสแล้วอย่างเป็นทางการ เพื่อฉลองรับปาเลสไตน์เป็นสมาชิกใหม่

ยูเนสโกคือองค์กรแรกของสหประชาชาติที่รับปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ หลังจากให้สถานะผู้สังเกตการณ์มาเป็นเวลานาน  ประธานาธิบดีอับบาสซึ่งเดินทางไปร่วมในพิธีเชิญธงปาเลสไตน์ขึ้นสู่ยอดเสา แสดงความหวังว่าการเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกจะเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การยอมรับจากนานาชาติว่าปาเลสไตน์เป็นรัฐอิสระ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน ปาเลสไตน์ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ แต่กำลังรออนุมัติ

ประธานาธิบดีอับบาส กล่าวระหว่างพิธีว่า นี่ถือเป็นช่วงเวลาครั้งประวัติศาสตร์ของชาติ ท่ามกลางกลุ่มผู้เข้าร่วมพิธีราว 50 คน และหวังว่าปาเลสไตน์จะอยู่ในฐานะรัฐอิสระในอนาคต และยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับอิสราเอล ด้านนางอิรินา โบโควา เลขาธิการยูเนสโกกล่าวว่า เธอหวังว่าการรับปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิกจะนำไปสู่การสร้างสันติภาพร่วมกับอิสราเอล ผ่านทางการศึกษาและวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม การเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกของปาเลสไตน์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่พอใจ  โดยสหรัฐฯประกาศตัดเงินช่วยเหลือยูเนสโก หรือราว 1 ใน 5 ของเงินงบประมาณที่ยูเนสโกได้รับในแต่ละปี เพื่อเป็นการประท้วง และกล่าวว่าความเคลื่อนไหวแต่เพียงฝ่ายเดียวของปาเลสไตน์จะเบี่ยงประเด็นกระบวนการสันติภาพกับอิสราเอล

ขณะนี้ ยูเนสโกกำลังประสบปัญหาเงินทุนในการดำเนินงาน จึงต้องเสาะหาเงินบริจาคเพิ่มเติมจากรัฐบาลของชาติสมาชิกและจากสาธารณชนเพื่อให้มีการดำเนินงานต่อไปได้

 

 

“สุกุมล”เผยยูเนสโก ห่วงจิตรกรรมฝาผนัง วัดเชิงท่าวิกฤติหนัก

ธันวาคม 6, 2011 by satartpandaz  
Filed under breakingnews

สุกุมลเผยยูเนสโกห่วงจิตรกรรมฝาผนัง วัดเชิงท่าอยู่ในขั้นวิกฤต ย้ำต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ของบฟื้นฟูเบื้องต้นเกือบ 1,500 ล้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30น. นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานที่จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกมาสำรวจแล้วว่า  ทางผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก แสดงความเป็นห่วงที่วัดเชิงท่า ที่มีจิตรกรรมฝาผนัง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีขี้เกลือเกาะติดตามผนังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยทางผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถึงขนาดว่าจุดนี้ถือเป็นจุดที่อยู่ในขั้นวิกฤต  ส่วนจุดอื่น ๆ ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน  อย่างที่วัดอโยธยาก็มีความเสียหายค่อนข้างมาก เพราะบริเวณด้านหนึ่งโดนน้ำตลอด มีบางส่วนล้มลงมาด้วย ซึ่งคงต้องมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ต้องเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างด้วย

รมว.วัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า อาจจะต้องมีการขุดกำแพงขึ้นมา และคงต้องมาดูว่าถ้าสามารถเพิ่มความสูงของกำแพงโดยรอบได้ ก็จะเป็นแนวกั้นน้ำอย่างดี ก็ต้องมาดูกันอีกที เพราะเราอาจต้องฟื้นฟูในระบบคูคลองแบบโบราณเพื่อจะนำมาใช้และการขุดลอกคูคลองโดยรอบก็ถือเป็นการช่วยระบายน้ำอีกทางหนึ่ง

เมื่อถามว่ามีจุดไหนที่ทางยูเนสโกเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นอกจากที่วัดเชิงท่า  นางสุกุมล กล่าวว่า ที่ยูเนสโกมาดู ก็เป็นการดูเบื้องต้น และวันที่ 18 ธ.ค.ทางญี่ปุ่นก็จะส่งมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าเรามีการพูดคุยกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญของไทยและยูเนสโก เพราะไทยผู้เชี่ยวชาญของไทยก็มีประสบการณ์ในการฟื้นฟูโบราณสถานมาค่อนข้างมาก และถือเป็นการนำเทคนิคใหม่ ๆ มาให้กับผู้เชี่ยวชาญเมืองไทยได้รับทราบ

 

 

นางสุกุมล กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณนั้น ได้มีการเสนอต่อครม.ไปแล้ว 1,477 ล้าน ซึ่งจะครอบคลุมโบราณสถานถึง 313  แห่ง เป็นการฟื้นฟูเบื้องต้น และต้องขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ซึ่งก็รอในเรื่องของมาตรการลดหย่อนภาษีด้วยว่าทางกระทรวงการคลังจะอนุมัติมาที่จำนวนเท่าใด และหากเรามีความชัดเจนในเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีแล้วเราก็จะเดินหน้าที่เชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือหน่วยงานอื่นที่จะมาช่วยกันฟื้นฟู

ไทยยันจุดยืนเป็นภาคีสมาชิกมรดกโลก กต.ชงครม.รับทราบ 18 ต.ค.

ตุลาคม 13, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

กก.มรดกโลกฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนไทยเป็นภาคีสมาชิกมรดกโลก ยันมีประโยชน์กับไทยมากกว่าการถอนตัว กต.ชงครม.รับทราบ 18ต.ค. นี้ “สุรพงษ์” ให้รอศาลโลกตัดสินคำร้องเขมรก่อน ค่อยต่อสู้คดีพื้นที่ทับซ้อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก โดยมีหน่วยงงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒธรรม เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติว่าประเทศไทยเรายังคงยืนยันการเป็นภาคีอนุสัญญาคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป เพราะเมื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแล้ว การเป็นสมาชิกยังเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่า และจะได้นำเรื่องนี้แจ้งให้ที่ประชุมครม.ในวันที่ 18ต.ค.ได้รับทราบต่อไป ส่วนปัญหาข้อพิพาทที่เป็นเหตุให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ ในฐานะประธานคณะทำงานมรดกโลกฝ่ายไทยต้องประกาศถอนตัวในขณะนั้น คือแผนบริหารจัดการบริเวณพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา 4.6 ก.ม. นั้น ตนได้เสนอในที่ประชุมว่าควรจะรอผลการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินเสียก่อนแล้วเราค่อยมาพิจารณากันใหม่ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

รมว.ต่างประเทส กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางยูเนสโกยังถือว่าไทยเป็นภาคีสมาชิกอยู่ และไทยยังไม่ได้ถอนตัวอย่างเป็นทางการ หากจะถอนตัวอย่างเป็นทางการจะต้องมีหนังสือรับรองจากนายกฯหรือกระทรวงการต่างประเทศยืนยันกลับไป และสิ่งหนึ่งที่ยังพิสูจน์ได้ว่าเราเป็นภาคีอยู่คือ ทางยูเนสโกส่งหนังสือแสดงความจำนงให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบูรณะมรดกโลกที่ประสบภัยน้ำท่วมในจ.อยุธยา อย่างไรก็ตามไทยได้มีขั้นตอนที่จะทำหนังสือแจ้งจุดยืนของไทยกลับไปยังยูเนสโกว่าไทยจะรอให้ศาลตัดสินคดีความให้เรียบร้อยก่อน แต่ถ้าถึงการประชุมคระกรรมการมรดกโลกในปีหน้า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังตัดสินไม่แล้วเสร็จ ไทยก็ต้องแสดงจุดยืนต่อไปว่าอย่าเพิ่งหยิบยกเรื่องแผนบริการจัดการพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาขึ้นมาพิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณา กำหนดขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้เพื่อนำเสนอครม. และจะเป็นแผนการทำงานที่ให้ทุกหน่วยงานยึดเป็นแนวทางในการทำงานเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเป็นประธานอนุกรรมการฯ

ยูเนสโกให้ 2.3ล้านบูรณะโบราณสถาน “สุกุมล” ขอผู้เชี่ยวชาญเวนิสช่วยซ่อม

ตุลาคม 13, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report

“ยูเนสโก” อนุมัติ 2.3 ล้าน เป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ไทยบูรณะโบราณสถาน “สุกุมล” เล็งร่อนหนังสือขอผู้เชี่ยวชาญเมืองเวนิส ช่วยบูรณะหลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่มีพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นประธาน ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ได้มีมติเบื้องต้นอนุมัติเงินจำนวน 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2.3 ล้านบาท เป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อใช้ซ่อมแซมบูรณะโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกของไทยหลังถูกน้ำท่วมขังอย่างหนัก ซึ่งหลังจากน้ำลดจะต้องขอความช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่งในด้านการบูรณะแหล่งโบรารณสถาน ซึ่งขณะนี้ วธ.อยู่ระหว่างร่างหนังสือขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เพราะมีความสามารถในการบูรณะสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งยังไม่สามามรถตอบได้ว่าจะเริ่มบูรณะได้เมื่อไหร่ ซึ่งภายหลังจากน้ำลดลงจะเร่งสรวจความเสียหายทุกพื้นที่และเริ่มบูรณะทันที

นางสุกุมล กล่าวด้วยว่า วันนี้ (13 ต.ค.) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร มีการเปิดการแสดงวงดนตรีออร์เครสต้าร่วมกับวงดนตรีไทย โดยจัดแสดงขึ้นที่โรงละครวังหน้า ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามเดิมมีการจำหน่ายบัตรเข้าชม แต่ขณะนี้เกิดภาวะน้ำท่วมหลายจังหวัด จึงให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่จำหน่ายบัตร แต่จะมีการตั้งกล่องรับบริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อเอาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยการแสดงจะมีขึ้นทุกวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ 13 ตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้

ยูเนสโก ห่วงไทย มอบ7.5หมื่นเหรียญ บูรณะมรดกโลก

ตุลาคม 11, 2011 by pafrank  
Filed under breakingnews

อธิบดีกรมศิลปากร เผยยูเนสโกส่งหนังสือแสดงความเป็นห่วงน้ำท่วมประเทศไทย พร้อมมอบ 7.5 หมื่นเหรียญ ช่วยบูรณะโบราณสถาน-มรดกโลกกรุงเก่า..


เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก สำนักงานใหญ่ ยูเนสโก กรุงปารีส ได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด มีความยินดีให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลือโบราณสถาน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยตนจะทำหนังสือถึงสำนักงานยูเนสโก กรุงปารีส และสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ เพื่อของบช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งทางยูเนสโกได้แจ้งว่า สามารถอนุมัติเงินดังกล่าวได้ทันที จำนวน 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,325,000 บาท โดยกรมศิลปากรจะนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการบูรณะโบราณสถานภายหลังจากน้ำลดระดับลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางกลุ่มโบราณคดีใต้น้ำได้จัดส่งเรือยาง พร้อมเจ้าหน้าที่มาประจำการที่จ. อยุธยา เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และอาจจะมีการเข้าตรวจสอบความเสียหายของโบราณสถานในเบื้องต้นด้วย

 

‘ยูเนสโก’ เสนอช่วยบูรณะกรุงเก่า

ตุลาคม 9, 2011 by satartpandaz  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ที่โบราณสถานมรดกโลกในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวไหลเข้าท่วม ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร หรือแม้แต่หมู่บ้านโปรตุเกส ที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์ หรือเข้าไปดำเนินการวางกระสอบทราย เพื่อสูบน้ำออกจากโบราณสถานตามที่ทางจังหวัด และกรมศิลปากรได้วางแผนเอาไว้

นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ยอมรับว่า ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับลง แต่กลับทวีความรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤต ไหลเข้าท่วมไปทั่วทั้งเกาะเมือง ส่งผลให้โบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมดถูกน้ำท่วม ดังนั้นกรมศิลปากรยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ เพียงเฝ้ารอดูสถานการณ์ และรอให้น้ำลดระดับลง
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโบราณสถานทำให้ยูเนสโกแสดงความห่วงใย พร้อมแจ้งความประสงค์ให้ความช่วยเหลือ เพราะหากไทยไม่สามารถป้องกันได้ อุทกภัยครั้งนี้อาจร้ายแรงกว่าปี 2538 โดยผู้บริหารแหล่งมรดกโลก เห็นว่า เมื่อน้ำลดให้สามารถขอรับความช่วยเหลือจากยูเนสโก ในการสำรวจความเสียหาย และการวางแผนป้องกันภัยฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งกรณีดังกล่าว นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่า หากได้รับความช่วยเหลือจากยูเนสโก จะเป็นผลดีต่อการบูรณะโบราณสถานทั่วประเทศ

โดยในระหว่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมบริจาคเงินในการซ่อมแซมโบราณสถานที่ได้รับความเสียหาย ตามโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากรผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน ชื่อบัญชีโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากร เลขที่ 081-0-09603-6 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“ยูเนสโก” ยื่นมือช่วยไทยประสบน้ำท่วม

ตุลาคม 7, 2011 by satartpandaz  
Filed under breakingnews

“ยูเนสโก” ยื่นมือช่วยไทยประสบน้ำท่วม จ.อยุธยา
เมื่อ 7 ต.ค. สำนักข่าวเอเชีย-แปซิฟิก รายงานว่า องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก แจ้งต่อรัฐบาลไทยผ่านทางสำนักงานยูเนสโกในกรุงเทพฯ ว่า ทางยูเนสโกพร้อมให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินกับทางการไทย หากมีการร้องขอ หลังเหตุอุทกภัยรุนแรงส่งผลกระทบต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของมรดกโลก จนอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง

ยูเนสโก คัดเลือกกรุงเทพฯเป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556

กรกฎาคม 6, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews

(วันที่6 ก.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงปารีส เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 (World Book Capital 2013) จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่าน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การเน้นการส่งเสริมการอ่านในชุมชน และการแสดงเจตนารมณ์ของไทยที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

ในโอกาสนี้ นาง Irina Bokova ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้แสดงความยินดีที่ไทยได้เสนอโครงการที่สมบูรณ์แบบและหลากหลาย ซึ่งให้ความสำคัญกับเยาวชน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาการอ่านในทุกระดับสังคม ทั้งนี้ ความพยายามของไทยเน้นการสนับสนุนให้มีความร่วมมือในระดับท้องถิ่น

ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการอ่าน แสดงให้เห็นว่าโครงการของไทยสอดรับกับเป้าประสงค์หลักของโครงการเมือง หนังสือโลกของยูเนสโก

การได้รับรางวัลดังกล่าว แสดงถึงความพยายามที่แต่ละประเทศอุทิศให้แก่หนังสือและการอ่าน โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนยูเนสโก ผู้แทนจากสมาคมสำนักพิมพ์ระหว่างประเทศ สมาพันธ์ผู้ขายหนังสือระหว่างประเทศ และสมาคมห้องสมุดระหว่างประเทศ จะทำการคัดเลือกเมืองหนังสือโลกบนพื้นฐานของความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการอ่านและความสำคัญของความสร้างสรรค์ด้านวรรณคดี โดยกรุงเทพมหานคร ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกแห่งที่ 13 ต่อจาก กรุงมาดริด ปี 2544 นครอเล็กซานเดรีย ปี2545 กรุงนิวเดลี ปี 2546 นครแอนท์เวิร์ป ปี2547 นครมอนทรีออล ปี 2548 นครตูริน ปี 2549 กรุงโบโกตา ปี 2550 นครอัมสเตอร์ดัม ปี 2551 กรุงเบรุต ปี 2552 กรุงลูบลิยานา ปี 2553 กรุงบัวโนสไอเรส ปี 2554 และกรุงเยเรวาน ปี 2555

 

“ยูเนสโก” ประกาศกทม.เมืองหนังสือโลก

กรกฎาคม 5, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, ข่าวทั่วไป

ครั้งแรกของไทย เฉือน7เมืองคู่แข่ง โดยเป็นเมืองที่ 2 ของเอเชียที่ได้ ตั้งเป้าอ่านปีละ 20 เล่ม

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานแถลงข่าวกรณีที่กรุงเทพฯ ได้รับคัดเลือก เป็นเมืองหนังสือโลก ในปี 56 จากคณะกรรมการตัดสินเวิลด์บุ๊คแคปปิตอล ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาคมผู้จัดพิมพ์นานาชาติ (IPA) สหพันธ์ผู้จำหน่ายหนังสือนานาชาติ (IBF) สหพันธ์สมาคมและสถาบันห้องสมุดนานาชาติ (IFLA) และองค์การยูเนสโก ซึ่งจัดการประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.54 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยมีเมืองที่เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือก 7 เมือง ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ ประเทศไทย 2.ไคโร สาธารณรัฐอาหรับแห่งอียิปต์ 3.อินเชิน สาธารณรัฐเกาหลี 4.เควซอน ประเทศฟิลิปปินส์ 5.ควิโต ประเทศเอกว่าดอร์ 6.ชาร์เรีย ประเทศยูไนเต็ดอาหรับเอมิเรตส์และ 7.เสินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า เหตุผลที่กรุงเทพฯได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลก เพราะกรุงเทพฯมีความมุ่งมั่นที่จะนำผู้มีส่วนได้เสียในวงการหนังสือทุกส่วน รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ เข้ามาร่วมมือกันพัฒนาการอ่าน โดยได้นำเสนอแผนโครงการที่มีความหลากหลายและแสดงออกถึงการมีพันธะสัญญาในระดับสูงที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาการอ่านและหนังสืออย่างจริงจัง ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของภาคีการอ่าน กทม. ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 89 องค์กร ซึ่งมีกทม.เป็นแกนกลางร่วมมือกันผลักดันมาตั้งแต่ก.ค.53 เริ่มจากการรวมตัวครั้งแรกเป็นคณะกรมการภาคี เชิญหน่วยงานลงนามและร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านและสร้างวัฒนธรรมการอ่าน

ทั้งนี้ กทม.ได้นำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์แก่เด็ก เยาวชนและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งเน้นการมีส่วนร่วมภาคีต่างๆ เช่น อาคารเก่าของศาลาว่าการกทม.ที่จะมีการปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง และหอสมุดเมือง หรือการมีพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย ทำให้คณะกรรมการเมืองหนังสือโลก มองว่ากทม.มีแผนงานการส่งเสริมการอ่านที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯกลายเมืองหนังสือโลก ในปี 56 หลังจากนี้กทม.จะดำเนินการตามแผนงานตามที่ได้เสนอไป

ผู้ว่าฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ยังตั้งเป้าให้คนอ่านหนังสือเพิ่ม ประมาณ 10-20 เล่มต่อปี ภายในปี 56 จากเดิมที่ปัจจุบันคนอ่านหนังสือเพียง 5 เล่มต่อปีเท่านั้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือเด็กและเยาวชน เพราะเด็กและเยาวชน สมัยใหม่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอ่านเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นยุคคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงต้องเน้นกลุ่มเป้าหมายตรงนี้ เพราะคนเราเมื่อเริ่มมีวัฒนธรรมในการอ่าน มีประเพณีการอ่านและมีวิถีการอ่านก็จะติดตัวไปตลอดชีวิต

นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา ผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกล่าวว่า หลังจากได้รับการคัดเลือกแล้ว กทม. และภาคีเครือข่ายจะดำเนินการตามแผนงานที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการฯ จนถึงปี 56 ซึ่งระหว่างดำเนินการนั้น ทางคณะกรรมการจะเข้ามาติดตามการทำงานเป็นระยะๆ ว่าสามารถทำได้ตามแผนหรือไม่ ซึ่งการได้รับคัดเลือกในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นเมืองที่ 2 ของเอเชีย ต่อจากนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อปี 46

สำหรับเมืองที่ได้รับรางวัลก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย มาดริด ประเทศสเปน (2001) อเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ (2002) นิวเดลี ประเทศอินเดีย (2003) อันท์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม (2004)มอนตรีออล ประเทศแคนาดา (2005) ตูริน ประเทศอิตาลี (2006) โบโกตา ประเทศโคลัมเบีย (2007) อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (2008) เบรุต ประเทศเลบานอน (2009) ลูเบียนา ประเทศสโลเวเนีย (2010) บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา (2011) และเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย (2012)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.siamrath.co.th

หน้าต่อไป