Get Adobe Flash player

ผบ.ทบ.ปฏิเสธ.ตั้งพล.ร.7-พล.ม.3 ข่มขวัญเสื้อแดง

มีนาคม 3, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

ผบ.ทบ.ลั่นกองทัพบกจำเป็นต้องตั้ง พล.ร.7-พล.ม.3 เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ อย่ากังวลการใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ปฎิเสธไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อข่มขวัญคนเสื้อแดง ย้ำทหารไม่คิดแบ่งแยกสีเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน วอนเสื้อแดงปิดปากเสียทีทหารยิงประชาชนมิเช่นนั้นคงไม่จบ

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติงบลับ 2,300 ล้านบาทในการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7 )และกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3 ) ว่า เป็นการตั้งเพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตซึ่งกองทัพบกคิดมานานแล้ว สำหรับ พล.ร.7 เราตั้งเพื่อรับผิดชอบตามแนวชายแดน ทางด้านภาคเหนือภาคตะวันตก เพราะปัจจุบันมีกองพลทหารราบกองพลเดียว คือ พล.ร.4 และกองพลทหารม้าที่ 1 ( พล.ม.1) ซึ่งเป็นคนละภารกิจกัน สำหรับการป้องกันชายแดนของกองทัพภาคที่ 3 เรามีพื้นที่รับผิดชอบเกือบ 1,700 ก.ม. แต่ปัจจุบันมีแค่กองพลทหารราบกองพลเดียว ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอ จึงมองไปถึงอนาคตว่า ในศักยภาพของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน คงต้องมีความทัดเทียมกันในการป้องกันแนวชายแดนและรักษาอธิปไตย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้งบประมาณของ พล.ร.7 ในห้วงแรก เราใช้งบประมาณของกองทัพบก ไม่ได้เบิกงบใหม่จากรัฐบาล ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อตั้งเกือบ 10 ปี จึงขอให้อย่ากังวลของการใช้งบประมาณ ส่วนพล.ม.3 ก็เช่นเดียวกัน เรามีกรมทหารม้าที่ 6 อยู่แล้วและตั้งเฉพาะส่วนที่บังคับบัญชาขึ้น คือกองพลทหารม้าที่ 3 ทั้งนี้เพื่อเป็นหน่วยบังคับบัญชาของ กรมทหารม้าที่ 6 และในอนาคตถ้าจะมีการขยายก็ขึ้นอยู่กับภัยคุกคามในขั้นต้นใช้งบของทบ.ไม่ได้ใช้งบที่ไหนเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า การตั้งหน่วยทหารทั้ง 2 กองพลเพื่อข่มขวัญกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือเสื้อดำ ก็คนไทยด้วยกัน ตนไม่เห็นจำเป็นต้องไปข่มขวัญ ที่ผ่านมาทหารก็ช่วยทุกสี ทั้งแดง เหลือ เขียว ไม่ว่าภัยพิบัติต่างๆทหารก็ช่วย เราไม่เคยแบ่งแยกเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ฉะนั้นอย่ามาแบ่งแยกทหารว่า เราจะมีทหารเพื่อเอาไว้ข่มขวัญเสื้อแดง เสื้อเหลือง ตนคิดว่ามันไม่น่ากลัว ทหารไม่ได้น่ากลัวกับประชาชน อยากให้มองว่า ทหารเป็นมิตรกับประชาชน เพราะคำขวัญของทหารก็บอกอยู่แล้ว ว่า เราเป็นทหารเพื่อชาติ กษัตริย์ และประชาชน ถึงวันนี้ก็ไม่เคยไปเรียกร้องอะไรจากใครทั้งสิ้น เรื่องที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้น อย่าแบ่งแยกทหารว่า เป็นสีอื่นเลย เพราะเวลามีปัญหาเราก็ดูแลทุกสี

เมื่อถามว่า เว็ปไซด์กลุ่มคนเสื้อแดงระบุชื่อทหาร 5 คนที่ยิงคนเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าใครยิง ซึ่งจากการสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่มีว่า ใครยิงไป ไม่มี ฉะนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการสอบสวนดีกว่า ตนไม่อยากให้ทุกคนมามองแต่เจ้าหน้าที่ และอยากขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ด้วย ถ้ามัวพูดกันไปมาก็ไม่จบ ถ้าอยากเห็นประเทศชาติเดินไปข้างหน้า อยากเห็นความปรองดอง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่หยุดกันเสียที แล้วจะให้ทหารทำอย่างไร ซึ่งทหารไม่เคยเป็นศัตรูกับประชาชน ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม ไม่ว่าปีนี้ ปีที่แล้ว หรือปีต่อไป ทหารก็ยังเป็นทหารของชาติ ของประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นอย่าเกรงกลัวทหารว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อไปข่มขวัญคนเสื้อนั้น เสื้อนี้ ไม่มีหรอก มันข่มขวัญกันไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ตนเกรงว่าเขาจะข่มขวัญทหารมากกว่า ซึ่งทหารก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ผบ.ทบ.ยันทหารไทยยังตรึงกำลังแน่นตามแนวชายแดน เมินเขมรพาทูตทหารสำรวจพื้นที่ ย้ำความจริงก็คือความจริง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า ตนได้โทรศัพท์คุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้รายงานว่า เหตุการณ์เรียบร้อยดีไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น ส่วนการตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดน ก็ยังอยู่ประจำพื้นที่ตลอดเวลา ยังไม่มีการขยับกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งสิ้น เพราะเราต้องรักษาอธิปไตยของเรา ซึ่งต้องรอการพูดคุยในการประชุม จีบีซี.ของระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ซึ่งเรื่องนี้ รมว.กลาโหม กำลังดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่า กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารไปสำรวจพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชาเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของกัมพูชาเขาสามารถทำได้ ในส่วนของผู้ช่วยทูตทหารต่างๆ ก็รู้ดีอยู่แล้ว รวมถึงเขาเคยขึ้นมาดูในพื้นที่ของเราแล้วเขารู้ว่า อะไรเป็นอะไร การกระทำใดๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงไปได้ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เมื่อถามว่าทางกัมพูชาพยายามสร้างเหตุการณ์ว่าไทยเป็นผู้เริ่มยิงก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่า เราไม่ได้เป็นผู้เริ่มกระสุนนัดแรก และเราก็พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว เหตุการณ์ต่างๆเราจำเป็นต้องรักษาอธิปไตย รวมทั้งความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน

“มาร์ค”จี้ฝ่ายค้านเปิดข้อกล่าวหายื่นถอดถอนรมต. อ้างญัตติซักฟอกไม่สมบูรณ์

มีนาคม 2, 2011 by nataya_p  
Filed under การเมือง

“มาร์ค”จี้ฝ่ายค้านเปิดข้อกล่าวหายื่นถอดถอนรมต. อ้างญัตติซักฟอกไม่สมบูรณ์ เมินโดนขู่แฉหลักฐานใช้สิทธิพลเมืองผู้ดี
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 มี.ค.ที่ฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดเปิดอภิปรายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า เป็นการยื่นจากฝ่ายค้านหน้าที่ของรัฐบาลคือการชี้แจงขณะนี้กำลังจะไปสอบถามทางสภาว่าจะสามารถบรรจุญัตติได้เมื่อไหร่ เพราะเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้(2 มี.ค.) ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ได้แจ้งไปแล้วว่าทางรัฐบาลมีความพร้อม ผ้สื่อถามว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ระบุว่ามีการเร่งทางสภามากเกินไปและการบรรจุวาระญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ ใช่เรื่องที่จะเปิดปุ๊ปติดปั๊บ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องถือว่าสามารถยื่นญัตติได้แล้วก็ต้อมีความพร้อมที่จะอภิปราย และตนก็จำได้เมื่อปี 2551 รัฐบาลบอกล่วงล่วงหน้าเพียง 1-2 วันว่าให้อภิปรายเลย เราต้องอภิปราย เพราะถือว่าเมื่อยื่นญัตติแล้วก็ต้องพร้อม

ต่อข้อถามว่า ดูจากญัตติแล้วมีจุดไหนที่มีความกังวลกับข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่มี ก็พร้อมที่จะชี้แจง” เมื่อถามว่ามีหลายประเด็นพัวพันกับการทุจริตของรัฐมนตรีหลายคนคิดว่าจะ สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของตัวญัตติรายบุคคลนั้น ทุกคนก็ต้องพร้อมชี้แจงอย่างที่ตนเคยพูดไปแล้วว่าคนทำงานก็ต้องพร้อมที่จะ รับการตรวจสอบและชี้แจง เมื่อถามว่า ช่วงจังหวะที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะใกล้กับการเลือกตั้ง จะส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายค้านเองก็มีการหวังผลทางการเมือง ส่วนจะได้ผลอะไรกลับมาหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบ เรื่องนี้ก็แล้วแต่การอภิปราย แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงเช่นเดียวกัน ประชาชนเองก็สามารถรับฟังได้

เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลเรียกร้องให้ฝ่ายค้านเปิดเผยข้อมูลประเด็นในการยื่นญัตติถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีออกกจากตำแหน่งก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเราไม่ทราบเหตุผลเราก็ไม่ทราบได้ว่าญัตตินั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเวลาที่มีการอภิปรายในสภารัฐธรรมนูญมีการเขียนไว้ชัดเจนว่าถ้าเป็น เรื่องการทุจริต หรือไปกระทำการอันผิดกฎหมายจะต้องมีการถอดถอนด้วย และการถอดถอนก็ต้องระบุถึงพฤติกรรมให้ชัดเจน เหตุผลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เช่นนี้ก็เพราะไม่ต้องการให้มีการมากล่าวหากันลอยๆ จะต้องมีการไปพิสูจน์ ในด้านหนึ่งก็เพราะจะไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถที่จะพูดอะไรโดยไม่มีหลักฐานในข้อ หาซึ่งเป็นข้อหาหนัก อีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยฝ่ายค้านเพราะมักจะพูดกันว่ารัฐบาลมีเสียงข้างมาก ถ้าปรากฎว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่หนักแน่น แต่เสียงข้างมากอาจจะไว้วางใจกันไปก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องจะถูกผ่านไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.)ยังสามารถดำเนินการต่อได้ เรื่องนี้คิดว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนต้องเปิดเผยข้อมูลให้เราได้รับทราบ

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านยังไม่ยอมเปิดเผยจะมีผลต่อญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ไม่สมบูรณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็มี ก็จะไม่สามารถอภิปราย เพราะสมมติว่ามีการอภิปรายและเป็นเรื่องการทุจริต หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายก็ต้องมาตรวจสอบก่อนว่ามีการ ยื่นถอดถอนไว้หรือไม่ การที่ฝ่ายค้านไม่ยอมระบุถึงเหตุผลก็จะทำให้เกิดปัญหาระหว่างการอภิปรายมาก ขึ้น ส่วนจะเป็นเกมของฝ่ายค้านหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ เดี๋ยวต้องรอให้ทางประธานสภาฯ และประธานรัฐสภาวินิจฉัย”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่ามีข้อมูลหลักฐานที่นายกรัฐมนตรีเคยไปใช้สิทธิ์สัญชาติอังกฤษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็รอฟังฝ่ายค้านเขาก็แล้วกัน” จากนั้นก็เดินเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวทันที

“สาทิตย์”บี้ฝ่ายค้านโชว์ญัตติถอดถอนขู่ปกปิดขัดรธน.

มีนาคม 1, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ประสานการขอรายละเอียดคำยื่นถอดถอนในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านว่า หลังจากที่ทราบว่าฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติถอดถอน 9 รมต.ก็ได้ติดตามอยู่ว่าประเด็นในการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีแต่ละคนมีเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งแปลกใจอยู่ว่าครั้งนี้การยื่นขอถอดถอนยังไม่มีการเปิดเผยเอกสารข้อมูล เพราะทุกครั้งที่มีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีก็จะเปิดเผยเอกสารทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้รัฐมนตรีที่ถูกยื่นถอดถอนได้รับทราบข้อกล่าวหา เพราะจะเกี่ยวพันไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ซึ่งการอภิปรายในบางเรื่องจะทำไม่ได้หากไม่ยื่นถอดถอนก่อน เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้ว่าโดนยื่นถอดถอนเรื่องอะไรก็จะเป็นปัญหาในการอภิปรายว่าผู้อภิปรายจะอภิปรายอยู่ในกรอบที่ยื่นถอดถอนไว้หรือไม่ เช่นหากรัฐมนตรีคนหนึ่งถูกยื่นถอดถอน 3 เรื่องแต่รัฐมนตรีไม่รู้ว่าในเอกสารที่ฝ่ายค้านยื่นนั้นมีครบทั้ง 3 เรื่องหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนประสานกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯว่าจะทำอย่างไรให้รับมนตรีรู้ตัวว่าตนเองถูกยื่นถอดถอนเรื่องอะไร เพื่อจะได้เป็นกรอบในการควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ให้นอกเหนือจากญัตติที่ยื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายนอกเหนือจากญัตติที่ยื่นจะเป็นการขัดกฎหมายหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงเป็นการขัดข้อบังคับการประชุมสภาฯเพราะข้อบังคับการประชุมสภากรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะให้พูดเฉพาะในประเด็นหรือญัตติที่มีการยื่น ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะอ้างว่ารัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะพูดไม่ได้ถ้ามีการยื่นถอดถอน แต่เมื่อยื่นแล้วเรากลับไม่รู้ว่าฝ่ายค้านยื่นเรื่องอะไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในกรอบประเด็นของญัตติหรือไม่ เราจึงอยากให้ฝ่ายค้านเปิดเผยประเด็นของญัตติเพื่อให้การอภิปรายเป็นไปในทางที่ชัดเจนขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่ทำให้การอภิปรายตรงตามรัฐธรรมนูญมากขึ้น ในส่วนของรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาเรื่องความพร้อม

ต่อข้อถามว่า ทำไมฝ่ายค้านต้องปกปิดรายละเอียดในญัตติ นายสาทิตย์ ตอบว่า ตนก็ไม่เข้าใจ อาจจะเป็นกลยุทธ์หรืออะไร แต่ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเราก็เปิดเผยเอกสารทั้งหมด ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายฝ่ายค้านยืนยันที่จะไม่เปิเผยรายละเอียดในญัตติจะทำอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็ต้องไปคุยกันในที่ประชุมสภาฯว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะควบคุมการอภิปรายอย่างไรเพื่อให้อยู่ในกรอบของการยื่นถอดถอน เพราะกรอบในญัตติจะเป็นตัวสำคัญที่จะบังคับฝ่ายค้านกล่าวหาฝ่ายบริหารในสิ่งที่ตนเองมีข้อมูลข้อเท็จจริง มิฉะนั้นก็จะพูดได้ทุกเรื่องโดยที่ไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ก็ขาดความรับผิดชอบในการกล่าวหา เมื่อถามว่า ถ้าญัตติยังไม่มีความชัดเจนจะอภิปรายได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ แต่ถ้าปล่อยให้อภิปรายไปก็จะเป็นการอภิปรายที่มีปัญหาเพราะจะผิดทั้งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ต่อข้อถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ไปขอรายละเอียดของญัตติกับประธานวุฒิสภา เพราะเป็นคนรับญัตติถอดถอน นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ

ส่วนกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มารับงานต่อถูกยื่นถอดถอนด้วยเกี่ยวกับงบประชาสัมพันธ์จะช่วยอย่างไร นายสาทิตย์ ตอบว่า ความจริงยังไม่รู้เลยส่าฝ่ายค้านกล่าวหาอย่างไร ส่วนเรื่องการช่วยเหลือกันไม่มีปัญหาเพราะครม.ที่งานใดเชื่อมโยงกันก็ต้องช่วยกันอธิบายอยู่แล้ว ถ้ามีประเด็นพาดพิงมาถึงตนก็พร้อมช่วยเตรียมข้อมูลชี้แจง

“นายกฯ” ยันน้ำมันปาล์มจุกชมพูทั่วถึง-ลั่นไม่ขาดแคลนอีกแน่

กุมภาพันธ์ 27, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายกฯเผยผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯย้ำน้ำมันปาล์มจุกสีชมพูถึงมือประชาชนทั่วประเทศอีก2วัน ยืนยันไม่ขาดแคลนอีกในอนาคต

รายการเชื่อมั่นประเทศกับนายกฯอภิสิทธิ์วันนี้ เปิดรายการโดยสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน กรณีปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการว่า อีก2วันต่อจากนี้ไป น้ำมันปาล์มขวดจุกสีชมพู จะกระจายไปถึงมือประชาชนทั่วประเทศ จำหน่ายในราคาขวดละ 47บาท จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หรือเก็บกักตุนน้ำมันปาล์ม เพราะขณะนี้แนวโน้มสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ผลิตผลิตปาล์มเริ่มมีมากขึ้น ใกล้กลับสู่ภาวะปกติ จะมีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 8 มี.ค.เพื่อหารือวางมาตรการแก้ปัญหา

“เมื่อวานนี้ได้ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มขาด อีก1-2วันจะทั่วถึงในกทม.ก่อน และอีก2วันจะกระจายไปยังประชาชนทั่วประเทศ ขอย้ำว่าเมื่อโครงการนี้ได้รับการแก้ไขปัญหา และเดินไปแล้ว จะไม่มีการขาดแคลนเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แนวโน้มขณะนี้เริ่มดีขึ้น ราคาเริ่มลดลง จะไม่มีการขึ้นราคา เพราะผลผลิตปาล์มที่ออกมาจะมีปริมาณเพียงพอ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com

ปชป.คิกออฟ4แคมเปญรับศึกลต.ชนพท.อัด5ล้มเหลว10จำทน

กุมภาพันธ์ 27, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค จะเป็นประธานในพิธีเปิดตัวแคมเปญเลือกตั้ง “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” ที่ลานอเนกประสงค์ ตลาดนัดสวนจตุจักร เวลา 13.30 น. โดยเป็นการคิกออฟแคมเปญเพื่อเตรียมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โดยจะมีการประกาศ 1.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25 % ใน 2 ปี เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ทราบว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จึงเห็นว่าการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25 % หากคำนวณดูแล้วจะเป็นเงินที่มากกว่า 300 บาท 2.ออกโฉนดชุมชนให้ 2.5 แสนครอบครัว 3.ทุนการศึกษามหาวิทยาลัย 2.5 แสนทุนทั่วประเทศ และ 4.จัดกองกำลังตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด 2,500 คน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าว นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายเพื่อการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้คิด โดยในวันพรุ่งนี้นอกจาก นายอภิสิทธิ์ จะร่วมงานแล้ว ยังมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.กทม.ทั้ง 37 เขต ไปร่วมงานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมพรรคไม่ได้คิดจะเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวในช่วงนี้ แต่พิจารณาแล้วเห็นว่าอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ได้เริ่มที่จะออกนโยบายหาเสียงและโจมตีพรรคประชาธิปัตว่า 5 ล้มเหลว 10 จำทน นอกจากนี้ ในช่วงเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยังมีการใช้แคมเปญหาเสียงว่า หยุดคอรัปชั่นได้แล้ว หรือ กทม. รัฐบาล พวกเดียวกัน เลือกคนใหม่ได้แล้ว และหยุดฆ่าประชาชน เลือกเพื่อไทยดีกว่า เป็นต้น ซึ่งพรรคเห็นว่ารูปแบบการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการโจมตีพรรคคู่แข่งค่อนข้างรุนแรง ต่างจากในอดีตที่จะพูดถึงสิ่งที่พรรคการเมืองจะทำให้ประชาชน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยหาเสียงกล่าวหาพรรคเพื่อไทยรุนแรงเช่นนี้

“นพดล”เผยทักษิณกำลังเขียนแนวคิดแก้เศรษฐกิจไทย

กุมภาพันธ์ 25, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ เผยนายใหญ่กำลังเขียนหนังสือแนวคิดแก้เศรษฐกิจของประเทศไทย

วันที่(25 ก.พ.54) เว็บไซต์เนชั่นออนไลน์ รายงานข่าวแจ้งว่านายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังคงพำนักอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทำธุรกิจในแอฟริกาและแถบยุโรปตะวันออก ทั้งนี้เข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณกำลังเขียนหนังสือเรื่องแนวคิดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ในโอกาสที่เหมาะสม เพราะวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณมีความเป็นห่วงเรื่องปัญหาปากท้องชาวบ้านและสินค้าราคาแพง
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีความยินดีที่ศาลให้ประกันตัวแกนนำนปช. โดยเห็นว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเริ่มต้นความปรองดอง แต่ก็ยังเป็นห่วงคนเสื้อแดงบางส่วนที่ยังถูกกักขังอยู่ โดยท่านได้บอกกับส.ส.เสมอว่า ถ้ามีโอกาสให้ไปเยี่ยมเยียนด้วย ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.จะขอลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยนั้น ต้องยอมรับว่าหลายคนมีความสามารถและมีอุดมการณ์ที่ดี ดังนั้นจึงก็มีสิทธิ์แจ้งความจำนงขอลงสมัครส.ส.ทั้งระบบเขตและแบบปาร์ตี้ลิสต์ได้ ซึ่งพรรคคงต้องพิจารณาไปตามเนื้อผ้า เพราะวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีปัญหาคนขาด มีแต่คนมาร่วมงานมากจนล้น อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ลงสมัครส.ส.พรรคก็ยังมีบทบาทอื่นที่จะให้ช่วยทำงานได้

แกนนำพธม.เข้าพบพนง.สอบสวน-รับทราบข้อหาฝ่าฝืนพรบ.มั่นคง

กุมภาพันธ์ 22, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

จำลอง-สนธิ ลิ้มทองกุล นำแกนนำพันธมิตร เข้ารับทราบข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.บ.มั่นคง เจ้าหน้าที่เตรียม 1 กองร้อยดูแลความสงบ ผบช.น.เชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรง สอบสวนเสร็จเตรียมปล่อยกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ว่า แกนนำม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวอย่างต่อเนื่องโดยมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง มาเป็นคนแรกในเวลา 09.14 น. ตามด้วยนายรักษ์ รักษ์พงษ์ (สมณะโพธิรักษ์) จากนั้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วยนายประพันธ์ คูณมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายเทิดภูมิ ใจดี นายพิภพ ธงไชย นายอมร อมรรัตนานนท์ เดินทางเข้ารายงานตัว พร้อมกันขาดเพียงนายสุริยะใส กตะศิลา ที่นัดหมายพนักงานสอบสวนว่า จะมารายงานตัวในช่วงบ่ายวันนี้
ขณะที่นายทศพล แก้วทิมา หนึ่งในแกนนำที่ถูกหมายเรียกได้ส่งทนายความมาพบพนักงานสอบสวนขอเลื่อนการเข้ารายงานตัวตามหมายเรียกเป็นวันอื่น โดยทนายความส่วนตัวให้เหตุผลว่า ยังไม่พร้อมอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่เจ้าตัวเคยยืนยันบนเวทีปราศรัยพัยธมิตรฯว่า จะไม่เข้ามอบตัวอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากไม่มอบตัวในครั้งแรกพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2และจะออกหมายจับในครั้งต่อไป
สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแกนนำแต่ละคนที่เดินทางเข้ามามีสีหน้าเรียบเฉยไม่มีท่าทีเคร่งเครียดแต่อย่างใด โดยมีประชาชนร่วมเดินทางมาให้กำลังใจประปรายเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันไว้ด้านนอกไม่อนุญาตให้เข้ามาด้านใน บช.น.ยกเว้นเสียแต่ผู้ที่มีหมายเรียก ซึ่งประชาชนก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของกำลังตำรวจ 1 กองร้อย

ทั้งนี้เว็บไซต์โพสต์รายงานข่าวแจ้งว่า สนธิมั่นใจพธม.ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย นายสนธิ ได้กล่าวภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาว่า ตนเป็นตัวแทนทั้ง 10 คน มาพูด เรามามอบตัวตามหมายเรียกของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ ทางเราปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การภายใน 30 วัน ส่วนแนวทางการสู้คดีมั่นใจว่าทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้กระทำผิดเพราะเรามีแนวทางที่ชัดเจน

“เราเชื่อว่า พ.ร.บ.มั่นคง ฉบับนี้ออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่มีเหตุผลในการออก และเชื่อมั่นว่าภายใน 3 วัน ทนายความของพันธมิตรฯจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง” นายสนธิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแกนนำเสื้อแดงอาจจะได้รับการประกันในช่วงบ่ายวันนี้ นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจเรื่องของคนอื่น สนแต่เรื่องของเรา ฉะนั้นแล้วเรื่องของคนอื่นเราไม่ขอยุ่งเกี่ยว ส่วนการดำเนินการฟ้องกลับพนักงานสอบสวน นายสนธิ กล่าวว่า ต้องดูว่าทนายความจะดำเนินการอย่างไร เพราะ พ.ร.บ.มั่งคง มีช่องโหว่มากและเป็นการออก พ.ร.บ.มั่นคงเพื่อผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่มีเหตุการณ์กระทบความมั่นคงแต่กับออก พ.ร.บ.ความมั่นคง เหตุผลเพราะว่านักการเมืองกลัวความจริงที่ถูกพูดออกมาจากการชุมนุม และรู้ว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมแบบอหิงสา ปราศจากอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้วการฟ้องกับหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าช่องโหว่ทางกฎหมายและเจตนาที่ออกนั้นเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นเจตนาที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งก็คงต้องดำเนินการทางกฎหมาย

พรบ.ไม่มั่นคง

กุมภาพันธ์ 22, 2011 by nataya_p  
Filed under บทบรรณาธิการ

การประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯเพื่อควบคุม ดำเนินการ ป้องกันการชุมนุมที่ผิดกฎหมายได้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลา 15 วัน

ซึ่งหมายความว่าพ.ร.บ.มั่นคงจะมีผลบังคับใช้วันสุดท้ายในรอบแรกวันที่ 23 ก.พ.นี้

แต่ทำท่าว่าจะมีการขอให้ต่ออายุพ.ร.บ.มั่นคงฯจากทีป่ระชุมครม.ในวันที่ 22 ก.พ.ซึ่งจะเป็น 1 วันก่อนที่พ.ร.บ.จะสิ้นสภาพการบังคับใช้

จากการชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากแปลม็อบ 2 ม็อบที่รายรอบอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ก็คือม็อบเสื้อเหลือง หรือม็อบที่ใครต่อใครรู้จักกันในนาม ม็อบเส้นใหญ่

การชุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาล กรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหารถูกจุดขึ้นมาและก่อม็อบรวมเวลาจนถึงวันนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้ว

ม็อบ 2 กลุ่มนี้มีการพัฒนาการเป็นระยะจากชุมนุมกันบนฟุตปาต บาทวิถี ก็ไหลเลื่อนลงมาปิดถนนพิษณุโลก ตั้งเต๊นท์ ตั้งเวทีกันเป็นมหกรรม

ก็อีหรอบเดิม!!!

ตามตำราม็อบเส้นใหญ่ ที่รัฐบาลเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วที่เป็นชื่อกล่าวขานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ยึกยัก อึกอักไม่ค่อยจะกล้าหรือเรียกว่ากล้าๆกลัวหรือกลัวมากกว่ากล้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายมั่นคง

จนพวกเราเห็นแจ่มแจ้งว่าม็อบเขาเส้นใหญ่จริงๆ

15 วันที่โหมประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ

คนที่ใช้กฎหมายและเอากฎหมายมาใช้เป็นไปแบบไร้ประสิทธิภาพ

ซึ่งหากการใช้กฎหมายหรือเอากฎหมายมาใช้ โดยที่คนใช้ไม่คิดจะทำอะไรต่ออะไรตามกฎหมายหรือเอาออกมาใช้แค่ขู่ๆหรือหลอกต้มคนไทยที่ไม่ใช่สายเสื้อเหลืองว่าสองมาตรฐานไม่มีอีกแล้วในประเทศไทย

หลอกได้ก็แค่ข้ามวัน แต่ลวงกันได้ไม่ทันข้ามคืนกับวิธีการพรรค์นี้

ดังนั้นวันที่ 22 ก.พ.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะขอมติครม.ต่อเวลาพ.ร.บ.มั่นคงฯฉบับเดียวกันนี้ แต่จะลดพื้นที่ควบคุม

มันจะเป็นวิธีฉมังตรงไหน หากการเอามาใช้มันไม่ทรงประสิทธิภาพ

ม็อบเสื้อเหลืองเดินเอาแหยียบย่ำ จนพ.ร.บ.มั่นคงเต็มไปด้วย “รอยเท้า”

ปิดถนน “ยำตีน”เศษกระดาษตามประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ

เสียเวล่ำเวลาปาหี่กันไปทำไม

อายเด็กมันเปล่าๆ

ผบ.ตร.หนุนขยายพรบ.มั่นคงคุมMOB

กุมภาพันธ์ 19, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

วันที่(19 ก.พ.54) เว็บไซต์เนชั่นออนไลน์รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดปทุมวนารามฯ ซึ่งมีกลุ่ม นชป. รวมตัวกันวางดอกไม้ให้กับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จำนวน 2 กองร้อย ต่อมาเวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันเดินไปรวมตัวยังบริเวณแยกราชประสงค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมให้รวมตัวอยู่บนฟุตบาตทางเท้าของถนนราชดำริ เพื่อไม่ให้ลงมากีดขวางเส้นทางการจราจร แต่ก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก ประกอบกับบางส่วนได้นำรถยนต์และจักยานยนต์มาจอด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดถนนไปโดยปริยาย

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีกำหนดการที่จะเคลื่อนขบวนด้วยเท้าและรถยนต์บางส่วน เพื่อไปยังศาลฎีกา เพื่ออ่านคำร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ปล่อยตัว นปช. และแกนนำที่อยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ โดยใช้เส้นทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนหลานหลวง ถนนราชดำเนิน คาดว่าจะถึงศาลฎีกาในเวลา 14.00 น. ก่อนที่จะไปปักหลักชุมนุมอยู่ที่อนุเสาร์รีย์ประชาธิปไตย กระทั่งถึงเวลา 24.00 น. ก่อนจะสหลายการชุมนุม
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.ที่รวมตัวอยู่ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์และเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังศาลฎีกาเพื่ออ่านแถลงการณ์และข้อเรียกให้มีการปล่อยตัวแกนนำกลุ่ม นปช.ที่ถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ ในเวลา 14.00 น.โดยระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมและมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากการข่าวและผลการเจรจาร่วมกับแกนนำเป็นไปในแนวทางที่ดี และไม่พบว่าเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แต่ยอมรับว่ามีความกังวลใจ เนื่องจากจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาเป็นจำนวนมากและในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครก็มีการชุมนุมหลายกลุ่ม อาจนำไปสู่เหตุการณ์เผชิญหน้ากันได้ พร้อมสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตั้งด่านตรวจสกัดตามจุดสำคัญรอบกรุงเพื่อป้องกันการนำอาวุธร้ายแรงเข้ามาในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่า เห็นด้วยที่จะมีการประกาศขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ต่อไปอีก เนื่องจากมีเป็นเครื่องที่ช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในวันพรุ่งนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ว่าจำเป็นต้องประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ ขณะเดียวกันยืนยันว่าส่วนตัวต้องการผลักดันให้มี พรบ.การชุมนุมในที่สาธารณเกิดขึ้นจริง

จับหนุ่มนร.นอก พบปืน-กระสุนอื้อใกล้ม็อบพธม.

กุมภาพันธ์ 17, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, อาชญากรรม

วันที่(17 ก.พ.54) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ผู้ต้องหาคือนายจิรสนิท หรือเด็ด ชิตประสงค์ อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลาง ปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 83 นัด ปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุน 123 นัด เครื่องกระสุนขนาด .38 จำนวน 24 นัดพร้อมแม็กกาซีน 2 อัน มีดพกสั้น 3 เล่ม และรถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน ฎณ-7116 กทม. แต่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้ต้องหาใช้สิทธิไม่ขอร่วมแถลงข่าวด้วย

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อคือที่ผ่านมา เวลา 02.50 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านจุดตรวจค้นและจุดสกัดบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ มีรถกระบะต้องสงสัยขับเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกตรวจค้น หลังจากที่ตรวจค้นพบอาวุธปืนจำนวนมาก สอบสวนเจ้าของรถทราบชื่อคือจิรสนิท หรือเด็ด ชิตประสงค์ อายุ 35 ปี ให้การรับสารภาพว่า อาวุธทั้งหมดเป็นของตนเอง และทราบดีว่าไม่มีใบอนุญาตพกพา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ พร้อมกับยึดอาวุธทั้งหมดทันที

“เบื้องต้นจาการสอบสวน ผู้ต้องหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด ทราบว่ามีอาชีพทำงานในบริษัทการเงินแห่งหนึ่ง และเป็นนักเรียนนอก เพิ่งจบปริญญาโทมาจากประเทศอังกฤษ ผู้ต้องหาให้การว่า พกพาอาวุธเพื่อไว้ซ้อมยิงปืน และเพิ่งไปกลับจากไปส่งแฟนสาวมา แต่ไม่ได้นำอาวุธออกจากรถด้วย กระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด”พล.ต.ต.วิชัย กล่าว

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป


ผลสลากกินแบ่งฯงวด 16 พ.ค.55