Get Adobe Flash player

“พร้อมพงศ์” ซัด “รัฐบาลมาร์ค” ผลาญงบ

กันยายน 4, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

เมื่อเวลา 10.25 น. วันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันมีมีงบกลางช่วยเหลือประชาชนชนประสพภัยน้ำท่วม แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่างบกลางเหลือน้อยต้องไประดมเจียดงบประมาณจากระทรวงต่างๆมานั้น ขณะนี้งบกลางมีแค่ 3.5 พันล้านบาท โดยในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ถลุงอีลุ่ยฉุยแฉกจนหมดตูดไป 6.3 หมื่นล้านบาท โดยในวันที่ 5 ก.ย. เตรียมข้อมูลจะแฉฟ้องประชาชนว่าในจำนวนนี้มีการนำงบกลาง 2 หมื่นล้านบาทไปทำอะไรบ้าง ทำให้รัฐบาลนี้เลยทำงานลำบาก ไม่มีงบประมาณช่วยเหลือกประชาชน

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปลุกให้ข้าราชการตั้งป้อมถึงการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมนั้น รัฐบาลนี้โยกย้ายข้าราชการในภาวะปกติ วางคนให้ถูกกับงาน เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ขอให้นายอภิสิทธิ์ย้อนกลับไปดูในช่วงที่บริหารประเทศมา 2 ปี ที่ได้ทำมากกว่ารัฐบาลนี้เสียอีก เช่น แต่งตั้งข้าราชการอัปยสที่สุดกรณีพล.ต.อ.พัชรวาส วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ในขณะนั้น แค่เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้ กลับมีการแต่งตั้งรักษาการผบ.ตร.ในกทม. จนถูกวิจารณ์ว่าทำไมมีผลผบ.ตร.ถึง 2 ท่าน ปกติต้องเดินทางไปต่างประเทศถึงแต่งตั้งรักษาการผบ.ตร.ได้ ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. เป็นผบ.ตร. ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์เป็นคนมีนามสกุลที่ใกล้ชิดคนในรัฐบาลนั้น ไม่เป็นธรรมต่อรัฐบาล และพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ เพราะในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู เป็นผบช.ภาค 2 สามีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญยังได้มีการแต่งตั้งพล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.จนเกษียณอายุราชการ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการหนักกว่ารัฐบาลนี้ ยังไม่นับรวมถึงการซื้อขายตำแหน่ง ส่วนกรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. ที่จะถูกโยกย้ายนั้น เป็นการปรับเปลี่ยนตามวาระ รัฐบาลไม่รังแก้ข้าราชการเหมือนรัฐบาลนายอภิสิทธ์ ดังนั้นก่อนที่จะวิจารณ์โปรดกลับไปส่องกระจกดูประวัติศาสตร์การโยกย้ายข้าราชการในสมัยตัวเองมันอัปยศแค่ไหน การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของนายกฯ พรรคการเมือง นักการเมือง รัฐบาล แต่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชน

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายปรับลดราคาน้ำมัน แต่สินค้าอุปโภค บริโภค ภาคขนสงบางรายยังไม่เอาเปรียบประชาชน ไม่ลดราคาลงนั้น พรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อสินค้า และภาคขนส่งให้กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ลดราคาสิ้นค้า พร้อมเรียกร้องไปภาคเอกชนควรใช้โอกาสนี้ลดราคาสินค้า คืนกำไรให้ประชาชนบ้าง ไม่เช่นนั้นต่อไปจะต้องเปรียบเทียบต้นทุนกับราคาสินค้าให้เห็นชัดเจน เพื่อใช้มาตรการทางสังคมประจานว่าภาคเอกชนไหนเอาเปรียบประชาชนบ้าง

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์สัมมนาที่จ.พิษณุโลก เพื่อปรับการทำงานนั้น เรื่องนี้เห็นด้วย แต่มีคนในพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ข้อมูลกับตนว่า นายอภิสิทธิ์ไม่พอใจมากที่ ผลการวิจัยของพรรคประชาธิปัตย์หลุดไปผ่านสื่อว่า แพ้การเลือกตั้ง เพราะดีแต่พูด บริหารไม่เป็น ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่เข้าถึงประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ และข้าราชการ 2 ล้านคนไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ที่เกิดจากการแทรกแซงการแต่งตั้ง สะท้อนว่านายอภิสิทธิ์คิดลักษณ์นี้ถือว่าการปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้และการสัมมนาน่าจะล้มเหลว ผลวิจัยทางวิชาการน่าเชื่อถือ แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมรับ นี้คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับเปลี่ยนที่หัวหน้าพรรค หากหัวหน้าพรรคยังคิดแบบนี้จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคกี่ครั้งก็เหมือนเดิม นำทัพแพ้การเลือตกั้งถึง 2 ครั้ง ลาออกจากหัวหน้าพรรคก็เป็นการสร้างภาพ ทำให้คนในพรรคประชาธิปัตย์อึดอัด เพราะโอกาสการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็น่าจะแพ้อีก ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งครม.เงา และส.ส.เงาในพื้นที่ภาคอีสานที่ไม่มีส.ส.นั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าเป็นลักษณะการเข้าไปจับผิดหรืออิงแอบอำนาจนอกระบบ ขอให้ตั้งแบบสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลทำงาน ตรวจสอบการทำงานส.ส.ในพื้นที่

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์พูดดักคอนายกฯและรมว.ต่างประเทศที่จะไปเยือนกัมพูชา เพื่อช่วยนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่ติดคุกอยู่กัมพูชา อาจมีวาระซ่อนเร้นนั้น ถือเป็นเกมการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ถนัด เพราะตลอดที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ช่วยแค่นายพนิช วิกิตเศรษฐ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น วันนี้รัฐบาลมีน้ำใจจะช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก 2 คน กลับมากดักคอว่ามีวาระซ่อนเร้นแลกเปลี่ยนประโยชน์ จึงขอตำหนินายอภิสิทธิ์ เพราะรัฐบาลในฐานะคนไทยไม่มองว่าใครเป็นสีอะไร ขอให้เป็นคนไทยตกทุกข์ต้องเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่มีวาระซ่อนเร้นใด

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าพรรคเพื่อไทยตั้งคณะทำงานตรวจสอบ 172 โครงการทุจริต มูลค่ารวมนับแสนล้านบาท เพื่อเช็คบิลรัฐมนตรีรัฐบาลที่แล้วนั้น พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะตรวจสอบรัฐมนตรีคนไหนบ้าง แต่พรรคภูมิใจไทยร้อนตัว กินปูนร้อนท้องเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ต้องห่วงว่าพรรคไหนที่ทิ้งทวน เอื้อพวกพ้อง หากนักการเมืองไม่เข้าไปตรวจสอบก็เป็นนักการเมืองไม่ได้ ดังนั้นจะตรวจสอบผ่านคณะทำงานตรวจสอบของพรรค คณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆที่เกี่ยวข้อง สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปท. ต้องตรวจสอบผ่านหน่วยงานเหล่านี้แน่ ไม่ใช่ตรวจสอบโดยตั้งธงไว้ก่อน แต่ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550ว่า ขอยืนยันต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีปัญหาแน่นอน บางมาตราขัดต่อระบอบประชาธิปไตย ทำให้พรรคการเมือง นักการเมือง ประชาชน อ่อนแอ สุดท้ายประชาธิปไตยอ่อนแอ่ด้วย อำนาจนอกระบบแทรกแซงได้ง่าย แต่จะเริ่มแก้ไขในปี 2555 ไม่ใช่ปีนี้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน ส่วนรูปแบบการแก้ไขโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมายกร่างแก้ไขมาตรา 291 เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งส.ส.ร.นั้น พรรคต้องมาคุยกันว่าถึงแนวทางแก้ไขก่อนเสนอให้รัฐบาล ส่วนการแก้ไขอย่างไรอยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลหรือส.ส.เสนอแก้ไขเองจูกว่าทำเพื่อพวกพ้อง แก้ไขเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ประชุมครม. นัดสุดท้ายรัฐบาล “มาร์ค”

กรกฎาคม 12, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, news report

วันที่(12 ก.ค. 54)ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้ายในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างเงียบเหงา
โดยจะมีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เปิดสมัยประชุมรัฐสภานัดแรกหลังจากมีการเลือกตั้ง เพื่อเตรียมให้มีการประชุมและเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรี ส่วนการกำหนดวันขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย และ กกต.จะต้องส่งรายชื่อมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีให้ครบร้อยละ 95 หรือจำนวน ส.ส. 475 คน ภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 สิงหาคม โดย กกต.รับปากว่าจะให้เป็นไปตามเงื่อนเวลาดังกล่าว.

“เด็กเติ้ง” แฉซ้ำถูกืนจี้หัวจำยอมร่วมรัฐบาลมาร์ค

มิถุนายน 10, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report

วันนี้(10มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่า ถ้าไม่ถูกบีบบังคับก็คงไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นเรื่องจริงเพราะในขณะนั้นตนเป็นวิปรัฐบาล พยายามทำหน้าที่เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระบบรัฐสภา แต่ถูกสกัดกั้นมาโดยตลอด ทั้งการทำหน้าที่ของตนและของพรรค โดยถูกมองว่าเป็นการไปสนับสนุนอีกฝ่าย แม้หลายคนจะเตือนว่าถ้าพรรคยังคงร่วมรัฐบาลต่อไปในขณะนั้น พรรคอาจจะถูกยุบแน่ แต่ทั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา และสมาชิกพรรคก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะเราเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังน่าจะเชื่อถือได้ แต่ท้ายที่สุดพรรคก็ถูกยุบ พวกเราเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะนายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งเราไม่อยากเชื่อว่าต้องยุบพรรค และตัดสิทธิคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยมันเป็นความอัปยศสิ้นดี และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นอีก เพราะหลังจากนั้นทราบว่า สมาชิกที่เหลือจะต้องเข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเราก็รู้ว่าหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรในขณะนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง ตนจึงได้โทรศัพท์ไปถามนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้นายวราวุธ ได้พูดเป็นนัยว่า “มันต้องทำใจพี่ เราคงฝืนไม่ได้มันเหมือนเราถูกเอาปืนจ่อหัวให้จำยอม ถ้าไม่ทำอาจจะหนักกว่าถูกตัดสิทธิ” ทำให้ตนเข้าใจว่าเราคงไม่มีทางเลือกจริง ๆ และนี่คือสิ่งที่เรายังเคลือบแคลงสงสัยอยู่ทุกวันนี้

“อยากขอเตือนนักการเมืองและนักวิชาการบางคนว่าให้หยุดและตั้งสติ ใช้สติปัญญาในทางที่มีเหตุมีผลให้มากเกี่ยวกับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม รวมไปถึงข้อเสนอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เกี่ยวกับคดียุบพรรค แม้ตนจะเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนได้-เสีย เพราะอยู่ในชะตากรรมนี้ด้วย การพูดจาโดยไร้เหตุผลของนักการเมือง และนักวิชาการบางคนเหล่านั้น มีแต่จะทำให้สังคมสับสนเพิ่มความขัดแย้ง ไม่จบไม่สิ้น เช่นเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า การจะทำเพื่อคน ๆ เดียวคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนคดีอาญาที่ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมที่มีผลมาจากความขัดแย้งทางการเมืองก็ไม่ควรจะไปก้าวล่วง เพื่อให้เกิดหลักนิติธรรม และความปรองดองอย่างแท้จริง เพราะกฎหมายสามารถทำให้เป็นคุณได้ ถ้าทำแล้วมันเกิดประโยชน์ต่อภาพรวม และความสงบสุขของประเทศชาติ”นายเอกพจน์ กล่าว

ทำบุญครบรอบ 1 ปี พล.อ.ร่มเกล้า

เมษายน 10, 2011 by nataya_p  
Filed under ข่าวทั่วไป

ครอบครัว “พล.อ.ร่มเกล้า” ทำบุญครบรอบ 1 ปี เสียชีวิต “10 เม.ย.เลือด” ส่วน “ภรรยา” ชี้เป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายตระหนัก “คนไทยฆ่ากันเอง” พร้อมทำหนังสื่อชีวประวัติ “เสธ.เปา”แจก ขณะที่ “ผบ.ทบ.” เขียนไว้อาลัย “น้องเปา” ระบุทำหน้าที่จนสิ้นลมหายใจอย่างชายชาติทหาร

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (รองเสธ.พล.ร.2 รอ.) พร้อมครอบครัว ได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิต พล.อ.ร่มเกล้า จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและขอคืนพื้นจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บริเวณสี่แยกคอกวัวและหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 โดยมีบุคคลต่างๆ มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)

นางนิชา ให้สัมภาษณ์ว่า การทำบุญวันนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ พล.อ.ร่มเกล้าแล้ว และทหารทุกคนที่เสียชีวิตในวันดังกล่าวด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาทางกองทัพได้ดูแลครอบครัวมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 53 หลายคนยังหวั่นใจอยู่ว่าบ้านเมืองยังไม่สงบ กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์การซ้ำรอยเช่นนี้อีก และคงไม่มีต้องตายอีก ไม่มีการสูญเสียไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม ทั้งนี้ เชื่อว่าประชาชนคนไทยอยากให้บ้านเมืองมีความสงบสุข กลับมาสู่ชีวิตที่ปกติเหมือนเดิม

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนต่อสังคมว่าคนไทยไม่ควรทำร้ายกันเอง ครั้งนี้เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่คนไทยต้องตายด้วยน้ำมือคนไทยด้วยกันเอง พี่ร่มเกล้าเป็นคนหนึ่งที่สะท้อนชีวิตของทหารที่ดีและชีวิตของคนไทยที่เป็นคนดีมีตัวตนจริงๆ ซึ่งไม่ได้มีพี่ร่มเกล้าคนเดียว เชื่อว่ายังมีคนดีในสังคมอีกมาก ดังนั้นอย่าฆ่าคนดีแบบนี้อีกเลย เพราะทหารเกิดมาเพื่อเสียสละชีวิตดูแลบ้านเมือง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และดูแลประชาชน หากทหารแบบพี่ร่มเกล้าจะตายแล้ววันข้างหน้าเกิดภัยใหญ่หลวง ใครจะมาช่วยคุ้มภัยให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม หากพี่ร่มเกล้าพูดได้คงกล่าวว่า อย่าให้มีทหารคนไหนต้องตายอีกให้เขาตายคนเดียวก็พอ” นางนิชา ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานได้จัดทำหนังสือที่ระลึก ชื่อ ในความรัก พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม In the memory of Love โดยมีเนื้อหาบอกเล่าชีวิตพล.อ.ร่มเกล้า ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงชีวิตการทำงาน ผ่านคำบอกเล่าของภริยา ครอบครัว เพื่อน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา นอกจากนี้ในบทท้ายของเล่ม นางนิชา ยังได้กล่าวถึงภารกิจการทำงานของผู้เป็นสามีในสมรภูมิปราบม็อบครั้งสุท้าย โดยลำดับเรื่องร้าวจนวาระสุท้ายของชีวิต
นอกจากนี้ ภายในเล่นยังมีคำไว้อาลัยจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพหลายคน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)เขียนคำไว้อาลัยว่า การเสียชีวิต พล.อ.ร่มเกล้า นำมาซึ่งความโศกเศร้าสลดใจและความรู้สึกเสียดาย รวมทั้งอาลัยอย่างยิ่งเพราะการจากไปของท่านเป็นไปอย่างกะทันหัน ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวยุวธรรม ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 นับเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีและมีเกียรติของชายชาติทหาร ที่พร้อมจะเสียสละเลือดเนื้อเพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของกองทัพและอธิปไตยของบ้านเมือง ที่น่ายกย่องสรรเสริญควรน่าจารึกไว้เป็นเกียรติของกองทัพให้เพื่อให้กำลังพลได้รำลึกถึงความกล้าหาญที่ท่านได้สร้างไว้

“มาร์ค”ย้ำยุบสภาต้นเดือนพ.ค. ปัดลงสัตยาบรรณอ้างอยู่ที่พฤติกรรม

เมษายน 7, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

เมื่อ เวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาภายหลังสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 3 ฉบับว่า เท่าที่พูดคุยกับนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้รับการยืนยันว่าจะบรรจุวาระให้วุฒิสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 3 ฉบับ ในวาระแรกได้ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ จึงเชื่อว่าจะทำให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับในชั้นวุฒิสภาเสร็จสิ้นภายในเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่ากระบวนการต่างๆจะเป็นไปตามกรอบเวลาที่ประกาศไว้ คือสามารถยุบสภาได้ภายในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.นี้ เพราะได้พูดไปแล้ว หากไม่ทำตามโดยอ้างเรื่องนั้นเรื่องนี้ สื่อมวลชนจะเป็นพวกแรกที่หาว่าตนไม่รักษาคำพูด

ต่อข้อถามว่า นายกฯยังมีเรื่องน่าห่วงเกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมี เพราะทุกพรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนหากว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาล่าช้าจะเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนเวลายุบสภาออกไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการออกระเบียบถ้ามีความจำเป็น เพราะอย่างน้อยมีเนื้อหาสาระที่กกต.พูดได้เต็มปากว่าสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว

เมื่อถามว่าช่วงเวลาก่อนยุบสภารัฐบาลต้องวางกรอบอะไรในการทำงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพยายามเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้ไปปะปนกับการเลือกตั้ง เวลานี้ก็เร่งแผนฟื้นฟูทั้งหมด โดยในวันที่ 9 เม.ย.ตนจะลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ที่ จ.นครศรีธรรมราช จะไปดูพื้นที่ซึ่งต้องมีการฟื้นฟูบ้านเรือน สะพาน และถนน เมื่อถามว่านอกจากน้ำท่วมยังมีเรื่องอื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไว้ใกล้ๆจะคุยในครม.ว่าจะมีรูปแบบใดที่ต้องไปตกลงกับกกต.และพรรคการเมืองอื่น

เมื่อถามว่า ยังมีคนกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐระหว่างเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนรับรองได้ว่าไม่มี เพราะเราต้องการให้การเลือกตั้งยุติธรรม คนที่กังวลมากคือคนที่เคยทำอะไรไว้เยอะ เมื่อถามว่าอาจถูกนำไปอ้างไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำให้โปร่งใส และกกต.ควรจะเป็นหลักประกันได้ เพราะกกต.ก็เป็นอิสระ

เมื่อถามถึง ข้อเสนอว่าช่วงเลือกตั้งควรจะมีการลงสัตยาบันให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำ แต่ส่วนตัวอยากคุยกันระหว่างทุกพรรคการเมืองกับกกต.เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการสู่แข่งขันครั้งนี้จะเป็นธรรม แต่เรื่องนี้จะต้องให้กกต.เป็นเจ้าภาพหลัก แต่ตนอาจหารือไม่เป็นทางการไปอีกที ทุกพรรคมีหน้าที่ๆจะทำให้ทุกพรรคลงพื้นที่ได้ ถ้ามีพรรคการเมืองใดขัดขวางก็ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งนี้ส่วนตัวยังไม่ได้วางแผนลงพื้นที่หาเสียง เพราะการเป็นรัฐบาล ไม่สามารถหาเสียงได้ในเวลาราชการ

เมื่อถามว่า จะประกาศตัวเป็นนายกฯอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “คนที่จะมาอาสาตัวต้องประกาศตัวชัดเจนทุกคน ทุกพรรคต้องเสนอตัวว่าจะสนับสนุนใคร” ส่วนที่เริ่มมีบางพรรคขยับควบรวมพรรคกันแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะการที่ตนประกาศยุบสภาล่วงหน้า ก็เพื่อให้แต่ละพรรคได้กำหนดแนวทางของตัวเองได้ ไม่ต้องมาบอกว่ามีการเอารัดเอาเปรียบกัน เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยยังไม่เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยบอกว่ายุบสภาแล้วจะชัด ตนเชื่อว่าเขาคงจะมีอยู่ในใจอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เปิดเผย อ้างว่ากลัวช้ำ ไม่รู้ว่ามีอะไรที่จะต้องช้ำ

ของจริง

มีนาคม 25, 2011 by nataya_p  
Filed under สดจากสนาม

ข่าวลือคนไทยอาจไม่ได้เลือกตั้ง ส่อเค้าเป็นจริงซะแล้ว

หลังเจ๊สด “สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งยอมรับแล้วว่า เจ๊เบื่องานกกต.ที่สุ่มเสี่ยงเข้าคุกเข้าตารางทุกวัน

เลยหันไปสมัครเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเรียบร้อยแล้วจ้า ตอนนี้รอแค่ศาลรัฐธรรมนูญจะกดปุ่มว่าต้องลาออกจากกกต.อ๊ะป่าว

นั่นไง ไม่มีมูลหมาไม่ขี้ ที่แท้ก็มีรายการคุณขอมาจนได้ ทำให้นักเลือกตั้งหูตาแหกรีบกดปุ่มผ่านร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับในบัดดล

ไม่ต้องคิดอะไรมาก เมืองไทยคล้ายแดนสนธยา มีเรื่องฮือฮาให้ฝรั่งตาน้ำข้าวอึ้งได้ทุกวัน

เอาเป็นว่าต้องตามติดตามตอนต่อไปว่าจะมีกกต.คนไหน ขี้เบื่องานดอดไปสมัครเป็นคณะกรรมการชุดอื่นอีกหรือไม่

ที่แน่ๆมีเลขาสุทธิพล ทวีชัยการ อีกหนึ่งที่พี่แกจะหมดวาระเลขาธิการกกต.ปลายปีนี้ เลยไปสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกสทช. งานเยอะ เงินแยะ

จะรู้ผลหมู่หรือจ่าช่วงเดียวกับวันเลือกตั้งพอดิบพอดี สรุปว่ากกต.ถือเป็นอีกหนึ่งแห่งแดนสนธยาจริงๆด้วย คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

และเข้ามาแล้วก็เจอคุกกันไปแล้วด้วยอย่างพี่วาส พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต.ที่ตอนนี้หลบพิษการเมืองไปทำสวนเงาะ สวนทุเรียน ที่จังหวัดจันทบุรี โน่น….

เก้าอี้กกต.เขาแรงจริงๆ พับผ่า….

“ทักษิณ” เมินยุบสภาเย้ยมาร์คลากยาวให้นาน

มีนาคม 13, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today, ต่างประเทศ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอลิงค์มายังเวทีชุมนุมของคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อเวลา 20.40 น.ตอนหนึ่งว่า ไม่แน่ใจว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดจริงหรือไม่ที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีการเลือกตั้งก็จะเป็นการทดสอบว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะยังเคารพการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ แต่วันนี้รู้สึกว่า จะสัญญาณไม่ดี ไม่รู้กรรมการจะเข้าข้างหรือไม่ จะปล่อยให้มีการโกงเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าปล่อยก็แสดงว่า ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ต้องปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ใครชนะคนนั้นได้เป็นรัฐบาลไม่ต้องให้ทหารมาช่วย ประชาชนเขากำลังตัดเองถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยจะ ได้ทักษิณกับทีมงานแน่นอน หรือเขาจะเสี่ยงเลือกฝั่งปัจจุบัน ได้นายอภิสิทธิ์ นายเนวิน ชิดชอบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นความเสี่ยง ดังนั้นไม่ต้องมายุ่งกับเขา

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ข่าวในวงในพรรคเพื่อไทยบอกว่า ทหารเป็นคนฆ่าประชาชนจริงหรือไม่ ทหารเผาเซ็นทรัลเวิลด์ จริงหรือไม่ ถ้าจริงมันต้องมีคนสั่ง เมื่อสั่งต้องกล้ารับ อย่าเที่ยวไปโทษใคร ดังนั้นขอให้ฟังการอภิปราย ตนทราบข่าวลึกๆ ว่า ทหารเป็นคนฆ่า ก็เหลือคนที่เสียสติเท่านั้นที่คิดว่าทหารไม่ฆ่า เพราะทหารเขาแบกทั้งปืน สไนเปอร์ เพียงแต่ว่าใครสั่งก็ต้องกล้ารับกันหน่อย ส่วนเรื่องทุจริต หัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เรื่องความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องดูว่าล้มเหลวอย่างไร วันนี้คนไทยเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์ม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอก 99 วันทำได้จริงเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็คิดแบบเด็กๆ พอมาเป็น 99 วันเลยทำไม่ได้

“มีสื่อโทรมาคุยกับผม เขาบอกว่า มี “4 ด.” ด.เด็ก ส่วน ด.อื่น ผมไม่รู้ไปเดาเอง ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พูด ในงานระดมทุน ถ้าอยากเห็นประเทศก้าวหน้าเลือกประชาธิปัตย์ ถ้าอยากถอยหลังให้เลือกอีกพรรค พูดดูดีมากครับ แต่มันตรงข้าม ถ้าถอยหลังทำไมมาลอกนโยบายพรรคไทยรักไทย แถมลอกแล้วยังทำไม่เป็นด้วย” อดีตนายกฯ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า นายสุเทพ บอกว่า พวกเสื้อแดงเป็นคอมมิวนิสต์ ใครกลัวคอมมิวนิสต์บ้างวันนี้ เมืองจีนก็พรรคคอมมิวนิสต์ เราก็ค้าขายกับเขาและเขาก็ค้าขายทั่วโลก ดังนั้นไม่มีใครกลัว ไม่ต้องมาปลุกผี เสื้อแดงไม่ใช่คอมมิวนิสต์ เสื้อแดงคือ ประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีใครกลัว แต่กลัวคอมมิชชั่นที่ลากกัน 30% มันเจ๊งทั้งระบบ อยากฝากถึงไอ้พรรคเนรคุณ ไอ้พรรคนี้เรื่องดีๆ มันคิดไม่เป็น แต่เรื่องเลวๆ มันคิดเก่ง สมองข้างขวาฝ่อ ข้างซ้ายมันโต มันไปบอกชาวบ้านว่า ให้เปิดบัญชีทิ้งแล้วเดี๋ยวจะมีเงินจากต่างประเทศโอนมาให้ คือ จะให้ชาวบ้านเชื่อว่า ผมจะโอนเงินมาให้ ดูมันคิดซิ วันนี้ไอ้วิชามารทั้งหลายมาเยอะ อย่าไปเชื่อพรรคเนรคุณ แต่ถ้ามันแจกตังค์ให้รับไว้

“ปีนี้อภิสิทธิ์จะยุบหรือไม่ ไม่ต้องห่วงเพราะยังไงก็ต้องเลือกตั้ง ให้มันลากไปให้ถึงที่สุดจะได้เห็นกันชัดๆ หารับทานกันให้เต็มที่ แล้วพี่น้องจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเลือกใคร วันนี้ นักเรียนนอก(ประเทศ) นายอดิศร เพียงเกษ นายวิสา คัญทัพ ก็ได้กลับมาแล้ว นักเรียนประจำ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ก็ออกจากโรงเรียนประจำ แต่นักเรียนนอกอย่างผม เกือบ 5 ปีแล้ว ยังไม่ได้กลับเลยจะทำอย่าง พี่น้องต้องเอาเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะถล่มทลายแล้วผมจะเป็นคนแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ พริบตาเดียวประชาชนจะอู้ฟู้ทั้งประเทศ 6 เดือนข้างหน้าหลังเป็นรัฐบาล คนไทยทั้งประเทศจะยิ้มแจ่มใสเพราะชีวิตจะมีแต่ความสุข หนี้สินเอาเก็บไว้ริมคลองได้เลย” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com

“เทือก”โต้วุ่นหอบ”มาร์ค”ถกลับผบ.ทบ.สกัดปฏิวัติ แจงเตรียมข้อมูลซักฟอก

มีนาคม 11, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

สุเทพ แจง กรณี พานายกฯ พบ ผบ. ทบ.เพื่อเตรียมข้อทูล สำหรับใช้ในการอภิปราย ย้ำมั่นใจ ทหารไม่ใครคิดปว.แย้ม อภิปรายครั้งนี้มีการทำข้อมูลส่วนตัวไว้บ้างแล้ว

เมื่อเวลา 08.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพบก พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และได้พบกับพล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบกนาน กว่า 3 ช.ม. ว่า การไปไม่มีอะไรพิเศษ ไปดูข้อมูลที่ได้ทำงานร่วมกันตอนที่ตนเป็นผอ.ศอฉ. และช่วงนี้งานยุ่ง และเมื่อมีการเสนอร่างพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารระเสร็จก็ได้ไปที่ศอฉ.เพื่อดูข้อมูลต่างๆ และเป็นการเตรียมทำการบ้าน

เมื่อถามว่าทางกองทัพเองมีความเป็นห่วงในเรื่องการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มีนาคม จนต้องเตรียมพร้อมตลอด 24ชม. นั้น นายสุเทพ กล่าวว่าไม่ถึงขนาดนั้น แต่ความเป็นห่วงในเรื่องการชุมุนุมมีทุกคนเป็นปกติและถ้าเขานัดชุมนุมกันมากๆ ก็ต้องติดตามสถานการณ์ว่า เขาจะทำอย่างไรต่อไปถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ทางผบ.ทบ.เป็นห่วงว่าที่กลุ่มเสื้อแดงพยายามยุให้รัฐบาลแตกกับกองทัพแล้วนำไปสู่การปฏิวัตินั้นนายสุเทพ กล่าวว่า ตนยืนยันว่า ทหารไม่คิดปฏิวัติ ไม่มีใครคิดปฏิวัติ ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง เพราะเป็นเรื่องของประชาชน ทหารก็เป็นทหารของประเทศ เขาแยกแยะได้ไม่มีใครคิดปฏิวัติแน่นอนไม่กังวลใจอะไร และส่วนตัวตนมองว่า ในขณะนี้มีการเลือกตั้งแน่นอน

เมื่อถามว่าการที่ไปพบและไปดูข้อมูลเพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในการเตรียมรับมือการอภิปรายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จริงๆแล้วตนได้ยกร่างของตนไว้บ้างแล้ว บางทีอาจจะลืมในรายละเอียดของเหตุการณ์บางอย่าง

ก็ต้องไปซักไซ้ไล่เรียงกันใหม่ ว่าใครสั่งการอะไรไปบ้าง แล้วผลที่สั่งไปเกิดอะไรขึ้นบ้างจึงจำเป็นต้องไปคุยกัน ส่วนความจำเป็นในการที่จะต้องให้ทหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาคอยเตรียมป้องข้อมูลในระหว่างการอภิปรายนั้น นายสุเทพ กล่าวว่าคงมีการเตรียนมการไว้ก่อนที่จะมีการอภิปราย การทำเฉพาะหน้าคงไม่ทัน

“เฉลิม” กระซวกรบ.ปล่อยปตท.ตั้งบริษัทลูกในสิงคโปร์ส่อทุจริต

มีนาคม 10, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

“เฉลิม”ฉายหนังตัวอย่างซักฟอก กระซวกรบ.ปล่อยปตท.ตั้งบริษัทลูกในสิงคโปร์ ส่อทุจริต ปล้นสมบัติชาติ ขู่เจอซักฟอกแน่ “วรรณรัตน์”โต้ทันควัน รับตั้งจริงแต่ถูกกม.ทุกอย่าง ท้ายื่นป.ป.ช.สอบ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง ปัญหาการนำเงินไปลงทุนของบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ถามว่า บริษัทปตท. ไปตั้งบริษัทลูกในสิงคโปร์ และมีการแยกเป็นบริษัทลูกอีก 3 บริษัท เพื่อลงทุนปลูกปาล์มในประเทศอินโดรนีเซีย มีการจ่ายเงินลงทุนแพงกว่าราคาทุนที่บริษัทนั้นตั้งไว้หรือไม่ และเหตุใดถึงต้องไปลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกตรวจสอบก่อให้เกิดการทุจริตหรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวยังขัดต่อ พ.ร.บ.พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพราะมติของคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2546 ระบุว่าการที่ปตท.ไปลงทุนอะไรต้องขอความเห็นของจากกฤษฎีกาก่อน แต่นี่ทำไปแล้วจึงมาแจ้งครม.เพื่อทราบภายหลัง เป็นการขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ดังนั้นขอให้รอเจอกันในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ชี้แจงแทนว่า ยอมรับว่าปตท.ไปตั้งบริษัทลงทุนในประเทศสิงคโปร์จริง เนื่องจากมีสิทธิพิเศษทางภาษี และต้องตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อจะเข้าปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดรนีเซียจริง เพราะกฎหมายอินโดนีเซียกำหนดไว้อย่างนั้น ทั้งหมดเป็นการพิจารณาเพื่อสิทธิพิเศษทางภาษี เพราะหากปตท.ไปตั้งบริษัทที่ประเทศอินโดรนีเซียเลย รายได้จะต้องหัก ณ ที่จ่ายในการปันผลมาที่ประเทศไทยถึง 15% แต่หากไปลงทุนที่สิงคโปร์จะมีสิทธิพิเศษทางภาษี ทำให้ปตท.หักภาษี ณ ที่จ่ายเพียง 10% ยืนยันว่าการลงทุนของปตท. ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆทุกกรณี และการบริหารงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีการแจ้งแผนการลงทุนให้สภาพัฒน์ฯเห็นชอบแล้ว ส่วนเรื่องการลงทุนซื้อถูกหรือแพงนั้น ในฐานะรมว.พลังงานมีอำนาจกำกับดูแลเชิงนโยบาย ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เพราะถือเป็นอำนาจคณะผู้บริหารของปตท. แต่ก็พร้อมจะตรวจสอบให้ ขอให้ร.ต.อ.เฉลิมส่งเอกสารหลักฐานมา หรือถ้าไม่มั่นใจจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สอบก็ได้

“เทือก”การันตียุบสภาก่อนมิ.ย. อ้างรัฐบาลอยากปรองดอง

มีนาคม 4, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

“สุเทพ” เมินชทพ.กดดันเลื่อนยุบสภา การันตียังยืนยันยุบสภาก่อนมิ.ย.ตามบัญชา”มาร์ค”เหมือนเดิม

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภายหลังเสร็จการอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิจารณาว่าถึงจุดที่รัฐบาลควรจะอยู่หรือไป จะยุบสภาเลยหรือไม่ ว่า รัฐบาลพิจารณาเรื่องจะยุบสภามาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เกี่ยวกับเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯได้ประกาสชัดเจนแล้วว่าภายในครึ่งปีนี้ และตนก็เรียนแล้วว่าขณะนี้นับถอยหลังได้แล้วและไม่ได้พูดเฉย ๆ พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำให้เห็นแล้วตนเตรียมจัดงานระดมทุน เตรียมคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ติดป้านโฆษณาแล้ว นี่แสดงความชัดเจนยิ่งแล้วว่าเราต้องการให้เข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้ง ที่รออยู่วันนี้คือให้กกต.ได้มีเวลาเตรียมตัว และฝ่ายสืเสื้อต่างๆ ทีมกีฬาสีทั้งหลายกลับเข้าโรงเรียนกันได้หรือไม่ เพื่อกลับเข้าไปสู่ระบบ เมื่อถามว่า แต่กกต.บอกพร้อมรับการเลือกตั้งตลอดเวลา นายสุเทพ กล่าวว่า กกต.ก็พูดเร็วไป รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมยังไม่ประกาศใช้เลย กกต.จะไปพูดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่าควรจะยุบสภาประมาณต.ค.-พ.ย.เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้เสร็จก่อน นายสุเทพ กล่าวว่า “กราบเรียนตรงๆ ผมเองก็เคยคิดอย่างนี้ ใจผม ๆ ถือว่านายกฯอภิสิทธิ์ได้มาเป็นนายกฯด้วยความชอบธรรม สภาฯลงมติเลือกนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯในสภาอย่างเปิดเผยชัดเจนเหมือนกับที่สภาฯเคยเลือกคุณสมัคร สุนทรเวชหรือนายนสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จึงมีสิทธิที่จะเป็นนายกฯบริหารราชการไปจนถึงเดือนธ.ค.ปีนี้ แต่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองมันเป็นอย่างนี้เป็นเงื่อนไขที่บางกลุ่มบางฝ่ายเอามาพูดจาว่าถ้าได้มีการเลือกตั้งนับหนึ่งกันใหม่ บ้านเมืองจะได้คืนกลับสู่ความสงบ เราก็อยากจะปรองดอง นายกฯเสนอแนวทางปรองดองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เขาไม่รับกันเอง มาถึงวันนี้นายกฯก็บอกว่ายินดีไม่ต้องการอยู่ไปจนถึงครบวาระ อยากจะให้มีเลือกตั้งใหม่ก็ขอให้ผ่านเงื่อนไขสำคัญไป วันนี้เรื่องเศรษฐกิจเรียบร้อย การแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านแล้วกำลังจะประกาศใช้ ก็มีเวลาให้กกต.ต้องเตรียมการแบ่งเขต ประกาศเขตเลือกตั้ง ซึ่งคิดว่าไม่นาน ถ้าบรรดานักกีฬาสีเสื้อสีต่างๆ กลับบ้านไปเข้าอยู่ในลู่ก่ทางที่ถูกต้องเตรียมลงสู่สนามเลือกตั้ง นายกฯก็ยุบสภาจัดให้มีเลือกตั้งใหม่ทันที

“เรื่องการยุบสภาฯที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลกับนายกฯยังเห็นไม่ตรงกันนั้นเรื่องช่วงเวลานั้น ผมเรีบยนได้เลยว่าการยุบสภาไม่มีใครเห็นตรงกันเลย ในฐานะเป็นส.ส.ติดต่อกันมา 30 กว่าปี ไม่มีส.ส.คนไหนที่อยากจะให้ยุบสภา เวลาจะได้เป็นส.ส.มันยาก เดินหาเสียงเลือกตั้งจนรองเท้าสึก ไหว้กันมือเมื่อย และกลางวันกลางคืนทุกข์ยากลำบาก ผู้แทนราษฎรกว่าจะได้รับคะแนนเมตตาไว้วางใจจากพี่น้องประชานทำยาก เมื่อเข้ามาเป็นส.ส.อยู่ในสภาเขาก็พยายามทำหน้าที่ของเขา และว่ากันตามจริงสภาฯไม่ได้ก่อนเหตุวุ่นวายอะไรเลย ไม่ได้เป็นปัญหาของสภาเลย ส.ส.เหล่านั้นไม่ใช่ต้นเหตุ แต่ต้นเหตุที่มีการเรียกร้องให้ยุบสภาฯมาจากฝ่ายอื่นทั้งสิ้น แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าอะไรก็ได้เพื่อที่จะให้บ้านเมืองตั้งต้นกันใหม่ก็ยินดี แต่ถามว่าเต็มใจหรือไม่ก็ไม่เต็มใจ อยากจะอยู่นาน อย่างไรก็ตามผมก็ยังยืนยันว่าการยุบสภาจะมีขึ้นก่อนเดือนมิ.ย. ท่านนายกฯยืนยันผมเป็นรองนายกฯก็ยืนยันตามนายกฯทุกอย่าง” นายสุเทพ กล่าว

หน้าต่อไป