ยูเนสโก คัดเลือกกรุงเทพฯเป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556
กรกฎาคม 6, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews
(วันที่6 ก.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงปารีส เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 (World Book Capital 2013) จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่าน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การเน้นการส่งเสริมการอ่านในชุมชน และการแสดงเจตนารมณ์ของไทยที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
ในโอกาสนี้ นาง Irina Bokova ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้แสดงความยินดีที่ไทยได้เสนอโครงการที่สมบูรณ์แบบและหลากหลาย ซึ่งให้ความสำคัญกับเยาวชน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาการอ่านในทุกระดับสังคม ทั้งนี้ ความพยายามของไทยเน้นการสนับสนุนให้มีความร่วมมือในระดับท้องถิ่น
ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการอ่าน แสดงให้เห็นว่าโครงการของไทยสอดรับกับเป้าประสงค์หลักของโครงการเมือง หนังสือโลกของยูเนสโก
การได้รับรางวัลดังกล่าว แสดงถึงความพยายามที่แต่ละประเทศอุทิศให้แก่หนังสือและการอ่าน โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนยูเนสโก ผู้แทนจากสมาคมสำนักพิมพ์ระหว่างประเทศ สมาพันธ์ผู้ขายหนังสือระหว่างประเทศ และสมาคมห้องสมุดระหว่างประเทศ จะทำการคัดเลือกเมืองหนังสือโลกบนพื้นฐานของความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการอ่านและความสำคัญของความสร้างสรรค์ด้านวรรณคดี โดยกรุงเทพมหานคร ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกแห่งที่ 13 ต่อจาก กรุงมาดริด ปี 2544 นครอเล็กซานเดรีย ปี2545 กรุงนิวเดลี ปี 2546 นครแอนท์เวิร์ป ปี2547 นครมอนทรีออล ปี 2548 นครตูริน ปี 2549 กรุงโบโกตา ปี 2550 นครอัมสเตอร์ดัม ปี 2551 กรุงเบรุต ปี 2552 กรุงลูบลิยานา ปี 2553 กรุงบัวโนสไอเรส ปี 2554 และกรุงเยเรวาน ปี 2555
“ยูเนสโก” ประกาศกทม.เมืองหนังสือโลก
กรกฎาคม 5, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, ข่าวทั่วไป
ครั้งแรกของไทย เฉือน7เมืองคู่แข่ง โดยเป็นเมืองที่ 2 ของเอเชียที่ได้ ตั้งเป้าอ่านปีละ 20 เล่ม
เมื่อวันที่ 5 ก.ค.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานแถลงข่าวกรณีที่กรุงเทพฯ ได้รับคัดเลือก เป็นเมืองหนังสือโลก ในปี 56 จากคณะกรรมการตัดสินเวิลด์บุ๊คแคปปิตอล ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาคมผู้จัดพิมพ์นานาชาติ (IPA) สหพันธ์ผู้จำหน่ายหนังสือนานาชาติ (IBF) สหพันธ์สมาคมและสถาบันห้องสมุดนานาชาติ (IFLA) และองค์การยูเนสโก ซึ่งจัดการประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.54 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยมีเมืองที่เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือก 7 เมือง ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ ประเทศไทย 2.ไคโร สาธารณรัฐอาหรับแห่งอียิปต์ 3.อินเชิน สาธารณรัฐเกาหลี 4.เควซอน ประเทศฟิลิปปินส์ 5.ควิโต ประเทศเอกว่าดอร์ 6.ชาร์เรีย ประเทศยูไนเต็ดอาหรับเอมิเรตส์และ 7.เสินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า เหตุผลที่กรุงเทพฯได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลก เพราะกรุงเทพฯมีความมุ่งมั่นที่จะนำผู้มีส่วนได้เสียในวงการหนังสือทุกส่วน รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ เข้ามาร่วมมือกันพัฒนาการอ่าน โดยได้นำเสนอแผนโครงการที่มีความหลากหลายและแสดงออกถึงการมีพันธะสัญญาในระดับสูงที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาการอ่านและหนังสืออย่างจริงจัง ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของภาคีการอ่าน กทม. ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 89 องค์กร ซึ่งมีกทม.เป็นแกนกลางร่วมมือกันผลักดันมาตั้งแต่ก.ค.53 เริ่มจากการรวมตัวครั้งแรกเป็นคณะกรมการภาคี เชิญหน่วยงานลงนามและร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านและสร้างวัฒนธรรมการอ่าน
ทั้งนี้ กทม.ได้นำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์แก่เด็ก เยาวชนและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งเน้นการมีส่วนร่วมภาคีต่างๆ เช่น อาคารเก่าของศาลาว่าการกทม.ที่จะมีการปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง และหอสมุดเมือง หรือการมีพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย ทำให้คณะกรรมการเมืองหนังสือโลก มองว่ากทม.มีแผนงานการส่งเสริมการอ่านที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯกลายเมืองหนังสือโลก ในปี 56 หลังจากนี้กทม.จะดำเนินการตามแผนงานตามที่ได้เสนอไป
ผู้ว่าฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ยังตั้งเป้าให้คนอ่านหนังสือเพิ่ม ประมาณ 10-20 เล่มต่อปี ภายในปี 56 จากเดิมที่ปัจจุบันคนอ่านหนังสือเพียง 5 เล่มต่อปีเท่านั้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือเด็กและเยาวชน เพราะเด็กและเยาวชน สมัยใหม่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอ่านเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นยุคคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงต้องเน้นกลุ่มเป้าหมายตรงนี้ เพราะคนเราเมื่อเริ่มมีวัฒนธรรมในการอ่าน มีประเพณีการอ่านและมีวิถีการอ่านก็จะติดตัวไปตลอดชีวิต
นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา ผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกล่าวว่า หลังจากได้รับการคัดเลือกแล้ว กทม. และภาคีเครือข่ายจะดำเนินการตามแผนงานที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการฯ จนถึงปี 56 ซึ่งระหว่างดำเนินการนั้น ทางคณะกรรมการจะเข้ามาติดตามการทำงานเป็นระยะๆ ว่าสามารถทำได้ตามแผนหรือไม่ ซึ่งการได้รับคัดเลือกในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นเมืองที่ 2 ของเอเชีย ต่อจากนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อปี 46
สำหรับเมืองที่ได้รับรางวัลก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย มาดริด ประเทศสเปน (2001) อเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ (2002) นิวเดลี ประเทศอินเดีย (2003) อันท์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม (2004)มอนตรีออล ประเทศแคนาดา (2005) ตูริน ประเทศอิตาลี (2006) โบโกตา ประเทศโคลัมเบีย (2007) อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (2008) เบรุต ประเทศเลบานอน (2009) ลูเบียนา ประเทศสโลเวเนีย (2010) บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา (2011) และเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย (2012)
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.siamrath.co.th
“ยูเนสโก” ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก 25 แห่ง
มิถุนายน 29, 2011 by blackkat
Filed under ต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ทางการยูเนสโก รายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 35 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 19-29 มิถุนายน 2554 ได้มีมติประกาศแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ทางธรรมชาติ และมรดกโลกแบบผสมรวม 25 แห่งขึ้นทะเบียนมรดกโลก ปี 2554 (2011) ประกอบด้วย มรดกโลกทางวัฒนธรรม 21 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง และมรดกโลกแบบผสม 1 แห่ง ขณะนี้รวมแหล่งมรดกโลกที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งหมด 936 แห่ง มรดกโลกทางวัฒนธรรม 725 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 183 แห่ง มรดกโลกแบบผสม 28 แห่ง
สำหรับแหล่งมรดกโลกปี 2554 มีรายละเอียด ดังนี้ มรดกโลกทางวัฒนธรรม 21 แห่ง ได้แก่
1. โบราณคดีของเกาะ Meroe ซูดาน
2. ป้อมปราการราชวงศ์โฮปลายศตวรรษที่14 เวียดนาม
3. พื้นที่กาแฟภูมิทัศน์วัฒนธรรมของโคลอมเบีย
4. ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของ Serra de Tramuntana สเปน
5. แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของ Al Ain สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
6. โรงงาน Fagus เยอรมนี
7. สถาปัตยกรรมในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ศตวรรษที่ 18 -19 บาเบร์ดอส
8. Longobards อิตาลี ประกอบด้วย 7 กลุ่มของอาคารที่สำคัญ
9. เสาเข็มยุคก่อนประวัติศาสตร์รอบเทือกเขาแอลป์ ครอบคลุมออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สโลวิเนีย และสวิตเซอร์แลนด์
10. นิเวศวิทยา การประมงและรวบรวมหอยมีชีวิตและการใช้ของมนุษย์อย่างยั่งยืน เซเนกัล 11. สวนเปอร์เซีย อิหร่าน
12. ภูมิทัศน์ทะเลสาบวัฒนธรรมของหางโจว จีน
13. Hiraizumi วัดที่เป็นตัวแทนของพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ ญี่ปุ่น
14. Konso ภูมิทัศน์วัฒนธรรม เอธิโอเปีย
15. มอมบาซา เคนยา
16. คอมเพล็กซ์มัสยิด Selimiye Edirne ตุรกี
17. ภาพแกะสลักหินและอนุสาวรีย์ศพของวัฒนธรรมในมองโกเลีย อัลไต 12,000 ปีที่ผ่านมา
18. ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเกษตรเมดิเตอร์เรเนียน ฝรั่งเศส
19. อนุสาวรีย์แสดงการเปลี่ยนแปลงจากบาร็อคกับสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค นิคารากัว
20. สถาปัตยกรรมสไตล์เช็ก ยูเครน และ
21. หมู่บ้านแบบโบราณในภาคเหนือของซีเรีย
มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่
1. นิงกาลูโคสต์ แนวปะการัง ออสเตรเลีย
2. หมู่เกาะ Ogasawara มากกว่า 30 เกาะ รวมความหลากหลายของสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ค้างคาว ญี่ปุ่น
3. ทะเลสาบเคนยา
และมรดกโลกแบบผสม 1 แห่ง ได้แก่ทะเลทราย Wadi Rum พื้นที่คุ้มครอง จอร์แดน นอกจากนี้มีพื้นที่ขยายที่ขึ้นทะเบียนอีก 1 แห่ง ป่าไม้บีชดึกดำบรรพ์คลุมเยอรมนี สโลวาเกีย และยูเครน อย่างไรก็ดีคณะกรรมการฯ ได้พิจารณามรดกโลก 2 แห่งอยู่ในภาวะอันตราย ได้แก่ มรดกป่าฝนในเขตร้อนชื้นของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย และพื้นที่ลุ่มน้ำของริโอ ฮอนดูรัส
“สุวิทย์” จวกกลับบัวแก้วปูดถอนตัวกก.มรดกโลกโดยไม่จำเป็น
มิถุนายน 28, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, news report
“สุวิทย์”ของขึ้นจวกกระทรวงต่างประเทศ ปูดถอนตัวกก.มรดกโลกโดยไม่จำเป็น ยืนยันทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยเต็มที่ ย้อนถามตัวแทนบัวแก้วไม่มีใครคัดค้านตอนยื่นหนังสือถอนตัว แย้มมติกรรมการมรดกโลกเปิดช่องให้กัมพูชาฮุบดินแดนไทย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาปราสาทพระวิหารไทย-กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า การที่ยูเนสโกส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกไม่ได้ให้ความเห็นชอบแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของทางกัมพูชานั้น แสดงว่า สิ่งที่กัมพูชาอ้างว่า คณะกรรมการมรดกโลกให้ความเห็นชอบแผนบริหารจัดการดังกล่าวไปแล้ว ไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ให้ความเห็นชอบแผนบริหารจัดการดังกล่าว แต่ในมติข้อ 5 ของวาระเรื่องปราสาทพระวิหาร ได้เขียนเปิดช่องให้กัมพูชาสามารถดำเนินการอะไรก็ได้ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ทั้งการซ่อมแซม การบำรุงรักษา การของบประมาณจากยูเนสโก ซึ่งไทยยอมไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนได้ ซึ่งที่ประชุมครม.ได้มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบและศึกษามติข้อ 5 ดังกล่าวว่า มีความสุ่มเสี่ยงอย่างไร แล้วรายงานกลับมาให้ครม.ทราบอีกครั้ง เพราะหากเรายอมรับมติข้อนี้ จะเปิดช่องให้กัมพูชานำไปใช้สู้คดีในศาลโลกได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า กระทรวงต่างประเทศระบุ ไทยไม่มีความจำเป็นต้องถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลก และเป็นการไม่รักษามารยาททางการทูต นายสุวิทย์ตอบว่า ยืนยันว่าได้ตัดสินใอย่างถูกต้องแล้ว ในเหตุการณ์ตอนนั้นก็มีตัวแทนกระทรวงต่างประเทศอยู่ 2 คนคือนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ตนก็สอบถามความเห็นแล้วว่า มีใครคัดค้านเรื่องการถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลกหรือไม่ ก็ไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น ทุกคนเห็นด้วย แล้วมาตอนนี้จะบอกไม่เห็นด้วยเพราะอะไร ตอนแรกคิดอยากจะคืนเรื่องการแก้ปัญหาปราสาทพระวิหารให้กระทรวงต่างประเทศไปทำเอง แต่กระทรวงต่างประเทศก็ไม่ทำ แล้วมาให้ข่าวลักษณะนี้ทำไม ทั้งที่ก็ไปด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ถามความเห็นแล้ว ก็ไม่มีใครปฏิเสธ
นายสุวิทย์กล่าวว่า ยืนยันว่า การตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีอนุสัญญามรดกโลกและคณะกรรมการมรดกโลก ไม่ใช่การตัดสินใจที่เร็วเกินไป เพราะที่ผ่านมา 3 ปี ได้ทำทุกวิถีทางทั้งการคุย การล็อบบี้ เพื่อให้มองเห็นปัญหาความอ่อนไหวกรณีที่มีการอนุมัติแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยงาช้างเหมือนคนอื่น ทำให้เห็นปัญหาและพยายามแก้ปัญหามาตลอด ขอยืนยันว่า สิ่งที่ทำเป็นการรักษาเกียรติภูมิและดินแดนของประเทศไทย ไม่มีผลประโยชน์อื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้อง
ไทยพร้อมหารือข้อกังวลยูเนสโกถอนตัวกก.มรดกโลก
มิถุนายน 28, 2011 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้โชว์หนังสือของผอ.องค์การการศึกษาวัฒนธรรมและวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ให้สื่อมวลชนดูก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุมครม. จากนั้นนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า หนังสือที่ผอ.ยูเนสโกส่งถึงนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงความเป็นห่วงถึงผลกระทบที่ตามมา หลังจากประเทศไทยขอถอนตัวออกจากภาคีอนุสัญญามรดกโลกและคณะกรรมการมรดก โดยระบุว่า น่าจะมีการหาทางออกร่วมกันได้ ซึ่งไทยก็พร้อมรับฟังความกังวลเหล่านี้ หากยูเนสโกสามารถหาแนวทางที่ดีได้ ไทยก็พร้อมจะหารือหาทางออกร่วมกัน เพราะกว่าที่ขั้นตอนการลาออกของไทยจะมีผลทางกฎหมาย ก็ยังพอมีเวลาที่จะมาพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายคงได้มีเวลามาคุยกัน ซึ่งในการประชุมครม.วันที่ 28 มิ.ย. จะพิจารณาถึงแนวทางที่เหมาะสมว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายปณิธานกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่า ยังเป็นปกติดี ไม่มีการเพิ่มกำลังทหารตามที่เป็นข่าว ไทยพร้อมร่วมกับกัมพูชา และนานาชาติในการแก้ปัญหา ส่วนกรณีที่นายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ไม่เห็นด้วยกรณีที่ไทยลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลกนั้น โดยหลักการยอมรับว่า การเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกเป็นผลดีต่อประเทศไทย แต่ ณ วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เพราะความพยายามจากฝ่ายกัมพูชาในการใช้คณะกรรมการมรดกโลกมีการพัฒนาไปมากพอสมควรจนถึงจุดที่เรียกว่า อันตราย หากเราไม่ระวัง ดังนั้นจึงต้องแสดงจุดยืนไม่ให้เขามาผูกมัดเราได้ และขอยืนยันว่า การที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจามรดกโลกไทย-กัมพูชา นำประเทศถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลกนั้น ไม่ได้ขัดแย้งกับแนวทางของกระทรวงต่างประเทศ แต่เป็นการทำงานร่วมกันตามกรอบของครม.ที่กำหนดให้นายสุวิทย์มีอำนาจทำงานตามที่ครม.มอบหมาย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศพร้อมให้การสนับสนุน
“ยูเนสโก้” แสดงความเสียใจไทยประกาศจะถอนตัวจากภาคีสมาชิกมรดกโลก
มิถุนายน 27, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ
วันนี้(27มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายว่า นส.อิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก แถลงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งหลังจากไทยประกาศว่าจะถอนตัวออกจากภาคีสมาชิกมรดกโลก โดยนางโบโกวาระบุว่ากฎบัตรมรดกโลกปี 2515 ไม่เพียงเป็นเครื่องมือระหว่างประเทศสำคัญสุดในการรักษาและคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ซึ่งมีคุณค่าที่โดดเด่นในระดับสากลเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับว่าว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศ
นส.โบโกวากล่าวแสดงความหวังว่าไทยจะพิจารณาอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับการกระทำในอนาคตเกี่ยวเนื่องกับกฎบัตร และจะยังมีส่วนร่วมอย่างมากในการหารือประเด็นมรดกโลก
แถลงการณ์ของยูเนสโกยังตั้งข้อสังเกตอันตรงกันข้ามกับรายงานข่าว ที่ว่าคณะกรรมการมรดกโลกไม่ได้หารือแผนการบริหารปราสาทพระวิหารหรือขอให้ยื่นรายงานเรื่องการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร แต่คณะกรรมการมรดกโลกได้ยืนยันในการรับรองการคุ้มครองและอนุรักษ์บริเวณปราสาทจากความเสียหาย และขอให้ไทยกับกัมพูชาใช้การประชุมเป็นเครื่องมือสนันบสนุนการอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเจรจา
“สุวิทย์” ย้ำไทยไม่ล้มเหลวชิงถอนตัวกก.มรดกโลก
มิถุนายน 26, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, news report
วันนี้(26มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจากรรมการมรดกโลกฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ได้นำประเทศไทยถอนตัวออกจากการเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาการคุ้มครองมรดกโลก เนื่องจากร่างมติกลางที่ศูนย์มรดกโลกนำเข้าสู่การพิจารณา มีการตัดเรื่องแผนบริหารจัดการรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ในข้อ 6 ซึ่งยังไม่มีข้อยุติออกไป หากยังมีการพิจารณาร่างนี้เท่ากับไทยยอมรับแผนบริหารจัดการดังกล่าวแล้ว
ทั้งที่ไทยไม่ยอมรับแผนดังกล่าวของกัมพูชา เพราะมีการรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างชัดเจน แม้ไทยพยายามขอให้เลื่อนวาระเรื่องดังกล่าวออกไป แต่คณะกรรมการศูนย์มรดกโลกไม่ยอม และพยายามผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการมรดกโลก โดยไม่พิจารณาความอ่อนไหวเรื่องเขตแดน มุ่งแต่ดูแลรักษาเรื่องวัฒนธรรม แสดงให้เห็นเจตนาไม่ดี ทำให้เราเป็นห่วงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะไม่รู้ว่ามติคณะกรรมการมรดกโลกจะออกมาอย่างไร จึงได้ถอนตัวออกมาก่อน เพื่อไม่ให้มติของที่ประชุมมีผลผูกพันต่อประเทศไทย
นายสุวิทย์กล่าวว่า การที่เราวอล์กเอาท์ออกมาหมายถึง การไม่ยอมรับการดำเนินการใดๆของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งคณะทำงานฝ่ายไทยได้หารือกันอย่างรอบคอบแล้ว จึงตัดสินใจถอนตัวออกมา และได้บอกกับทางยูเนสโกว่า การกระทำใดๆในตัวปราสาทพระวิหารเป็นเรื่องของกัมพูชา หากกัมพูชาจะไปขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว ก็ทำได้เฉพาะภายในดินแดนกัมพูชา จะมาล่วงล้ำอธิปไตยไทยไม่ได้ ไม่มีสิทธิจะมากระทบกับอำนาจอธิปไตยและเขตแดนไทย ยืนยันว่า การถอนตัวออกจากภาคีสมาชิกอนุสัญญาการคุ้มครองมรดกโลกนั้น ไม่มีข้อเสีย มีแต่ข้อดี เพราะทำให้ไทยไม่ต้องผูกพันกับข้อมติของคณะกรรมการมรดกโลก ถ้าเรายอมรับตามแผนบริหารจัดการดังกล่าว เท่ากับว่ายินยอมเห็นชอบ ทำให้กัมพูชาหยิบยกเป็นข้ออ้างเป็นหลักฐานไปสู้คดีในศาลโลกได้ ไม่ถือว่าการเดินทางไปครั้งนี้ปฏิบัติหน้าที่ล้มเหลว เราทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยไทยอย่างเต็มที่
นายสุวิทย์กล่าวว่า ส่วนการถอนตัวจากสมาชิกภาคีอนุสัญญาการคุ้มครองมรดกโลกนั้น ไม่มีผลต่อมรดกโลกของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่จะมีผลกับสิ่งที่ขอขึ้นทะเบียนใหม่เท่านั้น ทั้งนี้แหล่งมรดกโลกจะถูกถอดถอน หากไม่ดูแลรักษาตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ทุกอย่างอยู่แล้ว แม้ไม่มีคณะกรรมการมรดกโลกเราก็ดูแลพื้นที่ของเราอย่างดี
ฮือฮา! ท่านวดในแผ่นจารึกวัดโพธิ์ดังกระหึ่มโลก
มิถุนายน 16, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, ข่าวทั่วไป
วานนี้(15 มิ.ย.)54 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์รายงานข่าวว่า คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ได้เสนอจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ต่อยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับนานาชาตินั้น ขณะนี้ได้รับรายงานจาก ม.ร.ว.รุจยา อาภากร กรรมการในคณะกรรมการว่าด้วยแผนงานมรดกความทรงจำของไทย ว่า ยูเนสโกได้ประกาศรับรองจารึกวัดโพธิ์เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในทะเบียนนานาชาติ (International Register) แล้ว ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ เมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร
คุณหญิงแม้นมาส กล่าวต่อว่า วัดโพธิ์เคยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำของโลกของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก (Regional Register) เมื่อปี 2551 หลังจากนั้นคณะกรรมการแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการสำรวจจัดทำทะเบียนและถ่ายภาพแผ่นจารึกวัดโพธิ์ จำนวน 1,440 ชิ้น และจัดทำแผนอนุรักษ์ตามแนวทางของยูเนสโก ซึ่งคณะกรรมการแห่งชาติฯ เห็นว่าควรเสนอจารึกวัดโพธิ์ให้ขึ้นบัญชีนานาชาติด้วย ตนและคณะกรรมการฯ จึงได้เสนอให้ยูเนสโกพิจารณาเมื่อเดือน ม.ค. 2554 ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ครั้งที่ 10 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ มีมติเอกฉันท์ให้จารึกวัดโพธิ์ เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในทะเบียนนานาชาติ ทั้งนี้จารึกวัดโพธิ์ มีเรื่องวิชาความรู้ที่มีลักษณะที่เป็นสากล ไม่ใช่ความรู้เฉพาะในประเทศไทย เช่น เรื่องพระพุทธศาสนา เรื่องวรรณกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจารึกเรื่องฤๅษีดัดตนเป็นสากลมาก
“วงการแพทย์หลายประเทศขณะนี้กำลังมองย้อนไปว่าความรู้ที่บรรพบุรุษให้ไว้น่าจะมีประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน ก็อาจจะนำกลับมาใช้โดยที่นำมาปรับปรุงบางสิ่งบางอย่าง และตำราฤๅษีตนมีมาตั้งแต่ก่อนตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าให้รวบรวมความรู้ที่มีตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยานำมาจารึกไว้เพราะเกรงว่าจะสูญหาย” คุณหญิงแม้นมาส กล่าว
คุณหญิงแม้นมาส กล่าวอีกว่า สำหรับประชุมจารึกวัดโพธิ์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,440 ชิ้น อาทิ หมวดประวัติศาสตร์ ได้แก่ จารึกรัชกาลที่ 1 เรื่องสร้างวัดพระเชตุพนฯ และเรื่องพระธาตุนครน่าน รายการปฎิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯถอดจากโครงดั้น รายการแบ่งด้านปฏิสังขรณ์ถอดจากโครง หมวดพระพุทธศาสนา ได้แก่ จารึกเรื่อง พระสาวกเอกทัคคะ จารึกเรื่องอุบาสกเอกทัคคะ จารึกเรื่องอุบาสิกาเอกทัคคะ จารึกเรื่องอศุภ 10 และญาณ 10 จารึกเรื่องฎีกาพาหุง จารึกเรื่องพระพุทธบาท จารึกเรื่องธุดงค์ 13 จารึกเรื่องชาดก ตอนนิทานกถา จารึกเรื่องมหาวงศ์ จารึกเรื่องนิรยกถา จารึกเรื่องเปรตก หมวดวรรณคดี อาทิ จารึกเรื่องนารายณ์ 10 ปาง และเรื่องเบื้องต้นรามเกียรติ์ จารึกเรื่องสิบสองเหลี่ยม หมวดทำเนียบ ได้แก่ ทำเนียบสมณศักดิ์ ทำเนียบหัวเมืองขึ้นกรุงสยาม และหมวดประเพณี ได้แก่ จารึกเรื่องเมืองมอญกวนข้าวทิพย์ จารึกเรื่องมหาสงกรานต์ จารึกริ้วกระบวนแห่กฐินพยุหยาตราทางสถลมารค อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกจะแถลงข่าวเรื่องนี้วันที่ 16 มิ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ณ ศาลาธรรมปัญญาบดี ที่วัดโพธิ์
นายกฯมั่นใจยูเนสโกส่อเลื่อนชงแผนเขมร แนะพันธมิตรฯย้อนดูใครทำไทยเป็นเบี้ยล่าง
พฤษภาคม 26, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, Hot Issue Today
(วันที่26 พ.ค. 54)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯมั่นใจยูเนสโกส่อเลื่อนชงแผนเขมร แนะพันธมิตรฯย้อนถ่างตาดูใครทำไทยเป็นเบี้ยล่าง
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 26 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือนอกรอบทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา ระหว่างนายสุวิทย์คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อยุติปัญหาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารว่า กัมพูชาก็ต้องสู้ของเขา แต่เมื่อเช้าวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้คุยกับเจ้าหน้าที่คนที่อยู่ที่กรุงปารีส ซึ่งขณะนี้ทางองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)เอง ค่อนข้างที่จะคล้อยตามว่าถ้าหากจะเลื่อนพิจารณาแผนบริหารพื้นที่รอบปราสาทอกไปน่าจะเป็นทางออกที่ดี ขณะนี้ยังทำงานกันอยู่ ส่วนการเจรจานั้นเดิมจะต้องคุยกันในวันที่ 25-26 พ.ค.และต้องมาคุยกันในคณะกรรมการรวบรวมข้อมูลต่างๆขณะนี้เรายังยืนอยู่จุดเดิมว่าควรจะเลื่อน และทางยูเนสโกเองดูจะสนับสนุนเรามากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเงื่อนไขตรงนี้จะเป็นการเพิ่มความขัดแย้ง ความตรึงเครียดขึ้นมาได้ และเราได้ย้ำมาตลอดว่าทางยูเนสโกควรระมัดระวัง แม้ว่าจะดูในเชิงเทคนิคว่าทำงานทางด้านการอนุรักษ์ แต่ข้อเท็จจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้คือ ก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนไม่ได้สู้รบกันปะทะกันเลย เปิดให้คนเข้าไปเที่ยวมีการเก็บเงินซึ่งก็ได้ทั้งสองฝั่งด้วยซ้ำ แต่เมื่อมีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกมีแต่ปัญหาทั้งนั้น ดังนั้นยูเนสโกต้องไปทบทวน เพราะเหนือสิ่งอื่นใด เจตนารมย์ยูเนสโกคือเรื่องของสันติภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากปัญหาเดินสู่ทางตันจะมีวิธีสำรองจะเสนอให้ยูเนสโกในการบริหารใช้ประโยชน์ในพื้นที่ร่วมกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนั้นคงเป็นข้อเสนอในระยะที่ยาวออกไป สามารถพูดคุยกันได้แต่ในเบื้องต้นควรหยุดยั้งกระบวนการที่จะพิจารณาแผนบริหารของกัมพูชาในพื้นที่ก่อน ถ้าตรงนี้ยังตกลงกันไม่ได้ ในเดือนมิ.ย.ต้องไปดูตรงนั้นอีกครั้ง ซึ่งเราต้องประมวลความเห็นจากฝ่ายต่างๆที่แสดงความคิดเห็นในช่วง 1-2 วันนี้ เพื่อจะได้เดินหน้าต่อได้ถูกแนวทาง เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาบอกว่าได้เปรียบเนื่องจาก นายสุวิทย์ ไปเซ็นร่างสัญญาข้อตกลงต่างๆไว้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นาอยภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีนายสุวิทย์ ไม่เคยไปเซ็นตกลงอะไร กัมพูชาพยายามที่จะให้พิจารณาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงพยายามที่จะพูดเพื่อผลักดันอีกทีหนึ่งในปีนี้ แต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งทำให้ชี้ชัดมากขึ้นว่าการเดินหน้าต่อจะทำให้มีปัญหามากขึ้น ทางกัมพูขาก็จะเล่นแบบนี้เหมือนโยกโย้อย่างเรื่องคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี)ตนเข้าใจว่าต้องการให้เรื่องกลับไปที่เวทีศาลโลก พยายามจะบอกกับศาลโลกว่าให้ช่วยมาแก้ปัญหาในเรื่องกำลังทหารหรืออะไรต่างๆ ถ้าประชุมจีบีซีคงจะกลัวว่าจะเห็นว่าความจริงมีกลไกอยู่ เมื่อเช้าวันที่ 25 พ.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องประชุมจีบีซีเดินหน้าต่อ ดังนั้นจึงไม่จริงที่ พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชามาพูดว่าฝ่ายไทยยังไม่ดำเนินการ
ต่อข้อถามว่า ทางกัมพูชามักจะพูดไม่ตรงกับสิ่งที่พูดกับฝ่ายไทยจะดำเนินการอย่างไรให้กัมพูชากลับมาพูดความจริงกับสังคมโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่ในการไปชี้แจงทุกเวทีที่เราไป โดยให้เห็นว่าจริงๆแล้วเรา เจรจาหรือพูดคุยกับกัมพูชา หรืออาจจะมีคนที่ 3 หรือคนที่ 4 ในเวทีต่างๆก็ดี เรายืนอยู่บนเหตุอะไร และยึดตามข้อตกลงต่างๆอย่างไร ทางกัมพูชาเปลี่ยนแปลงอย่างไร คิดว่าหลายคนเข้าใจเราดีขึ้น เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กลายเป็นการเมืองในประเทศ โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถึงขั้นบอกว่ารัฐบาลสมคบกับกัมพูชาเพื่อยกดินแดนให้โดยผ่านศาลโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ถ้ารัฐบาลสมคบกับกัมพูชาคงจะมีการปะทะกันหรือ ถ้ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่อะไรๆ ก็ยอมตามกัมพูชา คงไม่ต้องมีการปะทะกัน สมเด็จฮุนเซน คงไม่มาพูดหรือว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เป็นคนที่ทำงานด้วยยาก ต้องดูที่มาที่ไปของปัญหา ส่วนเรื่องของมรดกโลกที่มาของปัญหาคือปี 51 รัฐบาลในขณะนั้นไปแสดงท่าทีเองว่ายินยอมให้เขาขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว เรามาตามแก้ทีหลังว่าไม่ดีอย่างไรเราเสียเปรียบไปตั้งแต่วันนั้น พันธมิตรฯ ควรจะไปดูข้อเท็จจริงพวกนี้” เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาระบุว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลวันแรกจะไปคุยกับกัมพูชา และความสัมพันธ์จะราบรื่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าไปยกดินแดนให้เขาก็คุยได้อยู่แล้ว
“มาร์ค”ถกผอ.ยูเนสโก มั่นใจสางปมไทย-เขมรได้ก่อนประชุมมรดกโลก
มีนาคม 22, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, การเมือง
วันที่ 22 มี.ค.ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)ที่เดินทางมาร่วมประชุมนานาชาติ”การประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 10 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม โดยใช้เวลาหารือ 40 นาที จากนั้นนาบยอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือว่า วันนี้นางอิรินา ได้มายืนยันงว่าเขาขจะพยายามไม่ให้เกิดความตึงเครียดขึ้น และพูดถึงแนวทางและสภาพปัญหาซึ่งเข้าใจตรงกัน แต่ว่าในแง่กระบวนการข้อบังคับของยูเนสโกเขาคงต้องไปคุยกันในเดือนพ.ค.จากนั้นคงจะกำหนดท่าทีที่เหมาะสมว่าในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิ.ย.จะว่าอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า การหารือกันในเดือนพ.ค.นี้ยูเนสโกจะเป็นเจ้าภาพจัดการหารือระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเดือนพ.ค.นี้ไทยจะคุยกับกัมพูชาโดยทางยูเนสโกจะเป็นคนจัดประชุมให้แต่คงไม่ได้มาเกี่ยวข้องมากนัก เพียงแต่ว่าเป้าหมายคือเพื่อทำความเข้าใจกันว่าทำอย่างไรไม่ไให้ปัญหามรดกโลกมันนำมาสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ให้เกิดความตึงเครียดขึ้นซึ่ระหว่างนี้เขาจะรอดูการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี)ที่จะมีขึ้นในเดือนเม.ย.รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ดังนั้นเราต้องเดินหน้าการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจ และในเดือนมิ.ย.การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะต้องเปลี่ยนสถานที่จากบาเรนห์ไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ต่อข้อถามว่า ตอนนี้มีความชัดเจนในเรื่องที่ยูเนสโกจะเลื่อนการเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิ.ย.ออกไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็เห็นด้วยกับเราว่าการหยิบยกแผนการบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทขึ้นมาจะเป็นปัญหาแน่ ตราบเท่าที่ปัญหาเขตแดนยังไม่ยุติ แต่ว่าเป็นเรื่องซึ่งรูปแบบวิธีการต้องไปกันในเดือนพ.ค.ด้วยและคิดว่ามันสำคัญที่เราต้องแสดงให้เห็นว่ากลไกของเรามันเดินได้ในเดือนเม.ย.นี้
เมื่อถามว่า การพิจารณาผลักดันบันทึกข้อตกลงกรอบเจบีซีที่เสนอสู่รัฐสภาซึ่งจะมีประชาชนออกมาคัดค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยากจะให้คนที่คัดค้านเข้าใจว่าถ้าเราไม่เดินหน้าในกระบวนการนี้ก็จะทำให้กระบวนการพหุภาคีเข้มามีบทบาทมากขึ้นซึ่งไม่เป็นผลดีแน่นอน มันจะทำให้ปัยหาบานปลายออกไป ดังนั้นการเจรจาทวิภาคมันเป็นเวทีที่เหมาะสมแล้ว ข้อห่วงใยทวิภาคีมีอะไรก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาสามารถตั้งข้อสังเกตได้ ซึ่บตนเข้าใจว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตในสภา ซึ่งรัฐบาลจะแสดงท่าทีที่ชัดเจนในสภาว่าเรายืนอยู่ตรงไหนในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งถ้ามรัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนก็ไม่มีข้อกังวลอะไร เพราะการเจรจาของ 2 ฝ่ายจะนำไปสู่ข้อยุติได้ รัฐบาลและรัฐสภาจะต้องยอมรับจุดยืนนั้นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการลงมติรับร่างบันทึกกรอบการเจรจาเจบีซีทั้ง 3 ฉบับจะมีผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เป็นเรื่องของการรับรองว่ามีการไปประชุมกันเป็นการบันทึกเพราะจริงๆแล้วมีการโต้แย้งด้วยซ้ำว่าบันทึกลักษณะนี้มันไม่ใช่หนังสือสัญญาเพียงแต่ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาย่อมเกิดความไม่เข้าใจว่ากระบวนทวิภาคีมันเดินได้จริงหรือไม่หากสภาไม่ได้มีการรับรองตรงนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีการอ้างว่าการดำเนินการอะไรก็ตามต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ดังนั้นมันเป็นเพียงการสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการเจบีซีจะเดินต่อแต่ไม่ได้มีผลผูกพันกับข้อตกลงอะไรทั้งสิ้นในขณะนี้ เมื่อถามว่า การหารือกับกัมพูชาในเดือนเม.ย.นี้นายกฯคิดว่ากัมพูชาจะให้ความสำคัญกับบันทึกข้อตกลง 2543 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชาน่าจะมองเห็นว่าหลังจากเรื่องนี้ไปถึงสหประชาชาติและอาเซียนทุกคนก็บอกว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้นที่จะกลับมาเจรจา ดังนั้นต้องใช้กลไกนี้ให้เป็นประดยชน์เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
ต่อข้อถามว่าการที่รัฐบาลผลัดดันตรงนี้เท่ากับเป็นการกดดันจากสถานการณ์ในประเทศไทยหรือไม่ นาอยภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไปพูดอย่างนั้นคงไม่ได้เพราะเรื่องมันค้างวาระมาเป็นเวลานานมากถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรม ครอาจจะเข้าใจได้ว่าเราตั้งใจจะใช้กลไกนี้หรือไม่ จึงได้ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน และเราพยายามอธิบายมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีอะไรเสียหายในการที่เราจะแสดงออกตรงนี้ให้เห็นชัดเจนว่ากลไกนี้เดินต่อ ส่วนจุดยืนระหว่างไทยกัมพูชาไม่ตรงกันก็ต้องไปเจรจากัน มันไม่มีทางอื่นที่จะแก้ปัญหา
เมื่อถามว่า ในช่วงที่รัซสภาพิจารณากรอบข้อตกลงเจบีซีนายกฯห่วงหรือไม่กลุ่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเคลื่อนขบวนไปล้อมรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่คงต้องดูแลไม่ให้เกิดปํญหาขึ้น ตนก็อยากย้ำว่าหากเราไม่เดินแนวทางนี้เรื่องจะมีโอกาสกลับไปสู่สหประชาชาติมากขึ้น เมื่อถามว่า ในช่วงที่รัฐสภาพิจารณาซึ่งอยู่ในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะมีผลกระทบต่อการเจรจากับกัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลไทยต้องทำเต็มที่










กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม

















