Get Adobe Flash player

อดีตเจ้าหน้าที่ฝึกงานทำเนียบขาวแฉสัมพันธ์ลับกับ “เจเอฟเค”

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ว่า นางมิมี่ อัลฟอร์ด หญิงชาวอเมริกัน วัย 68 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ฝึกงานทำเนียขาวในยุคประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ และพนักงานโบสถ์ปลดเกษียณ ได้ออกหนังสือ
อัตชีวประวัติของเธอ อ้างว่าเธอมีความสัมพันธ์ลับกับเจเอฟเค เมื่อครั้งเป็นเจ้าหน้าที่งานฝึกทำเนียบขาว โดยเขาเป็นผู้ชายคนแรกทำให้เธอเสียสาว ในช่วงมีความสัมพันธ์ลับเป็นเวลา 18 เดือน ระหว่างทำงานในทำเนียบขาว

เหตุการณ์ดังกล่าว ผู้นำทรงอิทธิพลของสหรฐ ได้ดึงเธอเข้าไปในห้องนอนของแจ๊กเกอลีน เคนเนดี้ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในขณะนั้น และโน้มน้าวให้เธอยอมเสียตัวให้เขา โดยเธอไม่สามารถทัดทานขัดขืนได้ และว่า เจเอฟเคยังเคยบังคับให้เธอ”ใช้ยา”ระหว่างงานปาร์ตี้ฮอลลีวูดในไร่ของ”บิง ครอสบี้”และขอให้เธอมีเซ็กส์โดยมีผู้ช่วยของเขานั่งดู นอกจากนี้ อัตชีวประวัตินี้อ้างด้วยว่า เธอมักจะเรียกเจเอฟเคว่า”ท่านประธานาธิบดี”แทนที่จะเรียกว่า”แจ๊ก”แม้ตามนอนด้วยกันบนเตียง

อัตชีวประวัตินี้ระบุว่า เธอยังเคยคิดว่า เจเอฟเคเป็นพ่อของลูกในท้องเธอ แม้จะเป็นการเข้าใจผิด และว่า แม้จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่เธอกับผู้นำสหรัฐรายนี้ไม่เคยจูบกัน และเธอมักจะตกเป็นวัตถุทางเพศต้องรอเจเอฟเคที่โรงแรมของเธอ จนกระทั่งเขาจะเรียกตัวเธอ และเมื่อเธอกำหนดจะแต่งงานกันเพื่อนชาย เจเอฟเคยังต้องการให้เธอมี”สัมพันธ์ลับ”กับเขาต่อไป แม้ว่าเธอจะบอกว่า เธอกำลังจะแต่งงานแล้ว แต่เจเอฟเคกลับยักไหล่ บอกว่า”เขารู้แล้ว แต่ยังไงเขาก็จะโทรไปหาเธอ” และว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขายุติลงหลังจากเจเอฟเคถูกลอบสังหาร

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า อัตชีวประวัตินี้ถือเป็นการเปิดเปลือยภาพลักษณ์อื้อฉาวของจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ด้านชีวิตเซ็กส์ที่อื้อฉาวและละเอียดที่สุดของอัตชีวประวัติหลายชิ้นที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา

SNSD สุดฮอต ร้าน Best Buy ปิดพื้นที่เพื่องานแฟนมีทติ้ง หลังแฟนคลับทะลักร้าน

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under Asian Star-สำคัญ, breakingnews


เกิร์ลกรุ๊ปวง SNSD ได้พิสูจน์ถึงความนิยมของพวกเธออีกครั้งหนึ่ง โดยในครั้งนี้ได้มีการสั่งปิดร้านจำหน่ายซีดีเพื่อจัดพื้นที่สำหรับงานแฟนมีทติ้งร่วมกับแฟนคลับชาวอเมริกา

โดยงานแฟนมีทติ้งดังกล่าวได้จัดขึ้นที่ร้าน Best Buy ในย่าน NYC Union Square ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งงานในวันนั้นมีแฟนคลับจำนวนมากถึง 1,300 คน ทำให้บริเวณพื้นที่จัดงานเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน และจากการรวมตัวกันของฝูงชนจำนวนมาก ทำให้ทางร้านต้องสั่งปิดพื้นที่บริเวณในร้านชั่วคราวพื้นความปลอดภัย

ตัวแทนของทางร้าน Best Buy ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ว่า ‘นี่เป็นครั้งล่าสุดที่พวกเราต้องสั่งปิดร้านเพื่อรักษาความปลอดภัย นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่ Lady Gaga ได้เคยมาจัดงานที่นี่ครับ’

ก่อนหน้านั้น SNSD ได้เคยไปออกในรายการทอล์คโชว์ชื่อดังอย่าง ‘The Late Show with David Letterman’ และ ‘Live! With Kelly’ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมในรายการเป็นอย่างมาก

ข้อมูลจาก

http://www.popcornfor2.com

มหาเศรษฐี “โดนัลด์ ทรัมป์” หนุน “มิตต์ รอมนีย์” ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

กุมภาพันธ์ 3, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์และรายการเรียลิตี้โชว์ทางโทรทัศน์ ประกาศสนับสนุนนายมิตต์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายทรัมพ์กล่าวแถลงที่โรงแรมทรัมพ์ อินเตอร์เนชันแนล โฮเทล ในนครลาสเวกัส หลังมอบเงินสนับสนุนมูลค่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีนายรอมนีย์และภริยายืนอยู่เคียงข้างว่า นายมิตต์ รอมนีย์ เป็นคนเข้มแข็งและฉลาดหลักแหลม เชื่อว่าจะเป็นผู้ที่ไม่ปล่อยให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับประเทศชาติเขารักอีกต่อไป และเชื่อว่าเขาจะนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ และปรารถนาที่จะช่วยนายรอมนีย์หาเสียงอีกด้วย

นายทรัมป์ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนล่าสุดที่ประกาศสนับสนุนอดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ จากที่ก่อนหน้านี้เขาได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกจอห์น แมคเคน และ คริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่นายกิงกริช ได้รับการสนับสนุนจากนางแซราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสก้า และนายเฮอร์แมน เคน อดีตผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งมาจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดขั้วในพรรครีพับลิกัน

ผลการสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดก่อนถึงการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐเนวาดาพบว่า นายมิตต์ รอมนีย์ ทำคะแนนนำห่างนายนิวท์ กิงกริช ขาดลอยด้วยเสียงสนับสนุนร้อยละ 45 ต่อ 25

ก่อนหน้านี้ นายทรัมพ์เคยประกาศที่จะลงชิงชัยในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะผู้สมัครอิสระ แต่ประกาศยกเลิกความคิดในเวลาต่อมา ขณะที่นายนิวท์ กิงกริช อดีตโฆษกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คู่แข่งของนายรอมนีย์ เปิดเผยว่า เขาไม่ได้พูดคุยกับนายทรัมพ์มาเป็นเวลานานาหลายสัปดาห์ และไม่สนใจว่าเขาจะมีแผนสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งใดๆอีก แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่าเขามีความชื่นชมทั้งในตัวนายรอมนีย์และนายกิงกริชก็ตาม

นักล่าสมบัติอ้างพบขุมทรัพย์มูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ นอกชายฝั่งสหรัฐ

กุมภาพันธ์ 2, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

นักล่าสมบัติกล่าวว่าค้นพบซากเรือกลไฟของอังกฤษที่จมลงในทะเลเพราะถูกยิงด้วยตอร์ปิโดของเรือดำน้ำเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเรือดังกล่าวบรรทุกแท่งทองคำขาว ซึ่งมีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน (ประมาณ 93,000 ล้านบาท) และหากคำอ้างดังกล่าวเป็นความจริง นี่จะเป็นหนึ่งในการค้นพบสมบัติที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หนังสือพิมพ์บอสตัน โกลโบ รายงานว่านายเกร็ก บรูคส์ นักล่าสมบัติจากบริษัทซับ ซี รีเสิร์ช ที่มีฐานอยู่ที่เมืองกอร์แธม ในรัฐเมน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ค้นพบเรือของอังกฤษชื่อเอสเอส พอร์ต นิโคลสัน ซึ่งจมลงในช่วงปี 1942 อยู่ที่พื้นมหาสมุทรในระดับความลึกราว 213 เมตร ห่างจากเมืองโพรวินซ์ทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประมาณ 80 กิโลเมตร

นายบรู๊คส์เผยว่า เขาและผู้ช่วยได้สังเกตเห็นสมบัติดังกล่าวผ่านกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ และหวังว่าจะสามารถค้นหาสมบัติได้ภายในสิ้นเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า  เขาค้นพบเรือลำนี้ในเมื่อเดือนสิงหาคม 2008  เรือดังกล่าวบรรทุกทองคำขาวขนาด 71 ตัน ซึ่งมีมูลค่าในสมัยนั้น 53 ล้านดอลลาร์  ทั้งนี้ ทองคำขาวดังกล่าว เป็นค่าตอบแทนที่ทางการโซเวียตในขณะนั้นจ่ายให้สหรัฐฯ เพื่อเป็นค่ายุทโธปกรณ์

นักล่าสมบัติกล่าวว่าที่รอบ ๆ ซากเรือพบกล่องอย่างน้อย 30 กล่อง เชื่อว่าบรรจุแท่งทองคำขาวกล่องละ 4-5 แท่ง  และมีความเป็นไปได้ที่จะมีทองคำแท่งน้ำหนัก 10 ตัน และเพชรอุตสาหกรรมบางส่วน

ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษระบุว่า ยังไม่ทราบแนชัดว่าเรือดังกล่าวมีทองคำขาวจริงหรือไม่ แต่หากเป็นจริง  นี่อาจกลายเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ ว่าใครสมควรที่จะเป็นผู้ครอบครองสมบัติ ทั้งนี้ เรือลำนี้เดินทางจากเมืองฮาลิแฟกซ์ในแคนาดาไปยังนครนิวยอร์ก แต่ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจมลงในปี 1942 มีผู้เสียชีวิต 6 คน และรอดชีวิต 87 คน

วุฒิสมาชิกสหรัฐเสนอ กม.ห้ามใช้ตัวอ่อนมนุษย์ปรุงอาหาร

มกราคม 27, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

วุฒิสมาชิกราล์ฟ ชอร์ตตีย์ แห่งรัฐโอคลาโฮม่า ของสหรัฐ ได้เสนอให้ออกกฎหมายห้ามการใช้ตัวอ่อนมนุษย์มาปรุงเป็นอาหาร อันเป็นหนึ่งในการกระทำที่พิสดารและผิดศีลธรรมอย่างมากนอกเหนือจากเรื่องการทำแท้งที่กำลังเป็นข้อโต้แย้งในสหรัฐ

การเสนอกฎหมายนี้ มีขึ้นหลังจากเริ่มเกิดข่าวลือแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ และกลุ่มต่อต้านการทำแท้งว่า เป๊ปซี่ ผู้ผลิตน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่ ใช้ตัวอ่อนมนุษย์ที่ถูกทำแท้งมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และเป๊ปซี่ได้ประณามข่าวลือที่เกิดขึ้นว่า เป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาปากต่อปากโดยปราศจากความจริงโดยสิ้นเชิง และปีเตอร์ แลนด์ โฆษกของเป๊ปซี่โค ได้ตอบโต้ว่า ไม่เคยดำเนินการหรือสนับสนุนเงินทุนด้านการวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์จากเนื้อเยื่อหรือเซลล์ที่มาจากตัวอ่อนมนุษย์แต่อย่างใด

ข่าวลือนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการยื่นขอจดสิทธิบัตรของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ” เซโนมิกซ์ “ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของเป๊ปซี่ ที่อ้างถึงการใช้เซลล์ไลน์ (cell line) เอชอีเค293 ซึ่งเป็นเซลล์ที่แยกจากสิ่งมีชีวิต หรืออวัยวะของสิ่งมีชีวิตโดยตรง มาใช้ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ตัวอย่างรสชาติ

ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เซลล์ไลน์ เอชอีเค293 สกัดจากไตของตัวอ่อนมนุษย์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเซลล์ที่ง่ายต่อการโคลนและใช้ในงานวิจัยไบโอเท็ค ซึ่งวุฒิสมาชิกชอร์ตตี้ย์ กล่าวว่า เขาได้ค้นคว้าประเด็นนี้มานานประมาณ 1 ปี และวิตกที่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่จะป้องกันการใช้เซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ หรือเนื้อเยื่อจากตัวอ่อนมนุษย์มาใช้ในการปรุงอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

วุฒิสมาชิกชอร์ตตีย์ ซึ่งเตรียมเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการยับยั้งการใช้ตัวอ่อนมนุษย์ ให้วุฒิสภาโอคลาโฮม่าพิจารณาในเดือนหน้า ยืนยันว่า ต้องการเตือนให้สาธารณชนได้รับรู้และป้องกันไม่ให้บรรดาบริษัทต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไร้ศีลธรรมในรัฐโอคลาโฮม่า เขายังบอกด้วยว่า เขาไม่ได้คิดไปถึงขั้นการจำตัวอ่อนมนุษย์มาหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปปรุงเป็นอาหาร แต่การที่บริษัทเซโนมิกซ์ยื่นขอจดสิทธิบัตรการใช้เซลล์ไลน์ เอชอีเค293 ที่สกัดจากไตของทารกที่แท้ง เพื่อดูการตอบสนองของเซลล์ต่อรสชาติที่แตกต่างนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นการทำลายชีวิตมนุษย์เพียงเพื่อปรับปรุงรสชาติอาหารเท่านั้น

ศาลสหรัฐจ่ายเงินค่าเสียหายกว่า 700 ล้านบาท หลังหนุ่มมะกันถูกฟ้องจับติดคุกฟรี 16 ปี

มกราคม 26, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

สำนักข่าวต่งประเทศรายงานเมื่อวันทีค่ 26 ม.ค.ว่า นายธัดเดอุส ไจมีเนซ หนุ่มชาวเมืองชิคาโกวัย 32 ปี ชาวสหรัฐ ซึ่งต้องติดคุกเป็นเวลา 16 ปีในข้อหาฆาตกรรมทั้งที่บริสุทธิ์ ได้รับเงินค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 25 ล้านดอลลาร์ (779 ล้านบาท)โดยคดีตัวอย่างเจ้าตัวต้องถุูกจับกุมเมื่ออายุ 16 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2009 และเจ้าตัวได้ฟ้องร้องเมืองบอสตัน ระบุว่าตำรวจไม่สนใจหลักฐานของเขา รวมทั้งคำสารภาพของฆาตกรตัวจริง

รายงานระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองบอสตัน โดยสำนักงานอัยการระบุว่า สำนักฯยอมรับว่าได้มอบความอยุติธรรมให้ผู้บริสุทธิ์ และได้แก้ไขเรื่องนี้ และพวกเขาสมควรได้รับคำชมเชยจากการฟื้นคดีใหม่ ด้วยการพิจารณาคดีอย่างซื่อสัตย์และลงมือแก้ไขความยุติธรรมอย่างไรก็ตาม สำหรับนายไจมีเนซ ยังได้ก่อคดีครอบครองยาเสพติด ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าตัวต้องติดคุกเป็นเวลา 3 ปี โดยศาลมีกำหนดจะพิพากษาคดีนี้ในเดือนหน้า

“โอบามา” เตรียมแถลงนโยบายประจำปี คาดเรียกร้องความเท่าเทียมของปชช.

มกราคม 25, 2012 by pafrank  
Filed under ต่างประเทศ


ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ คาดจะเน้นกล่าวเรื่องปฏิรูปภาษีเพื่อขจัดความไม่เท่าเทียมที่เปิดช่องให้คนรวยจ่ายภาษีน้อยกว่าคนจน ในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อรัฐสภาในค่ำวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ

ขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนจะได้รับการเยียวยา แต่กลับพบว่าอัตราการว่างงานของประชากรอเมริกันกลับพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึงร้อยละ 8.5 ทั้งนี้ การแถลงนโยบายประจำปี เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประจำปีที่เป็นที่จับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการแถลงนโยบายจากทำเนียบขาวในปีที่กำลังจะมาถึง ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนายโอบามาลงชิงชัยเป็นสมัยที่สองด้วย

เนื้อหาบางส่วนที่เผยแพร่ก่อนที่โอบามาจะแถลงนโยบายประจำปีในเวลา 21.00 น. วันอังคารระบุว่า ชาวอเมริกันหลายล้านที่คนทำงานหนัก และปฏิบัติตามกฎอยู่เสมอ สมควรมีรัฐบาลและระบบการเงินที่ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้ระเบียบเดียวกันตั้งแต่ระดับบนลงมาจนถึงระดับล่าง จะไม่มีการเข้าไปช่วย ไม่มีการแจก ไม่มีการทิ้งความรับผิดชอบอีกต่อไป

คาดว่าโอบามาจะย้ำข้อเรียกร้องเดิมเรื่องปฏิรูประบบจัดเก็บภาษีที่เรียกว่าระเบียบบัฟเฟตต์ ตั้งตามชื่อมหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่สนับสนุนโอบามาและเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมที่เขาจ่ายภาษีน้อยกว่าเลขาส่วนตัว นอกจากนี้โอบามายังจะเสนอมาตรการใหม่ๆ เพื่อบรรเทาวิกฤติบ้านติดจำนองและปฏิรูประบบภาษีนิติบุคคลด้วย

เชื่อกันว่า ผู้นำสหรัฐฯจะกล่าวเรื่องเหล่านี้หลังจากนายมิตต์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์และผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเพิ่งเปิดเผยตัวเลขรายได้และภาษี เขามีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐีแต่จ่ายภาษีต่ำกว่าอัตราสูงสุด

ขณะที่ผลสำรวจความนิยมของนายโอบามาพบว่า ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดการด้านเศรษฐกิจของเขา ในปัจจุบัน จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านคน ขณะที่หนี้สินของรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 15.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจาก 10.6 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อครั้งที่เขาเข้ารับตำแหน่ง

“โกดัก” ยื่นล้มละลาย-ขอฟื้นฟูกิจการกับศาลสหรัฐฯแล้ว

มกราคม 19, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, ต่างประเทศ

บริษัท อีสต์แมน โกดัก ได้ขอยื่นล้มละลายกับศาลสหรัฐฯแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ บริษัทได้ยืนยันว่า ได้จ้างบริษัททนายความเพื่อดำเนินกระบวนการยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลาย

ก่อนหน้านี้ โกดัก บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้บุกเบิกการถ่ายภาพ เผยว่ากำลังเตรียมยื่นขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายล้มละลายหมวด 11 หากไม่สามารถหาเงินกู้หรือขายสิทธิบัตรเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อระดมทุนได้ โดยที่มีแนวโน้มว่ากระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า

โกดักกล่าวในแถลงการณ์ว่า ธุรกิจของตนยังคงดำเนินไปตามปกติสำหรับลูกค้าทั่วไป และว่าบริษัทได้ยื่นขอสินเชื่อจากซิตีกรุ๊ปแล้วเป็นจำนวนเงิน 950 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ โกดักกล่าวถึงกระบวนการดังกล่าวว่า เพื่อเป็นการรื้อโครงสร้างธุรกิจขององค์กรใหม่ทั้งหมด และมีเพียงบริษัทลูกในสหรัฐฯเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ

นายแอนโตนิโอ เอ็ม เปเรซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโกดักกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการจัดการอาวุโสทั้งหมดได้เห็นพ้องว่า นี่จะเป็นกระบวนการที่จำเป็นที่สุดและถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องในการสร้างอนาคตให้แก่โกดัก ขณะที่โกดักยังคงยืนยันว่า การยื่นแผนพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลายจะไม่เป็นสาเหตุให้โกดักต้องปิดตัวลง บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจเช่นเดิม และยังคงพยายามหาคนซื้อสิทธิบัตรเทคโนโลยีดิจิตอล 1,100 ฉบับ ซึ่งมีมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาในเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว โกดัก เปิดเผยว่า บริษัทอาจไม่มีเงินสดหมุนเวียนเป็นเวลา 1 ปี และหากขายสิทธิบัตรไม่ได้ ถึงแม้ว่าบริษัทหันไปมุ่งเน้นธุรกิจการพิมพ์ แต่ก็ยังขาดทุนสูงถึง 222 ล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่ 3  ซึ่งนับเป็นการขาดทุนไตรมาสที่ 9 ในรอบ 3 ปี ขณะที่เงินสดและสินทรัพย์อื่นๆ ลดเหลือ 862 ล้านดอลลาร์ เมื่อสิ้นไตรมาส 3 จาก 1,400 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนหน้านั้น

บริษัททัวร์ขีดเส้นสหรัฐ 2 วันถอนประกาศเตือนก่อการร้าย

นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมมีมติตั้งอนุกรรมการติดตามสถานการณ์กรณีประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศไทย พร้อมกับเห็นว่าภายใน 1-2 วัน หากสหรัฐฯยังไม่ถอนประกาศเตือนภัยก่อการร้าย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อให้รับทราบถึงผลกระทบและข้อมูลที่ได้มีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเป้าหมายก่อการร้าย ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้สะท้อนผลกระทบว่าประเทศใหญ่อาทิ จีน และอินเดีย มีความอ่อนไหวต่อข่าวสารมากเป็นพิเศษ เช่น ข่าวน้ำท่วมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ข่าวก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวลังเลที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการระบุว่าแม้จะมีการประกาศเตือนภัยก่อการร้าย แต่สถานการณ์ยกเลิกจองห้องพัก ตั๋วเครื่องบิน ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนจะยกเลิกและเลื่อนเที่ยวบิน และจองห้องพักเฉพาะในพื้นที่ประกาศ 3 จุด ตามคำประกาศของสหรัฐฯเท่านั้น หรือบางส่วนก็ไม่มาพำนักในกทม.และลงเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่จะเปลี่ยนไปลงที่จุดหมายปลายทางแทน เช่น งานพืชสวนโลก จ.เชียงใหม่ หรือ จุดท่องเที่ยวที่จ.ภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะชี้แจงข้อเท็จจริงให้นักท่องเที่ยวทราบทุกระยะ ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 19 ล้านคน สำหรับปี 2555 กระทรวงการท่องเที่ยวฯตั้งเป้าไว้ที่ 19.55 ล้านคน คาดว่าจะมีรายได้ 7.6 แสนล้านบาท ทั้งนี้ในเย็นวันเดียวกันนี้ (19ม.ค.) นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯและรมว.ท่องเที่ยวฯ จะเดินทางไปถนนข้าวสาร และซอยสุขุมวิท 4 ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่ชาวอิสราเอล และชาวสหรัฐฯอยู่จำนวนมาก เพื่อไปสร้างความเชื่อต่อนักท่องเที่ยว

“ธาริต” เผยสหรัฐไม่อนุมัติวีซ่าให้ดีเอสไอสอบผังคดีล้มเจ้า

ธาริตเผยสหรัฐไม่อนุมัติวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปสอบผังคดีล้มเจ้าส่อเลื่อนเดินทางไปอีก1-2เดือน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยกรณี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ หรือคดีล้มเจ้าตามผัง ศอฉ.พร้อมคณะทำงานอัยการคดีพิเศษ จะเดินทางไปรวบรวมข้อมูล สอบปากคำพยานเกี่ยวกับการกระทำผิดคดีล้มเจ้าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วีซ่าจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาให้วีซ่าเข้าประเทศ ทางดีเอสไอและคณะทำงานอัยการคดีพิเศษ คงรอให้ได้รับอนุญาตเรียบร้อยจึงจะเดินทางไป

นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดและอธิบดีอัยการคดีพิเศษ กล่าวว่า ได้อนุญาตให้พนักงานอัยการคดีพิเศษและอัยการสำนักงานต่างประเทศ จำนวน 2 ท่าน ร่วมเดินทางไปกับดีเอสไอเพื่อสอบปากคำพยานเกี่ยวกับการกระทำความผิดคดีล้มเจ้าที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนจะเดินทางไปตามกำหนดเดิมหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ

ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและคณะทำงาน มีกำหนดจะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค.นี้ แต่เมื่อยังไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางการสหรัฐอเมริกา ทำให้จำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางออกไปประมาณ 1-2 เดือน โดยคดีหมิ่นเบื้องสูง นั้นประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีกฎหมายหรือระบุว่าเป็นความผิดในคดีอาญา

หน้าต่อไป