สธ.เผยมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดนานกว่า 10 ปี
กุมภาพันธ์ 3, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทย์หญิงวิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดงาน 4 กุมภาพันธ์ วันมะเร็งโลก จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสมาคมมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อรณรงค์ให้รู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมะเร็ง
นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวว่า โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงระดับโลก เป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตประชาชนที่อยู่ในวัยแรงงานและผู้สูงอายุมากที่สุด โดยมีรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกปีละ 13.7 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7.6 ล้านคน แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกประเทศ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า คือในปี 2573 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกประมาณ 17 ล้านคน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ทุกประเทศ เร่งป้องกัน ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งให้เร็วที่สุด และกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ทุกปีเป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเพื่อป้องกันการป่วย
นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย พบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2543 ประมาณร้อยละ 20 ของผู้เสียชีวิตทุกสาเหตุ ขณะนี้โครงการ 30 บาทฯ ได้จัดสิทธิประโยชน์รักษาโรคมะเร็งทุกชนิดฟรี ในปี 2554 ใช้เงินรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งประมาณ 5,700 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ร้อยละ 30-40 ของโรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ ในปี 2555 นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก พบมากเป็นอันดับต้นๆ ในผู้หญิงไทย และเป็นมะเร็งที่ตรวจพบได้ด้วยเครื่องมือง่ายๆ
ตร.บุกรวบเจ้าหน้าที่สธ.ราชบุรีค้ายาบ้า
มกราคม 6, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ร.ต.ท.มนตรี อยู่ไกล ผู้บังคับหมวดหัวหน้าชุดปฎิบัติการข่าว ร้อยตชด.137 ได้ประสานมายัง พ.ต.ท.กลม แก้วสัตตบุศย์ สว.สส.สภ.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อขอกำลังเข้าไปร่วมทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายโกวิทย์ ลือบางใหญ่ ที่บ้านเลขที่ 68/3 หมู่ 2 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง หลังสืบทราบมาว่า นายโกวิทย์นั้นกลับมาค้ายาบ้าอีกหลังจากเพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นาน โดยใช้เงินล่อซื้อจำนวน 500 บาท ได้ยาบ้าจำนวน 1.5 เม็ด ขณะทำการล่อซื้อได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌร-4198 กทม. ขับเข้ามาจอดในบ้านหลังดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้น แต่คนขับรถพยายามที่จะขับรถหนี และพยายามใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน ทราบชื่อต่อมาคือ นายเสก ศรมูลปิ่น เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน 6 ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด่านทับตะโก พร้อมยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุนอีกกว่า 35 นัด นอกจากนี้ยังค้นพบยาบ้าในกระเป๋าเสื้ออีก 5 เม็ด จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นที่บ้านของนายเสก พบอาวุธปืนลูกซองแฝดอีก 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จะได้ทำการขยายผลไปถึงแหล่งที่มาของยาบ้าที่นายโกวิทย์ และนายเสก ไปรับมาเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ข้อมูลและภาพจากโพสทูเดย์
สธ.คุมเข้มขายเหล้าช่วง 7 วันอันตราย
ธันวาคม 28, 2011 by pafrank
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 54 ครม.มีมติเห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2555 เพื่อใช้เป็นแผนหลักในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปี ใหม่ 2555 โดยใช้ 5 มาตรการหลัก ได้แก่ (1) มาตรการด้านการบริหารจัดการ (2) มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย (3) มาตรการด้านวิศวกรรมจราจร (4) มาตรการด้านประชาสัมพันธ์ (5) มาตรการด้านการแพทย์ฉุกเฉินและการกู้ชีพ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งจังหวัดและอำเภอได้ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ และได้กำหนดให้มีการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม2554 – 4 มกราคม 2555 รวม 7 วัน ตั้งเป้าลดจำนวนอุบัติเหตุ ให้ได้ร้อยละ 5 จากปี 2554 จากที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3,497 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 3,750 คน และผู้เสียชีวิต 358 คน ให้ปี 2555 มีอุบัติเหตุไม่เกิน 3,322 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 3,563 คน และเสียชีวิตไม่เกิน 340 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีการสำรวจการขายสุราในสถานที่และเวลา ห้ามขาย และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังเรื่องอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ตรวจสอบการจำหน่ายสุรานอกเวลาที่กฎหมายกำหนดและในสถานที่ห้ามขายได้แก่ปั๊ม น้ำมันและสวนสาธารณะ เนื่องจากการจำหน่ายสุราสถานที่ดังกล่าวมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ สูง
นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่ารายงานทางสถิติของกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยได้ระบุถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปี ใหม่ พ.ศ.2554 ว่าร้อยละ 41.24 เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 20.42 จากการขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 16.56 จากการขับขี่มอเตอร์ไซด์และจากสาเหตุอื่นๆได้แก่การขับรถตัดหน้าในระยะ กระชั้นชิด ทัศนวิสัยไม่ดี และไม่มีใบขับขี่ ซึ่งปีใหม่ 2554 มีตัวเลขผู้เสียชีวิต 358 รายในขณะที่ปีใหม่ 2553 มีผู้เสียชีวิต 347 ราย เพิ่มขึ้น 11 รายหรือร้อยละ 3.17 โดยมีจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ 3,497 ครั้งจากรายงานดังกล่าวจะเห็นว่าการดื่มสุราเป็นสาเหตุหลักของการเกิด อุบัติเหตุและจากข้อมูลการสุ่มสำรวจการขายสุราในสถานที่และเวลาที่ห้ามขาย ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ในปี2554ที่ผ่านมาพบว่ายังมีการกระทำผิดค่อน ข้างสูง โดยเฉพาะการขายสุรานอกเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ขายสุราได้ คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่าเพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุใน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 นี้ กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 ทำการสุ่มสำรวจการขายสุราในสถานที่และเวลาที่ห้ามขาย เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลการขายสุราในสถานที่และเวลาที่ห้ามขายในช่วงเทศกาลปี ใหม่ 2555 ด้วยการสุ่มสำรวจภายในจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานป้องกันควบคุมโรค และจังหวัดใกล้เคียง และขอความร่วมมือจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบให้ทำการสุ่มสำรวจสถานที่ห้าม ขาย ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหรือร้านค้าในบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อ เพลิง และสวนสาธารณะของทางราชการที่จัดไว้ เพื่อการพักผ่อนของประชาชนทั้งบนถนนสายหลักและถนนสายรองหากพบว่ามีร้านค้าฝ่าฝืนกระทำผิด ให้ระบุชื่อร้านที่กระทำผิด บริเวณสถานที่ตั้ง สอบถามถึงเหตุผลของการกระทำผิดและระบุรายละเอียดเฉพาะร้านที่กระทำผิด เพื่อนำมาเป็นข้อเสนอสำหรับการกำหนดมาตรการป้องกันในระดับจังหวัดและระดับ ประเทศ โดยให้สำนักโรคไม่ติดต่อประสานการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์อำนวยการความปลอดภัย ทางถนน ให้สำนักระบาดวิทยาประสานจัดเตรียมทีมสอบสวน หรือทีม SRRTพร้อมทีมสนับสนุนที่มีทักษะในการสอบสวนการบาดเจ็บ เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบสวนการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนรองรับการ เกิดอุบัติเหตุรายใหญ่และการบาดเจ็บรุนแรงในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
รมว.สธ.สั่งทุกรพ.พร้อมบริการแพทย์ฉุกเฉินช่วงเทศกาลปีใหม่
ธันวาคม 25, 2011 by pafrank
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินรับเทศกาลปีใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 – 4 มกราคม 2555 นี้ ประชาชนมีการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด มีการเฉลิมฉลอง ซึ่งอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินรับมือ ให้ปฏิบัติงานโดยยึดนโยบาย 3 เร็ว 2 ดี พร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดอันตรายของการบาดเจ็บและการเสียชีวิตของประชาชน ในการร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข
ทั้งนี้นโยบาย 3 เร็ว 2 ดี ฟรีทั่วไทย ได้แก่ เร็วที่1 คือแจ้งเหตุเร็ว ซึ่งได้มีการขยายคู่สายหมายเลข 1669 รับแจ้งเหตุจากผู้ประสบเหตุเป็น 300 คู่สายทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถใช้โทรศัพท์โทร.ได้ทุกระบบ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เร็วที่ 2 คือชุดปฏิบัติการ สามารถเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้รวดเร็ว ภายในเวลา 10 นาที ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของการออกปฏิบัติการทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินทุกจังหวัดรวม 11,138 ชุด พร้อมรถพยาบาลที่มีเครื่องมือแพทย์ช่วยชีวิตครบครันจำนวน 14,189 คัน ครอบคลุมถึงระดับตำบลมากกว่าร้อยละ 90 และเร็วที่ 3 คือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเร็ว แพทย์สามารถให้การรักษาเร็ว ซึ่งโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีแพทย์ พยาบาลที่เชี่ยวชาญพร้อมให้การรักษาตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับ 2 ดี ได้แก่ 1.คุณภาพการให้บริการทั้งในและนอกโรงพยาบาลในภาวะปกติดี และ 2.คุณภาพการให้บริการในภาวะที่เกิดภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินดี ซึ่งได้ให้ชุดปฏิบัติการทั่วประเทศ แต่ละพื้นที่ซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้านการแพทย์ฉุกเฉินเป็นอย่างดีแล้ว
ผู้บริโภคระวังผัก4ชนิด เสี่ยงสารพิษตกค้าง
ธันวาคม 20, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
มกอช.เผยผลสุ่มตรวจผัก-ผลไม้ตามท้องตลาดพบ ผัก 4 ชนิด คะน้า-มะเขือเปราะ-กวางตุ้ง-ถั่วฝักยาว เสี่ยงสารพิษตกค้าง
นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) เปิดเผยว่า จากการที่ มกอช.ได้ติดตามประเมินความเสี่ยงสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ตามโครงการเฝ้า ระวังความปลอดภัยสินค้าเกษตรและอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าผักและผลไม้ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมา ตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง
ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างผักและผลไม้ จำนวน 164 ตัวอย่าง พบว่า มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน 33 ตัวอย่าง คิดเป็น 20 % ของตัวอย่างทั้งหมด ในจำนวนนี้ เป็นตัวอย่างที่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคแบบเรื้อรัง(chronic)หรือแบบเฉียบ พลัน(acute) หรือทั้ง 2 แบบรวมกัน 15 ตัวอย่าง คิดเป็น 9 % โดยมีผักและผลไม้ที่พบความเสี่ยงสูง 4 ชนิด ได้แก่ ผักคะน้า 5 ตัวอย่าง มะเขือเปราะ 4 ตัวอย่าง ผักกวางตุ้ง 3 ตัวอย่าง และถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง
ขณะเดียวกันยังพบด้วยว่า มีชนิดสารพิษตกค้างที่เกินมาตรฐาน 11 ชนิด ได้แก่ สาร chlopyrifos, malathion, monocrotophos, profenofos, omethoate, prothiofos, cypermethrin, dimethoate, lambda-cyhalothrin, dicrotophos และสาร EPN โดยมี 2 ชนิดที่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคเกินค่าปลอดภัย คือ สาร dicrotophos และ EPN ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ เป็นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่อยู่ในรายการสารเคมีซึ่งกรมวิชาการ เกษตรเฝ้าระวัง(watch list) เบื้องต้น มกอช.ได้รายงานผลประเมินความเสี่ยงให้กรมวิชาการเกษตรทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจติดตามผักและผลไม้ที่มีความเสี่ยงสูง และใช้วางแผนการตรวจติดตามและควบคุมสารเคมีทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว ที่มีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค “นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย กล่าว
นาย ศักดิ์ชัยกล่าว่า ผู้บริโภคควรเลือกซื้อพืชผักและผลไม้ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน โดยเลือกสินค้าจากแหล่งผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP หรือซื้อสินค้าที่มีตราเครื่องหมาย Q หรือผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นช่องทางลดความเสี่ยงเรื่องสารพิษตกค้างปนปื้อนได้ ส่วนเกษตรกรควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้สารเคมีทางการเกษตร ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนโดยลืมนึกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค
สธ.ยันไม่พบผู้ป่วยสารเคมีรั่วไหลจากนวนคร
ตุลาคม 19, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
รมว.สาธารณสุข ยืนยัน ไม่พบผู้ป่วยสารเคมีรั่วไหลจากนวนคร ประสานโรงงานเก็บให้มิดชิดและยกสูง 10 เมตรขึ้นไป
นายวิทยา บูรณะศิริ รมว.สาธารณสุข ควง พล.อ.อ.นพพร จันทวานิช กรรมการบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) ออกแถลงข่าวโต้เหตุข่าวลือสารเคมีนวนวครรั่วที่ศปภ. พล.อ.อ.นพพร กล่าวว่าเมื่อเช้านี้ได้ส่งจนท.เข้าตรวนสอบนิคมฯนวนคร ยังไม่พบสารเคมีรั่วไหลตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ และยังไม่มีประชาชนคนใดป่วยจากสาเหตุสารเคมีและกำชับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบต้องนำน้ำล้างตัวทุกครั้งหลังภาระกิจเสร็จ
สธ.เตือนน้ำท่วมเน่าเลี่ยงสัมผัสหวั่นแหล่งเพาะยุงลาย
ตุลาคม 4, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากที่เกิดปัญหาน้ำาเน่าในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่เกิดจากปัญหาขยะว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมดำเนินการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการ EM (Effective Micro-organisms) เพื่อจำกัดการแพร่ขยายของเชื้อที่จะไปกับน้ำ วันนี้โรคระบาดยังไม่มี แต่คุณภาพของน้ำถือว่าต่ำมาก จนเกิดวิกฤตเสี่ยงต่อเกิดโรคหากน้ำยังท่วมขังอยู่อย่างนี้ การเดินทางสัญจรอยากให้ใช้ทางเรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ รวมถึงเด็กไม่ควรลงเล่นน้ำ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคเหล่านี้ มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และกรมอนามัยเองก็ดำเนินการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยอมรับว่า การใช้จุลินทรีย์บางพื้นที่ได้ผล บางพื้นที่ไม่ได้ผล โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ดังนั้นยุทธศาสตร์การดำเนินการคือ ต้องเร่งจำกัดเชื้อที่มากับน้ำเสียในขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำขังต้องดำเนินการ เพราะไม่อย่างนั้นยุงลายก็จะมา ถ้าเราไม่คิดกันไว้ก่อนผลตามมารุนแรงแน่นอน
เมื่อถามว่า มีวัคซีนป้องกันหรือไม่ นายต่อพงษ์ กล่าวว่า การใช้วัคซีนถือเป็นตัวแก้ท้ายที่สุด วันนี้ระเบียบวินัยของพี่น้องประชาชนสำคัญที่สุด คือต้นทุนถูกที่สุด วันนี้คือ ประชาชนต้องพยายามหลีกเลี่ยงน้ำให้มากที่สุด ในการบำบัดเราดูแลอย่างเต็มที่ และการแก้ไขปัญหาอีกอย่างหนึ่งในส่วนของน้ำที่เน่าเสีย คือต้องปล่อยให้น้ำมีการไหลผ่าน ไม่ขังที่เดียว และพื้นที่ไร่นาการเกษตรทำให้ตกผลึกการเน่าเสียได้อีกส่วนหนึ่ง ออกซิเจนในน้ำมีน้อยมากทำให้ปฏิกิริยาของน้ำลดน้อยลงไป ต้องเพิ่มอากาศในน้ำให้มากขึ้นและถ่ายเทมากขึ้น
หญิงไทยป่วยมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1
ตุลาคม 4, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
นางวรินทร์พร ณิชาภัทร์นารากุล ประธานชมรมรู้เท่าทันมัจจุราชสีชมพู(มะเร็งเต้านม) กล่าวว่า เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับกองทุนสุขภาพ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวช และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น ได้มุ่งเน้นให้ความรู้ให้แก่ประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านม เพราะหากรู้ตัวเร็วก็สามารถรักษาให้หายได้
ชมรมรู้เท่าทันมัจจุราชสีชมพู ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมให้กับผู้หญิงไทยตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันตนเองจากโรคร้าย รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อบรรเทาและช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยที่ผ่านมาชมรมเรามีกิจกรรมมากมาย เพื่อให้ความรู้และกำลังใจผู้ป่วยมะเร็งให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข การคัดกรองผู้ป่วย เป็นต้น
ปัจจุบันพบว่าหญิงไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมจำนวนมากขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงมะเร็งปากมดลูกแล้ว และในปี 2554 นี้ รัฐบาล มุ่งเน้นการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกในสตรี ซึ่งอยู่ในนโยบายหลัก 21 ข้อ นอกจากนี้เดือนตุลาคม ถือเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ป้องกันมะเร็งเต้านมที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
“สปสช.” ย้ำใ้้ช้บัตรทอง ภัยน้ำท่วมรักษาฟรี
กันยายน 14, 2011 by satartpandaz
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
ประธานบอร์ด “สปสช.” ไฟเขียว รพ. สังกัดบัตรทองทุกแห่งรับรักษาชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เอาใจชาวบ้านไม่ต้องฝ่าสายน้ำมา รพ. ที่ขึ้นทะเบียน
วันที่ 14 ก.ย. นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศขณะนี้ ได้มอบหมายให้ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดระบบบริการในพื้นที่ดูแลประชาชนผู้ประสบภัยเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน ให้ได้รับความสะดวกในการใช้บริการโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและ หน่วยบริการอื่นที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพทุกแห่งได้โดยไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในยามเจ็บป่วยระหว่างประสบภัยน้ำท่วมทั่ว ประเทศ
นพ.วินัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ สปสช. ได้จัดทำหนังสือสั่งการไปยัง สปสช.เขตทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศและทำหนังสือไปยังหน่วยบริการทุกแห่งให้บริการประชาชนโดยไม่ คิดค่าใช้จ่าย ให้ถือเสมือนกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อให้การดูแลรักษาแล้วสามารถเรียกเก็บค่าบริการตามหลักเกณฑ์การเบิก จ่ายกรณีอุบัติและเจ็บป่วยฉุกเฉินได้จาก สปสช. “หน่วยบริการทุกแห่งรวมทั้งของเอกชนที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพจะได้ รับการเบิกจ่ายตามอัตราที่กำหนด โดย สปสช. ได้จัดเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว และจะเร่งรัดการดำเนินการตามกระบวนการเบิกจ่ายนี้ให้รวดเร็วเพื่อให้โรง พยาบาลได้รับเงินเร็วขึ้น”
เลขาธิการ สปสช. กล่าวด้วยว่า ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจะต้องให้ความระมัดระวังโรคที่เกิด ขึ้นในช่วงนี้ โดยต้องดูแลสุขภาพตนเอง เช่น การรักษาร่างกายให้อบอุ่น ป้องกันการเป็นไข้หวัด หากป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ควรปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นโดยให้ความ ระวังกับโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงน้ำท่วม.
กรมควบคุมโรคห่วงใย แนะ!! ประชาชนใช้ 4 ส.
กันยายน 9, 2011 by jariya_n
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข
กรมควบคุมโรคห่วงใย แนะ!! ประชาชนใช้ 4 ส. เป็นแนวทางป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่อาจเพิ่มมากขึ้นในช่วงน้ำท่วม
กรมควบคุมโรคเผย ช่วงน้ำท่วมประชาชนอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคติดต่อที่เกิดจากน้ำไม่สะอาด โรคติดต่อจากแมลงเป็นพาหะ รวมทั้งอุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่างๆ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและชีวิต แนะ!! ประชาชน ใช้ 4 ส.เป็นแนวทางป้องกัน
นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงที่เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของประเทศไทยอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคติดต่อจากน้ำที่ไม่สะอาด ได้แก่ ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค โรคฉี่หนู และไวรัสตับอักเสบ A โรคติดต่อจากแมลงเป็นพาหะ ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย รวมทั้งอุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่าง ๆ เช่น การจมน้ำ เป็นต้น
“โรคติดต่อที่เกิดจากน้ำไม่สะอาด” เนื่องจากภาวะน้ำท่วม ทำให้มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโรคต่างๆจากน้ำไม่สะอาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการบริโภคและการสัมผัส ประชาชนจะมีโอกาสติดเชื้อโรคและเจ็บป่วยได้ง่าย โดยพบว่าเชื้อโรคที่สามารถติดต่อทางน้ำ ได้แก่ 1.เชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบ A 2.เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ อหิวาต์ ไทฟอยด์ เชื้อ Coliform ที่ทำให้มีอาการท้องเสีย 3.เชื้อโปรโตซัว เช่น cryptosporidium, amoeba , giardia
น้ำที่ไม่สะอาดจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังอักเสบ แผลติดเชื้อ ตาอักเสบ หรือ การติดเชื้อทางเดินอาหาร และยังมีบางโรค เช่น โรคฉี่หนู( leptospirosis) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่สามารถติดต่อผ่านทางผิวหนังหรือเนื้อเยื่อของร่างกาย จากการสัมผัสกับน้ำไม่สะอาดที่มีการปนเปื้อนจากฉี่หนูหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ติดเชื้อ ซึ่งเป็นโรคที่เคยมีการระบาดในประเทศไทยมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2543 ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคฉี่หนูอาจมีอาการหลังได้รับเชื้อ 2 – 4 วัน อาการเริ่มต้นอาจจะมีไข้เฉียบพลัน ไข้สูง ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยตามตัว ถ้าเป็นรุนแรงอาจจะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ตับวาย ไตวาย หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจและรักษาโดยเร็วเพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่ออีกว่า โรคไวรัสตับอักเสบ A เป็นโรคติดต่ออีกโรคหนึ่งที่เกิดจากน้ำไม่สะอาด เพราะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ A จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน โรคนี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 15-45 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการอักเสบของตับ เริ่มต้นจะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ไม่อยากอาหาร คลื่นไส้ ไข้ต่ำ ๆ อุจจาระสีซีด และปัสสาวะสีเข้ม มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองดีซ่าน ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
โรคติดต่อต่างๆที่เกิดจากน้ำไม่สะอาดส่วนใหญ่จะมาจากการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ แต่สามารถป้องกันได้ ด้วยการเลือกดื่มน้ำที่สะอาด และต้องเพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ใช้น้ำที่ต้มสุกหรือผ่านคลอรีน ถ้ามีอาการท้องเสียหรือขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเกลือแร่เสริม หากมีอาการไข้ หรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ สามารถใช้ยาลดไข้ บรรเทาอาการไข้ได้ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทำความสะอาดอาหารและปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง
ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่าในช่วงน้ำท่วม นอกจากโรคติดต่อจากน้ำไม่สะอาดแล้ว ยังทำให้เกิด “โรคติดต่อที่เกิดขึ้นจากแมลงเป็นพาหะ” มากขึ้นด้วย เพราะน้ำที่ท่วมจะทำให้แมลงที่เป็นพาหะของโรคต่าง ๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น เช่น ยุงลาย ทำให้เสี่ยงต่อการระบาดของไข้เลือดออก หรือในป่า มียุงก้นป่อง ที่ทำให้เกิดไข้มาลาเรีย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังจากการเกิดน้ำท่วมประมาณ 6 สัปดาห์ ส่วนโรคอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภาวะน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บต่างๆ ถ้ามีบาดแผลควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และรับยาแก้อักเสบเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือถ้าหากติดอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ๆ ร่างกายมีภาวะอุณหภูมิต่ำผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบในเด็กเล็ก ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ หากเกิดอาการดังกล่าวต้องรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที
“ในช่วงน้ำท่วมประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังการดูแลสุขอนามัยมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากมีโอกาสที่จะเกิดโรคและภัยสุขภาพได้ง่าย จึงขอแนะให้ใช้ 4 ส. เป็นแนวทางป้องกัน ส. ที่หนึ่ง “น้ำ อาหารสะอาด” ต้องดื่มน้ำและกินอาหารที่สุกสะอาด ส. ที่สอง “ร่างกายสะอาด” ต้องรักษาร่างกาย มือเท้าให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ขยี้ตาเมื่อมีฝุ่นหรือน้ำสกปรกเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรลงแช่น้ำที่ท่วมขัง หากจำเป็นต้องรีบล้างตัวให้สะอาดโดยเร็ว ส. ที่สาม “สัตว์มีพิษ” ต้องระวังสัตว์มีพิษ ที่อาจหลบหนีเข้ามาในที่พักอาศัย เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ ส.ที่สี่ “สิ่งแวดล้อม” ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงสุขาภิบาลรอบตัว เน้นการกำจัดขยะ ถ่ายอุจจาระลงถุง ตัดวงจรไฟฟ้าภายในบ้าน อย่าเข้าใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงเพราะอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วได้ และให้ระวังการจมน้ำด้วย หากประชาชนปฏิบัติได้ตามคำแนะนำก็จะเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพและชีวิต”รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวปิดท้าย







กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












