Get Adobe Flash player

“สาทิตย์”โต้แหลก”กำนันยงยศ”ฉะขุดน้ำท่วมเล่นการเมือง ขู่เซ็นรับรองเท็จเจอคุก

เมษายน 11, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

 

“สาทิตย์” โต้”กำนันยงยศ”แจงจ่ายเงินครบ แล้วทุกจังหวัดที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมปี 53 ตามกรอบแต่ละจังหวัดขอมาเอง  ซัดอย่าเอาน้ำท่วมมาเป็นการเมือง  ขู่เซ็นรับรองเท็จต้องรับผิดตามกม.   ระบุส่ง ป.ป.ช.สอบแล้วบางจังหวัด

เมื่อเวลา09.00 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ อำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ คชอ.ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่มรีนายยงยศ แก้วเขียว กำนันตำบลเขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ออกมาการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องเงินช่วยเหลือ ที่บางจังหวัดถูกตัดทอนในบางจังหวัด ว่า เรื่องเงิน 5,000 บาทของปี 2553 ที่เดิมไม่เคยมีเรื่องหลักเกณฑ์เรื่อง การจ่ายเงิน 5,000 บาทมาก่อน แต่รัฐบาลนี้เพิ่งมาทำ และครั้งที่แล้วเรามีการจ่ายไปทั้งหมด 3 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1.กลุ่มที่เจอปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานบางจังหวัด กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ถูกน้ำท่วมเมื่อวันที่ 1พ.ย.ปี 2553 และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ขอมาว่า ก่อน 10 ตุลาคม มีบางจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมก็ขอให้จัดให้ด้วย รวมแล้วในกรอบมีประมาณ 1ล้านครัวเรือน

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่าในเรื่องการขอนั้น ให้แต่ละจังหวัดประเมินมา ว่าแต่ละจังหวัดมีน้ำท่วมเท่าไร และเมื่อประเมินแล้ว มีการจ่ายไป นครศรีธรรมราชขอมารอบแรกประมาณ 4.9 หมื่นราย จ่ายครบ 100 %  จังหวัดพัทลุงขอมาครั้งแรกประมาณ 3 หมื่นราย และจ่ายครบ 100 % จังหวัดอื่นก็คล้ายๆกัน แต่มีบางจังหวัดที่ขอมาแต่จ่ายให้ไม่เต็มกรอบ เพราะเมื่อไปตรวจสอบจริงพบว่าไม่ตรงกับยอดประมาณการ   อย่างเช่นที่จ.นนทบุรี ประในว่าน่าจะท่วมประมาณ 6 หมื่นครัวเรือน แต่ปรากฏว่าท่วมจริง 2 หมื่น กรอบที่วางไว้จึงเหลือ 4 หมื่น  และเมื่อจ่ายในรอบแรกครบแล้วในช่วงปลายเดือนพ.ย.ต่อต้นเดือนธ.ค. และต่อมาปลายเดือนธ.ค. มีการส่งยอดมาเพิ่ม

“ นครฯจากเดิมครั้งแรกที่ได้ไปประมาณ 2 .9 หมื่นรายนั้น ส่งยอดมาเพิ่มอีก 7 หมื่นกว่า พัทลุงได้ไป 3 หมื่นส่งยอดมาอีก 4 หมื่นกว่า สงขลาได้ไปอีกประมาณเกือบ 2 แสน เพิ่มมาอีก 1.7 แสนราย ตรงนี้ต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพราะเห็นว่ายอดที่โผล่มาอีกมาก โดยอนุกรรมการประกอบด้วยกรมการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ,ปปท. สตง.และกรมบัญชีกลาง ไปกางภาพถ่ายดาวเทียมดู เมื่อดูแล้วกรรมการฯ ก็มีการปรับลดยอดลง นครฯปรับลดจาก 7หมื่นเหลือประมาณ 4 หมื่นราย พัทลุง,ตรัง ถูกปรับลดหมด และเมื่อลดแล้วเงินไม่สามารถจ่ายได้ อย่างนครฯขอเงินมาเกินกรอบที่ขอมาตั้งแต่ต้น ขอเลยขอครม.ถั่วเฉลี่ย เอาจากจังหวัดที่จ่ายไม่เต็มมาจ่ายให้จังหวัดอื่นเลยประเมินจ่ายให้สงขลาไปประมาณ 1.7 แสนราย นครฯจ่ายประมาณ 4 หมื่น จังหวัดอื่นก็เหมือนกัน ขณะนี้ ครบประมาณล้านครัวเรือนเศษๆฉะนั้นไม่มีที่บอกว่าไปจ่ายให้จังหวัดตรัง มันทำไม่ได้   “ นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีบางจังหวัดที่พบแล้ว อย่างกรณีของนายยงยศ ที่ อ.เชียรใหญ่นั้น ให้ทางกรมป้องกันภัย( ปภ.)ไปตรวจสอบพบว่า นายยงยศ เซ็นรับรองมาเกือบทั้งตำบล แต่ทาง ปภ.ไปตรวจสอบพบว่าภาพถ่ายดาวเทียมมีน้ำท่วมบางส่วนเท่านั้น จึงได้ทำการปรับลดยอดลง แต่ก็ยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ถ้าคิดว่าท่านทำถูกต้อง   แต่ถ้าพบว่ามีการเซ็นรับรองบ้านที่น้ำไม่ท่วมมา ท่านจะต้องรับผิดทางกฎหมายเพราะถือเป็นการแจ้งความเท็จ ขณะนี้มีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไปแล้วในบางจังหวัดภาคกลาง ตนชี้แจงในสภาฯชัดเจน  และที่ อ.เชียรใหญ่ นั้น ที่จ่ายไปแล้วนั้นยืนยันได้ว่าถูกต้อง เพราะฉะนั้นที่เพิ่มมาและต้องการจะให้จ่ายเพิ่มนั้นก็ต้องตรวจสอบ การจ่ายเงินชดเชยของปี 2553 จ่ายครบ เกือบ 100% แล้ว จะมีที่ตกค้าง มีชื่อแล้วยังไม่มารับ  ก็จะเก็บเงินไว้ประมาณ 1 ปีรอให้มารับ

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า การทุจริตหรือกรณีรายชื่อตกหล่น ตนไม่คิดว่าจะเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่เองที่ แต่ก็เป็นไปได้ว่า ในพื้นที่บางคนได้รับการช่วยเหลือน้ำท่วมไปแล้ว อีกบางส่วนไม่ได้ก็ไม่สบายใจ เลยไปคุยกับผู้นำท้องถิ่นให้รับรองไปด้วย  เงินภาษีชาวบ้าน เก็บภาษีคนมาทั้งประเทศ มาจ่าย 5,000 ไม่ใช่เงินส่วนตัวที่ไหน ก็ต้องตรวจสอบ สตง.ก็ต้องตรวจสอบซ้ำอีกครั้งมันต้องจ่ายให้ครบ ทางรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องกรองให้ถูกต้อง นายสาทิตย์ กล่าว  เมื่อถามว่า  นายยงยศระบุว่าการช่วยเหลือน้ำท่วมปี 54   จ.นครศรีธรรมราชแจ้งยอด 350,000 ครัวเรือน ก็ถูกตัดหายไปเหลือเพียง  292,500 ครัวเรือน นายสาทิตย์ กล่าวว่า  เป็นเรื่องของทางจังหวัด  ยังมาไม่ถึงคชอ.เลย “ผมว่ากำนันยงยศไม่ควรเอาเรื่องน้ำท่วมมาเป็นเรื่องการเมืองเลย  มันเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง  ถ้าน้ำท่วมแล้วเข้าหลักเกณฑ์ท่านก็มีสิทธิจะได้รับ  ถ้าไม่ท่วมก็ไม่มีสิทธิ   นายกฯลงไปถึงไปยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง กำนันที่ออกมาเคลื่อนไหวก็อยากให้เอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน อย่าเอาเรื่องน้ำท่วมมาเล่นการเมือง  เมื่อถามว่า   กำนันคนดังกล่าวเป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองไหนหรือไม่ นายสาทิตย์ หัวเราะพร้อมตอบว่า “ถามพล.อ.ชวลิตดู” นายสาทิตย์ กล่าวพร้อมกับบอกว่าตะกี้พูดเล่น

เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนที่สนิทกับผู้มีอำนาจในการอนุมัติมักจะได้รับการช่วยเหลือก่อน ส่วนคนที่เดือดร้อนจริงกับไม่ได้รับการช่วยเหลือ ประธานคชอ.กล่าวว่า คงไม่มีถึงขนาดนี้ เพราะการตรวจสอบต้องตรวจสอบตามข้อเท็จจริง เรื่องน้ำว่าท่วมหรือไม่ ถ้าท่วมจริงก็ต้องได้รับ ส่วนการประสบเหตุรอบใหม่คาดว่าหลังสงกรานต์จะได้รับเงินช่วยเหลือ และทางคชอ.เองก้ได้ส่งอนุกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วด้วย

 

“สาทิตย์”ติวเข้มผวจ.ชดเชยน้ำท่วมใต้ เพิ่งตื่นเร่งจ่ายชดเชยตกค้างปี 53

เมษายน 6, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“สาทิตย์”ติวเข้ม 10 ผวจ.ชดเชยน้ำท่วมใต้ อึ้ง 7 เม.ย.เพิ่งดีเดย์จ่ายชดเชยน้ำท่วมตกค้างปี 53

ที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เมื่อวลา 13.30น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ประชุมทางไกลร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย และชี้แจงหลักเกนฑ์และรายละเอียดในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 5,000 บาท ซึ่งการจ่ายเงินเยียวยาครั้งนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติกรอบการจ่ายเงินช่วยเหลือไว้ 579,062 ครัวเรือนรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,895 ล้านบาท โดยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่มีครัวเรือนอยู่อาศัย ประสบภัย กรณีใดกรณีหนึ่ง ใน 1 กรณี ได้แก่ 1น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และ3บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อย่างไรก็ตามทั้ง3 กรณีต้องอยู่ในพื้น ที่ประกาศภัยพิบัติเท่านั้น

7 เม.ย.จ่ายชดเชยน้ำท่วมตกค้างปี 53

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนลักษณะของครัวเรือนที่อยู่อาศัยนั้นต้องเป็นบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ ในกรณีบ้านพักอาศัย หรือ บ้านเช่ามีหลายชั้น ให้ได้รับเงินช่วยเหลือเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึงเท่านั้น โดยในส่วนของบ้านเช่าหรือไม่มีทะเบียนบ้านต้องได้รับการรับรองจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่นร่วมกับผู้นำชุมชนตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงนามรับรองความเป็นผู้ประสบภัย อย่างน้อย 2 ใน 3 ทั้งนี้ การตรวจสอบครัวเรือนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์และตามหลักความเป็นจริง โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ได้ทำการถ่ายภาพไว้ โดยให้มีการทำรายละเอียดของพื้นที่ๆ ประสบภัยไว้ก่อนเป็นการล่วงหน้า โดยมีนายธีรภัทร สันติเมทนีดล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการตรวจสอบ ทั้งนี้ คอช.ได้แต่งตั้ง คณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ประสบภัย จำนวน 6 คณะ ได้แก่ 1 .พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 2. จ.นครศรีธรรมราช 3.จ.พัทลุง 4.จ.กระบี่ 5.จ. ตรัง และ6 .พื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้แก่ชุมพร สงขลา สตูล และนราธิวาส โดยคณะกรรมการทั้งหมดจะลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในวันที่ 7 เม.ย.ทั้งนี้คชอ.จะเร่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบอุทักภัยปี53 ให้เสร็จก่อนวันที่ 10 เม.ย. เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน กับการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยปี 54 ซึ่งถ้าจังหวัดใดตรวจสอบความเสียหายเสร็จก็สามารถอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทได้ทันที

“สาทิตย์” เชื่อผู้บริจาคน้ำท่วมไม่เจตนาเบี้ยว สั่งจนท.แจ้งเตือนติดตาม

เมษายน 6, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

ที่พรรครประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 08.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับติดตามอำนวยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทักภัย (คชอ.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวเงินบริจาคเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ที่มียอกแจ้งขอบริจาค 110 ล้านบาท แต่ยังได้รับเงินจริงไม่ครบ ว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา และเชื่อว่าผู้บริจาคคงไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้เงิน เพราะมีความตั้งใจจะช่วยผู้ประสบภัยด้วยกันทุกคน อย่างไรก็ดีการรับบริจาคของรัฐบาลทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาผู้รับบริจาคมีความแตกต่างกัน โดยทำผ่านสถานีโทรทัศน์ 3 แห่ง จึงจะส่งการให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ประสานเพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ให้บริจาคแล้ว

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้เงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสารณภัยภัยเบื้องต้น ได้มีการใช้เงินที่เหลือเดิมในวงเงิน 80 ล้านบาทในการจัดทำถุงยังชีพจำนวน 1 ถุง ราคาถุงละ 560 บาท โดยใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่มีความจำเป็นที่ในการสร้างบ้านน็อกดาวน์ให้กับผู้ประสบอุทกภัยโดยเบื้องต้นมีความจำเป็นต้องสร้างบ้านอย่างเร่งด่วนกว่า 300 หลังที่จังหวัดกระบี่ประมาณ 160 หลังและที่จ.นครศรีธรรมราชอีกว่า 200 หลัง โดยใช้งบประมาณหลังละ 200,000 แสนบาทรวมงบประมาณเบื้องต้นประมาณ 60 ล้านบาท จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องขอรับบริจาคจากประชาชนอีกมากดังนั้นจึงไม่เชื่อว่าจะมีปัญหาเรื่องเงินบริจาคแต่อย่างใด

คชอ.ชงครม. เยียวยาน้ำท่วม ครอบครัวละ5พันบาท คาดจ่ายเงินหลังสงกรานต์

เมษายน 1, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“สาทิตย์” เผย คชอ.เตรียม ชง ครม. ของบ 1,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม ครอบครัวละ5พันบาท คาด จ่ายเงินหลังสงกรานต์

ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หรือ (คชอ.) ว่าที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ปริมาณฝนเบาบางลง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะจับตามองหย่อมความกดอากาศอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์ทั่วไปยังไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้น ศชอ. จะออกประกาศเตือนพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้ง8 จังหวัดให้ระมัดระวังในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสียงภัยดินถล่ม เพราะยังมีน้ำสะสมบนเทือกเขา ซึ่งอาจเกิดดินถล่มได้ อีกทั้งในหลายจังหวัดมีน้ำทะเลหนุน ไม่สามารถระบายน้ำได้ตามที่คาดการณ์ ดังนั้น กรมชลประทานจะเร่งติดเครื่องระบายน้ำต่อไป ขณะที่สภาพอากาศยังแปรปรวนจึงขอให้แต่ละจังหวัดอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย และรัฐบาลจะเร่งส่งถุงยังชีพไปให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงโดยเร็ว

นายสาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดมีพื้นที่ดินถล่มไหลลงมา 17 จุด และ ศชอ. สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานไปยังแต่ละจังหวัดให้อพยพคนในพื้นที่แล้ว 9 จุด ซึ่งจุดใหญ่ที่สุดคือจังหวัดกระบี่ ที่มีผู้อพยพอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว 1,300 คน แต่ทั้งนี้ยังเป็นห่วงพื้นที่ติดเขา ที่ประชาชนไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ จึงขอให้ ปภ. จังหวัดติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ขณะเดียวกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งทหารออกช่วยเหลือประชาชนโดยให้ทำงานประสานกับฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภออย่างใกล้ชิด

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า คชอ. ยังมีมติจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อเยียวยาและชดเชยให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ จำนวน2 แสน 9 หมื่นครัวเรือน วงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาทโดยจะขออนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า คาดสามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหลักเกณฑ์การจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ น้ำท่วมฉับพลันไม่สามารถขนย้ายสิ่งของไปในที่ปลอดภัยได้ บ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และบ้านพักอาศัยที่ถูกดินโคลนไหลทับจนได้รับความเสียหาย ส่วนลักษณะครัวเรือนที่จะได้รับชดเชย คือ มีทะเบียนบ้าน หรือบ้านเช่าซึ่งผู้เช่าที่มีหนังสือสัญญาเช่าจะได้รับเงินชดเชย และหากเป็นบ้านพักประเภทอื่น จะต้องผ่านการตรวจสอบรับรองจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคชอ. จะเสนอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบในแต่ละจังหวัดแทนการรอให้ประชาชนมาแจ้งความเสียหาย เพื่อจะได้เร่งเบิกจ่าย และเบื้องต้นจะใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมประกอบด้วย นอกจากนี้ จะตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ชุด รับผิดชอบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และกลุ่มจังหวัดชุมพร กระบี่ พังงา โดยให้ทั้ง 5 ชุดลงพื้นที่ตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ไปสำรวจพื้นที่ประสบภัย และหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 4 เม.ย. เพื่อขออนุมัติงบช่วยเหลือ คชอ.จะมีการประชุมทางไกลร่วมกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและ เตรียมจัดทำคู่มือปฏิบัติรับมือน้ำท่วมด้วย

ส่วนเงินค่าชดเชยคงค้างเพื่อเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยปี2553 จำนวน 1 แสน 6 หมื่น ครัวเรือน นั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่าจะเร่งส่งเงินภายในวันนี้(1 เม.ย.) เพื่อให้ทางจังหวัดนำไปช่วยเหลือประชาชนต่อไป

รัฐบาลเทงบ 22.4 ล้าน ซื้อถุงยังชีพ 4 หมื่นชุดแจกเหยื่อน้ำท่วม

มีนาคม 29, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง


รัฐบาลเทงบ 22.4 ล้านบาท ซื้อถุงยังชีพ 4 หมื่นชุดแจกเหยื่อน้ำท่วม นายกฯปล่อยขบวนคาราวาน พร้อมลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชซับน้ำตาชาวใต้ 30 มี.ค.

ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ที่ประชุมอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด จำนวน 22.4 ล้านบาท เป็นเงินเมื่อครั้งมีผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อใช้จัดซื้อถุงยังชีพ 4 หมื่นถุง ราคาถุงละ 560บาท และเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสิ่งของไปถึงประชาชน โดยจะประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อสำรวจพื้นที่ในการแจกจ่ายให้ครอบคลุมทั่วถึง ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หากงบประมาณที่อนุมัติไม่เพียงพอก็จะขออนุมัติเพิ่มเติม ส่วนเงินที่เหลือจะใช้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย รายละ 5 หมื่นบาท รวม 11 ราย เมื่อรวมกับเงินช่วยเหลือของ ปภ.รายละ 2.5 หมื่นบาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 7.5 หมื่นบาท นอกจากนี้ในวันที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีจะปล่อยขบวนสิ่งของและเรือท้องแบนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทำเนียบรัฐบาล และจะลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือประชาชน

คชอ. ชง 4 มาตรการเร่งด่วนกู้วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ 5 จังหวัด

มีนาคม 28, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

คชอ. ชง 4 มาตรการเร่งด่วนกู้วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ 5 จังหวัด เตรียมระบายน้ำออกจากสนามบินนครศรีธรรมราช ช่วยโรพยาบาลที่ถูกน้ำขัง เตือนจังหวัดริมอันดามัน “กระบี่- พังงา- ภูเก็ต”ระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามเหตุอุทกภัยพบว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ประสบภัย 5 จังหวัดได้แก่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สิ่งที่น่าห่วงคือข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า สภาวะฝนตกในเมืองไทยจะมีไปจนถึงวันที่ 30 มี.ค.จึงต้องแจ้งเตือนชาวบ้านในจังหวัดริมทะเลอันดามัน ทั้ง จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต ให้ระวังภัยที่อาจเกิดขึ้น สำหรับมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จะเสนอเข้าที่ประชุมครม.วันที่ 28 มี.ค.มี 4 มาตรการคือ 1.ให้เร่งระบายน้ำออกจากสนามบินนครศรีธรรมราช ที่ขณะนี้ยังใช้การไม่ได้ และตรวจสอบสภาพรันเวย์พร้อมหาวิธีป้องกันไม่ให้น้ำท่วมอีก 2.การช่วยเหลือโรงพยาบาลที่มีน้ำท่วมขัง 3.การตรวจสอบความเสียหายถนนสายต่างๆ 4.เสนอให้จังหวัดที่ประสบอุทกภัยขยายงบภัยพิบัติจาก 50 ล้านบาทได้เท่าที่จำเป็น ทั้งนี้รัฐบาลจะแจ้งเตือนให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวังเหตุดินถล่ม โดยขอให้อพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ

นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมหนักในภาคใต้ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ต้องใช้เงินชดเชยเท่าไร เนื่องจากความเสียหายและจำนวนผู้ประสบภัยยังไม่นิ่ง ต้องรอหลังน้ำลดจึงเข้าไปสำรวจความเสียหายได้ ทั้งนี้เกณฑ์การให้เงินชดเชยคงจะใช้เกณฑ์เดิมจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้ว เชื่อว่าเหตุน้ำท่วมครั้งนี้น่าจะรุนแรงน้อยกว่าครั้งที่แล้ว เพราะเกิดเหตุเฉพาะจุด ไม่ได้เกิดทั่วประเทศเหมือนครั้งก่อน

“สาทิตย์”จวกฝ่ายค้านดึงปท.แตกแยกเมินนั่งกมธ.กม.ชุมนุม

มีนาคม 12, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับหลักการพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เพื่อรองรับการชุมนุมของกลุ่มต่างๆว่า กว่ากฎหมายจะผ่านคงอีกนานไม่รู้ว่าจะผ่านในสมัยประชุมนี้หรือไม่ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่รัฐบาลใช้เครื่องมือเท่าทีมีอยู่แล้ว คือ พ.ร.บ.ความมั่นคง และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของส่วนราชการที่รับผิดชอบอยู่ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีศูนย์อำนวยการบริหารศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ดูอยู่ ส่วนจะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจแก่ตำรวจมากเกินไปหรือไม่นั้น รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ประชาชน ที่จะมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แต่การจำกัดสิทธิเสรีภาพจะทำไม่ได้ เว้นแต่กระทำโดยบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งแปลว่ารัฐธรรมนูญได้กำหนดหลักการเอาไว้ว่าในการชุมนุมสามารถที่จะจำกัดสิทธิ์บางประการได้ ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสาธารณะ ซึ่งในหลายประเทศก็จะมีกฎหมายลักษณะเช่นนี้

รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ. กฎหมายชุมนุมสาธารณะในประเทศไทยนั้น ความจริงร่างที่เสนอเข้าสภามีของฝ่ายค้านด้วย ถ้าไปเปรียบเทียบร่างขอฝ่ายค้านซึ่งบางฉบับเสนอของตัวเองมาตั้งแต่เป็นรัฐบาล เนื่อหาจะหนักกว่าฉบับของรัฐบาลชุดนี้เยอะ เช่น จะต้องขออนุณาติก่อนเมื่อขออนุญาติแล้วจึงจะชุมนุมได้ แล้วก็มีมาตราที่ระบุว่าชุมนุมไปแล้วถ้าโดนคำสั่งต้องยุติการชุมนุม และถ้าไม่หยุดในร่างพ.ร.บ.ฉบับของฝ่ายค้าน สามารถที่จะสลายการชุมนุมได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตามฝ่ายค้านก็เสนอมาตลอดตั้งแต่เป็นรัฐบาล แต่พอมาถึงจุดหนึ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศรวมตัวกับพรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพือไทยก็ถอนกฎหมายนี้ออกไป แต่ฉบับของรัฐบาลนี้จะเป็นลักษระการคุ้มครองสาธารณะ ที่จะทำมาตราการเพียงแต่ผูชุนุมต้องแจ้งไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบ 72 ชั่วโมงก่อนการชุมนุม

นายสาทิตย์ กล่าวว่ เป้าหมายนี้ก็เพื่อที่จะคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย คือทั้งผู้ชุมนุมและสาธารณะด้วย จะได้รู้ว่าถนนสายไหนต้องปิด หรือพื้นที่ไหนต้องระมัดระวัง ต้องหลีกเลี่ยง การจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลต้องทำอย่างไร ทั้งนี้หากสมมุติว่ามีปัญหาขึ้นมาผู้ชุมนุมสามารถที่จะไปน้องต่อศาลได้ แต่อย่สงไรก็ตามกฎหมายนี้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการที่จะเข้าไปควบคุมดูแล หากเกิดความวุ่นวายหรือเกิดผลกระทบแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวรนั้น หรือมีผลต่อเรื่องการคมนามคมขนส่ง และกฎหมายนี้ไม่ใช่เรื่องการบริหารการเมืองว่าสีแดงให้ชุมนุมได้ แต่สีเหลืองไม่ให้ แต่เป็นเรื่องของสิทธิและการพยายามที่จะใช้เรื่องของกฎหมายเข้าไปดำเนินการ และจะมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ทั้งนี้คิดว่าในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรคงถกกันเยอะ

ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือในการตั้งกรรมมาธิการด้วย หากมีการแปลยัติอาจมีปัญหาตามมานั้น รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิ์ฝ่ายค้านแล้ว แต่กลับไม่ใช้สิทธิ์นั้น เพราะเมื่อวานนี้มีการจัดสัดส่วนครบทุกพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยกลับลุกขึ้นบอกว่าไม่ขอใช้สิทธิ์ ไม่ตั้งกรรมกาธิการ ซึ่งพอ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎทำหน้าที่ประธานบอกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญแล้ว คือ สภาฯให้สิทธิ์แล้วแต่พรรคเพื่อไทยกลับไม่ใช้สิทธิ์เองหลักการนี้จึงถือว่าเป็นหลักการที่ ในสภาเห็นตรงกันว่ามีสิทธิ์แล้วแต่กลับไม่ใช่สิทธิ์ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จะมาอ้างในภายหลังว่าพรรคฝ่ายค้านไม่เข้าร่วม ไม่ได้ เนื่องจากให้โอกาสเข้าร่วมแล้วแต่คุณไม่เข้าร่วมเอง ถ้าเราจะบอกว่ากฎหมายนี้ต่อไปใช้ไม่ได้ ต่อไปถ้าเกิดพรรคใดพรรคหนึ่งไม่เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ แล้วกฎหมายใช้ไม่ได้ก็แปลว่าเสียงข้างน้อยเป็นหนึ่งพรรคการเมืองสามารถทำให้กฎหมายตกได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่คุ้มครองเสียงส่วนใหญ่ของสภา ซึ่ตรงนี้เป็นหลักปกติของระบอบประชาธิปไตย

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ฝ่ายค้านอภิปรายเยอะที่สุด พออภิปรายจบเสร็จก็จะลงมติ พอจะลงมติฝ่ายค้านกลับไม่กดแสดงองค์ประชุม พอกดไม่แสดงตนเสียงรัฐบาลครบ พอครบฝ่ายค้านก็ลงมติไม่เห็นชอบ และพอให้ใช้กรรมาธิการท่านก็ไม่ใช้สิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม ตนจะดูว่าในชั้นแปรญัตติฝ่ายค้านจะเสนอหรือไม่ ถ้าไม่เสนอเวลากลับมาสภาอีกรอบ ฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือไม่

“ผมเห็นว่าฝ่ายค้านต้องเลิกดึงประเทศมาย่ำอยู่กับความขัดแย้ง เพราะวันนี้เรื่องใหญ่ที่สุด คือ ปากท้องของชาวบ้าน และรัฐบาลเดินหน้าทำโฉนดชุมชน เรื่องธนาคารที่ดินเราคงไม่มีเวลามาทะเลาะกับเรื่องความขัดแย้งและต้องมองข้ามเรื่องความขัดแย้งไปได้แล้ว ส่วนการเตรียมการรับมือทางการเมืองก็เป็นกลไกปกติ โดยในเรื่องการชุมนุมก็เป็นกลไกในเรื่องของความมั่นคงที่จะไปดูแล ซึ่งก็รู้มือกันอยู่แล้วเนื่องจากเคยผ่านการชุทมนุมใหญ่มา 2 ปีแล้ว” นายสาทิตย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำตวจจะไปขอคืนพื้นที่จากกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อจัดงานการชาดนั้น รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ทุกคนก็รู้ว่างานกาชาดเขาจัดกันทุกปีหรือไม่ และที่ผ่านมาก็จะมีการไปเจรจาและยอมถอยให้กัน ซึ่งเที่ยวนี้ตนคิดว่าเจรจากันก่อน แต่เท่าที่ดูแล้วการเจรจาคงไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องจัดการกันไป รัฐบาลไม่ไปกังวล ไม่อย่างนั้นในแง่ของการชุมนุมก็จะไร้ระเบียบ คนเดือดร้อนคือ ชาวบ้าน นักเรียน ฯลฯ. เพราะชุมนุมนานมากแล้ว

“สาทิตย์”ฟุ้งปีนี้แจกโฉนดชุมชนฉลุยกว่า 100 แห่ง

มีนาคม 9, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“สาทิตย์”คาดปีนี้ออกโฉนดชุมชนได้ 100 กว่าแห่ง ชี้เซ็นเอ็มโอยูประสานหน่วยงานช่วยเดินหน้าสำเร็จ

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู)ระหว่างหน่วยงานเพื่อดำเนินการโฉนดชุมชน ว่า การลงนามในเอ็มโอยูดังกล่าว เราคาดว่าการทำงานระหว่างสำนักงานโฉนดชุมชน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะมีความใกล้ชิดมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีกลไกของแต่ละกระทรวงมารองรับงานที่เกี่ยวกับโฉนดชุมชน ซึ่งบางครั้งฝ่ายกรรมการไปตรวจพื้นที่ที่มีการร้องขอโฉนดชุมชนแล้ว แต่เมื่อส่งเรื่องกลับไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เขาจะไปตรวจซ้ำอีก ทำให้เสียเวลา อีกทั้งในขณะนี้มีผู้ยื่นขอโฉนดชุมชนเป็นจำนวนมาก 190 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 790,000 กว่าไร่ ถ้ากลไกในเรื่องนี้ยังยืดยาดอยู่ งานจะเดินหน้าไปได้อย่างยากลำบาก ดังนั้นเมื่อมีการลงนามในเอ็มโอยูนี้จะเป็นการปรับกลไกทำงานให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเอ็มโอยูฉบับนี้ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องของข้อมูลที่แต่ละกระทรวงต้องแลกเปลี่ยนกันและไปลงพื้นที่ไปตรวจด้วยกัน จึงไม่มีเรื่องของความซ้ำซ้อน อีกทั้งยังมีการปรับกฎระเบียบต่างๆ การส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องของคณะทำงานในระดับกระทรวงซึ่งต้องถูกจัดตั้งขึ้นมารองรับ

เมื่อถามว่าจากนี้ไปคาดว่าจะสามารถออกโฉนดชุมชนได้เท่าไหร่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการอนุมัติโฉนดชุมชนไปแล้ว 35 ชุมชน มอบโฉนดชุมชนแล้ว 2 ชุมชน เหลือรอการส่งมอบอีก 33 ชุมชน ที่เป็นขั้นตอนทางธุรการซึ่งติดขัดบางอย่างในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจสอบด้วยภาพถ่ายทางอากาศ เป็นต้น และเราคิดว่าถ้าหลังจากการลงนามเอ็มโอยูฯแล้ว สามารถมอบโฉนดชุมชนได้อีก 33 ชุมชนดังกล่าวภายในเวลาประมาณ 1 เดือน ก็จะสามารถอาศัยแนวทางเดียวกันในการมอบโฉนดชุมชนในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50 กว่าชุมชนได้ทันที และจะทำให้การออกโฉนดชุมชนมีความรวดเร็วมากขึ้น ตนจึงคิดว่าถ้าเราทำได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปีนี้ น่าจะสามารถออกโฉนดชุมชนได้ประมาณ 100 ชุมชน

เมื่อถามถึงปัญหาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ยังไม่ส่งมอบที่ดินบางแห่งเพื่อการออกโฉนดชุมชน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเข้าใจกรณีของกระทรวงทรัพยากรฯ เพราะกระทรวงดังกล่าวมีพื้นที่ที่ต้องดูแลเป็นจำนวนมาก เช่น ป่าสงวน ป่าไม้ถาวร พื้นที่อุทยาน เป็นต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น การที่เขาจะกันพื้นที่ออกมาจัดทำโฉนดชุมชนนั้น ต้องคำนึงถึงสภาพนิเวศน์และผลกระทบด้วย แต่สิ่งที่ทำความเข้าใจกันมาตลอดคือหลักการสำคัญที่ว่า 1.พื้นที่ที่มีการขอออกโฉนดชุมชนนั้น เป็นที่ดินที่ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยมานานแล้ว โดยมีหลักเกณฑ์ว่าชุมชนนั้นๆต้องอยู่มาเป็นเวลา 3 ปีก่อนมีการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในเดือนมิ.ย. 2553 และ 2.คนต้องอยู่ร่วมกับพื้นที่รอบข้างโดยการช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ด้วย ทั้งนี้ ตนได้รับทราบการให้สัมภาษณ์ของนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ก็เห็นว่าเขามีการติดขัดอยู่บางประการ แต่เท่าที่ได้คุยกันในเบื้องต้น นายสุวิทย์ บอกว่ากำลังตรวจสอบพื้นที่อยู่ ถ้าพร้อมเมื่อใด ก็จะอนุมัติให้ ซึ่งตนเชื่อว่าการลงนามในเอ็มโอยูนี้จะทำให้กลไกภายในของกระทวงทรัพยากรฯประสานกับสำนักงานโฉนดชุมชน และเดินหน้าไปได้เร็วขึ้น

เมื่อถามว่าแม้นายสุวิทย์ ไม่ได้ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องของโฉนดชุมชนด้วย แต่จะไม่ทำให้การออกโฉนดชุมชนมีปัญหาใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลผูกพันทุกกระทรวงและรัฐมนตรีแต่ละคน รวมถึงมติ ครม.เป็นสิ่งที่มีผลผูกพันกับรัฐมนตรีในทุกกระทรวงอยู่แล้ว

“สาทิตย์” โชว์ลมปากกล่อมม็อบเกษตรกรฯสลายตัว

มีนาคม 7, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

“สาทิตย์” โชว์ลมปากกล่อมม็อบเกษตรกรฯสลายตัว หลังปักหลักล้อมทำเนียบ 6 ชั่วโมง เตรียมนำ 11 ปัญหาเข้าครม.พิจารณาตั้งกรรมการแก้ไขปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ประมาณ 500 คน ปักหลักล้อมทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรที่ยังไม่บรรลุผลนั้น ต่อมาเวลา 16.45 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพบกลุ่มเกษตร เพื่อชี้แจงถึงการเจรจาแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ในการประชุมครม.วันที่ 8 มี.ค. จะนำเรื่องร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกร 11 เรื่องเข้าการพิจารณาของครม. เพื่อตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา เช่น การแก้ไขปัญหาเปิดเขื่อนปากมูล 5 ปี โครงการบ้านมั่นคงเพื่อคนไร้บ้าน โครงการธนาคารที่ดิน การจัดการปัญหาโฉนดชุมชน ส่วนอีก 6 เรื่องได้ส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการแก้ปัญหา เช่น การแก้ปัญหากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมูล ยืนยันว่า ทุกกรณีอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา รัฐบาลจะแก้ปัญหาให้ทุกกรณี ภายหลังฟังคำชี้แจงกลุ่มผู้ชุมนุมพอใจจึงสลายตัวกลับไปปักหลักที่ลานพระบรมรูปทรงม้าต่อไป

“สาทิตย์”บี้ฝ่ายค้านโชว์ญัตติถอดถอนขู่ปกปิดขัดรธน.

มีนาคม 1, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ประสานการขอรายละเอียดคำยื่นถอดถอนในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านว่า หลังจากที่ทราบว่าฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติถอดถอน 9 รมต.ก็ได้ติดตามอยู่ว่าประเด็นในการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีแต่ละคนมีเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งแปลกใจอยู่ว่าครั้งนี้การยื่นขอถอดถอนยังไม่มีการเปิดเผยเอกสารข้อมูล เพราะทุกครั้งที่มีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีก็จะเปิดเผยเอกสารทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้รัฐมนตรีที่ถูกยื่นถอดถอนได้รับทราบข้อกล่าวหา เพราะจะเกี่ยวพันไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ซึ่งการอภิปรายในบางเรื่องจะทำไม่ได้หากไม่ยื่นถอดถอนก่อน เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้ว่าโดนยื่นถอดถอนเรื่องอะไรก็จะเป็นปัญหาในการอภิปรายว่าผู้อภิปรายจะอภิปรายอยู่ในกรอบที่ยื่นถอดถอนไว้หรือไม่ เช่นหากรัฐมนตรีคนหนึ่งถูกยื่นถอดถอน 3 เรื่องแต่รัฐมนตรีไม่รู้ว่าในเอกสารที่ฝ่ายค้านยื่นนั้นมีครบทั้ง 3 เรื่องหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนประสานกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯว่าจะทำอย่างไรให้รับมนตรีรู้ตัวว่าตนเองถูกยื่นถอดถอนเรื่องอะไร เพื่อจะได้เป็นกรอบในการควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ให้นอกเหนือจากญัตติที่ยื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายนอกเหนือจากญัตติที่ยื่นจะเป็นการขัดกฎหมายหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงเป็นการขัดข้อบังคับการประชุมสภาฯเพราะข้อบังคับการประชุมสภากรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะให้พูดเฉพาะในประเด็นหรือญัตติที่มีการยื่น ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะอ้างว่ารัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะพูดไม่ได้ถ้ามีการยื่นถอดถอน แต่เมื่อยื่นแล้วเรากลับไม่รู้ว่าฝ่ายค้านยื่นเรื่องอะไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในกรอบประเด็นของญัตติหรือไม่ เราจึงอยากให้ฝ่ายค้านเปิดเผยประเด็นของญัตติเพื่อให้การอภิปรายเป็นไปในทางที่ชัดเจนขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่ทำให้การอภิปรายตรงตามรัฐธรรมนูญมากขึ้น ในส่วนของรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาเรื่องความพร้อม

ต่อข้อถามว่า ทำไมฝ่ายค้านต้องปกปิดรายละเอียดในญัตติ นายสาทิตย์ ตอบว่า ตนก็ไม่เข้าใจ อาจจะเป็นกลยุทธ์หรืออะไร แต่ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเราก็เปิดเผยเอกสารทั้งหมด ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายฝ่ายค้านยืนยันที่จะไม่เปิเผยรายละเอียดในญัตติจะทำอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็ต้องไปคุยกันในที่ประชุมสภาฯว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะควบคุมการอภิปรายอย่างไรเพื่อให้อยู่ในกรอบของการยื่นถอดถอน เพราะกรอบในญัตติจะเป็นตัวสำคัญที่จะบังคับฝ่ายค้านกล่าวหาฝ่ายบริหารในสิ่งที่ตนเองมีข้อมูลข้อเท็จจริง มิฉะนั้นก็จะพูดได้ทุกเรื่องโดยที่ไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ก็ขาดความรับผิดชอบในการกล่าวหา เมื่อถามว่า ถ้าญัตติยังไม่มีความชัดเจนจะอภิปรายได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ แต่ถ้าปล่อยให้อภิปรายไปก็จะเป็นการอภิปรายที่มีปัญหาเพราะจะผิดทั้งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ต่อข้อถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ไปขอรายละเอียดของญัตติกับประธานวุฒิสภา เพราะเป็นคนรับญัตติถอดถอน นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ

ส่วนกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มารับงานต่อถูกยื่นถอดถอนด้วยเกี่ยวกับงบประชาสัมพันธ์จะช่วยอย่างไร นายสาทิตย์ ตอบว่า ความจริงยังไม่รู้เลยส่าฝ่ายค้านกล่าวหาอย่างไร ส่วนเรื่องการช่วยเหลือกันไม่มีปัญหาเพราะครม.ที่งานใดเชื่อมโยงกันก็ต้องช่วยกันอธิบายอยู่แล้ว ถ้ามีประเด็นพาดพิงมาถึงตนก็พร้อมช่วยเตรียมข้อมูลชี้แจง

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป


ผลสลากกินแบ่งฯงวด 16 พ.ค.55