“อภิสิทธิ์” ไม่ติดใจรัฐใช้งบ 635 ล้าน ปราบยาใน 3 เดือน
กุมภาพันธ์ 6, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
“อภิสิทธิ์” ไม่ติดใจรัฐใช้งบ 635 ล้าน ปราบยาใน 3 เดือน หากได้ผลจริง ย้อน “เฉลิม” ปราบได้มากจากเหตุ ยาเสพติดเพิ่มหรือเพราะจนท.มีประสิทธิภาพ เผย “เพรียวพันธ์” รับผิดชอบปราบยาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ยัน สมัยเป็นรัฐบาลสถิติปราบปรามสูงกว่ารัฐบาลพลังประชาชน เตือน อย่าเน้นการฆ่าเพื่อมุ่งคะแนนนิยมผ่านโพล เตือนสติ อย่าใช้วิธีนอกกฎหมาย พร้อมต่อเนื่องเจาะฐานเครือข่ายยาฝ่ายเรือนจำ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกายแชนนอล เกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลใช้งบประมาณในการปราบยาเสพติดไปแล้วถึง 635 ล้านบาท ภายในเวลา 3 เดือนหลังจากพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2555 มีผลบังคับใช้ ว่า ถ้าทำงานได้ผลก็เชื่อว่าประชาชนไม่เสียดายเงิน ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การปราบยาเสพติดในรัฐบาลชุดนี้ๆได้ผลมากกว่าสม้ยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น อยากให้พิจารณาให้ดีก่อน เพราะในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีการปราบยาเสพติดก็ทำได้มากกว่าในยุคที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล นอกจากนี้การที่รัฐบาลระบุว่าปราบยาเสพติดได้มากในขณะนี้ก็ต้องดูด้วยว่า เป็นเพราะปริมาณยาเสพติดมีมากขึ้นหรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้รับผิดชอบในการปราบปรามยาเสพติดในยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีกับรัฐบาชุดนี้เป็นคน ๆ เดียวกันคือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน พร้อมกับเตือนรัฐบาลว่าอย่ามุ่งเน้นแต่การปาบปรามเพียงอย่างเดียวแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและครบวงจรทั้งการดูแลผู้เสพและงานด้านการป้องกันจะต้องทำควบคู่กันไป
“ผมเข้าใจว่าในทางการเมืองมักชอบที่จะใช้ความเด็ดขาดหรือพูดง่าย ๆ คือ ฆ่าคนใช้ยาพราะมันได้ผลในทางสังคม จึงทำให้รัฐบาลมุ่งเรื่องนี้เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากสมัยที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีการมอบนโยบายให้ดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องยาเสพติดแต่ฝ่ายการเมืองไม่เข้าไปนั่งแถลงด้วยตัวเองในเรื่องของการปราบปรามปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ ผมจึงอยากเตือนว่าการแก้ปัญหาต้องทำต่อเนื่องให้ครบวงจรด้วย และเห็นด้วยว่าการปราบปรามจะต้องเข้มงวดกวดขัน แต่ต้องไม่ใช้วิธีนอกกฎหมาย ซึ่งผมหวังว่ารัฐบาลจะสานต่อการทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในเรือนจำจากที่รัฐบาลที่แล้วได้เริ่มต้นเอาไว้อย่างจริงจังด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
มาร์ค ย้ำ รัฐเดินหน้ากู้ได้ แต่อย่าโยนบาปฝ่ายค้าน
กุมภาพันธ์ 6, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
“มาร์ค” ย้ำ รัฐเดินหน้ากู้ได้แม้ 2 พ.ร.ก.การเงินถูกยื่นตีความ หยันรัฐบาลอย่าโยนบาปฝ่ายค้าน – ศาล รธน. ตอกย้ำไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนต้องกู้มากเช่นนี้ แขวะ ถ้ารัฐทำสำเร็จต่อไป สภาจะพิจารณาแค่งบประมาณชำระดอกเบี้ยและหนี้เท่านั้น ติง แก้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพิ่มอำนาจนายกฯเกาไม่ถูกที่คัน ชี้ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องอำนาจแต่มีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจ ห่วงใช้วิธีพิเศษไม่โปร่งใส
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องขอให้ตีความ พ.ร.ก. การเงิน 2 ฉบับคือ พ.ร.ก.โอนหนี้ฯและ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชนนอล สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมว่า การยื่นตีความของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพราะเห็นว่า พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยพรรคมุ่งที่ตัวกฎหมายเป็นหลักเพราะการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแต่รัฐบาลนำปัญหาน้ำท่วมมาเป็นข้ออ้างในการโอนหนี้กองทุนฯให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยรับภาระ เช่นเดียวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่ง ครม.ก็มีการยอมรับว่าโครงการที่อนุม้ติไปมีความซ้ำซ้อนกว่าหมื่นล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินที่จะใช้ในการทำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังก็พูดเองว่าเงินก้อนแรกที่จะใช้อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่สามารถกู้ได้ตามระบบงบประมาณปกติโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากปล่อยให้รัฐบาลใช้ปัญหาน้ำท่วมและความทุกข์ของชาวบ้านมาเป์นข้ออ้างในการหนีการตรวจสอบจากสภาด้วยการออก พรก.ก็จะทำให้ต่อไปฝ่ายบริหารจะไม่ใช้วิธีการของบประมาณจากสภาแต่ใช้วิธีการออก พรก.แทน โดยให้สภาพิจารณาเฉพาะการตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยและหนี้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ทราบว่ารัฐบาลจะนำเงินไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติเกี่ยวกับการยึดหลักวินัยการคลังด้วย
นายอภิสิทธิ์ ยังตำหนิคนในรัฐบาลที่ออกมาโยนความผืดให้ฝ่ายค้นและศาลรัฐธรรมนูญว่าจะเป็นตัวการที่ทำให้น้ำท่วมเพราะขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ว่า รัฐบาลควรหยุดโทษคนอื่น และเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า โดยเฉพาะการเร่งออกแบบจำลองเกี่ยวกับทิศทางการไหลของน้ำ การวิเคราะห์ปริมาณน้ำให้มีความแม่นยำให้เสร็จภายในเดือนสองเดือนนี้ก่อนที่น้ำจะมา และเห็นด้วยที่จะมีการแยกการบริหารจัดการน้ำออกจากระบบราชการเพราะที่ผ่านมาการแก้ปัญหาติดขัดหลายอย่าง อีกทั้งมีการเมืองเข้าไปแทรกแซงจนทำให้การบริหารจัดการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ส่วนที่จะมีการแก้ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเพิ่มอำนาจให้นายกรัฐมนตรีมากขึ้นนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมในช่วงปี 2554 ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 31 อย่างเต็มที โดยเฉพาะเรื่องของการออกคำสั่งในการเปิดปิดประตูระบายน้ำ แต่กลับมีการโยนมาว่าเป็นเรื่องของผู้ว่า กทม. ดังนั้นปัญหาจึงไม่น่าจะอยู่ที่กฎหมายแต่อยู่ที่การบริหรจัดการมากกว่า ส่วนที่จะแก้ไขให้การเบิกจ่ายเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้นโดยให้นายกรัฐมนตรีใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ตนเห็นว่าความรวดเร็วเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องมีความโปร่งใสด้วย หากใช้วิธีพิเศษก็ต้องดูว่าจะมีปัญหาความไม่โปร่งใสตามมาหรือไม่ ทั้งนี้ยังแสดงความเป็นห่วงกรณีที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการในแต่ละพื้นที่อย่างไร โดยเห็นว่าควรต้องหาความพอดีระหว่างการใช้ความรู้จากชุมชนท้องถิ่นมีความชำนาญในพื้นที่มากกว่าเสนอความเห็นในการแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่ให้ท้องถิ่นกำหนดแผนเอง เนื่องจากแต่ละพท้นที่มีความเื่อมต่อกัน รัฐบาลจึงควรทำหน้าที่ประสานข้อมูลและกำหนดยุมธศาสตร์เพื่อให้แผนกาบริหารจัดการน้ำได้ผลมากที่สุด
“มาร์ค” บี้ “ยงยุทธ” จ่าย7.75ล.เหยื่อใต้5พันชีวิต
กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ระบุว่าพิจารณาหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 48-53 เกี่ยวกับการเยียวยาด้านจิตใจจำนวน 3 ล้านบาทไม่มีระเบียบใดรองรับแต่เป็นการพิจารณาจากความรู้สึก ว่าเรื่องนี้มีการชี้แจงหลายครั้งแต่ข้อมูลกลับไม่ตรงกัน เพราะบางคนก็อ้างว่ามีการคำนวณจากรายได้ประชากร หรือหลักศาสนา ซึ่งตนเห็นว่าควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากกว่านี้ และอยากเตือนอีกครั้งว่านอกจากมีหลักเกณฑ์แล้วยังต้องมีกฎหมายมีระเบียบรองรับด้วย ซึ่งตนยืนยีนว่าการจ่ายเงินให้คนกระทำความผิดนั้นถือว่าผิดหลักเกณฑ์มาตั้งแต่ต้น เพราะการเยียวยาต้องเยียวยาเฉพาะคนที่ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานเท่านั้น รัฐบาลต้องแยกแยะในเรื่องนี้หากทำก็จะผิดกฎหมายจะเป็นปัญหาตามมา
เมื่อถามย้ำว่าคำพูดของนายยงยุทธ สะท้อนว่ามีเป้าหมายที่ต้องการจ่ายเงินให้พรรคพวกตัวเองเป็นอันดับแรกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนย้ำอีกครั้งว่าถ้าจ่ายแล้วมีปัญหาเรื่องกฎหมายตามมา ถ้าจ่ายแล้วไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน มีหลายมาตรฐานก็จะมีความขัดแย้ง และสุดท้ายก็จะไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพูด คือ ทำทั้งหมดเพื่อความปรองดอง และการที่ออกมาให้ข้อมูลกลับไปกลับมาเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณี กรือเซะ ตากใบ โดยล่าสุดระบุว่าหลักเกณฑ์ที่ใช้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองไม่รวมสองกลุ่มนี้นั้นยิ่งสร้างความสับสนมากขึ้น เพราะบางวันก็พูดว่ารวม บางวันก็มาบอกว่าไม่รวมแล้ว และอยากจะเตือนรัฐบาลว่าปัญหาภาคใต้ไม่ได้มีเฉพาะ กรือเซะ ตากใบ อย่าลืมว่ามีกว่า 5 พันชีวิตที่สูญเสียไป และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การต่อสู้ทางการเมืองทั้งสิ้น
“มาร์ค” จวก “ตู่” ปั้นน้ำเป็นตัวกุข่าวขบวนการล้มรบ.
กุมภาพันธ์ 5, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report, การเมือง-สำคััญ
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญขีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีขบวนการล้มรัฐบาลและส่งคนคุกคามกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ตนอยากให้หยุดสร้างความหวาดระแวงและความขีดแย้งในสังคม หากมีอะไรผิดปกติ เช่นมีการข่มขู่ คุกคาม ก็ควรร้องขอเจ้าหน้าที่ และรัฐบาลเองก็มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งก็อยู่พรรคเดียวกับนายจตุพร ดังนั้นมีอะไรก็ควรบอกให้รัฐบาลดูแล ไม่ใช่มาสร้างประเด็นให้เกิดความหวาดระแวง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความพยายามที่จะปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ความจริงควรช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะเดินหน้าประเทศได้อยู่แล้ว
“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยรัฐเข้มปราบยาเสพติด
กุมภาพันธ์ 4, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews, การเมือง
“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยรัฐเข้มปราบยาเสพติด แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย อย่าซ้ำรอย ฆ่าตัดตอน พร้อมแนะระวัง จนท.รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องเครือยข่ายยา ต้องลงโทษหนักเอาจริงและต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลส่งสัญญาณเร่งปราบปรามยาเสพติด โยการเพิ่มมาตรการจัดการขั้นเด็ดขาดว่า เรื่องการจัดการปัญหานี้ขอให้อยู่ในกรอบของกฎฑหมาย ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ก็ออกมายืนยันว่า จะไม่มีการฆ่าตัดตอนซ้ำรอย จึงขอย้ำที่ว่า ที่เด็ดขาดนั้น ต้องมีความต่อเนื่องด้วย เพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง เช่น กรณีเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำที่เป็นปัญหา ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้เข้าไปจัดการตรวจจับและติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ในเรือนจำ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ เช่นเรือนจำ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องดำเนินการด้วย แต่ถ้าไปบอกว่า เด็ดขาด แล้วไปทำนอกกฏหมายปัญหาก็จะไม่จบ เคยมีแนวทางที่เคยขึ้นสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาแล้วและออกมายอมรับภายหลัง ว่า เป็นการส่งสัญญาณที่อันตราย ซึ่งจะไม่ยั่งยืน ดังนั้นแนวทางจึงต้องเด็ดขาดและอยู่ภ่ายใต้กรอบของกฎหมาย
เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ออกมาระบุว่า ภายใน 1 ปีจะแก้ปัญหาเรื่องเครือยข่ายยาเสพติดในเรือนจำให้หมดไปนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี หากทำได้ เราสนับสนุนให้ทำ เพราะเป็นปัญหาที่เรื้อรัง และเครือข่ายในเรือนจำ เป็นเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง และน่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้ สำหรับเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะต้องได้รับการลงโทษที่หนักกว่าปกติหรือคนทั่วไป ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอนั้น ทางรัฐบาลก็จะต้องเป็นผู้ดูแล และโดยเฉพาะที่กล่าวจะเพิ่มมาตรการ และที่ผ่านมาประชาชนเองก็ต้องการที่จะให้ยาเสพติดหมดไป “ ถ้ามีการใช้คำว่าเด็ดขาดนั้นส่วนใหญ่จะซะใจ อันนี่เราก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าไปใช้วิธีกาที่มันเกินเลยกฏหมายและตรวจสอบไม่ได้ มันคงไม่เป็นประโยชน์ อย่าลืมว่า มีคนที่เสียชีวิตไป ที่เขาอาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็มี ผมเชื่อว่า ไม่มีพี่น้องคนไหนที่ต้องการให้กิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกันเรื่องแบบนี้ ต้องทุกฝ่ายในสังคมช่วยกัน ต้องการให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องยาเสพติด แต่ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“มาร์ค” ยาหอม ชาวบ้านเขตหลักสี่ หลังเปิดศูนย์ประสานงานสาขาพรรค
กุมภาพันธ์ 4, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews
“มาร์ค” ยาหอม ชาวบ้านเขตหลักสี่ หลังเปิดศูนย์ประสานงานสาขาพรรคประจำเขต ลั่นแม้ไม่มี ส.ส.ก็พร้อมดูแลทุกข์สุข ไม่ทอดทิ้งแน่ ย้ำเดินหน้าตรวจสอบทำหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มข้น เน้นเรื่องปัญหาค่าครองชีพสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 ตรงข้ามสำนักสำนักงานเขตหลักสี่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ สาขาเขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายสกลธี ภัททิยะกุล รองโฆษกพรรคและอดกีตผู้สมัครส.ส. กทม.เขตหลักสี่ โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคและมรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ตลอดจนส.ก.และส.ข.และชาวบ้านในพื้นที่เขตหลักสี่ร่วมในงานกว่า 300 คน โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าว ศูนย์ฯของพรรค ตั้งอยู่บริเวณหน้าสำนักงาน เขตหลักสี่ จะสะดวกมากสำหรับประชาชนที่จะเข้ามาประสานหรือติดต่อกับศูนย์ฯของพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้ว่า นายสกลธีจะไม่ได้รับการเลือกตั้งแต่ก็ต้องขอขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่ลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และขอยืนยันว่า แม้ว่านายสกลธี ไม่ได้เป็นส.ส. หรือว่าในขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม แต่ก็ยังอยู่เคียงข้างรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน และในยามที่มีปัญหามีความทุกข์ เราถือเป็นหน้าที่ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะทางการเมืองอย่างไร เราจะเดินหน้าทำงานอย่างเข้มแข็ง ทั้งในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านในสภาฯ จะคอยติดตามการทำงานของรัฐบาล ให้มีประสิทธิภาพ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต้องว่าที่ผ่านมาเราทำหน้าที่นี้อย่างเข้มแข็ง เช่นรัฐบาลเคยวัญญาเรื่องนโนยบายค่าแรง 300 บาท พอมาเป็นรัฐบาลแล้วในช่วงแ รกที่พูดไม่ใช่ค่าแรงขั้นต่ำ แต่เป็นเรื่องของรายได้ เราก็ไม่ยอม เราอภิราบยในสภาอย่างแข็งขัน จนในที่สุดรัฐบาลก็จำเป็นต้องเดินหน้านโยบายนี้ ขณะนี้ก็ยังทำไม่เสร็จ ในเดือนเมษายน รัฐบาลบอกว่าจะเริ่มเดินหน้าเรื่องนี้ มีอีกหลายเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่เราต้องติดตามดูแลว่าสามารถที่จะดูแลรักษาสัญญา และตอบยสนองความต้องการของประชาชนได้ตามที่กล่าวหรือไม่ ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดจากการบริหารของรัฐบาลนั้นเราก็ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ซึ่งเรื่องที่เป็นห่วงที่สุดคือ เรื่องของแพง ที่มีนายอภิรักษ์ มาทำหน้าที่ตั้งคณะกรรมการตรสวจสอบราคาสินค้า ราคาข้างแกงอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อให้รัฐบาลลงมาแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ที่ผ่านมานอกจากจะไม่เร่งแก้ปัญหาแล้วรัฐบาลยังมีส่วนซ้ำเติมปัญหา มีการบริหารจัดการเรื่องน้ำมันอย่างผิดพลาดให้มีราคาที่สูงขึ้น ทางพรรคจะเดินหน้าคัดค้านการขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องอะไรที่รัฐบาลทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเราพร้อมสนับสนุน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การเตรียมการป้องกันการแก้ปัญหาน้ำท่วมตอนนี่ของรัฐบาลปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่มีเงิน สภาฯอนุมัติแล้วเกือบ 2 แสนล้าน สามารถที่จะเอามาใช้เรื่องการนป้องกันน้ำท่วมได้ถึงัวันนี้รัฐบาลใช้เงินไปน้อย เพราะเงิน 5 พันบาท ก็ยังจ่ายไม่ครบ เราก็เร่งรัดไปรวมถึงโครงการต่างๆเราก็พยายามเร่งรัดด้วยเช่นกัน แต่รัฐบาลอย่าใช้วิธีออกกฎหมายพิเศษ อย่างการโยกหนี้ แต่งบัญชี ทำให้เกิดปัญหากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อย่ามาอ้างว่า พอมีน้ำท่วม ต้องมากู้เงิน แต่กู้มากองไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ก็มามีภาระดอกเบี้ยให้ประชาชนต้องมารับเป็นภาระ ไม่มีการตรวจสอบจากสภาฯ
“อภิสิทธิ์” เผย “ทูตอียู” ห่วงปัญหาน้ำท่วมตอกย้ำแผนฟื้นฟูน้ำท่วมยังไม่ชัดเจน
มกราคม 30, 2012 by jariya_n
Filed under breakingnews, news report
“อภิสิทธิ์” เผย “ทูตอียู”ห่วงปัญหาน้ำท่วมตอกย้ำแผนฟื้นฟูน้ำท่วมยังไม่ชัดเจน พร้อมแจงเหตุส่ง พ.ร.ก.การเงิน 2 ฉบับส่งศาลรธน.เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน อ้างคำพูด “กิตติรัตน์”ยอมรับเองออกเป็นพ.ร.บ.ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการหารือกับนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชฑูตสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทยที่เดินทางเข้าพบว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมและแผนฟื้นฟูประเทศ ซึ่งท่านมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาการประกันภัยที่ไม่สามารถซื้อประกันภัยน้ำท่วมในราคาที่สมเหตุสมผลได้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจ ซึ่งแม้นายกรัฐมนตรีจะออกมายืนยันหลังกลับมาจากประชุมเศรษฐกิจโลกที่ดาวอสว่า ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่น เพราะในทางปฏิบัติปัญหาการประกันภัยจะเป็นตัวชี้วัด ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลกองทุนประกันภัยที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก. เพราะผู้ประกอบการยังไม่สามารถใช้เงินจากกองทุนนี้ได้ ทั้งนี้การแก้ปัญหาจะต้องมีแผนงานรายละเอียดไม่ใช่การใช้เม็ดเงินเป็นเรื่องหลัก รวมถึงการออก พ.ร.ก. ซึ่ง 2 ฉบับคือ พ.ร.ก. โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ ธปท.และ พ.ร.ก. การกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ออกมายอมรับเองว่า จะใช้เงินเพียง 1.5 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งสามารถจัดทำงบประมาณในกรอบพ.ร.บ. ได้ ดังนั้นจึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการออก พ.ร.ก. ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
“อภิสิทธิ์” แนะ “เฉลิม” พูดถึงการฆ่าตัดตอนให้ชัด หวั่นซ้ำรอยยุค “ทักษิณ”
มกราคม 30, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, การเมือง
“อภิสิทธิ์” แนะ “เฉลิม” พูดถึงการฆ่าตัดตอน ให้ชัด หวั่นจะเกิดซ้ำรอยปัญหาเช่นยุค “ทักษิณ” พร้อมป้อง “จิตภัสร์” ไม่ใช่พวกล้มรัฐ ชี้ แค่แสดงจุดยืนต้าน “นิติราษฎร์” บี้ พท.พุดให้ชัดเกี่ยวข้องเสื้อแดง-แก้112 หรือไม่
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯกล่าวถึง กรณีผลสำรวจที่ประชาชนพอใจนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากที่สุดว่า เป็นธรรมดา ถ้าถามสังคมก็อยากเห็นความเด็ดขาด แต่ความเด็ดขาด ถ้าผิดกฎหมายเพราะมีคนบริสุทธ์ที่ต้องสูญเสียไปด้วย ซึ่งจะเห็นว่านโยบายนี้ไม่ยั่งยืน ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พูดถึงการฆ่าตัดตอนของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดด้วยกันเองนั้น ตนคิดว่า การพูดถึงการฆ่าตัดตอนล่วงหน้าก็จะเป็นปัญหาเหมือนกับที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยทำมาก่อน และถ้านักการเมืองไม่ทำความเข้าใจ ง่ายที่สุดคือ พูดว่าจะมีความรุนแรงเด็ดขาด แต่ที่สุดไม่ได้แก้ปัญหา กลับจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา เมื่อถามว่า กรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ระบุว่า ทราบตัวบุคคลที่ต้องการแก้ไขมาตรา 112 แต่ไม่ยอมเปิดเผย ซึ่งเมื่อทราบแล้วพล.อ.อ.สุกำพลควรดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเขาไม่ได้ทำผิดกฏหมายจะไปจัดการอะไร เพราะคนที่เคลื่อนไหวก็ถือว่า เขาก็ถือว่าเขาใช้สิทธิ์ ตราบที่มันไม่ผิดกฏหมาย ก็สามารถทำได้ แต่ปัญหาคือ คนที่เป็นรัฐบาลสามารถที่จะปลดเรื่องนี้ไม่ให้เป็นชนวนความขัดแย้งได้และต้องทำให้มันชัดเจนมากกว่านี้
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามโยงการที่น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เคลื่อนไหวคัดค้านกลุ่มนิติราษฎร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มจ้องล้มรัฐบาลว่า น.ส.จิตภัสร์ ไม่ได้เคลื่อนไหวล้มรัฐบาล แต่แสดงจุดยืนเกี่ยวกับกฎหมาย พรรคเพื่อไทยสับสนเวลาอยู่ในการประชุมสภา พอใครพูดถึงกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยกมือประท้วงกันหลายคน ทั้งที่ไม่มีการพาดพิงพรรคเพื่อไทย แต่กลับมีการอ้างว่าพรรคเพื่อไทยคือเสื้อแดง แต่พอกลุ่มคนเสื้อแดงไปเคลื่อนไหวแก้มาตรา 112 ก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้นต้องเอาให้ชัดว่าตกลงแล้วพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับคนเสื้อแดงและมาตรา 112 หรือไม่ เพราะคนเสื้อแดงและประชาชนอยากรู้
“อภิสิทธิ์” ย้ำคำ กทม.พร้อมทำตามนโยบายรัฐ
มกราคม 27, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews
“อภิสิทธิ์” ย้ำคำ กทม.พร้อมทำตามนโยบายรัฐ ลั่น ไม่มีปัญหา ตีแสกหน้ารัฐสั่งการแต่ไม่รับผิดชอบโยนบาปให้ กทม. เชื่อหวังผลการเมือง สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หวังดิสเครดิต บี้รัฐประเมิน “จำนำข้าว” ขอทำตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงเพราะกระทบต้นทุนข้าวถุงหลังรัฐแทรกแซงตลาดดันราคาข้าวให้สูง พร้อมเหน็บ “ยิ่งลักษณ์” หลบตอบกระทู้สดสภา ย้อนเข้าสู่ยุค “ทักษิณ”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลวิจารณ์การบริหารงานของ กทม. ว่า มีการทำความเข้าใจถึงงบประมาณที่เตรียมการไว้ ในส่วนของกทม. รัฐบาลก็ยินดีให้กทม.จัดการและเรื่องที่ กทม. ต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น กทม. ก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ กทม. ขอความร่วมมือจากรัฐบาล 2 ข้อคือ1. ให้การระบายน้ำของรัฐบาลจากทางเหนือมีความเป็นธรรมชาติเพื่อให้บริหารจัดการได้ เพราะบางช่วงมีการสกัดกั้นน้ำ เป็นผลให้ระดับน้ำยกตัว และเมื่อน้ำมาถึงกรุงเทพฯ จึงเกิดปัญหา และ 2. ขอให้รัฐบาลทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องนโยบายการระบายน้ำของรัฐบาล เพื่อจะได้ไม่มีภาพของประชาชน หรือแกนนำทางฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำลายเขื่อน หรือเปิดประตูน้ำซึ่งทำให้ไม่เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลสั่งการ กทม. ไว้ ยืนยันว่า กทม.ทำหน้าที่ของตัวเอง และทำตามนโยบายของรัฐบาล ขอให้รัฐบาลอย่าพยายามสร้างเรื่องให้เป็นปัญหา
“กทม. ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร แต่ขณะนี้มีความพยายามเล่นการเมืองของคนบางกลุ่มในรัฐบาล สร้างเรื่องขึ้นมาว่า 1.เพื่อหวังผลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะ กทม. ไม่ร่วมมือ ซึ่งได้อธิบายไปแล้วว่า กทม. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลสั่งการแต่ตัวเองไม่อยากรับผิดชอบ ก็โบ้ยให้กทม. เช่นปัญหากทม. กับปริมณฑลขัดแย้งกันก็มาจากเรื่องของนโยบายของรัฐบาล ของศปภ. ทั้งสิ้น 2. หวังผลเรื่องการเมือง เรื่องการเลือกตั้งกทม. อะไรต่าง ๆ ด้วย มีการดิสเครดิตกัน”
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการข้าวถุง ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าว เพราะปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้ปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าสู่โครงการรับจำนำมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้ว่า พรรคเคยเตือนไว้แล้ว คือเกษตรกรไม่สามารถใช้โครงการนี้ได้อย่างทั่วถึง และจะเกิดการทุจริตสวมสิทธิ์ โดยพรรคกำลังรวบรวมปัญหานี้อยู่
ส่วนการที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงตลาดในลักษณะนี้ จะเป็นการกดดันให้ต้นทุนข้าวสูงขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาต่อราคาข้าวถุง และเกิดผลกระทบต่อการส่งออกข้าวนั้น อยากให้รัฐบาลประเมินตามข้อเท็จจริง แล้วก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร แต่ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงการประชุมสภาฯเมื่อวานนี้ ( 26 ม.ค.) ว่า “ผมเคยพูดไปแล้วว่า ตอนนี้เรากำลังกลับไปสู่สภาพสมัยคุณทักษิณ ที่ปากบอกเป็นประชาธิปไตย แต่ใจไม่อยู่กับสภา ซึ่งเป็นองค์กรหลักในระบบของรัฐสภาในการตรวจสอบการใช้อำนาจ เมื่อวานนี้ทุกคนเข้าใจดีว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์อยู่ต่างประเทศ แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ นอกจากที่มีการตั้งกระทู้ถามแล้ว นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่มานั้น กลับมีความพยายามที่จะไม่ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องมาตอบกระทู้นี้เลย และความจริงแล้วนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่เคยตอบกระทู้ถามของฝ่ายค้านเลย ที่ผมแปลกใจมากที่สุด มีอยู่วันหนึ่งมาตอบกระทู้ถามของส.ส.รัฐบาล แต่พอในส่วนกระทู้ถามของฝ่ายค้าน นายกฯ กลับไม่ตอบ นี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้น ขอให้รัฐบาลตั้งหลักใหม่ อย่ากลัวไปเลยครับ ตอบปัญหา 10 – 20 นาที ไม่มีอะไรหนักหนาเลย แต่เป็นการยืนยันหลักการสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย”
อภิสิทธิ์ เห็นด้วย พรก.การเงินของรัฐแค่ 2 ฉบับ
มกราคม 27, 2012 by nataya_p
Filed under breakingnews
อภิสิทธิ์ เห็นด้วย พรก.การเงินของรัฐแค่ 2 ฉบับ แม้ต้องปรับปรุงแก้ไข ส่วนอีก 2 ฉบับยันส่งศาล รธน.ตีความแน่ 30 ม.ค. เชื่อผิดหลักการ ไม่จำเป็นต้องเป็นพ.ร.ก.เร่งด่วน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ร.ก. 4 ฉบับคือ 1.พระราชกำหนด (พ.ร.ก)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (วงเงินกู้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท) 2. พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555 3. พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ.2555 และ 4.พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านบาทไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยบริหาร)ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยพรรคจะหารือกัน สำหรับพ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติพรรคเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่รายละเอียดยังไม่สามารถตอบสนองเพื่อแก้ไขปัญหาได้ ทางรัฐบาลอาจต้องมีการปรับปรุง พ.ร.ก.นี้ ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะปรับอย่างไร เพราะรายละเอียดมีการกำหนดวงเงินช่วยเหลือน้อยเกินไป มีกลไกการทำงานที่ขาดความชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วน พ.ร.ก. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ.2555 นั้น ตนมองเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องทำในลักษณะนี้ เพราะสามารถที่จะเอาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไปถึงมือภาคเอกชนได้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกใช้วิธีนี้ ก็เข้าใจว่า รัฐบาลไม่ต้องการจัดงบประมาณชดเชยดอกเบี้ย และปล่อยให้เป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.)ที่ต้องปล่อยเงินกู้ และต้องหาวิธีดูดซับสภาพคล่องกลับคืน ที่น่าสนใจคือ ในตัวกฎหมายไปเขียนว่า สินเชื่อที่ปล่อยนั้น ต้องเป็นกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมในปี 2554 ปัญหาคือ ถ้าหากภาคใต้ต้องการด้วย ก็จะไม่ได้ เพราะว่าความเสียหายของบางส่วน ได้เกิดขึ้นในปี 55 ไม่ใช่ปี 54 แต่ตอนออกกฎหมายอาจจะลืมนึกเรื่องนี้ไป ก็จะเป็นปัญหาเช่นกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วน 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (วงเงินกู้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท) และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านบาทไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยบริหาร) ส่วนตัวเห็นว่า ไม่น่าจะเข้าข่ายการตราเป็น พ.ร.ก. แน่ โดยพรรคจะส่งให้ทางศาลรัฐธรรมนูญตีความ
“เมื่อคืน ผมก็นั่งดูการเขียนนั้นก็ค่อนข้างพยายามล้อ พรก.กู้เงินในสมัยไทยเข้มแข็ง และผมก็ยังได้เอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาดู ในเรื่องของการตีความว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงินตอนนั้น ที่ฝ่ายค้านก็คือรัฐบาลในขณะนี้ ไปยื่นตีความว่า ไม่เข้าข่ายเป็นพ.ร.ก. นั้น แนวทางของคำวินิจฉัยของศาลเป็นอย่างไร ก็ค่อนข้างชัดว่า กรณีนั้นศาลเห็นคล้อยกับรัฐบาลชุดที่แล้วว่า เกิดความเสียหายขึ้น แต่เมื่อมาเทียบเคียงกับขณะนี้ ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้องเร่งกู้เงิน 3 .5 แสนล้านบาท แล้วจะแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้ และแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งสามารถที่จะทำอยู่ในเงินงบประมาณได้ทั้งสิ้น และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มองเห็นแล้วว่ามีหลายโครงการที่ต้องไปทบทวน เพราะซ้ำซ้อน การที่จะต้องเอาอำนาจมากู้เงินบอกว่าเร่งด่วนไม่ต้องผ่านสภาฯ ในแง่ของตัวกฎหมายทันทีนั้นมันก็ไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริง”
ส่วน พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านบาทไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยบริหาร) นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทางพรรคฯ จะได้ไปไล่ดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเขียนไว้ชัดว่าหนี้ก้อนนี้จะให้กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นผู้ชำระ แต่ขณะนี้หนี้ที่ออกมานั้น กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกพันธบัตร ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะทำอย่างไร ซึ่งภายหลังจากการประชุมที่พรรคฯ คาดว่าจะยื่นตีความในวันจันทร์ที่ 30 มค.นี้



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












