Get Adobe Flash player

“ชวนนท์” ยันนายกฯคุย “สุวิทย์” ก่อนถอนตัวกก.มรดกโลก

มิถุนายน 28, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“ชวนนท์” ยันนายกฯคุย “สุวิทย์” ก่อนถอนตัวกก.มรดกโลก แจงเหตุไทยไขก๊อกเพราะเขมรลักไก่สอดไส้แผนบูรณะปราสาทอิงแผนที่1ต่อ2แสนทำไทยเสียเปรียบ ยก3ปีที่ทำงานดี โบ้ยรบ.พปช.ทำพลาดรับแถลงการณ์ร่วมปี 51 ชี้ยังมีช่องเจรจาทวิภาคี แนะชาวบ้านคิดให้ดีก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค ว่าจะเลือกพรรคที่ป้องผลประโยชน์ชาติหรือจะเลือกพรรคที่เลือกป้องประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณีที่มีรายงานข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่เห็นด้วยกับการที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าเจรจาคณะกรรมการมรดกโลกฝ่ายไทยตัดสินใจถอนตัวออกจากสมาชิกอนุสัญญาภาคีมรดกโลกว่า ตนอยู่ร่วมประชุมตั้งแต่ต้นจนจบ ยืนยันว่าท่าที่ของฝ่ายไทยเป็นไปในทางเดียวกัน โดยเห็นว่าการที่จะให้บูรณะปราสาทพระวิหารนั้นต้องมีการพูดคุยรายละเอียดกับฝ่ายไทยก่อนซึ่งทั้งหมดตนได้รายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกขั้นตอน ทั้งนี้ในวันเสารที่26 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น นายกฯ มีนัดสนทนาทางโทรศัทพ์กับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกในเวลา19.30น.ตามเวลากรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับเวลา24.00น.ของไทย แต่กลับปรากฎว่ามีการนำร่างมติปราสาทพระวิหารเข้าที่ประชุมก่อน แม้ในระหว่างประชุมฝ่ายไทยได้ยกมือในที่ประชุมว่าจะมีการสนทนาระหว่างนายกฯกับผอ.ใหญ่ขอให้เลื่อนเรื่องนี้ไปก่อน แต่เขากลับบอกว่ายังไม่ได้รับการแจ้งกับที่ประชุมอย่างเป็นทางการ จึงไม่ยอมเลื่อนวาระออกไป

นายชวนนท์ กล่าวว่า การที่ผอ.ยูเนสโกบอกว่าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกยังไม่ได้พิจารณาเกี่ยวกับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารฯ นั้น หากถามว่าเราเป็นห่วงกังวลอะไรถึงต้องถอนตัว ก็คงเป็นเรื่องที่เขามีการพูดถึงประเด็นบูรณะซ่อมแซมตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งต้องเรียนว่าในประเด็นดังกล่าวนี้โดยหลักการไทยไม่ได้ปฏิเสธ แต่ในรายละเอียดก็ควรต้องให้พูดคุยกันก่อน เพราะขณะนี้เรายังเห็นแผนของกัมพูชาที่อ้างแผนที่1ต่อ200,000 อยู่ ดังนั้นหากจะรับการบูรณะโดยไม่ดูรายละเอียดเลย อาจจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการทำงานในอนาคต จึงเป็นที่มาของการถอนตัวออกไปก่อน ทั้งนี้มีการประเมินจากทุกฝ่ายแล้วเห็นว่าการถอนตัวในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะถ้าถอนตัวไปเมื่อ2-3ปีที่แล้ว ผลสำเร็จคงไม่เป็นเช่นนี้ ซึ่งหมายความว่าแผนบริหารจัดการคงไม่มีการเลื่อนออกไปในลักษณะนี้ และคงเป็นอันตรายกับประเทศไทยมากกว่านี้

นายชวนนท์ กล่าวว่า ตลอด3ปีที่ผ่านมาเราได้ลงมือชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง21ชาติ และทางยูเนสโกเองก็มีท่าทีชัดเจนอันเห็นได้จากแถลงการณ์ที่ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการที่จะผลักดันแผนบริหารฯของกัมพูชาอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเครียดในปัญหาและสร้างความเสียหายให้กับตัวปราสาท อย่างไรก็ตามยืนยันว่าขณะนี้เราไมได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบกัมพูชา การที่มีรายงานข่าวบางฉบับที่ระบุว่าไทยพ่ายแพ้หรือเจรจาผิดพลาด หรือกลายเป็นกัมพูชามีการเจรจาที่ได้ผลกว่านั้น ก็ต้องเรียนว่าถ้ากัมพูชาเก่งกว่าจริงเขาคงไม่ช้ามา3ปี ไม่เลื่อนมา3ปี และยังไม่รู้กำหนดว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด แต่ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะรัฐบาลพรรคพลังประชาชนปล่อยให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียวผ่านแถลงการณ์ร่วมเมื่อปี51 เราจึงเริ่มต้นทำงานด้วยการติดลบ แต่ว่าเมื่อทำงานแล้วเราก็ทำให้ในที่ประชุมไม่มีชาติไหนสักชาติสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียน ดังนั้นก็ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลมีการทำงานเป็นมรรคเป็นผล ส่วนที่กัมพูชาอ้างว่าเขาประสบความสำเร็จนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ใดๆ

นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอฝากไปยังรัฐบาลกัมพูชาว่า ถ้าตนทำงานภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่สำเร็จ มา3ปีตนเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ ปลดตนไปนานแล้ว คณะทำงานของกัมพูชาที่บอกว่าการที่ไทยถอนตัวคือความสำเร็จ คือการเอาชนะไทย ผมคิดว่าไม่จริง และนายกฯฮุนเซ็นก้ต้องพิจารณาว่าจะใช้คณะกรรมการชุดนี้เจรจาต่อในครั้งที่4 หรือไม่

ส่วนข้อกล่าวหาว่าประเทศไทยไม่เหมาะสมที่จะถอนตัวนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ยืนยันว่าเวทีในการพูดคุยของทั้ง2ประเทศยังมีอยู่ ทั้งเจบีซี จีบีซี อาร์บีซี แต่ขณะนี้เราเห็นว่าการคงอยู่ในภาคีมรดกโลกจะทำให้เราต้องรับรองข้อมติที่แม้แต่เรายังมีข้อสงสัยจึงถอนตัว ดังนั้นการประกาศเจตนารมณ์ถอนตัวนั้นก็เพื่อไม่เป็นพันธะกับเราในการรับรองหรือทำให้เรื่องนี้บานปลายจนเป็นผลลบกับประเทศ ตนยังยืนยันว่าในเรื่องของแผนที่ยังเป็นไปตามสันปันน้ำถ้ากัมพูชาจะทำอะไร เสนออะไร ถ้าเลยแนวสันปันน้ำก็ต้องขออนุญาติประเทศไทยโดยผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง และทางยูเนสโกก็ต้องมาพูดคุยกับเราเพื่อหาทางออก ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์สร้างขึ้นดังนั้นในวันที่ 3ก.ค.ก็อยู่ที่ประชาชน จะเลือกพิจารณาว่าจะเลือกพรรคคที่เดินหน้าปกป้องอธิปไตยของชาติ หรือจะเลือกพรรคที่ยอมเสียสละผลประโยชน์ของชาติ เพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว

“สุวิทย์”คาดอีก 4 วัน กู้เรือน้ำตาลล่มสำเร็จ

มิถุนายน 4, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

“สุวิทย์”เร่งระดมกำลังกู้เรือน้ำตาล ล่ม จ.อยุธยา คาดอีก 4 วัน กู้เรือสำเร็จ เตรียมแก้ระเบียบกรมเจ้าท่า ปรับปรุงยกเครื่องเรือลากจูง ป้องกันปัญหาเรือล่มซ้ำซาก วอนชาวบ้านอย่าจับปลาที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำกิน หวั่นทำพ่อพันธ-ุ์แม่พันธุ์ปลาสูญพันธุ์

ที่วัดมังกรกมลาวาส นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงปัญหาปัญหาเรือบรรทุกน้ำตาลล่มที่จ.อยุธยาว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังลงเสาและถมถุงทรายบริเวณจุดที่เรือล่ม เพื่อทำแนวผนังป้องกันไม่ให้น้ำ้กัดเซาะตลิ่ง เนื่องจากกระแสน้ำ้ไหลเชี่ยวมาก นอกจากนี้จะขอให้กรมชลประทานลดปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้า พระยาจาก 1,000 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที เหลือ 100 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที เพื่อให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากลดลง จะได้กู้เรือได้ คาดว่า วันที่ 5 มิ.ย.กระแสน้ำ้จะเริ่มลดลง จากนั้นบริษัทเจ้าของเรือน้ำตาลจะใช้เวลา 2 วัน ลงไปติดตั้งอุปกรณ์กู้เรือ แล้วสูบน้ำออก เพื่อให้เรือลอยขึ้นมา คาดว่า จะใช้เวลาอีก 4 วัน จะกู้เรือที่ล่มได้ ทั้งนี้กรมเจ้าท่าจะแก้ไขกฎระเบียบเรื่องเรือลากจูงให้มี ขนาดใหญ่ขึ้น ให้สามารถลากจูงเรือได้ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากเรือลากจูงมีขนาดเล็ก เมื่อเจอกระแสน้ำแรงๆ จึงไม่สามารถประคองเรือขนส่งขนาดใหญ่ได้ นอกจากนี้อยากขอร้องชาวบ้านบริเวณที่เกิดเหตุที่จับปลาที่ลอยขึ้นมาบริเวณผิวน้ำเพราะขาดออกซิเจนว่า อย่านำไปกิน เพราะส่วนใหญ่เป็นปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขนาดใหญ่ที่หายาก เช่น ปลากระเบน ขอให้นำไปเลี้ยงในน้ำสะอาดไว้ก่อน เมื่อน้ำเสียผ่านไปแล้ว ค่อยปล่อยคืนสู่ธรรมชาติภายหลัง เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์

 

 

กิจสังคมประกาศพร้อมจับมือทุกพรรคตั้งรัฐบาล

มิถุนายน 4, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, talk of the town, การเมือง

“สุวิทย์” นำลูกทีมลุยหาเสียงย่านเยาวราช พร้อมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดมังกรกมลาวาส ขอพรชนะการเลือกตั้ง ประกาศพรรคกิจสังคมพร้อมจับมือทุกพรรคตั้งรัฐบาล

เมื่อ เวลา 10.00 น. นายสุวิทย์ คุณกิตติ ประธานพรรคกิจสังคม และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 และน.ส.สุวิภา คุณกิตติ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 2 พรรคกิจสังคม เดินทางไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิที่วัดมังกรกมลาวาส พร้อมช่วยนายบุญล้อม อิงคเวทย์ ผู้สมัครส.ส.เขต 1 กทม.พรรคกิจสังคม หาเสียงที่ย่านเยาวราช โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า มากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิเพื่อให้พรรคกิจสังคมได้ส.ส.มากๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ เชื่อว่า พรรคจะได้รับส.ส.เข้ามาจำนวนมาก ส่วนการจับมือตั้งรัฐบาลนั้น พรรคกิจสังคมไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร พร้อมเป็นทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้าน เพราะเคยเป็นพรรคขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กมาแล้ว หากจะเข้าร่วมรัฐบาลกับใคร ก็ต้องฟังเสียงประชาชนก่อน แต่ทำงานได้กับทุกคน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ร่วมรัฐบาลทุกครั้ง

 

“สุวิทย์” ลุยหาเสียงสวนรถไฟ สี่โมงเย็นนี้

มิถุนายน 1, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report

วันที่ 1มิ.ย. 2554 เวลา 16.30 น. พรรคกิจสังคม เดินหาเสียงที่สวนรถไฟมี นายสุวิทย์ คุณกิตติ นำทีมหาเสียง

ไทยไม่รับแผนบริหารฯพระวิหาร-ยันบุกรุกพื้นที่อธิบไตยไทย

พฤษภาคม 24, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป

ไทยปฏิเสธแผนบริหารจัดการพระวิหารของกัมพูชา ยันมีการบุกรุกอธิปไตยไทย ยื้อให้รอการปักปันเขตแดน 2 ประเทศก่อน ยืนกรานยังไม่ให้อินโดนีเซียเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ทับซ้อน

ที่ศาลหลักเมือง นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วงกรณีประสาทพระวิหาร โดยยืนยันได้ส่งแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารมาให้ไทยรับทราบนานแล้วว่า ยืนยันว่า ไทยยังไม่ได้รับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการมรดกโลก แต่เอกสารที่ไม่เป็นทางการนั้น ได้รับแล้วหลังจากการประชุมที่ประเทศบราซิล ซึ่งในแผนที่ดังกล่าวพบว่า มีพื้นที่บางส่วนรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไทย ที่สำคัญแผนที่ดังกล่าวมีปัญหาเรื่องเขตแดนที่ยังไม่ได้ปักปันให้เรียบร้อย แผนที่ดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ และแผนบริหารจัดการก็ยังขาดความสมบูรณ์ ดังนั้นจะต้องมีกลไกปักปันเขตแดนให้เสร็จเรียบร้อยก่อน และขณะนี้การปักปันเขตแดนยังไม่ได้เริ่ม ซึ่ง รมว.กลาโหมจะเร่งรัดการหารือเรื่องการปักปันเขตแดนต่อไป ตรงนี้เป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การเผชิญหน้าระหว่างไทยกัมพูชา

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวระบุว่า รมว. กลาโหมยอมรับให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นชุดสำรวจล่วงหน้า นายสุวิทย์ตอบว่า รมว.กลาโหมพูดชัดว่า เรื่องเขตแดน เป็นเรื่องสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องไทยกับกัมพูชาเท่านั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาตกลงให้อินโดนีเซียเข้ามา ทั้งนี้การสังเกตการณ์ต้องมีการถอนประชาชนและทหารในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาออกมาก่อน

“มาร์ค” กล่อม “สุวิทย์”อยู่ต่อ นั่งปธ.คกก. เฉพาะกิจเจรจามรดกโลก

เมษายน 20, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, Hot Issue Today

“มาร์ค”กล่อม “สุวิทย์” เครียด เคลียร์ปมคาใจ”กษิต” สุดท้าย อยู่ต่อ แต่กำชับให้เป็นเอกภาพ นายกฯตั้งกก.ใหม่อย่างเป็นทางการ สุวิทย์เผยนายกฯให้นั่งปธ.คกก.เฉพาะกิจแก้ปัญหาไทย-เขมร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมงบประมาณ อาคารรัฐสภา 3 ซึ่งใช้เป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปรากฎว่า เมื่อนายกฯดำเนินการประชุมครม. ไปได้ประมารครึ่งช.ม. โดยที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ยังไม่ได้อยุ่ในห้องประชุม ปรากฎว่านายกฯไดด้เนออกไปนอกห้องประชุมนานประมาณเกือบ 20 นาที โดยมีรายงานว่านายกฯได้ไปหารือนอกรอบกันสองต่อสองกับนายสุวิทย์ เพื่อเคลียร์ปัญหาที่นายสุวิทย์ ประกาศลาออกจากหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจามรดกโลก จากนั้นทั้งสองคนจึงเดินกลับมาเข้าร่วมการประชุมครม.พร้อมกัน อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการประชุมครม. นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องที่ยวและกีฬา ได้สอบถามขึ้นมาว่า ตกลงข้อเท็จจริงเรื่องที่นายสุวทิย์จะลาออกจากหัวหน้าผุ้แทนเจรจามรดกโลกเป็นอย่างไร เพราะนักข่าวเขาสนใจ อยากจะรู้ว่านายสุวิทย์จะลาออกจริงหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบเพียงว่า “อ๋อ ได้คุยกันถามท่านแล้ว ท่านไม่เห็นบอกว่าลาออกนี่” จากนั้นก็ไม่ได้มีครม.คนใดติดใจซักถามทำอะไรอีก ขณะที่นายสุวิทย์ก็ได้แต่นั่งยิ้มเจื่อน ๆ อยู่แต่ไมได้พูดอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามเมื่อการประชุมครม.เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีก็ได้เชิญนายสุวิทย์ พร้อมด้วยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจและนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ หารือร่วมกันถึงปัยหาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดยใช้เวลาหารือนานประมาณ 30 นาที จากนั้นทั้งหมดจึงแยกย้ายกันออกจากห้อง โดยนายสุวิทย์ นั้นมีสีหน้าเจื่อน ๆ ไม่สุ้ดีอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รัฐมนตรีของซีกพรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีสีหน้าเป็นปกติ

เมื่อเวลา 15.00น. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ตามที่มีข่าวออกมาและพี่น้องประชาชนก็เป็นห่วง เพราะเรากำลังจะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่กรุงปารีสในเดือนมิ.ย.นี้ ซึ่งปกติแล้วรับบากล้ได้มอบหมายให้นายสุวิทย์ ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาเรื่องนี้มาตลอด เพราะมีความชำนาญรู้เรื่องรายละเอียดมาตลอดและได้ติดต่อพูดจากับคนคนโน้นคนนี้ทั่วทั้งโลก ทำงานไม่หยุด และพอมามีข่าวออกมาว่าท่านจะขอถอนตัว ประชาชนและรัฐบาลก็ไม่สบายใจ ท่านนายกฯเลยนัดตน นายสุวิทย์ และนายกิต มาหรึกษาหารือกัน เพราะทางรัฐบาลไม่ต้องการจะให้เปลี่ยนตัวให้เป็นคนอื่นเลย เพราะเห็นว่านายสุวิทยืเหมาะสมที่สุด และรู้งานดีอยู่แล้ว เราได้คุยกันว่าท่านขุ่นข้องหมองใจเรื่องอะไรที่คิดจะถอนตัว ท่านก็บอกว่าต้องการแนวทางอย่างไร อยากให้คณะทำงานเจรจาของท่านอยากจะให้มีลักษณะที่เป็นเอกภาพอย่างไร ก็เข้าใจกัน เพราะฉะนั้นเราก็จะจัดระเบียบให้ใหม่และนายสุวิทย์ก็รับจะเป็นหัวหน้าคณะเหมือนเดิม ซึ่งนายกฯจะแต่งตั้งคณะให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้ง โดยทีมนี้ต้องเป็นเอกภาพชัดเจน โดยมีนายสุวิทย์เป็นหัวหน้า

นายไตรรงค์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องข้อขัดแย้งกับทางกระทรวงการต่างประเทศนั้นไม่มี อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกัน คือมันยังไม่ชัดเจน แต่ไม่ได้ขัดแย้ง นายกษิตก็พร้อมที่จะทำให้มันชัดเจนทั้งหมดจะได้เอ็นเอกภาพก็ตกลงกันได้ เมื่อถามว่า ต่อไปนี้นายสุวิทย์พูดอะไรกระทรวงการต่างประเทศต้องฟังใช่หรือไม่ นายไตรรงค์ กล่าวว่า นายกษิตยืนยันว่าปกติก็ฟังอยู่แล้ว ไม่เคยขัดแย้งกัน เพียงแต่ไม่ได้มานั่งคุยกันอย่างนี้ เมื่อคนมีอำนาจ 4 คนมานั่งคุยกันก็ถือว่าสุดยอดของประเทศ เมื่อจบวันนี้ก็ถือว่าจบ ตนไม่ขอยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่อาจไม่เข้าใจกัน เพราะจะทะเลาะกันเปล่า ๆ แค่นี้เรื่องก็ยาวแล้ว สื่อเอาไปวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหาย เอาเป็นว่าทุกฝ่ายสบายใจแล้วนายสุวิทย์ก็สบายใจแล้วและทำหน้าที่ต่อเป็นหัวหน้าคณะไปเจรจา โดยในทีมก็มีกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมด้วย แต่ต่อไปนี้เวลาไปพูดจากับใครต้องปรึกษาหารือกันก่อน และพูดไปทางเดียวกัน นายสุวิทย์ก็พอใจ และต้องขอบคุณท่านที่รับเป็นหัวหน้าคณะเจรจาต่อไป

เมื่อเวลา 14.45 น. นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศว่า การทำงานนายกฯก็ได้มีการพูดคุยกับตนในกระบวนการขั้นตอนการทำงานแล้วก็จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นเอกภาพ ส่วนกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดก็มีแนวทางเราก็ชัดเจนในเรื่องของปักปันเขตแดนเพื่อให้เรื่องของการขึ้นทะเบียนเกิดความชัดเจนก่อน ส่วนเรื่องอื่นนั้นก็คงเป็นกระบวนการขั้นตอนตามกติกามารยาทของคณะกรรมการมรดกโลก ส่วนที่จะต้องมีคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมานั้นที่ผ่านมาการทำงานทุกคนมีเจตนาดีเพียงแต่วิธีการ แนวทาง ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีมันอาจจะไม่เหมือนกัน ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสน ก็จะเป็นจุดอ่อนในกระบวนการทำงานทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องมีเอกภาพถ้าไม่มีเอกภาพก็จะไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

“ผมก็เลยคิดว่าถ้ากระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอยู่แล้วและเป็นคนรับผิดชอบนโยบายด้านการต่างประเทศก้จะขอให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการ แต่หลังจากที่คุยกับนายกฯแล้วท่านนายกฯบอกว่าให้จัดเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาแล้วก็ให้การทำงานเป็นอกภาพ ขั้นตอนทั้งหมดต้องเป็นไปในทางเดียวเดียวกันจุดยืนเดียวกัน และมติครม.ที่เคยมีก็ยังใช้ในแนวทางนั้น คือการต้องดำเนินการให้คณะกรรมการมรดกโลกได้เห็นปัญหาและเข้าใจปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่งเกิดการสู้รบ สูญเสียทรัพย์สินของทั้งสอง่ฝายรวมทั้งประชาชนได้รับความกระทบกระเทือนด้วย”นายสุวิทย์ กล่าว

รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญวันนี้ต้องมีการดำเนินการขั้นตอนของอนุสัญญาที่จะต้องกำหนดขอบเขตในเรื่องของพื้นที่ที่จะขึ้นทะเบียนให้มีความชัดเจนซึ่งมันเกี่ยวข้องกับเขตแดนไทย-กัมพูชา ตรงนี้ไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรื่องปักปันเขตแดนของเจบีซึ่งเจบีซีมีการพิจารณาในส่วนนี้ ฉะนั้นเราจุดยืนเราก็ชัดเจนว่ากระบวนการขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการโดยคณะกรรมการชุดเดียว ก็จะทำให้เป็นเอกภาพมากขึ้น

“ท่านนายกฯยังขอให้ผมเป็นหัวหน้าคณะ เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้อยู่ ผมเห็นว่าสิ่งใดที่ผมจะทำให้กับชาติบ้านเมืองได้ในการปกป้องอำนาจอธิปไตยเขตแดนแล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชาผมก็ยินดีที่จะทำ ฉะนั้นในแนวทาง ทิศทางที่เป็นเอกภาพในการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้นโดยการสนับสนุนของนายกฯและนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลคิดว่าตรงนี้ก็ดำเนินการต่อไปได้”นายสุวิทย์ กล่าว

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในกระบวนการเรื่องนี้ต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมด แต่ว่ากระบวนการที่จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือทั้งหมดในทิศทางเดียวกันและทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ว่าช่วยกันโดยที่ไม่เป็นระบบ ดังนั้นกระบวนการจึงต้องมีการจัดระบบในการดำเนินการ “เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นความหนักใจของผมเองด้วยทุกครั้งในการทำงานที่ผ่านมาทุกครั้งเลย เพราะมันเกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตยและเขตแดนและพี่น้องประชาชนเป็นห่วงเหมือนกับผม เพราะผมรักชาติบ้านเมืองและหวงแหนอธิปไตยไม่ต่างจากคนไทยทุกคน เพียงแต่การเจรจานั้นต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการ21ประเทศและเราเป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นการทำความเข้าใจประเทศสมาชิกทั้งหมดก็เป็นหน้าที่ทีเราต้องดำเนินการ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าคณะกรรมการและยูเนสโกได้เห็นปัญหาและรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบตอ่ความมั่นคงในภูมิภาคด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาเท่านั้น ดังนั้นทุกประเทศไม่ต้องการเห็นการสู้รบที่จะเสียเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชน ดังนั้นเราต้องทำให้เห็นว่ากระบวนการแก้ไขปัญหามันมีอยู่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องกลไกปักปันเขตต้องทำให้จบสิ้น ตรงนี้ก็พยายามทำความเข้าใจ และจากนี้จะมีคณะกรรมการทำงานเพียงชุดเดียวเท่านั้น”นายสุวิทย์ กล่าว

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจนายกฯคงจะดำเนินการแต่งตั้ง ซึ่งการทำงานร่วมกันถ้าทุกคนมานั่งคุยกันแล้วมีความเห็นและเดินไปในทางเดียวกันก็ย่อมทำได้ไม่มีปัญหา เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เรามีจุดอ่อนช่องว่างที่ตนไม่สบาย อยากให้กระบวนการแก้ไขปัญหาตรงนี้ยุติเสียก่อนถ้ายุติได้และนายกฯเห็นด้วยกับแนวทางนี้ตนก็คิดว่าเราเดินได้ และตนยินดีในฐานะคนไทยที่ต้องแก้ปัญหาให้ปัญหาของประชาชน “ปัญหามันจบแล้วครับ คิดว่าคุยชัดเจนแล้วครับ เข้าใจกันหมดแล้วรวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศด้วย”นายสุวิทย์ กล่าว

เมื่อถามว่าที่ยอมเป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้เพราะคำขู่ของนายสุเทพด้วยหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า “อันนี้มันไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯนะครับ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรมว.ต่างประเทศที่ฐานะดูแลนโยบายการต่างประเทศและการเจรจาระหว่างประเทศ เพียงแต่ว่าที่ผมเข้ามาทำหน้าที่นี้เพราะผมอาสาเข้ามาทำทั้งครั้งแรกและครั้งที่สอง แต่ว่าผมอยู่ในรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วผมไม่เห็นด้วยในการทำแผนบริหารและการจะให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจนกว่าขอบเขตพื้นที่จะชัดเจนเสียก่อน และผมก็สนใจในการศึกษาปัญหา ผมถึงเข้าใจและคิดว่าในช่วงที่รัฐบาลเข้ามาใหม่แล้วจะต้องดำเนินการผมเองรู้เรื่องดีที่สุดในขณะนั้น แล้วผมก็คิดว่าผมน่าจะช่วยเหลือบ้านเมืองในเรื่องนี้ให้กับรัฐบาลได้ผมถึงอาสา ไปแบบอาสาไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของผมครับ”

เมื่อถามว่าแสดงว่ารอบนี้กระทรวงการต่างประเทศไม่รับจะเป็นหัวหน้าคณะใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ นิ่งสักพักแล้วกล่าวว่า “ก็จริงแล้วท่านนายกฯก็บอกว่าทำมาสองครั้งแล้วก็อยากให้ทำต่อ เพราะว่าถ้าไปหลายหน่วยงานเข้ามาทำ นายกฯก็เห็นด้วยว่าก็จะต้องเป็นเอกภาพและต้องเดินไปด้วยกัน ผมคิดว่าในเมื่อการดูแลปัญหาสามารถทำให้เกิดเอกภาพได้ก็โอเคจะพยายามทำให้ดีที่สุดผมเรียนว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่และสิ่งสำคัญที่อยากให้ประชาชนเข้าใจและสามัคคีกันในเรื่องนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถไปต่อสู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ ฉะนั้นอยากให้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ไม่ได้ปกติธรรมดาที่ไปเจรจากัน แต่เป็นปัญหาที่เกิดมาก่อนหน้านี้แล้ว และหน้าที่ของผมคือไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว และเป็นเรื่องยากลำบากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องการกำลังใจจากประชาชนครับ”นายสุวิทย์ กล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อมารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจแล้วจะมีปัญหาต่อพรรคกิจสังคมหรือไม่ นายสุวิทย์ ฐานะกล่าวว่า ในทางการเมืองก็ต้องทำไป ส่วนไม่มีเวลาหาเสียงตนคิดว่าเรื่องบ้านเมืองต้องมาก่อน อันนี้เป็นเรื่องบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องการเมือง เรื่องการเมืองเป็นเรื่องรองจากบ้านเมือง ส่วนเรื่องของพรรคกิจสังคมก็จะเดินหน้าต่อไป ตอนนี้ที่ทำการพรรคก็ใกลจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการที่ย้ายจากจังหวัดขอนแก่นมาอยู่กทม. อีกไม่กี่วันก็เปิดเป็นทางการได้ ส่วนกระบวนการหาเสียงก็เดินไป “ส่วนตัวผมก็ไปทำหน้าที่คนไทยในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยผมก็ต้องไปทำหน้าที่ ส่วนเรื่องการเมืองนั้นมาทีหลังไม่เป็นเรื่อครับ เอาเรื่องบ้านเมืองก่อนครับ”นายสุวิทย์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการนัดทานข้าวกับนายกษิตหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวด้วยสีหน้าที่ยังเคร่งเครียดว่า “ไม่ต้องกินแล้ว เมื่อถามว่าเครียดหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า “เรื่องมันเครียด” ส่วนการทำงานที่ผ่านมานั้นกระทรวงต่างประเทศเขาก็เดินของเขาและคณะผู้แทนไทยก็ทำพอทำไปเจตนาเป้าหมายเราก็เหมือนกันแต่วิธีการแตกต่างกันทำให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดจุดอ่อนช่องว่าง เมื่อถามว่าถ้าเป็นปัญหาแล้วเคยคุยกันหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เคย

กต. ยืนยัน ยึดนโยบายรัฐบาลมาตลอด

เมษายน 19, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

กต. ยืนยัน ยึดนโยบายรัฐบาลมาตลอด ว่าจะไม่พิจารณาแผนบริหารจัดการร่วมกัน ระหว่างไทย-กัมพูชา จนกว่าเจรจาปัญหาเขตแดนแล้วเสร็จ

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี ที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวถอนตัวออกจากหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย เนื่องจากตนไม่เห็นด้วยกับแนวทางของจากกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องการให้จัดทำแผนบริหารจัดการร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา ที่อาจจะก่อให้เกิดการสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียอำนาจอธิปไตยของประเทศและเป็นจุดอ่อนช่องว่างในการเจรจาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งนโยบายต่อการการดำเนินงานเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่าจะชะลอการพิจารณาแผนบริหารจัดการร่วมกัน ระหว่างไทย-กัมพูชา จนกว่าการเจรจาเรื่องเขตแดนจะแล้วเสร็จ

“ การดำเนินงานของฝ่ายไทย ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามแนวนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ที่ว่า ไม่ควรมีการพิจารณาแผนบริหารจัดการร่วมกัน ระหว่างไทย-กัมพูชา จนกว่าปัญหาเขตแดนบริเวณดังกล่าวจะต้องได้รับการแก้ไข โดยตนขอย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ยึดถือแนวทางนี้มาโดยตลอด” นายธานีกล่าว

“เทือก”ตะเพิด”สุวิทย์”ไม่ทำหน้าที่ หน.เจรจามรดกโลกให้ลาออกไป

เมษายน 19, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

 

“สุเทพ” กร้าวใส่“สุวิทย์”ไม่ทำหน้าที่ก็“ออกไป” ย้ำไม่จำเป็นต้องหารือในครม. ปัดไม่เคยได้ยินข่าวขัดแย้ง “กษิต”
เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลกระหว่างวันที่ 19-29 มิถุนายน ที่ประเทศฝรั่งเศส ว่า นายสุวิทย์ ยังลาออกไม่ได้ ยังคงต้องไปทำหน้าที่ จะมาอ้างว่าจะไปเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นคงไม่ได้ เพราะตรงนี้ถือเป็นหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุวิทย์แสดงเจตจำนงมาแล้ว นายกรัฐมนตรีสามารถยับยั้งได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “อย่า เพิ่งไปคาดการณ์อย่างนั้น เพราะนายสุวิทย์ ต้องไปทำหน้าที่ มันเหมือนกับผม ที่ต้องไปดูแลงานด้านยาเสพติด หรือด้านความมั่นคง และอยู่ๆ จะมาบอกว่าไม่ทำไม่ได้ ถ้าไม่ทำผมก็ต้องกลับบ้าน”
นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่อยากพูดอะไร เพราะนายสุวิทย์ยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นทางการ และคงไม่จำเป็นที่ต้องนำเรื่องนี้คุยกันในคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ เพราะนายสุวิทย์ต้องมีความรับผิดชอบด้วยตัวเอง ส่วนตัวก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนายสุวิทย์ เมื่อถามว่าแล้วจะคุยกับนายสุวิทย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็จะคุย แต่ตนไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น ข่าวที่ออกมาตนไม่รู้ว่านายสุวิทย์ไปยืนยันที่ไหน แต่ไม่ได้มายืนยันกับรัฐบาล หรือกับนายกรัฐมนตรีหรือกับตน
เมื่อถามว่าคนที่จะสามารถตัดสินใจได้ว่านายสุวิทย์จะลาออกได้หรือไม่คือใคร นายสุเทพ ย้อนถามว่า “ออกจากรัฐบาลหรือ” ผู้สื่อข่าวตอบว่าออกจากหัวหน้าคณะเจรจา นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าตราบใดที่นายสุวิทย์ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ มีหน้าที่อยู่ ก็ต้องทำหน้าที่

เมื่อถามว่าแสดงว่าถ้านายสุวิทย์ไม่ทำหน้าที่ก็ต้องออกจากรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูด แต่สื่อพูดเอง เมื่อถามว่าถ้านายสุวิทย์ จะอ้างกรณีเดียวกับนายสุเทพ ที่เคยลาออกไปเพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคจะได้หรือไม่ นายสุเทพ อ้ำอึ้งก่อนตอบว่า “ก็ได้ครับ ถ้าถามผมอย่างนี้ ผมก็ต้องตอบว่าได้ สื่อพยายามตะล่อมผมให้จนมุม เดี๋ยวก็ไปพาดหัวกันว่าผมบีบให้นายสุวิทย์ออกจากรัฐบาล สื่อพยายามตะล่อมให้ผมตกหลุมพราง ขอย้ำว่าคุณต้องทำหน้าที่ของคุณ คนที่เป็นรัฐมนตรีแม้ว่าจะอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ให้สมบูรณ์

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่านายสุวิทย์ ขัดแย้งกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยได้ยินข่าวนี้

“สุวิทย์”แจงครม. 13 รอยเลื่อน 22 จังหวัดจุดเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

มีนาคม 28, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง, มติ ครม.

“สุวิทย์”แจงครม. 13 รอยเลื่อน 22 จังหวัดจุดเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว “มาร์ค” สั่ง “สาทิตย์” วางแนวทางรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหว จี้ตรวจสอบมาตรฐานอาคารทุกแห่ง พร้อมกำชับให้แจ้งเตือนภัยประชาชนโดยเร็ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงมหาดไทย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กรุงเทพมหานคร นักวิชาการ ในสัปดาห์หน้าเพื่อหาแนวทางการรองรับสถานการณ์หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น เช่นแนวทางการแจ้งเตือนภัย ซึ่งนายอภิสิทธิ์กำชับให้แจ้งเตือนข้อมูลให้ประชาชนทราบโดยเร็วและครบถ้วน โดยไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก รวมถึงมอบให้นายสาทิตย์ไปสำรวจอาคารต่างๆที่มีอายุการใช้งานมาก และอาคารปลูกสร้างใหม่ ที่ไม่มีแผนการรองรับเรื่องการเกิดแผ่นดินไหว เพื่อวางแนวทางร่วมกับเจ้าของอาคารในการรองรับเรื่องแผ่นดินไหว

นายปณิธานกล่าวว่า ขณะเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานให้ครม.ทราบถึงพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่ยังมีพลังพาดผ่านว่า มีจำนวน 13 รอยเลื่อน ในพื้นที่ 22 จังหวัด ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์เรื่องแผ่นดินไหว นอกจากนี้สำนักงานปริมาณูเพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รายงานให้ครม.ทราบเรื่องการเฝ้าระวังการแพร่กัมมันตรังสี หลังจากเกิดอุบัติเหตุโรงงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นว่า จากการวัดการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอากาศ จำนวน 7 สถานี รวมถึงการตรวจวัดรังสีในน้ำประปา น้ำทะเล เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พบว่า ปริมาณรังสีอยู่ในระดับปกติ ขณะที่การตรวจสอบอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น หลังเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ จำนวน 60 ตัวอย่าง ก็ไม่พบการปนเปื้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานให้ครม.ทราบถึงพื้นที่รอยเลื่อน 13 แห่ง ใน 22 จังหวัด ที่เป็นจุดต้องเฝ้าระวังสถานการณ์แผ่นดินไหว ได้แก่ 1.เชียงใหม่ 12 อำเภอ 2. เชียงราย 11 อำเภอ 3. แพร่ 7 อำเภอ 4.แม่ฮ่องสอน 5 อำเภอ 5. กำแพงเพชร 3 อำเภอ 6. ตาก 7 อำเภอ 8. น่าน 6 อำเภอ 9. พะเยา 1 อำเภอ 10.พิษณุโลก 2 อำเภอ 11.ลำปาง 5 อำเภอ 12.ลำพูน 3 อำเภอ 13.อุตรดิตถ์ 4 อำเภอ 14.กระบี่ 1 อำเภอ 15.ชุมพร 4 อำเภอ 15.พังงา 5 อำเภอ 16.ระนอง 5 อำเภอ 17.สุราษฎร์ธานี 9 อำเภอ 18.กาญจนบุรี 7 อำเภอ 19.ประจวบคีรีขันธ์ 4 อำเภอ 20.สุพรรณบุรี 1 อำเภอ 21.นครพนม 3 อำเภอ 22.หนองคาย 2 อำเภอ รวม 106 อำเภอ 308 ตำบล และ1,406 หมู่บ้าน

“สุวิทย์”ลอยตัวรอเลือกข้างร่วมตั้งรัฐบาล

มีนาคม 22, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“สุวิทย์”ลอยตัวรอเลือกข้างร่วมตั้งรัฐบาล ยันพร้อมลงสมัครเลือกตั้งส.ส.สมัยหน้า เชื่อพรรคขนาดกลางจับมือร่วมเป็นพันธมิตร ไม่ส่งผลกระทบพรรคเล็ก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานที่ปรึกษาพรรคกิจสังคม กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จับมือรวมกัน ว่า พรรคขนาดเล็กคงไม่ลำบาก เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา แต่ละพรรคก็ทยอยแถลงนโยบาย การนำเสนอนโยบายเป็นตัวชี้วัดว่า ใครจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาต้องดูว่าประชาชนไว้วางใจพรรคไหน หลังจากนั้นจะดูอีกทีว่า นโยบายใดที่เราจะเอาด้วย ทั้งนี้การหาเสียงเลือกตั้งในภาคอีสานคิดว่ารัฐบาลสามารถลงพื้นที่ได้ และตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย แต่เป็นเขตใดยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน ส่วนพรรคกิจสังคมจะจับขั้วไหนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนต้องรอฟังเสียงประชาชนก่อน

หน้าต่อไป