ฝ่ายค้านสบช่องบี้ขอเวลาจัดรายการผ่านช่อง11
สิงหาคม 29, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, topsecret
วันที่(29 ส.ค.54) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะให้ช่วงเวลาฝ่ายค้านจัดรายการผ่านช่อง11ว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหลักการนี้รัฐบาลชุดที่แล้วเคยวางเอาไว้ แต่ฝ่ายค้านขณะนั้นคือพรรคเพื่อไทยไม่ยอมเข้ามาดำเนินการและได้ประกาศไปชัดเจนเมื่อฝ่ายีค้านร้องขอ รัฐบาลก็จะหาเวลารองรับ อยาางไรก็ตามเมื่อรัฐบาลเปิดทางอย่างนี้ก็ดี จะจัดเวลาอย่างไรก็เสนอมาดูว่าจะให้เวลาไหน เราก็อยากเห็นบรรยากาศที่ดี ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเป็นการพูดจริงหรือไม่…รัฐมนตรีมีอำนาจและต้องขอบคุณรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งที่อยากฝากก็คือเรื่องการถ่ายทอดสดการพิจารณากระทู้ถามในการประชุมสภาฯวันพฤหัสบดีที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ริเริ่มเอาไว้เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากเพราะใช้เวทีสภาแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ตนจะเข้าหารือกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯในวันที่31ส.ค.นี้ที่รัฐสภาว่าการจัดรายการจะมีหลักและรูปแบบอย่างไร
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนรายการทางช่อง11ที่มีข่าวลือหนาหูว่าจะมีการปลดรายการบางรายการออกไป ซึ่งเราอยากเห็นบรรยากาศที่รัฐบาลจะไม่มีการแทรกแซงสื่อและปล่อยให้สื่อมีเสรี
วันสุดท้ายก่อนลา “มาร์ค” ล็อคทีวีรวมการเฉพาะกิจรายงานสถานะ ปท.
สิงหาคม 3, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
วันที่(3 ส.ค.54) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากครบวาระการบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ที่จะส่งมอบการบริหารประเทศไทยโดยการรายงานพิเศษ ภายใต้ชื่อ“รายงานสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการส่งมอบการบริหารประเทศ” โดยเนื้อหาหลักๆจะพูดถึงงานที่สำคัญเร่งด่วนที่อยากฝากรัฐบาลให้ดำเนินการต่อ และรายงานสถานะทางการคลังของประเทศว่ามีสถานะเป็นอย่างไรเพื่อให้ปราะชาชนและรัฐบาลใหม่ได้รับทราบข้อมูลพร้อมๆกัน นอกจากนี้จะมีการพูดถึงสถานะทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องปากท้อง สุดท้ายจะพูดถึงสถานะทางสังคมและความมั่นคง ซึ่งจะขอความร่วมมือโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ออกอากาศพร้อมกันในวันที่ 4 ส.ค.เวลา 20.30น.เนื้อหามีความยาวประมาณ 10 นาที
นายสาทิตย์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการทำเป็นเอกสาร 50-100 เล่ม ซึ่งเอกสารจะส่งให้รัฐบาลใหม่และสื่อมวลชนเพื่อเผยแพร่ให้ปราะชาชนทราบต่อไป คาดว่าการจัดทำเอกสารจะแล้วเสร็จในช่วงบ่ายวันที่ 4ส.ค.เช่นเดียวกัน เป็นการแถลงก่อนพ้นตำแหน่ง ทั้งนี้เท่าที่มีการตรวจสอบรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีการรายงานลักษณะแบบนี้ คิดว่าเป็นครั้งแรก เพราะเราเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญว่าช่วงรัฐบาลต่อรัฐบาลควรมีการรายงานสถานะเพื่อให้ประชาชนได้สบายใจว่ารัฐบาลชุดเดิมที่ทำไป สถานะประเทศมีปัญหาหรือดำเนินการด้านใดที่ดีขึ้น และมีงานที่ต้องสานต่ออย่างไรบ้าง
“สาทิตย์ -อภิรักษ์” นำทีมปชป.บวงสรวงพระรูป ร.5 ก่อนจัดเวทีปราศรัยใหญ่
มิถุนายน 30, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, talk of the town, การเมือง
ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ ภายหลังร่วมทำพิธีบวงสรวงกราบสักการะพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ถึงการเตรียมการจัดตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 1ก.ค.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า สวนอัมพร ภายใต้คอนเซ็ป “ อนาคตประเทศไทย ใต้ฟ้าเดียวกัน” ว่า จากการไปตรวจการจัดเวทีคิดว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที โดยจะเริ่มการปราศรัยในเวลา 18.00 น . โดยการปราศรัยเริ่มที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้ง จะพูดเรื่อง การเชื่อมโยงกทม.กับคนทั่วประเทศ ที่เข้ามาอาศัยในกทม. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคภาคกทม. พูดเรื่องนโยบายที่ดำเนินการไปแล้ว และปิดท้ายด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่จะเริ่มด้วยการทักทายประชาชน ในเวทีต่างๆด้วย ซึ่งจะมีเฉพาะในกทม.ที่ตัวผู้ปราศรัย จะเจอกับผู้ปราศรัยในกทม.เท่านั้น และอยากให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมด้วย จะเสร็จการปราศรัยลงในเวลาประมาณ 20.30 น.
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า การปราศรัยจะมีเวทีรวม 10 เวที ที่กทม.1 เวที และจะมีเวทีคู่ขนาน 9 เวที ภาคเหนือที่เชียงใหม่ จัดที่หน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ที่ จ.สุโขทัย จัดที่หน้าเมืองเก่า มีผู้ดูแลคือนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ และนายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ภาคอีสานจัดที่ จ.อุบลราชธานีและที่ จ.อุดรธานี ภาคกลางที่ จ.เพชรบุรี ภาคตะวันออก ที่ จ.ระยอง ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ มี 3 เวที คือ 3 จังหวัดภาคใต้ คือที่ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส จ.นครศรีธรรมราช มีนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค และที่ จ.สุราษฏร์ธานี มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกทม. ทั้งนี้เวทีต่างที่ไม่ได้กล่าวถึงก็จะมีผู้ใหญ่ของพรรคไปดูแล พร้อมกันนี้ที่จุดปราศรัยจะมีจอ LED 19 จอ จัดลำโพง ยาวไปใกล้ๆกับเวทีพันธมิตร แต่รับรองไม่กวนกัน เพราะคิดว่าคนคงเยอะมาก ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยก็จะประชุมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า บริเวณด้านข้างเวที จะมีจอขนาดใหญ่ 9 จอที่จะเป็นภาพของแต่ละเวทีทั่วประเทศ โดยจะมีการเชื่อมกันโดยระบบดาวเทียมตลอดเวลา และเมื่อนายอภิสิทธิ์ เริ่มปราศรัยในเวลาประมาณ 19.00 น. ก็จะเริ่มเชื่อมสัญญาณลิงก์กับเวทีต่างๆทั่วประเทศสามารถที่จะพูดคุยกับเวทีต่างๆด้วย การเตรียมรองรับคนเฉพาะที่ลานพระบรมรูปเตรียมไว้ประมาณ 8-9 หมื่น เวทีต่างจังหวัดบางเวทีอาจจะมากกว่า 1 หมื่นคน คิดแล้วทั่วประเทศน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2แสนคน โดยจะมีการถ่ายทอดสดระบบๆไลฟ์สตรีม ผ่านทางเฟสบุ๊ค
“ ถือเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เป็นการสรุปเรื่องทั้งหมดที่เราได้รณรงค์หาเสียงมา และก็จะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าทำไมต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อเลือกแล้ว จะได้อะไรกับประเทศไทย กับประชาชนคนไทยและหากใครได้ติดตามจะเกิดความชัดเจนว่า แนวคิดของนายกอภิสิทธ์และพรรคประชาธิปัตย์ทำเพื่อคนไทยทุกคนนั้นคืออะไร” นายสาทิตย์
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บนเวทีปราศรัย จะมีการนำประชาชนที่เคยร่วมกิจกรรมทั่วประเทศกับนายกรัฐมนตรีมาขึ้นเวทีด้วย อาทิ คนที่ร่วมดำนาที่ จ.สุโขทัย คนที่ได้มอเตอร์ไซด์ จากเงินส่วนต่างจากการประกันรายได้ คนที่ได้โฉนดชุมชนจากคลองโยง เพื่อยืนยันว่านโยบายนี้เป็นของคนไทยทุกคนและคนไทยทุกคนได้ประโยชน์ ส่วนประเด็นที่จะเชิญชวนให้ปีระชาชนมารับฟังการปราศรัย คือตรงที่นายอภิสิทธิ์ จะชี้ให้เห็นว่า ทันทีทีเป็นรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีเราจะทำอะไร ท่านจะบอกให้รู้ว่าในแนวคิดของท่านและพรรคประชาธิปัตย์ เราอยากเห็นเมืองไทยเป็นอย่างไร ส่วนจะดึงคนมาได้มากกว่าที่พรรคเพื่อไทยจัดขึ้นในวันเดียวกันที่ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่เวทีนี้เป็นเวทีที่จะลิงก์กับเวทีอื่นทั่วประเทศ ตนเชื่อว่าเมื่อการปราศรัยจบแล้วจะมั่นใจได้ว่า เมื่อเลือกพรรคประชาธิปัตย์และประเทศจะกลับคืนสู่ความสงบ ช่วยกันดับไฟประเทศปฏิเสธความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเวทีดังกล่าวจะหันหลังให้กับ พระที่นั่งอนันตสมาคม หัวหน้าเข้าด้านหลังพระบรมรูปทรงม้า มีขนาดความยาว 21.6 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร ใช้สีฟ้ากับสีขาว เป็นธีมของงาน นายสาทิตย์ และนายอภิรักษ์
ครม.เตรียมอนุมัติงบช่วยน้ำท่วมหลังตรวจสอบความเสียหาย
มิถุนายน 28, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, มติ ครม.
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามนายกรัฐมนตรีไปตรวจเยี่ยมเหตุการณ์อุทกภัยใน จ.น่าน กล่าวว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และได้มอบหมายให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ ผู้สมัคร ส.ส. จ.ตาก ซึ่งนายชัยวุฒิ ก็ได้ไปกินนอนในพื้่นที่นั้น และดูสถานการณ์ในพื้นที่ จ.แพร่ จ.ตาก และ จ.อุตรดิตถ์ ด้วย โดยเราทำสองอย่างคือ ไปแก้ไขสถานการณ์ใน จ.น่านซึ่งได้ทำงานร่วมกับจังหวัดมาตลอด และ มีคำเตือนไปยังแต่ละจังหวัดให้เฝ้าระวัง ดังนั้นการเดินทางในวันนี้เป็นการไปดูปัญหาจริงและหารือข้อราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ครม. ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือหรือยัง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องไปดูพื้นที่ก่อนว่ามีความเสียหายอย่างไร เราจึงจะอนุมัติ แต่เราก็พร้อม เพราะได้ปรึกษา กกต. แล้วว่า ครม.อนุมัติงบประมาณได้ไม่ผิดกฎหมาย กกต.
เมื่อถามถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งพรรคไทย ที่ลงพื้นที จ.น่าน เช่นเดียวกัน แต่นายสาทิตย์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยระบุว่านั้นเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย แต่เราทำในนามรัฐบาล
เริ่มแล้ว! เวทีปราศรัยปชป.คึกคัก ประชาชนร่วมฟังแน่น
มิถุนายน 23, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, talk of the town, การเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การจัดปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภายใต้หัวข้อ “ดับไฟประเทศ” ว่าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยรูปแบบเวทีปราศรัยนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ใช้ฉากหลังสีฟ้าตรงกลางเป็นธงชาติไทยผืนใหญ่มีโพเดียมและไมโครโฟนตั้งกลาง มีการจัดวางเครื่องเสียงอย่างดี พร้อมจอแอลซีดีมอนิเตอร์สำหรับผู้ปราศรัย ซึ่งนอกจากจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ 2 ข้างเวทีแล้วยังเพิ่มจอบริเวณที่นั่งผู้ชมเพื่อความทั่วถึงอีกด้วย
สำหรับการรักษาความปลอดภัยนั้น สน.ปทุมวัน ถือเป็นเป็นแม่งานตั้งกองอำนวยการร่วมประสานงานแผนรปภ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งชายหญิง แผนงานวางกำลังหนาแน่นเข้มงวดรัศมี 400 เมตรรอบแยกราชประสงค์ มีการวางเส้นทางหลบหนีสำหรับบุคคลสำคัญ โดยให้ใช้เส้นทางด้านหลังห้าง โดยกันไม่ให้มีผู้ใดเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าว โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กก.บห.พรรคปชป.เดินทางมาดูความพร้อมเป็นคนแรกตั้งแต่ช่วงบ่าย
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลา 16.00 น. ฝนได้เทลงมาอย่างหนักทำให้ทุกคนวิ่งหลบเข้าเต๊นท์กันจ้าละหวั่นแต่เมื่อแกนนำสำคัญทยอยเดินทางมาสมทบฝนก็หยุดตกทันที ทั้งนี้แกนนำสำคัญร่วมคับคั่ง อาทิ นายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายกรณ์ จาติกวณิช ฯลฯ ฝ่ายกฎหมายพรรคนำโดยนายบุณฑิต ศิริพันธุ์ รวมทั้งผู้สมัครส.ส.กทม.และบัญชีรายชื่อของพรรค
ขณะที่กิจกรรมบนเวทีเริ่มเมื่อเวลา 16.30 น. พิธีกรทำความเข้าใจผู้ชมว่า การปราศรัยครั้งนี้จะไม่เหมือนกับการปราศรัยหาเสียงปกติของพรรคปชป. เพราะจะเป็นการชี้แจงข้อกล่าวหาที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าปชป.ฆ่าประชาชน จากนั้นแกนนำบางส่วนทยอยขึ้นทักทายมวลชนนับพันคน อาทิ นายอภิรักษ์ รวมถึงนายกรณ์ที่ระบุการทำงานของรัฐบาลยากลำบากและถูกขัดแข้งขัดขามาตลอด ดังนั้นไม่ใช่เวลาจะกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกแล้ว
สำหรับคิวปราศรัยโดย 4 ขุนพลปชป.เริ่มที่นายสุเทพ เล่าถึงเหตุการณ์จลาจลในกทม.ช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 พร้อมฉายภาพและคลิปประกอบ นายกอร์ปศักดิ์ เล่าถึงกระบวนการปรองดองและการเจรจากับแกนนำเสื้อแดงที่ไม่สำเร็จเพราะมีคนสั่งล้มโต๊ะเจรจา นายชวนปราศรัยเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย และนายอภิสิทธิ์ปิดท้ายด้วยการเดินหน้าประเทศไทย
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เดินทางมาถึงบริเวณที่ปราศรัยในเวลา 17.40 น. และได้เข้าไปพูดคุยกับบรรดาแกนนำพรรคด้านในห้างเซ็นทรัลเวิลด์
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 17.50 น . ฝนเริ่มตกมาอีกครั้งหนึ่งทำให้ประชาชนที่มารับฟังต้องกางร่มและหลบอยู่ตามใต้หลังคาและบางส่วนก็หลบเข้าไปในห้าง เช่นเดียวกับผู้สื่อข่าวที่ต้องเบียดหลบฝนอยู่ภายในเต๊นท์หลังเวทีที่ทางพรรคได้จัดเตรียมไว้ให้อย่างทุลักทุเล
ปชป.ปูด “ทักษิณ” เตรียมจ้อสัมภาษณ์สื่อโค้งสุดท้าย หวังชี้นำการเลือกตั้ง
มิถุนายน 20, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, talk of the town, การเมือง
“สาทิตย์” จวกยับเสื้อแดงตามป่วนหวังหาเสียง หวังชิงพื้นที่ข่าว ปูดแผนเพิ่อไทยเตรียมให้สื่อตีแผ่คำสัมภาษณ์ “ทักษิณ” ช่วงโค้งสุดท้าย จี้กกต.จับตาให้ความสำคัญ หวั่นพูดชี้นำการเลือกตั้ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์เจองานหนักในการหาเสียงโค้งสุดท้าย เพราะการนำเสนอนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ถูกเบียดแย่งพื้นที่ข่าวโดยกลุ่มเสื้อแดงที่ตามไปป่วนการหาเสียง บางครั้งมาแค่ 3-5 คน แต่สื่อก็ไปเสนอข่าวเหมือนกับมากันเป็นพันๆคน ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ไปปราศรัยก็ได้เป็นข่าวเต็มๆ เพราะไม่มีใครตามไปป่วน ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ฉลาดที่ไม่ยอมไปร่วมดีเบตแสดงวิสัยทัศน์การเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี แต่ใช้วิธีให้สื่อตามไปสัมภาษณ์วันละรอบ ซึ่งไม่สามารถวัดแนวคิดการเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางถอยแล้ว เมื่อไม่จัดเวที ก็ถูกตามป่วน ดังนั้นจึงต้องจัดเวทีปราศรัยใหญ่ วันที่ 23 มิ.ย.ที่แยกราชประสงค์มันซะเลย เพื่อให้รู้ว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของคนเสื้อแดงฝ่ายเดียว แต่เป็นของคนไทยทุกคน
นายสาทิตย์กล่าวว่า คิดว่า ในช่วงโค้งสุดท้าย กลุ่มเสื้อแดงก็จะมีกระบวนการต่างๆออกมาอีก ทราบว่า ขณะนี้มีสื่อบางคนกำลังทำเรื่องไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงมาก เพราะการไปสัมภาษณ์นักโทษหนีคดี ซึ่งถ้อยคำการให้สัมภาษณ์อาจมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งแน่นอน ทั้งๆที่ไม่ใช่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง เมื่อสื่อนำมาเสนอ กกต.ก็ควรพิจารณาว่า เป็นธรรมกับการเลือกตั้งหรือมีผลชี้นำต่อการเลือกตั้งหรือไม่ กกต.ต้องเคร่งครัดเรื่องนี้เพราะคำพูดอาจจะกระทบกับสถาบัน คนในประเทศ และกระบวนการยุติธรรม มีผลกระทบต่อการชี้นำการเลือกตั้งแน่นอน ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ผู้สมัครส.ส. ขนาดโพลยังห้ามนำเสนอในโค้งสุดท้ายเลย ดังนั้นกกต.ควรจับตาดูเรื่องนี้ เพราะ เป็นสำคัญยิ่งกว่ากกต.ไปดูการเลือกตั้งที่ต่างประเทศเสียอีก
“สาทิตย์”ประเมิน2พรรคใหญ่ดึงเสียงพรรคร่วม 70 เสียงตั้งรัฐบาล
พฤษภาคม 31, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
“สาทิตย์”ไม่หนุน “สุเทพ”นั่งเก้าอี้นายกฯ ยันดัน “อภิสิทธิ์” นั่งแท่นผู้นำประเทศต่อ ประเมิน “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” ใช้เสียงพรรคร่วมอีก 70-80 เสียง ตั้งรัฐบาล ย้ำสัมพันธภาพพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย สนับสนุนให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรีว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนที่พรรคขนาดกลางพยายามสร้างเงื่อนไขต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยนั้น เนื่องจากทุกโพลคาดตรงกันว่า ไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงข้างมากจนสามารถตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียวได้ ซึ่งคาดว่า พรรคใหญ่น่าจะได้คะแนนเสียงไล่เลี่ยกันที่ 200 เสียง จึงจำเป็นต้องใช้เสียงเพี่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 70-80 เสียง ซึ่งต้องมาจากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ยังเหนียวแน่น ไม่มีห่างเหินไปจับมือกับพรรคคู่แข่ง แกนนำพรรคก็ยังคุยกันอยู่ในฐานะรัฐบาลที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา
“มาร์ค”ให้รมต.ลากิจหาเสียงไม่เกินสัปดาห์ละ 3 วัน
“ มาร์ค”ขีดเส้นรมต.ลากิจหาเสียงได้สัปดาห์ละ 3 วัน เตือนงดส่งพวงหรีดและหลีกเลี่ยงกิจกรรมสุ่มเสี่ยงผิดกม.เลือกตั้งป้องกันถูกฟ้องร้อง
เมื่อเวลา 10.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า ในการประชุมครม.หารือเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติตัวในช่วงระหว่างการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)ออกระเบียบต่าง ๆ มา โดยทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแนะนำรัฐมนตรีในเรื่องการปฎิบัติตัวเพื่อเป็นแนวทาง เช่นการไปร่วมงานสัมมนาหรืองานเลี้ยงต่าง ๆ ต้องระมัดระวัง ถ้าเป็นงานดินเนอร์ทอล์คควรหลีกเลี่ยง ส่วนรถประจำตำแหน่งที่กันกระสุนนั้นควรใช้เฉพาะในเวลาราชการเท่านั้น ส่วนงานศพนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าใจว่าผู้สมัครเขตสามารถส่งพวงหรีดนอกเขตเลือกตั้ง แต่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่ควรส่งพวงหรีดในงานศพ อย่างกรณีของว่าร.ต.นายไพโรจน์ สุวรรณฉวีนั้นนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถวางพวงหรีดได้
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังได้กำหนดแนวปฎิบัติในการทำงานด้วยว่าอนุญาติให้รัฐมนตรีลากิจได้สัปดาห์ละไม่เกิน 3 วัน หากใครลาเกิน 3 วันนายกรัฐมนตรีจะไม่อนุมัติ ส่วนนายกรัฐมนตรีนั้นจะใช้ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินคือตามดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีและแจ้งให้ครม.ทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แจ้งลากิจต่อที่ประชุมครม.แล้ว โดยลาในวันที่ 19-20 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ในวันที่ 19 พ.ค.ซึ่งเป็นวันรับสมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อวันแรกนั้นรัฐมนตรีคงจะลาหลายคน ซึ่งในการประชุมครม.ครั้งนี้มีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 22 คน อย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับตั้งแต่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมานั้นยังไม่เคยมีรัฐบาลรักษาการลงสมัครรับเลือกตั้งจึงไม่แนวทางปฎิบัติที่ชัดเจนและไม่มีใครตอบได้ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ นายกรัฐมนตรีจึงได้มีแนวปฎิบัติบนกรอบของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจะถูกฟ้องร้อง
“มาร์ค”บุกราชบุรีปราศรัยกลางทุ่ง เย้ย”ชัยสิทธิ์”พูดได้แต่เรื่องเสื้อแดง-ช่วย”ทักษิณ”
พฤษภาคม 13, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, การเมือง
วันที่ 13 พ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสาทิตย์วงศ์ หนองเตย รมต.ประจำสำนักายกรัฐมนตรี นายศิริโชคโสภา อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนที่ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งราชบุรีของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 5 เขต และชาวบ้านประมาณ 100 กว่าคน มารอต้อนรับและฟังการปราศรัยอยู่บริเวณลานริมถนนของกรมทางหลวงชนบทสายคูบัว-แยกห้วยชินสีห์ ซึ่งมีทุ่งนาล้อมรอบ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ยืนปราศรัยโดยอาศัยร่มเงาใต้ต้นก้ามปู ต้นมะม่วง และต้นมะขามเทศ เพื่อชี้แจงผลงานของรัฐบาลและนโยบายที่จะดำเนินการต่อหากได้รับเลือกกลับมาเป็นรัฐบาลภายใต้สโลแกนของพรรค”เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกร และการปราบปรามยาเสพติด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเดินทางกลับ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวระหว่างการปราศรัยตอนหนึ่งว่า ระหว่างทางเห็นโปาเตอร์(พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร) ว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย)คู่ต่อสู้ของนางกัลยา ศริเนาวกุล ว่าที่ผู้สมัครของพรรคแล้วคิดว่าสู้ไหวไหมซึ่งมีเสียงชาวบ้านผู้หญิงสูงอายุตะโกนแทรกว่า”ไหวเพราะคู่ต่อสู้แก่แล้ว”นายอภิสิทธิ์ ได้แต่ยิ้มและหัวเราะเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อว่า ถ้าเขามาก็ให้ถามเขาหน่อยว่าเขาจะเปลี่ยนอะไรในสิ่งที่เราทำไว้บ้าง ก็ชัดเจนเรื่องประกันรายได้เขาเปลี่ยนแน่นอน เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องตัดสินใจก็แล้วกันว่าจะเอาคนที่มาแล้วทำต่อได้ทันทีหรือจะอาคนที่มาแล้วลังเลว่าจะทำต่อหรือจะเปลี่ยนสิ่งที่ทำไว้แล้วให้ถามเขาหน่อยแต่ตนว่าไม่รู้ว่าเขาจะมาหาหรือเปล่าก็ไม่รู้ กลัวมาถึงจะพูดแต่เรื่องเสื้อแดง แล้วตอนนี้ตกลงเขาจะเอาใครเป็นนายกฯตามข่าวจะเอาน้องสาวคุณยิ่งลักษณ์(น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ซึ่งผู้สมัครที่นี่ก็เป็นพี่ชายนามสกุลเดียวกัน แต่เป็นห่วงว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลแล้วต้องหาทางเอาคุณทักษิณกลับมา ซึ่งการที่คุณทักษิณกลับไม่กลับไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเลย บังเอิญหนีไปเพราะศาลตัดสินจำคุก และมีคดีค้างอีกถึง 6-7 คดี กลับมาก็ต้องไปล้างความผิดกก่อนกว่าจะกลับมาทำนได้ ตนคิดว่าคงวุ่นวายแน่
คชอ.ชงครม.ขอ 2.1 พันล้านบาทฟื้นฟูสภาพน้ำท่วม
เมษายน 25, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, มติ ครม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า ในการประชุมครม.วันที่ 26 เม.ย. คชอ.จะเสนอของบประมาณ 2,100 ล้านบาท เพื่อให้ 9 หน่วยงานนำซ่อมแซม ฟื้นฟูสภาพความเสียหายจากอุทกภัยในภาคใต้ เช่น กระทรวงคมนาคม ของบประมาณ 74 ล้านบาท ซ่อมสนามบินจ.นครศรีธรรมราช และซ่อมทางรถไฟ 250 ล้านบาท กรมทางหลวงของบซ่อมถนน 799 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 300 ล้านบาท และในสัปดาห์หน้า คชอ.จะพิจารณาของบประมาณเพิ่มเติมอีก 1,300 ล้านบาท รวมแล้วคาดว่าจะใช้งบประมาณการซ่อมแซมฟื้นฟูความเสียหายทั้งหมด 3,200 ล้านบาท ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังจากปัญหาอุทกภัยปี 2554นั้น ขณะนี้มีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 830 หลังคาเรือน และบ้านเรือนที่เสียหายจากวาตภัยครั้งที่แล้ว 116 หลังคาเรือน รวมทั้งสิ้น 946 หลังคาเรือน ซึ่งจะแบ่งให้หน่วยงานต่างๆไปช่วยสร้างให้ คาดว่า ใช้งบไม่เกิน 100 ล้านบาท
นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2554 จำนวน 5,000 บาทต่อครัวเรือนนั้น ขณะนี้จ่ายเงินชดเชยไปแล้ว 120,000 ครัวเรือน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 200,000 ครัวเรือน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะจ่ายเงินชดเชยที่เหลืออยู่ 2 แสนครัวเรือนได้เสร็จ

กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












